Castle of Black Iron - Chapter 1899: กวาดล้างปิศาจ (I)
Chapter 1899: กวาดล้างปิศาจ (I)
ปีกของราชาอินทรีย์ยาวหลายพันเมตร ตอนที่ราชาอินทรีย์บินออกไป มันก็ได้ทะยานขึ้นไปบนฟ้าซึ่งทำให้ทั้งจักรวาลสั่นไหว !
ระหว่างทางไปยังเขตใหญ่สวรรค์นั้น จางเทีย เร็วขึ้นกว่าตอนที่เขาออกมาจากภูเขาซากกว่าสองเท่า ดังนั้นจึงใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวจากเดิมในการเดินทางมา 500,000 ไมล์ ตอนที่ไปถึงนั้นเขาก็เห็นเจ้าชายปิศาจกำลังฆ่าลอร์ดหลานหลิงพร้อมทำให้กำลังใจของฝั่งปิศาจเพิ่มขึ้น ในเวลาเดียวกันมนุษย์กว่าแสนคนก็พากันเงียบไปทันที…
ตอนวิกฤตนั้นในฐานะมนุษย์แล้ว แน่นอนว่า จางเทีย ไม่อาจจะทนกับการดูหมิ่นแบบนี้ได้ !
“ ให้ข้าลองดูสิ…”
ภายใต้สายตาของทั้งสองกองทัพ, จักรพรรดิปิศาจทั้งสอง, จักรพรรดิมนุษย์ทั้งสองและขุมกำลังนับไม่ถ้วน จางเทีย ได้บินผ่านกองทัพมนุษย์และเข้ามาอยู่ในสนามรบโดยห่างจากเจ้าชายปิศาจไป 10,000 ม. หลังจากนั้นเขาก็หุบปีกของตัวเองแล้วยืนอยู่นิ่งๆราวกับผู้อมตะ
เมื่อเห็น จางเทีย บินเข้ามา เจ้าชายปิศาจก็หยุดหัวเราะ ในเวลาเดียวกันนั้นมันก็ได้มองมาที่ จางเทีย แล้วปล่อยพลังฉีสีดำออกมา มันอดไม่ได้ที่จะแผ่พลังฉีของมันออกมา
ไม่รู้ว่าทำไม ตอนที่มันเห็นปีกด้านหลัง จางเทีย แม้ว่าเจ้าชายปิศาจจะไม่รู้ว่า จางเทีย เป็นใครแต่มันก็ได้ยินเสียงในใจมัน ดังนั้นตาของมันจึงดูบ้าคลั่งขึ้นมา มันได้กางปีกของมันออกราวกับต้องการแข่งกับปีกของ จางเทีย…
‘ ฆ่าเขาซะ ข้าต้องฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ปีกของเขาจะมีสวยกว่าของข้าได้ยังไง….’
ใจของปิศาจปีกนั้นเต็มไปด้วยความโลภ, อคติและอิจฉา ตอนที่มันเห็นปีกราชาอินทรีย์ มันก็ตัดสินใจที่จะฆ่า จางเทีย
สำหรับพวกนายพลมนุษย์และปิศาจ หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น ส่วนมากแล้วมองไปยัง จางเทีย ด้วยความช็อก ไม่ต้องเดาเลยว่าในพริบตาเดียวนั้นเด็กหนุ่มวัย 17 ปีก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในสนามรบซึ่งทำให้ทุกคนต้องช็อก หลังจากที่เงียบไปได้ไม่นานมนุษย์และปิศาจต่างก็พากันฮือฮากันทันที —- เขาเป็นใคร ? เขากล้ามาท้าทายเจ้าชายปิศาจได้ยังไง ?
“ น่าทึ่ง จางเทีย เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ตอนที่เจ้าสู้กับจักรพรรดิปิศาจหกแขนด้านนอกคุกอมตะและตกเข้าไปด้านใน เราต่างก็คิดว่าเจ้าตายไปแล้ว…” – เสียงของจักรพรรดิพลังดังก้องไปทั่วสนามรบ เมื่อเห็น จางเทีย แม้แต่จักรพรรดิพลังก็ยังถอนหายใจออกมา
‘อะไรนะ ? เขาคือ จางเทีย จักรพรรดิมังกรและคนที่มาจากต่างโลกอีกทั้งยังเป็นผู้สืบทอดของจักรพรรดิมังกรงั้นรึ ? ไม่ใช่ว่าเขาตายไปในภูเขาซากแล้วรึไง ? เขามาปรากฏตัวที่นี่ได้ยังไง ? ’
เสียงในสนามรบหายไปทันที ไม่ใช่แค่มนุษย์แต่ปิศาจก็ยังต้องช็อกและมีคำถามมากมายในใจหลังจากที่รู้ตัวตนของ จางเทีย หลังจากที่ จางเทีย ได้ตายไปพร้อมกับจักรพรรดิปิศาจหกแขนด้านในคุกอมตะ ชื่อของ จางเทีย ก็ได้สร้างความสนใจอย่างมากในหมู่ปิศาจ
“ ข้ารอดจากอันตรายมาได้ ! “ – จางเทีย พูดกับจักรพรรดิพลังด้วยรอยยิ้ม – “ คนอื่นไม่อาจจะเข้าออกคุกอมตะได้แต่มันคือดินแดนสมบัติสำหรับข้าเพราะข้าบ่มเพาะสูตรราชาอินทรีย์…”
หลังจากที่ได้ยินว่า จางเทีย ยอมรับว่าเขาบ่มเพาะสูตรราชาอินทรีย์ในตำนาน ทุกคนต่างก็พากันอึ้ง ไม่มีสักคนที่คิดว่า จางเทีย จะยอมรับว่าเขาบ่มเพาะทักษะในตำนาน ดังนั้นทุกคนจึงพากันจ้องมาที่ จางเทีย ด้วยความตะลึง สายตาของพวกนั้นมีความโลภ, อิจฉา, หลงใหลและตกใจ….
ก่อนหน้านี้เจ้าชายปิศาจมองมาที่ จางเทีย ด้วยสายตาที่ดุดัน ตอนนี้สายตานั้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ปิศาจปีกอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นเลียปาก ในเวลาเดียวกันความคิดโลภและอิจฉาก็ได้ปะทุขึ้นในหัว เจ้าชายปิศาจอดไม่ได้ที่จะลองทดสอบดู…
ในกองทัพปิศาจ จักรพรรดิปิศาจเทียมและจักรพรรดิปิศาจภูเขาดำนิ่งไปทันทีแล้วมองมาที่ จางเทีย สายตาของจักรพรรดิปิศาจเทียมสั่นไหว สายตาของจักรพรรดิปิศาจภูเขาดำมีความโลภแสดงออกมานับไม่ถ้วน ในเวลาเดียวกันจักรพรรดิปิศาจทั้งสองก็หันกลับแล้วสื่อสารกันผ่านทางสายตา….
หลังจากที่บ่มเพาะสูตรราชาอินทรีย์ จางเทีย นั้นอาจจะแข็งแกร่งแต่เขายังไม่ได้เป็นจักรพรรดิ ในทางกลับกันแล้วเจ้าชายปิศาจน่ะถือว่าร้ายกายในคนระดับเดียวกัน ดังนั้นเจ้าชายปิศาจจึงถือว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างชื่อเสียง…
ภายใต้สายตาของคนมากมาย จางเทีย ยังคงสงบและไร้ความกลัว ถ้าคนเราผ่านความลำบากมามากมายและบ่มเพาะทักษะที่ทรงพลังที่สุดพบว่าเขาไม่อาจจะป้องกันสิทธิตัวเองในการเปิดเผยความจริงออกมาได้ ทักษะลับนั้นอาจจะถือว่าเป็นเพียงคำพูดตลก…
“ ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นผู้สืบทอดของจักรพรรดิมังกรรึไง ? ทำไมเจ้าถึงได้บ่มเพาะสูตรราชาอินทรีย์ได้ ? เจ้าเปลี่ยนทักษะและจักระโดยสูตรราชาอินทรีย์ได้ตามใจรึไง ? “ – จักรพรรดิพลังถามด้วยความสงสัย แน่นอนว่าหลายคนก็มีคำถามเดียวกัน
“ ราชาอินทรีย์นั้นคืออากาศในน้ำและบนฟ้า ราชาอินทรีย์นั้นมีหลากหลาย ในการบ่มเพาะสูตรราชาอินทรีย์นี้ คนเราสามารถเลียนแบบทักษะรึจักระอื่นได้ หลังจากที่ได้สูตรราชาอินทรีย์มา แน่นอนว่าข้าสามารถเลียนแบบสูตรสะเทือนโลกได้…” – จางเทีย บอกกับจักรพรรดิพลังอย่างใจเย็น – “ ข้าไม่คิดว่าข้าจะได้เห็นจักรพรรดิพลังที่นี่ ก่อนที่จะสู้กับเจ้าชายปิศาจ ข้าขอให้ท่านหยุดไล่ล่านิกายหยินหยางและคืนความเป็นอิสระให้กับพวกเขา นิกายหยินหยางนั้นล่มสลายไปแล้ว มีแค่ศิษย์สตรีที่ยอมเลือกที่จะตายมากว่ายอมแพ้ให้กับปิศาจและร่วมมือกับวังจักรพรรดิทมิฬซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การปกป้องของข้า จากชื่อเสียงของท่านแล้ว ท่านต้องไม่กำจัดนิกายมนุษย์ซึ่งยังคงรับผิดชอบความเป็นมนุษย์อยู่ได้ ! “
จักรพรรดิพลังมองไปที่ จางเทีย สักพัก เขารู้ความสัมพันธ์ของ จางเทีย กับนิกายหยินหยางตั้งแต่ที่ จางเทีย ได้ช่วยนายพลของนิกายหยินหยางเอาไว้และเปิดเผยแผนการของวังจักรพรรดิทมิฬ เขารู้ถึงสถานการณ์ของนิกายหยินหยางดี หลังจากที่ได้ยินคำขอของ จางเทีย จักรพรรดิพลังก็พยักหน้า – “ ได้ เมื่อเจ้าขอเช่นนั้น ความบาดหมางระหว่างวังจักรพรรดิพลังกับนิกายหยินหยางถือว่าจบสิ้นไปนับจากนี้ จากนี้ไปวังจักรพรรดิพลังจะหยุดไล่ล่าคนที่เหลือของนิกายหยินหยาง ! “
“ ขอบคุณ จักรพรรดิพลัง ! “ – จางเทีย พูดขึ้น หลังจากเรื่องบาดหมางนี้จบสิ้นลง จางเทีย ก็มองเข้าไปในตาของจักรพรรดิดาวแล้วพูดต่อ – “ สำหรับที่ดินและเมืองที่วังจักรพรรดิดาวได้ยึดไปในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรตลอดหลายปีมานี้ เราจะจัดการกับเรื่องนี้ทีหลัง ! “
“ ตอนที่เจ้ากับจักรพรรดิปิศาจหกแขนเข้าไปในคุกอมตะ ข้าคิดว่าเจ้าน่ะตายไปแล้ว เมื่อเจ้าตายไป แน่นอนว่าวังจักรพรรดิมังกรก็ไม่มีสิทธิยึดครองเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรเพียงลำพัง แน่นอนว่ามันมีผลประโยชน์มากมายที่ต้องแบ่งปัน ในดินแดนโม่เทียนนั้นการกำเนิดและหายไปของวังอมตะเป็นเรื่องทั่วไป สิ่งที่วังจักรพรรดิดาวทำนั้นถือว่ามีเหตุผล !” – จักรพรรดิดาวพูดอย่างใจเย็นแล้วมองไปที่ จางเทีย ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย – “ ถ้าเจ้าฆ่าเจ้าชายปิศาจได้ ข้าจะคืนพื้นทีให้เจ้ามากกว่าเดิม 10 เท่าเป็นค่าชดเชย หากเจ้าทำไม่ได้….ฮาฮา..”
ในทางกลับกันแล้วจักรพรรดิดาวนั้นเห็นแก่ตัว เขายุให้ จางเทีย สู้กับเจ้าชายปิศาจจนตายแม้ว่ามันจะส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่ายก็ตาม
จางเทีย รู้ดีถึงความเห็นแก่ตัวของจักรพรรดิดาวแต่เขาไม่ได้คิดจะเถียงกับอีกฝ่ายในเรื่องนี้ นอกจากการแสดงพลังของตัวเองออกมาแล้ว จางเทีย ไม่มีทางที่จะได้รับความเคารพจากจักรพรรดิดาวได้เลย
จางเทีย เผยรอยยิ้มไม่พอใจออกมา
“ เจ้าลาตายเสร็จรึยัง ? “ – เจ้าชายปิศาจคำรามออกมาด้วยความคลั่ง – “ ข้าไม่คิดว่าข้าจะได้ฆ่าจักรพรรดิมังกรต่อจากลอร์ดหลานหลิง…”
จางเทีย หันกลับอย่างใจเย็น เขามองไปยังเจ้าชายปิศาจที่อยู่ห่างอกอไป จากนั้นก็มองไปยังกองทัพปิศาจและจักรพรรดิปิศาจทั้งสองก่อนจะถอนหายใจออกมา ‘ มีหลายหัวจริงๆ ! ‘
“ เจ้ากังวลว่าจะตายรึไง ?”
“ อะไรนะ ? “ – เจ้าชายปิศาจได้แผ่พลังฉีออกมา
จางเทีย ได้พูดกับเจ้าชายปิศาจด้วยรอยยิ้ม – “ ข้าหมายถึงว่าเจ้าน่ะกำลังจะตาย…” – จางเทีย ยกมือขึ้นและโชว์มือให้กับเจ้าชายปิศาจได้ดู – “ ก่อนที่จะตาย เจ้าควรดูมือคู่นี้ให้ดีๆ หลังจากนี้ไม่นานมือคู่นี้จะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆแล้วดึงหัวใจเจ้าออกมา เจ้าจะได้เห็นว่าข้าจะบดขยี้หัวใจเจ้ายังไงด้วยมือข้า…”
เจ้าชายปิศาจได้พุ่งเข้าหา จางเทีย ทันที ในเวลาเดียวกันก็มีหนามพุ่งเข้าใส่ จางเทีย ด้วยแสงอันเย็นชา
ระยะห่าง 10,000 ม.นั้นสั้นกินระยะเพียงไม่กี่ก้าวสำหรับนายพลสูงสุด แค่เพียงก้าวเดียวพวกเขาก็ได้เข้าปะทะกันและเข้าสู่การต่อสู้ระยะประชิดที่ดุเดือด…
“ ระวัง… “- บางคนข้างกายจักรพรรดิพลังอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
เพราะ จางเทีย ยังไม่ทันได้ขยับรึปล่อยเกราะพลังฉีออกมาตอนที่ปิศาจเข้าโจมตี
หนามสีดำในมือของเจ้าชายปิศาจได้ฉีกมิติและเข้าจ่อที่คอของ จางเทีย ด้วยแสงสีดำอันหนาวเหน็บ….