Castle of Black Iron - Chapter 1895: สนามรบ
Chapter 1895: สนามรบ
ถ้าคนธรรมดาที่มีความแข็งแกร่งเท่ากันมาปะทะกันด้วยดาบ มันต้องมีคนหนึ่งที่ตายอย่างแน่นอน มันคงใช้เวลาไม่กี่นาทีที่จะจบการต่อสู้ ถ้าคนหนึ่งมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวกว่า เขาก็อาจจะชนะได้ผ่านการฟันที่บ้าคลั่ง คนที่กล้าหาญจะชนะเมื่อเจอกันในระยะใกล้
ถ้าสองฝ่ายได้เป็นนักสู้เหนือระดับ 10 มันต้องใช้เวลานานกว่าเดิมเล็กน้อยในการต่อสู้ มันคล้ายกับการต่อสู้ระหว่างนักมวยน้ำหนักเท่ากัน เพราะทั้งสองฝ่ายมีประสบการณ์และทักษะรวมถึงมีพลังไม่ต่างกันมากนัก การต่อสู้แบบนี้ยากที่จะจบลงในเวลาอันสั้นได้ การต่อสู้จะไม่จบลงจนกระทั่งถึงช่วยสุดท้ายเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยๆรึพลังที่ด้อยกว่าเล็กน้อยหรือไม่ก็การเคลื่อนไหวที่ช้ากว่า, การตัดสินใจรึแม้แต่การเหม่อลอย
ถ้ากองทัพทั้งสองมีพลังรบเท่ากับในสนามรบ มันต้องใช้เวลานานกว่าเดิมกว่าจะจบการต่อสู้ได้เพราะมีสิ่งให้ตัดสินเพิ่มขึ้นกว่าเดิม อีกอย่างแล้วมันมีรูปแบบในการต่อสู้มากกว่าเดิมด้วย
ยิ่งกองทัพยิ่งใหญ่เท่าไหร่ มันก็ต้องใช้เวลานานกว่าเดิมที่จะจบการต่อสู้
มันเหมือนกับสงครามระหว่างประเทศรึเผ่าพันธุ์ เมื่อสองฝ่ายสู้กันในสนามรบเดียวกัน พวกเขาก็ไม่อาจจะเอาชนะกันได้ง่ายๆ
ในดินแดนโม่เทียน มนุษย์กับปิศาจสู้กันมากว่าหมื่นปี แน่นอน่วาพวกเขามีสิทธิในการเผชิญหน้ากับปิศาจ
ในช่วงปีหลังๆเพราะแผนการของจักรพรรดิปิศาจเทียม มันจึงมีปัญหาในหมู่มนุษย์ ปิศาจน่ะได้เปรียบในเขตใหญ่สวรรค์และเป็นภัยต่อมนุษย์ทีละขั้นๆแต่มนุษย์ไม่ได้ลดความต้านทาน รากฐานของพวกเขายังคงแข็งแกร่ง ดังนั้นมนุษย์จึงสามารถเผชิญหน้ากับปิศาจในเขตใหญ่สวรรค์ได้
ตอนที่วังจักรพรรดิทมิฬยังไม่เผยตัวออกมา มันอันตรายสำหรับมนุษย์มากกว่านี้แต่หลังจากที่มันถูกเปิดเผยอกมา ความอันตรายของมันก็อยู่ภายใต้การควบคุม มนุษย์นั้นหาวิธีในการจัดการมันได้เสมอ
จักรพรรดิปิศาจเทียมน่ะเจ้าเล่ห์และคาดการณ์ไม่ได้ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์กลัวที่สุดแต่ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่ง, ฉลาดและเจ้าเล่ห์แค่ไหนแต่มันก็ยังไม่อาจจะเผชิญหน้ากับมนุษย์ทั้งหมดได้ เมื่อมนุษย์สามารถอยู่ได้ในดินแดนโม่เทียนมากกว่าหมื่นปี พวกเขาก็ต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง
ตอนที่ จางเทีย ได้รับการรักษาอยู่ในเมืองจักรพรรดิแรง วังจักรพรรดิแรงได้รวบรวมคนมีความสามารถในการหาทางตรวจสอบพิษรูนแต่การตรวจจับพวกนี้ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ แม้ว่าจะใช้สำหรับฉุกเฉินแต่มันก็ยากที่จะผลิตขึ้นมาจำนวนมากในเวลาอันสั้นได้ วังจักรพรรดิดาวและวังจักรพรรดิพลังได้ร่วมมือกันในการหาทางแก้เพื่อจัดการกับวังจักรพรรดิทมิฬไม่นานหลังจากที่ จางเทีย ได้ถูกดูดเข้าไปในคุกอมตะ
หลังจากที่ได้ตัวอย่างพิษรูนจากวังจักรพรรดิดาวแล้ว วังจักรพรรดิแรงก็ยืนยันว่าพิษรูนนั้นไม่อาจจะผ่านระบบป้องกันของเมืองมาได้ หลังจากนั้นวังจักรพรรดิดาวและวังจักรพรรดิพลังก็ได้ส่งนายพลของตัวเองมายังเมืองจักรพรรดิแรงเพื่อทดสอบ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกนายพลที่ไม่โดนพิษรูนแต่มันเหมือนกับเข้าไปในนรกสำหรับพวกนายพลที่รู้ว่าตัวเองโดนพิษรูน ถ้าพวกเขาไปที่นั่น พวกเขาก็จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและต้องตายทันที แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าจะไปที่นั่น
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าจักรพรรปิศาจเทียมได้ติดตั้งพิษรูนไว้ในสมองของนายพลแต่วังจักรพรรดิดาวและวังจักรพรรดิพลังก็จะฆ่านายพลที่ปฏิเสธจะไปยังเมืองจักรพรรดิแรงรึหนีไประหว่างทางโดยไม่สนว่าพวกนั้นมีตำแหน่งรึข้อแก้ตัวใดๆ ! สำหรับพวกที่แอบหนีไปก่อนจะเดินทางไปยังเมืองจักรพรรดิแรง พวกนั้นจะโดนตรวจสอบการทำงานภายในวังอมตะ
สุดท้ายในเวลาไม่นานวังจักรพรรดิดาวและวังจักรพรรดิพลังก็ได้ใช้วิธีที่ง่ายที่สุดนี้ในการกำจัดสายในหมู่วังของตน นอกจากพวกนายพลที่โดนพิษรูนแล้ว พวกเขาถึงกับค้นพบสายของปิศาจในวังของตนด้วย ผลก็คือคนของพวกเขาก็โดนตรวจสอบทั้งหมด กำลังใจของวังทั้งสองก็คงที่ขึ้นมา
หลังจากที่วังจักรพรรดิทั้งสองได้ทำเช่นนี้ วังจักรพรรดิแรงได้ปรากฏตัวและเชิญพวกหัวหน้าวังระดับสูงสุด 13 คนที่มีเรื่องกับวังจักรพรรดิทั้งสองในเขตกลางไม้เพื่อหาทางออกในปัญหานี้
วังจักรพรรดิแรงแน่นอนว่าโดดเด่นกว่าวังจักรพรรดิทั้งสอง แน่นอนว่ามันเหมือนกับป้ายประกาศของมนุษย์ หลังจากที่ได้รับคำเชิญจากเมืองจักรพรรดิแรง หัวหน้าวัง 12 จาก 13 คนก็ได้มายังเมืองจักรพรรดิแรง คนที่ไม่ได้มาคือ ลอร์ดเฟิงหยุน เจียงเหิงตง
ตอนที่ลอร์ดเหล่านั้นได้มารวมตัวกันในเมืองจักรพรรดิแรง จักรพรรดิดาวได้ร่วมมือกับขุมกำลังของวังจักรพรรดิแรงในการเข้าโจมตีวังอมตะเฟิงหยุนในเมืองเฟิงหยุนและค้นพบวังเต่างูซึ่งเป็นวังสาขาของวังจักรพรรดิทมิฬ หลังจากที่ข่าวนี้ถูกเปิดเผยออกมา มันก็ได้สร้างความตกใจไปทั่วดินแดนโม่เทียน
แม้แต่ลอร์โคนหนึ่งก็ยังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิปิศาจเทียม การค้นพบนี้ทำให้ลอร์ด 12 คนต้องช็อก
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมานั้นราบรื่นขึ้น หลังจากที่วังจักรพรรดิทั้งสองรับมือกับปัญหาด้วยวิธีนี้ วังสูงสุดทั้ง 12 แห่งก็ได้ใช้วิธีเดียวกันด้วยการส่งนายพลมายังเมืองจักรพรรดิแรงเพื่อทำการทดสอบ หลังจากนั้นวังจักรพรรดิทั้งสองและวังสูงสุด 12 แห่งก็ได้ประกาศออกมา วังอมตะทังหมดรวมถึงนิกายและตระกูลในเขตใหญ่,เขตกลางและเขตเล็กต้องมายังเมืองจักรพรรดิแรงเพื่อทำการทดสอบ พวกที่ไม่มาก่อนเวลาที่กำหนดนั้นจะถือว่าเป็นนายของวังจักรพรรดิทมิฬและโดนฆ่าโดยไม่สนว่าเป็นกลุ่มรึตระกูลไหน แม้แต่พวกที่หนีไปก็จะถูกไล่ล่าและกลายเป็นคนร้าย
แม้ว่าวิธีที่ตรงไปตรงมานี้จะดูง่ายและดูหยาบแต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับวังจักรพรรดิทมิฬและการตรวจสอบพิษรูน ไม่มีสายของวังจักรพรรดิทมิฬที่จะหนีไปได้ พวกนายพลที่ได้รับพิษรูนมา, พวกสายของวังจักรพรรดิทมิฬในเขตมนุษย์ แม้แต่พวกปิศาจปลอมแปลงที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่มนุษย์ก็จะเปิดเผยตัวออกมาเอง
นอกจากวังเต่างูในเมืองเฟิงหยุนแล้ว วังเสือขาวในเขตใหญ่สวรรค์, วังนกกุหลาบในทะเลแดงและพวกตระกูลกับนิกายภายใต้การควบคุมของวังจักรพรรดิทมิฬก็โดนทำลายไปโดยวังจักรพรรดิทั้ง 3 และวังสูงสุดทั้ง 12 แห่ง พวกคนของวังจักรพรรดิทมิฬต้องโดนฆ่าไม่ก็ต้องหนี พวกนั้นไม่อาจจะทำร้ายคนได้อย่างเดิมอีกต่อไป
แม้ว่าจักรพรรดปิศาจเทียมและวังจักรพรรดิทมิฬจะใช้หลายวิธีในการหยุดเรื่องนี้แต่ก็ไม่อาจจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้
กว่า 7 ปีที่ผ่านมาขอบเขตมนุษย์และวังอมตะนั้นตกอยู่ในความวุ่นวายเพราะวังจักรพรรดิทมิฬ ดังนั้นปิศาจจึงได้โอกาสเข้าโจมตีมนุษย์ในเขตใหญ่สวรรค์แต่วังจักรพรรดิทมิฬเองก็เสียหายจาการโจมตีนี้ระหว่างช่วงเวลาที่มนุษย์หาทางรับมือได้ มันตีความได้ว่าวังจักรพรรดิทมิฬเติบโตขึ้นมาและล่มสลายไปแบบลับๆ
แม้ว่าวังจักรพรรดิทมิฬจะไม่ได้ฝังรากใหญ่โตอะไรในหมู่มนุษย์และคนของวังจักรพรรดิทมิฬจะยังโดนไล่ล่าแต่ขุมกำลังที่พวกมันมีก็อ่อนแอกว่าเมื่อ 7 ปีก่อน
บางทีมีแค่จักรพรรดิปิศาจเทียมเองที่เข้าใจว่าวังจักรพรรดิทมิฬทำตามเป้าหมายที่มันตั้งเอาไว้เมื่อ 7 ปีก่อนหรือไม่ ถ้าวังจักรพรรดิทมิฬไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาโดย จางเทีย มันคงไม่เกิดการระวังตัวในหมู่มนุษย์เร็วแบบนี้ ถ้าวังจักรพรรดิทมิฬไม่รู้ถึงทักษะลับของนิกายหยินหยาง มันคงไม่ย้ายนายพลที่โดนพิษรูนไปไว้ที่อื่น ถ้าวังจักรพรรดิทมิฬควบคุมวังจักรพรรดิมังกรได้แบบลับๆ วังจักรพรรดิทมิฬก็อาจจะมีอนาคตที่สดใส
มนุษย์นั้นแย่งชิงดินแดนในเขตใหญ่สวรรค์กัน พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ปิศาจยึดครองเขตนี้ไปได้ พวกระดับสูงต่างก็รู้ว่าเขตนี้มีความหมายเพียงใดต่อมนุษย์
ถ้าประเทศต้องการต้านทานขุมกำลังภายนอก พวกเขาก็ต้องจัดการกับภายในของประเทศตัวเองให้ดีซะก่อน หลังจากที่กำจัดภัยจากวังจักรพรรดิทมิฬไปได้ วังจักรพรรดิดาวและวังจักรพรรดิพลังก็ได้พากองทัพมาต้านทานปิศาจที่ที่ราบเทพ
ตอนที่สองกองทัพเผชิญหน้ากัน สงครามนั้นไม่อาจจะจบลงได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันโดยเฉพาะกับการที่ทั้งสองฝ่ายได้รับความช่วยเหลือจากแนวหลัง
สงครามระหว่างสองกองทัพนี้ไม่ได้เรียบง่ายและตรงไปตรงมาเหมือนกับการทะเลาะกันของคนสองคน
กองทัพปิศาจและกองทัพมนุษย์ได้เผชิญหน้ากันมาหลายวัน ตลอดหลายวันมานี้การต่อสู้ไม่เคยที่จะลดลงเลย มันมีตั้งแต่นายพลดุดันจนไปถึงนายพลสูงสุด จำนวนผู้ที่เข้าร่วมการต่อสู้นั้นมีตั้งแต่ 3-10,000 คน ผู้สั่งการของทั้งสองกองทัพอยู่ในแคมป์ของตัวเองที่มีนายพลนับแสน นอกจากสังเกตคู่ต่อสู้แล้ว พวกนั้นก็ยังสั่งการให้กองกำลังของตัวเองในการสู้กับอีกฝ่าย ในตอนที่โจมตีพวกเขาก็ต้องป้องกันเผื่อว่าศัตรูจะลอบโจมตีด้วย ในขณะเดียวกันก็มองหาช่องโหว่งของคู่ต่อสู้ไปด้วย
ในการปะทะกันของสองกองทีพนี้ การต่อสู้ระหว่างนายพลนั้นปลุกกำลังใจได้มากที่สุด !
การต่อสู้ระหว่างนายพลทั้งสองฝ่ายที่อยู่ระดับเดียวกันต่อหน้านายพลนับแสนๆโดยเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพันนั้นถือว่าเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดในดินแดนโม่เทียน
ผู้สั่งการเองก็ชอบวิธีการต่อสู้แบบนี้เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ฝ่ายตัวเองชนะ พวกเขาก็จะลดกำลังใจของศัตรูไปได้ ถ้าพวกเขาชนะการต่อสู้แบบนี้หลายครั้ง พวกเขาก็จะได้ชัยชนะในที่สุด
นายพลมนุษย์และนายพลปิศาจทั่วไปก็ชอบการต่อสู้แบบนี้ ปิศาจกระหายสงครามอยู่แล้ว มันมีมนุษย์ที่กล้าหาญหลายคนอยู่ด้วย พวกที่ชนะการต่อสู้นี้จะได้เป็นวีรบุรุษที่แท้จริง มันเป็นทางลัดที่นายพลหลายคนจะสร้างความสำเร็จและชื่อเสียงของตน
เพราะสงครามระหว่างมนุษย์กับปิศาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับปิศาจจึงต้องมีวิธีการต่อสู้แบบนี้อยู่ด้วย
สิ่งที่เรียกว่าการดวลกันระหว่างนายพลถูกเรียกว่ารต่อสู้แห่งเกียรติในโลกที่ จางเทีย จากมา
การต่อสู้ระหว่างอัศวินสวรรค์สองคนในที่ราบเทพได้เข้าสู่ช่วงดุเดือดทันทีที่เริ่ม การปะทะกันระหว่างพลังฉีและเสียงระเบิดดังก้องไปทั่วท้องฟ้าราวกับเสียงฟ้าร้อง
ในโอกาสนี้แม้ว่านายพลที่มาสู้นี้จะบินได้รวดเร็วแต่พวกเขาก็ไม่ได้เปรียบอะไรจากจุดนี้ในสนามรบ ไม่งั้นแล้วเมื่อบินหนีไปด้วยความเร็วสูง พวกเขาก็ดูเหมือนว่าจะหนีซึ่งเป็นการลดกำลังใจของฝั่งตัวเอง ผู้สั่งการไม่ชอบส่งคนแบบนั้นไปสู้ แม้ว่าคนแบบนั้นจะเหนือกว่าในตอนสุดท้ายแต่เขาก็จะส่งผลเสียต่อฝ่ายตัวเอง
การดวลกันระหวางนายพลนี้หมายถึงว่าการที่ทั้งสองฝ้ายนั้นมาสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน คนที่ฆ่าคู่ต่อสู้ได้ในเวลาที่สั้นที่สุดก็จะถือว่าเป็นวีรบุรุษ การต่อสู้นี้แสดงถึงพลังของผู้ชนะ
อีกอย่างแล้วดูจากข้อตกลงของผู้สั่งการทั้งสองฝ่ายแล้ว ไม่มีนาลพลปิศาจรึนายพลมนุษย์คนไหนที่เข้าร่วมการต่อสู้ที่ต่ำกว่าขั้น 8 ในระดับของตนเลย ทั้งสองฝ่ายนั้นอยู่ในจุดสูงสุดของระดับตัวเองที่กำลังจะขึ้นไปยังระดับต่อไปในไม่ช้า แน่นอนว่าการต่อสู้แบบนี้ทำให้มันตื่นเต้นมากกว่าเดิม
หลังจากที่ปะทะกันมามากกว่า 1 ชม. ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มหลั่งเลือด
จักรพรรดิดาวได้ยินเสียงร้องของนายพลมนุษย์และนายพลปิศาจ เสียงนี้ทำให้อากาศรอบๆสั่นไหว
เกราะพลังฉีของปิศาจนายพลลมได้แตกก่อน เพราะความช็อกจากเกราะพลังฉีที่แตกออก ปิศาจวัวจึงเริมกระอักเลือดออกมา ในเวลาเดียวกันนั้นนายพลมนุษย์ก็โจมตีหนักกว่าเดิม เมื่อเห็นแบบนั้นกำลังใจฝั่งมนุษย์ก็เพิ่มขึ้น
ตอนนั้นจักรพรรดิดาวได้รับข่าวจากเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิดาวอึ้งไปสักพัก หลังจากนั้นเขาก็มองไปยังจักรพรรดิพลังที่อยู่ข้างๆ จักรพรรดิดาวรู้ว่าจักรพรรดิพลังคงได้รับข่าวนี้แล้วหากดูจากอำนาจที่จักรพรรดิพลังมี
จักรพรรดิพลังมองไปที่จักรพรรดิด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อย —- เขายังมีชีวิตอยู่ ข้าสงสัยว่าจักรพรรดิปิศาจหกแขนนั้น…..
จางเทีย ได้สร้างผลงานให้กับมนุษย์ในดินแดนโม่เทียน แค่เพียงการลากจักรพรรดิปิศาจหกแขนเข้าไปในคุกอมตะก็ได้ช่วยมนุษย์อย่างมากแล้วในสายตาของจักรพรรดิอย่างจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลัง นายพลลมคนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่านายพลทุกคนอีกทั้งยังเป็นจักรพรรดิมังกรได้ตายไปพร้อมกับจักรพรรดิปิศาจหกแขน นี่เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม ถ้าจักรพรรดิปิศาจหกแขนยังมีชีวิตอยู่ การกำจัดวังจักรพรรดิทมิฬก็คงไม่ราบรื่นแบบนี้ใน 7 ปีที่ผ่านมาและสถานการณ์ในเขตใหญ่สวรรค์เองก็ต้องแย่กว่านี้อีก
จักรพรรดิปิศาจตัวหนึ่งแน่นอนว่าเป็นภัยต่อมนุษย์มากกว่านายพลปิศาจนับหมื่นชีวิต
จักรพรรดิปิศาจหกแขนเป็นจักรพรรดิปิศาจตัวแรกที่โดนฆ่าหลังจากจักรพรรดิรูน การตายของจักรพรรดิปิศาจหกแขนถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับมนุษย์เพราะมันได้ลดความต่างระหว่างมนุษย์กับปิศาจในด้านจำนวนของขุมกำลัง ดังนั้นจักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
—- เขาออกมาจากคุกอมตะได้ยังไง ?
—- บางทีเขาอาจจะโชคดี !
—- แล้วจักรพรรดิปิศาจหกแขนไปไหน ?
—- บางทีเราคงได้แต่ถามเขาเรื่องนี้ !
—- ดูจากชื่อเสียงของวังจักรพรรดิแรงและจักรพรรดิมังกรคนเก่าและความจริงที่เขาได้สร้างผลงานนี้ให้กับมนุษย์ ข้าจะปล่อยเขาไว้ตราบใดที่เขาทำตัวเชื่อฟังแต่เขาต้องส่งของที่เขาได้มาจากคุกอมตะและวิธีที่เขาเข้ามาในดินแดนโม่เทียนมา จากนั้นข้าจะแบ่งมันกับเจ้า !
—- เจ้ามั่นใจรึว่าเขาจะส่งมันให้เจ้า ?
—- ไม่สำคัญ เขาก็แค่นายพลสูงสุด ถ้าเขาขึ้นเป็นจักรพรรดิและปลุกจักระอมตะขึ้นมา เราคงรู้สึกถึงมันตอนที่เขาออกมาจากคุกอมตะ นายพลสูงสุดอาจจะมีลูกไม้บ้างแต่มันก็แค่สิ่งเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเรา
—- ปล่อยไปตามธรรมชาติ คนแบบนี้ได้สร้างผลงานให้กับมนุษย์ เขาไม่ควรโดนเราฆ่า…
หลังจากที่มองตากันแล้ว จักรพรรดิดาวและจักรพรรดิพลังก็สื่อสารกันได้อย่างมากมายและได้คำตัดสินออกมา