Castle of Black Iron - Chapter 1896: พลิกผัน
Chapter 1896: พลิกผัน
หลังจากที่จักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังได้มองตากันเสร็จกว่าครึ่งชั่วโมง การต่อสู้ในสนามรบก็เกือบจะจบลง
หลังจากที่เกิดการระเบิด นายพลมนุษย์ก็ฉีกเกราะพลังฉีของปิศาจวัวและแทงทะลุเกราะของมันด้วยดาบ หลังจากนั้นดาบของเขาก็แทงทะลุไปถึงหัวใจของปิศาจจนทะลุมาอีกด้าน
ปรากฏว่าดาบนั้นเป็นชุดอมตะ นอกจากจะคมแล้วมันยังมีผลอื่นเพิ่มเติมอยู่ด้วย หลังจากที่ร่างของปิศาจวัวโดนแทงทะลุ มันก็เกิดชั้นน้ำแข็งขึ้นมา
ตอนที่นายพลลมกำลังจะดึงดาบเฉือนเป็นแนวนอนเพื่อเปิดบาดแผลออกอีก 10 เท่า ปิศาจวัวได้ร้องคำรามออกมาแล้วเปล่งแสงสีแทงออกจากอกและหลัง ในเวลาเดียวกันนั้นสัญลักษณ์ปิศาจที่แสดงถึงคามสามารถของปิศาจวัวก็ปรากฏขึ้นตามร่างกายของมัน ในเสี้ยววินาทีนั้นดาบยาวก็หยุดนิ่งไม่อาจจะขยับได้อีก ในเวลาเดียวกันนั้นปิศาจวัวก็ได้ใช้ขวานฟันเข้าใส่นายพลลม
ในตอนวิกฤตนั้นนายพลลมไม่ได้ถอย เขากำลับคำรามแล้วใช้ไหล่ชนเข้ากับด้ามดาบอย่างแรง ในเสี้ยววินาทีดาบนั้นก็ได้แทงทะลุออกถึงหลังเหลือไว้แต่เพียงด้ามจับบนเกราะของปิศาจวัว
ตอนที่ปิศาจวัวกระอักเลือดออกมานั้น มนุษย์ได้โจมตีเข้าที่ซี่โครงของมัน ตอนนั้นแสงสีแดงและสัญลักษณ์ปิศาจที่ได้โผล่ขึ้นมาที่ขาของปิศาจวัว หลังจากนั้นปิศาจวัวก็ได้ใช้เข่าโจมตีเข้าที่ท้องน้อยของนายพลลม ผลก็คือเกราะพลังฉีและเกราะของชายคนนั้นถึงกับแตกออก หลังจากนั้นปิศาจวัวก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บหนักแต่ชายคนนนั้นก็ได้ใช้หัวโหม่งเสยเข้าที่คางของปิศาจวัว ทำให้หัวของปิศาจวัวถึงกับกระเด็นขึ้นและเลือดกระจายออกมา ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้พุ่งไปที่ด้านข้างของปิศาจวัวแล้วทำลายเกราะพลังฉีของมันด้วยมืออีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็จับไปที่ด้ามดาบด้วยมือทั้งสองข้างแล้วดึงเฉือนเป็นแนวนอน
ตอนนั้นแสงสีแดงที่ตัวของปิศาจวัวเริ่มสั่นไหว สัญลักษณ์ปิศาจเริ่มจางหายไปด้วย ขวานนั้นไม่เหมาะกับการโจมตีใกล้แบบนี้แต่ด้ามจับคมๆของขวานได้แยกออกจากตัวใบมีดและกลายเป็นหอกสั้น หลังจากนั้นปิศาจวัวก็ได้จับหอกสั้นด้วยมือทั้งสองข้างแล้วแทงเข้าที่หลังของชายหนุ่มอย่างแรง….
เลือดกระจายออกมาจากทั่วทุกทิศทาง มันถึงเวลาช่วงสุดท้ายของการต่อสู้นี้แล้ว
ปิศาจวัวลดไหล่ลงมาแล้วใช้แขนทั้งสองข้างบีบตัวชายหนุ่ม ในขณะเดียวกันมันก็ได้ใช้หอกแทงเข้าซ้ำๆ ชายหนุ่มนั้นยังคงตั้งใจที่จะใช้ดาบผ่าปิศาจวัวให้ขาดเป็นสองส่วน
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอยู่นานพร้อมกับเสียงร้อง จากนั้นพวกเขาก็ตกลงไปที่พื้นจากความสูง 100,00 ม.ด้วยความเร็วมากกว่าเสียงหลายเท่าจนทำให้เกิดหลุมลึกและควันลอยออกมาราวกับระเบิด…
ตอนนั้นนายพลมนุษย์และนายพลปิศาจกว่า 200,000 คนต่างก็มองไปที่หลุมลึกนั้น เมื่อได้ยินเสียงร้องจากสนามรบ พวกเขาต่างก็พากันเงียบ
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีควันก็จางลงไป พื้นดินในระยะ 100 ม.ปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งตอนนั้นมีร่างหนึ่งได้บินออกมาจากหลุมลึก มันคือนายพลมนุษย์ นายพลนี้เลือดชุ่มไปทั้งตัวพร้อมกับหอกที่ปักอยู่ที่หลัง หลังจากที่มองไปยังกองทัพปิศาจแล้ว เขาก็ได้บินกลับไปยังฝั่งกองทัพมนุษย์
ปิศาจวัวโดนผ่าออกเป็นสองส่วนที่ตรงอก สองส่วนของมันตอนนี้อยู่ห่างกันไม่กี่เมตร ตอนนี้พวกมันโดนแช่แข็ง
หลังจากเงียบได้ไม่นาน นายพลมนุษย์กว่าแสนคนก็ได้ร้องดีใจออกมา ในทางกลับกันแล้วกองทัพปิศาจกลับได้แต่เงียบ
ไม่นานหลังจากนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ได้มาถึงส่วนตรงหน้าของเรือบินที่ซึ่งจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังนั่งอยู่
ชายหนุ่มที่สู้กับปิศาจวัวนั้นเป็นชายวัยกลางคนตาชั้นเดียวและมีหน้าตาธรรมดา เขาได้คุกเข่าข้างหนึ่งให้กับจักรพรรดิพลังที่นั่งอยู่บนเรือบินแล้วพูดออกมา – “ ซินเฉียนหลง…ได้ทำตามที่หัวหน้าคาดหวังไว้และฆ่าศัตรูได้…”
ในเวลาเดียวกันนั้นที่ที่เขาคุกเข่าลงไปก็ได้กลายเป็นบ่อเลือด
“ ซินเฉียนหลง ได้สร้างผลงานด้วยการฆ่านายพลปิศาจหนึ่งตัว การกระทำของเขาได้สร้างกำลังใจของวังจักรพรรดิพลังและมนุษย์ ข้าให้รางวัลคริสตัลไฟ 100,000 ชิ้นกับเขา ไปพักผ่อนซะ หวังว่าเจ้าจะหายดีในไม่ช้า…” – หลังจากที่มองไปรอบๆแล้ว จักรพรรดิพลังก็พูดขึ้นมาอย่างใจเย็น
“ ขอบคุณ หัวหน้า… “- ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วถูกพาไปทำการรักษา
ตอนนั้นเองรอบๆก็มีแต่เสียงแสดงความยินดี
ตอนนั้นนอกจากจักรพรรดิพลังและจักรพรรดิดาวแล้ว หัวหน้าตระกูลและนิกายในเขตใหญ่สวรรค์ก็อยู่ที่เรือบินนั้นด้วย อีกอย่างแล้วมีลอร์ดของวังสูงสุด 3 คนอยู่ด้วย วังอมตะทั้งสามมีหลายเมืองอยู่ในเขตใหญ่สวรรค์ พวกเขาไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพปิศาจ พวกเขาไม่กล้าที่จะเข้าร่วมกองทัพของวังจักรพรรดิทั้งสองในโอกาสนี้ด้วย
แน่นอนว่าจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังได้รับปากกับพวกลอร์ดนี้เอาไว้ ดังนั้นพวกลอร์ดเหล่านี้จึงลืมเรื่องความขัดแย้งที่มีต่อกันและเข้าร่วมสงครามนี้กับลูกน้องของตน
หลังจากที่ได้รับชัยชนะ กำลังใจของฝั่งมนุษย์ก็เพิ่มสูงขึ้น ในเวลาเดียวกันปิศาจปีกตัวหนึ่งก็ได้บินออกมาจากกองทัพปิศาจและได้มายังใจกลางสนามรบ จากนั้นมันก็มองมาที่กองทัพมนุษย์ด้วยสีหน้าดุดัน
ปิศาจปีกไม่ได้พูดอะไร มันได้ปล่อยพลังฉีออกมา หลังจากนั้นมันก็มีแสงหนึ่งพุ่งตัดไป
แสงนั้นแทนดินแดนของนายพลสูงสุด ดินแดนของอัศวินปราชญ์
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่นายพลสูงสุดสองคนมาสู้กัน หลังจากที่มองไปยังปิศาจปีกที่ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นก็มองไปยังลอร์ดทั้งสามข้างกาย จักรพรรดิดาวก็ได้พูดขึ้นมา – “ มันคือปิศาจนายพลสูงสุด มีลูกน้องคนไหนของเจ้าอยากจะไปสู้กับมันมั้ย ? “
พวกเขาได้สลับกันไปสู้ เพราะวังจักรพรรดิทั้งสองเพิ่งจะชนะมาแค่ครั้งเดียว ขุมกำลังมนุษย์จึงต้องส่งคนไปสู้กับปิศาจเท่าที่ทำได้ยกเว้นเพียงวังสูงสุดทั้งสาม
หลังจากที่มองหน้ากันแล้ว ลอร์ดทั้งสามก็มองไปยังปิศาจปีก หนึ่งในนั้นได้พยักหน้าเล็กน้อย ผู้อาวุโสชุดขาวคนหนึ่งด้านหลังได้ก้าวออกมาและพูดขึ้น – “ เยกูยู หัวหน้าศาลของวังอมตะหลานหลิงจะไปสู้เอง…”
เพราะนายพลสูงสุดนั้นต่างก็มากประสบการณ์และมีดินแดนของตัวเอง มันจึงยากที่พวกเขาจะฆ่าศัตรูได้ในการต่อสู้ระยะใกล้ ในหลายๆครั้งทั้งสองฝ่ายอาจจะพ่ายแพ้และได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะกลับมาที่ฝั่งตัวเอง การต่อสู้ของนายพลสูงสุดก่อหน้านี้ก็มีผลลัพธ์แบบเดียวกัน จากความอันตรายแล้ว การต่อสู้เช่นนี้อันตรายน้อยกว่าการต่อสู้ระหว่างนายพลระดับต่ำ พวกระดับต่ำนั้นง่ายที่จะโดนฆ่า
จากนั้น เยกูยู หัวหน้าศาลของวังอมตะหลานหลิงได้บินไปยังใจกลางสนามรบ
…
แต่หลังจากนั้น 1 ชม.ร่างของ เยกูยู ก็ระเบิดเป็นชิ้นๆและเปลี่ยนเป็นฝนเลือด…
สนามรบเงียบไปทันที จากนั้นพวกปิศาจก็ร้องดีใจออกมา ในเวลาเดียวกันนั้นจักรพรรดิดาว, จักรพรรดิพลังและนายพลคนอื่นๆต่างก็พากันเปลี่ยนสีหน้าไป….
“ คนต่อไป ! “ – ปิศาจปีกพูดออกมาอย่างเย็นชาราวกับเสียงลมอันหนาวเหน็บที่พัดเข้ามาหากองทัพมนุษย์…