Castle of Black Iron - Chapter 1898: เงียบงัน
Chapter 1898: เงียบงัน
ผู้คนในดินแดนโม่เทียนนั้นไม่รู้ว่าเจ้าชายปิศาจอยู่ไหนจนกระทั่งตอนนี้ กว่าหลายหมื่นปีที่ผ่านามนุษย์นั้นไม่เคยเห็นรึได้ยินเกี่ยวกับปิศาจแบบนี้มาก่อนจนกระทั่งเจ้าชายปิศาจแต่ละตัวโผล่มา พวกเขาไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าชายปิศาจเลยแม้แต่น้อย แต่เจ้าชายปิศาจแต่ละตัวนั้นสามารถนำภัยพิบัติมาสู่มนุษย์และปิศาจได้
ไม่ต้องเดาเลยว่าความน่ากลัวของเจ้าชายปิศาจนั้นคือพลังของพวกมันไม่ใช่ความโหดร้ายรึหน้าตาแต่อย่างใด !
เจ้าชายปิศาจแต่ละตัวนั้นสามารถเอาชนะมนุษย์รึปิศาจแต่ละตัวในระดับเดียวกันได้ก่อนจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ อีกอย่างแล้วพวกมันต่างก็เชี่ยวชาญทักษะรึความสามารถหลายอย่าง
นอกจากจะแข็งแกร่งแล้ว ความน่ากลัวของเจ้าชายปิศาจคือการเติบโตของมัน
ปิศาจทั่วไปยากที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ มีมนุษย์น้อยคนนักที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิได้แต่เจ้าชายปิศาจนั้นมีโอกาสมากกว่า 50% ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ โดยเฉลี่ยแล้วมีเจ้าชายปิศาจ 1 ใน 2 ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิได้
เมื่อเห็นเจ้าชายปิศาจเหนือกว่า มนุษย์ทั้งหมดต่างก็รู้สึกราวกับเห็นจักรพรรดิปิศาจในอนาคต
เมื่อเห็นความสามารถของเจ้าชายปิศาจ จักรพรรดิดาวก็หรี่ตาลงพร้อมกับสายตาที่คมกริบขึ้นมา จากนั้นเขาก็มองไปยังจักรพรรดิพลัง
— เรื่องนี้…
— ถ้าเราลงมือ จักรพรรดิปิศาจเทียมและจักรพรรดิปิศาจภูเขาดำจะลงมือด้วย เราไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้น อีกอย่างแล้วถ้าเราไปยุ่งกับการต่อสู้ มนุษย์ก็จะต้องรู้สึกละอายกับเรื่องนี้ต่อหน้ามนุษย์ไปอีกพันปี มนุษย์กว่าแสนคนจะเสียกำลังใจในการสู้กับปิศาจ ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะปกป้องอาณาเขตของเราในเขตใหญ่สวรรค์ได้ยังไง ? มันก็แค่การต่อสู้ มนุษย์สามารถพ่ายแพ้ได้แต่เราไม่อาจจะโดนเหยียดหยามได้ แม้ว่าจะต้องตายแต่เราควรรักษากำลังใจเอาไว้….
จักรพรรดิพลังไม่ได้พูดอะไร เขาแค่เม้มปากและคิ้วขมวด ในเวลาเดียวกันเขาก็มองดูการต่อสู้ด้วยสีหน้าที่เย็นชา
จักรพรรดิดาวเงียบไปเพราะเขารู้ว่าจักรพรรดิพลังนั้นพูดถูก อีกอย่างแล้วถ้าพวกเขาทำตามที่คิดเมื่อตะกี้ บางทีพวกเขาอาจจะฆ่าเจ้าชายปิศาจไม่ได้แต่จะยิ่งทำให้มันแย่ขึ้น
สิ่งที่จักรพรรดิปิศาจเทียมพูดเมื่อตะกี้ได้ทำให้ ฉีไท่ ต้องตะลึงอย่างมาก หลังจากที่รู้ว่าเขาสู้กับเจ้าชายปิศาจและรู้ว่าไม่อาจจะใช้ดินแดนตัวเองได้ จังหวะการโจมตีของเขาก็ต้องผันผวนไป
เมื่อเห็นแบบนั้นมนุษย์กว่าแสนคนก็เงียบและพากันสลดลงไป
ตอนนั้นจักรพรรดิพลังได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วสนามรบ – “ ลอร์ดหลานหลิง ถ้าเจ้าฆ่าเจ้าชายปิศาจได้ในวันนี้ จักรพรรดิดาวและข้ารับปากว่าจะพาเจ้าไปยังเขตหลักของภูเขาซากและช่วยเจ้าหาน้ำพุเก้าสวรรค์ ถ้าเจ้าสู้กับเจ้าชายปิศาจจนตัวตายในวันนี้ ลูกของเจ้าหนึ่งคนจะได้เป็นศิษย์ของข้า ข้ารับปากว่าจะบ่มเพาะเขาเป็นนายพลสูงสุดและฟื้นฟูตระกูลฉี “
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นมนุษย์กว่าแสนคนก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาโดยเฉพาะนายพลสูงสุดในกองทัพและพวกคนข้างกายจักรพรรดิพลังและจักรพรรดิดาว ตอนที่พวกเขาเห็นความสามารถของเจ้าชายปิศาจตะกี้ พวกเขารู้สึกกลัวนิดๆแต่ตอนนี้เจ้าชายปิศาจดูต่างไปจากเดิมในสายตาพวกเขา เจ้าชายปิศาจนั้นอันตรายแต่ถ้ามีคนฆ่ามันได้ด้วยคำรับรองของจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลัง เขาจะมีโอกาสอีก 50% ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ ความอันตรายและโอกาสนั้นมักจะมีร่วมกันเสมอ
“ ฮาฮา ขอบคุณ จักรพรรดิพลัง หากเป็นเช่นนั้นข้าจะไม่รู้สึกเสียดายในการสู้กับเจ้าชายปิศาจจนตัวตาย….” – ฉีไท่ พูดขึ้นมาดังก้องไปทั่วสนามรบ ตอนนั้นแม้ว่าจะดูด้อยกว่าแต่ ฉีไท่ ก็ยังรักษากำลังใจของตัวเองเอาไว้ได้ ความมั่นคงของวีรบุรุษนั้นน่าชื่นชม มนุษย์กว่าแสนคนต่างก็พากันโห่ร้องขึ้นมาทันที – “ ฆ่ามัน ! ฆ่ามัน ! ฆ่ามัน ! ….”
ในบรรดาเสียงโห่ร้องนี้ มันได้มีแสงปรากฏขึ้นมาทั่วร่างของ ฉีไท่ พร้อมกับดาบขนาดใหญ่รวมไปถึงเงาของภูเขาได้ปรากฏขึ้นมาด้านหลังเขา ฉีไท่ ได้ฟันเข้าใส่เงาภูเขาด้วยดาบของเขาแล้วผ่ามันออกเป็นสองส่วน หลังจากนั้นเงาก็ได้ส่องประกายเข้าไปในตัว ฉีไท่ จากนั้นดาบของเขาก็คมและทรงพลังขึ้นกว่าเดิมแล้วดึงเจ้าชายปิศาจเข้ามาในดาบแสงนี้ทันที
“ ดาบทลายภูเขา มันคือดาบทลายภูเขา ข้าไม่คิดว่าลอร์ดหลานหลิงนั้นจะปลุกสายเลือดดาบทลายภูเขาขึ้นมาได้…” – บางคนด้านหลังจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังได้อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นและแปลกใจ
ไม่มีใครคิดว่าลอร์ดหลานหลิงจะปลุกสายเลือดขึ้นมาได้ มนุษย์ทุกคนต่างก็เบิกตากว้างแล้วมองไปยังลอร์ดหลานหลิงด้วยความคาดหวัง
ถ้า ฉีไท่ ฆ่าเจ้าชายปิศาจได้ มันก็ไม่มีใครอิจฉาเขาเมื่อเขาได้รับน้ำพุเก้าสวรรค์และขึ้นเป็นจักรพรรดิ
แต่ท่ามกลางดาบแสงของ ฉีไท่ นั้น อยู่ๆก็มีพลังฉีสีดำปรากฏขึ้นมาที่ตัวเจ้าชายปิศาจ เกือบจะพร้อมกันนั้นมิติรอบตัวเจ้าชายปิศาจก็เริ่มหมุนวนราวกับน้ำวน ผลก็คือ ฉีไท่ และดาบแสงเริ่มสั่นไหวราวกับเรือที่อยู่ในน้ำเชี่ยว ฉีไท่ ไม่อาจจะควบคุมดาบแสงของตัวเองได้ง่ายดายแบบเดิมได้อีก
เมื่อเห็นแบบนั้นเสียงโห่ร้องฝั่งมนุษย์ก็เงียบลงไป
…
1 ชม.ต่อมา
ฉีไท่ ทำตัวได้สมกับเป็นลอร์ดหลานหลิง เขาได้ใช้ความยพยายามและใช้ลูกไม้ทั้งหมดของเขาในการสู้กับเจ้าชายปิศาจทั้งบนฟ้าและพื้นดิน การโจมตีของเขาราวกับสายฟ้าซึ่งได้ทำให้มิตินั้นเปลี่ยนสี พื้นดินนั้นเกือบจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ที่ราบก่อนหน้านี้ได้เต็มไปด้วยรอยฟันของดาบที่ไม่อาจจะจำสภาพเดิมได้อีกต่อไป…
ถ้า ฉีไท่ นั้นสู้กับปิศาจนายพลสูงสุดทั่วไป เขาคงฆ่าอีกฝ่ายไปนานแล้ว
แต่เจ้าชายปิศาจนั้นไม่เหมือนกัน ….
ตอนที่ปิศาจปีกได้ใช้หนามสีดำของมันแทงผ่านช่องว่างระหว่างเกราะกับหมวกของ ฉีไท่ มันก็ทำให้หัวของ ฉีไท่ หลุดออกไป สนามรบนั้นได้ตกสู่ความเงียบไปในทันที
หนามได้แทงทะลุคอของ ฉีไท่ ได้หายไปทันที หลังจากนั้นมันก็ได้แทงเข้าใส่หัวใจของ ฉีไท่ ในเวลาเดียวกันนั้นปิศาจปีกก็ได้ปล่อยหนามอีกอันในมือแล้วจับเอาหัวของ ฉีไท่ ที่เบิกตากว้าง หัวนั้นได้ระเบิดออกพร้อมกับส่วนที่เหลือของร่างกาย เลือดของนายพลสูงสุดได้กระจายไปทั่วท้องฟ้าจนเกิดรุ้งสีเลือดขึ้นมา นี่คือพลังส่วนสุดท้ายที่ ฉีไท่ ได้ทิ้งไว้ในโลกนี้
เกราะสีฟ้าของ ฉีไท่ ได้แตกออกเป็นชิ้นๆซึ่งยังคงลอยอยู่ในอากาศและตกเป็นของเจ้าชายปิศาจ
กองทัพมนุษย์กว่าแสนคนเงียบไปในทันที
เจ้าชายปิศาจอ้าปากแล้วสูบเอารุ้งสีเลือดเข้าไปในปากทันที
มันถึงกับเรอออกมา แสงสีแดงได้ส่องประกายออกมาทั่วร่างของมันและตาของมันก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเลือดพร้อมกับพลังฉีที่ดูรุนแรงขึ้นมา ผลก็คือมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
“ ใครอีก ? “- เจ้าชายปิศาจคำรามออกมาใส่กองทัพมนุษย์พร้อมกับทุบไปที่อกตัวเอง
กองทัพมนุษย์ต่างก็พากันเงียบ ส่วนกองทัพปิศาจพากันโห่ร้องขึ้นมา
นายพลสูงสุดทุกคนและราชาอมตะต่างก็พากันหลบสายตาของเจ้าชายปิศาจ
วันนี้มีนายพลสูงสุดสองคนที่โดนปิศาจปีกตัวนี้ฆ่า วังอมตะหลานหลิง….จบสิ้นแล้ว….
ไม่มีใครที่อยากจะเป็นศพที่สามที่ต้องตายที่นี่….
“ มีวีรบุรุษที่แท้จริงในหมู่มนุษย์รึเปล่า ? มีใครกล้าสู้กับข้าจนตัวตายรึเปล่า ? พวกเจ้ามีวังอมตะมากมายและมีนายพลกว่าแสนคน พวกเจ้าไม่มีคนแบบนั้นรึไง ? มีใครกล้าหาที่ตายอีกมั้ย ? ฮาฮา…” – เจ้าชายปิศาจหัวเราะออกมา
เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าชายปิศาจที่แข็งแกร่ง มนุษย์หลายคนต่างก็สีหน้าหม่นลง เจ้าชายปิศาจไม่อาจจะเอานายพลสูงสุดธรรมดามาเทียบได้ นายพลสูงสุดนั้นจะโดนมันฆ่า ตอนนี้ปิศาจถือว่าได้รับชัยชนะ…
‘เราจะป้องกันเขตใหญ่สวรรค์ได้รึเปล่า ?’
‘ตราบใดที่เจ้าชายปิศาจขึ้นเป็นจักรพรรดิ มันจะ….’
มนุษย์นั้นมีคนหลากหลายแบบ ในหมู่นายพลกว่าแสนคนนั้ั้นมีบางคนที่หงุดหงิดและกัดฟันแน่น สายตาของบางคนดูลังเลโดยเฉพาะพวกที่ไม่ใช่คนของจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลัง
“ ข้าจะสู้กับเจ้า…”
อยู่ๆก็มีเสียงที่ฟังดูมั่นคงดังก้องขึ้นมาซึ่งได้หยุดเสียงหัวเราะของเจ้าชายปิศาจทันที
หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น รอยยิ้มของจักรพรรดิปิศาจเทียมก็แน่นิ่งไปทันที…
ตอนที่มนุษย์มองไปยังที่ที่เสียงดังขึ้น จักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังก็จ้องไปยังด้านหลังของกองทัพมนุษย์
ปีกสีทองได้ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าและเสียงลมพัดซึ่งมาพร้อมกับเสียงของฟ้าร้อง !
ภายใต้ปีกสีทองนี้ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูใสซื่อและมั่นคงดังเช่นแต่ก่อน….