Castle of Black Iron - Chapter 1894: เขตของสงคราม
Chapter 1894: เขตของสงคราม
ตามที่ ซูไห่เม่ย และ หยิงเฟยกิง บอกมา จางเทีย ได้รู้เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในดินแดนโม่เทียนกว่า 7 ปีที่ผ่านมา ตอนที่อยู่ในเมืองมังกรทะเลและเมืองในเมฆนั้น ก่อนที่จะฆ่าปราชญ์เลือดดำและ หยุนเทียนเฮา รวมถึงนายพลของวังห้าธาตุนั้น จางเทีย ได้รับข้อมูลเพิ่มจากความทรงจำจากคนเหล่านั้น หลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว จางเทีย ก็รู้ถึงสถานการณ์โดยรวมของดินแดนโม่เทียน
มันเหมือนกับสถานการณ์ที่วังจักรพรรดิมังกรเผชิญอยู่ตอนนี้ สถานการณ์โดยรวมของมนุษย์นั้นไม่ได้ดีเลย เขตใหญ่สวรรค์ได้กลายเป็นสนามรบระหว่างมนุษย์กับปิศาจในดินแดนโม่เทียน
มันก็เหมือนกับที่ จางเทีย ได้เดาเอาไว้ก่อนจะได้เข้าไปในคุกอมตะ จักรพรรดิปิศาจเทียมจงใจให้เป็นแบบนี้ด้วยการก่อตั้งวังจักรพรรดิทมิฬแล้วก่อเรื่องต่างๆขึ้นมารวมถึงแผนการในหุบเขาทมิฬด้วย
ตอนนั้น จางเทีย ไม่รู้จุดประสงค์ของจักรพรรดิปิศาจเทียมแต่ 7 ปีต่อมานี้ในที่สุดเขาก็รู้เป้าหมายของจักรพรรดิปิศาจเทียมรึปิศาจทั้งหมดคือเขตใหญ่สวรรค์
จักรพรรดิปิศาจเทียมนั้นได้เข้าโจมตีวังจักรพรรดิมังกรถึง 3 ครั้งเผยให้เห็นถึงภูมิหลังของ จางเทีย กับวังจักรพรรดิมังกรรวมถึงการโยนเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรให้กองกำลังอื่นมาแย่งชิง การกระทำเหล่านี้นั้นล้วนแต่อยู่ในแผนการของปิศาจเพื่อเขตใหญ่สวรรค์
วังจักรพรรดิทมิฬได้ก่อความขัดแย้งขึ้นมาในหมู่มนุษย์เพื่อไม่ให้วังอมตะร่วมมือกันในการสู้กับปิศาจ ความวุ่นวายจาการต่อสู้ระหว่างวังระดับสูงสุดกับวังจักรพรรดิสองแห่งในเขตกลางไม้รวมถึงความขัดแย้งระหว่างนายพลที่โดนพิษรูนกับพวกนายพลที่ไม่โดนพิษรูนในที่สุดก็ทำให้การร่วมมือกับของมนุษย์ในการสู้กับปิศาจนั้นพังลง
ตอนที่วังอมตะกับนายพละกำลังสู้กันเองและระวังตัวต่อกันและกัน พวกเขาจะเป็นหนึ่งเดียวกันในการสู้กับปิศาจได้ยังไง?
ก่อนหน้านี้เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับปิศาจเกิดขึ้นในเขตใหญ่สวรรค์ วังอมตะต่างก็ร่วมมือกันในการป้องกันการโจมตีจากปิศาจในเขตใหญ่สวรรค์ อีกอย่างแล้วนายพลเป็นพันคนก็ได้เข้าร่วมต่อสู้กับปิศาจเพื่อสร้างผลงานให้กับตัวเอง
ไม่กี่ปีก่อนความขัดแย้งระหว่างวังอมตะที่ก่อตัวขึ้นโดยวังจักรพรรดิทมิฬได้ทำลายความเชื่อใจของวังอมตะและความสัมพันธ์ระหว่างอมตะลงไปด้วย ความตึงเครียดเช่นนี้แน่นอนว่าต้องลดการร่วมมือกันระหว่างวังอมตะในเขตใหญ่สวรรค์ลงไปด้วย
ตอนนั้นจักรพรรดิปิศาจเทียมได้โยนเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรออกมาและบอกถึงจุดอ่อนของวังจักรพรรดิมังกรให้กับกองกำลังและวังอมตะอื่น ในขณะเดียวกันก็ได้ทำลายความยิ่งใหญ่ของวังจักรพรรดิมังกรไปด้วย เขตใหญ่จักรพรรดิมังกรที่ได้เสียเจ้าของไปนี้ได้เปิดโอกาสให้หลายขุมกำลังได้เข้ามาแย่งชิงกัน ผลก็คือพลังของการต่อต้านของมนุษย์ในเขตใหญ่สวรรค์นี้ถึงกับลดลงรึล่มสลายไป
ตามแผนการของจักรพรรดิปิศาจเทียมและปิศาจตัวอื่นๆแล้ว หากเขตใหญ่สวรรค์นั้นถือว่าเป็นเมืองที่โดนล้อมโดยปิศาจ เขตใหญ่จักรพรรดิมังกรก็จะกลายเป็นเมืองเดียวที่ปิศาจเปิดให้เข้าหลังจากที่โจมตีใส่มนุษย์ในเขตใหญ่สวรรค์เพื่อให้พวกเขาสามารถซุ่มโจมตีมนุษย์ที่หลบหนีได้
ตอนที่คนไม่มีทางที่จะถอย พวกเขาก็ต้องสู้กับปิศาจจนตัวตาย ถ้าพวกเขาฆ่าปิศาจได้ตัวหนึ่งด้วยการเอาชีวิตตัวเองไปแลก การตายของพวกเขาก็มีค่า ถ้าพวกเขาฆ่าปิศาจได้สองตัวโดยเอาชีวิตตัวเองแลก พวกเขาก็ถือว่าชนะแต่เมื่อพวกเขามีเส้นทางอื่นที่จะถอย มันก็มีหลายคนที่ไม่ได้มีความคิดเด็ดเดี่ยวแบบนั้น
7 ปีก่อน มนุษย์กับปิศาจถือว่าเสมอกันในเขตใหญ่สวรรค์ ตอนนั้นปิศาจไม่ได้เปรียบใดๆแต่ในช่วงเวลา 7 ปีนี้ สถานการณ์โดยรวมของเขตใหญ่สวรรค์นั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก กองทัพปิศาจได้ยึดครองเมืองมนุษย์กว่า 200 เมืองและจับกุมคนได้จำนวนมาก หลายตระกูลและวังอมตะที่เคยอยู่ในเขตใหญ่สวรรค์กลับโดนไล่ออกมา
เอาตระกูลหยุนและวังห้าธาตุเป็นตัวอย่าง พวกนี้หมายตาวังจักรพรรดิมังกรตอนที่ได้รับความเสียหายในเขตใหญ่สวรรค์ พวกเขาต้องการชดเชยความเสียหายของตนเอง พกวเขาถึงกับหันมาสนใจเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรและตัดสินใจที่จะตั้งฐานที่เขตใหญ่จักรพรรดิมังกร….
ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับปิศาจในเขตใหญ่สวรรค์นั้นก่อตัวมากว่าหมื่นปี เขตใหญ่สวรรค์นี้คือที่ในการใช้เพื่อปรับสมดุลกำลังรบระหว่างทั้งสองฝ่าย ถ้าสมดุลนี้เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง อีกฝ่ายก็จะทนรับไม่ไหว ตอนนี้เมื่อแผนการของจักรพรรดิปิศาจเทียมถูกใช้งาน สมดุลตอนนี้ก็เอียงเข้าหาปิศาจ….
เมื่อปิศาจยึดเขตใหญ่สวรรค์ได้หมด พวกมันก็จะโจมตีเขตใหญ่, เขตกลางและเขตเล็กอื่นๆต่อ จากนั้นปิศาจก็สามารถตัดการติดต่อระหว่างขอบเขตมนุษย์ผ่านทางเขตใหญ่สวรรค์และมนุษย์ทั้งหมดในดินแดนโม่เทียนก็จะตกอยู่ในสงครามระหว่างมนุษย์กับปิศาจ สุดท้ายฝ่ายที่ได้เปรียบก็จะเป็นปิศาจ
นี่คือเป้าหมายของจักรพรรดิปิศาจเทียม
หลังจากที่รู้ถึงสถานการณ์ที่มนุษย์เผชิญอยู่ แม้แต่ จางเทีย ก็ยังต้องชื่นชมจักรพรรดิปิศาจเทียมกับลูกไม้พวกนี้ จักรพรรดปิศาจเทียมน่ะเป็นปิศาจในหมู่ปิศาจ มันสามารถทำให้มนุษย์ทั้งหมดต้องลนลานได้ด้วยตัวคนเดียว
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของปิศาจในเขตใหญ่สวรรค์ วังจักรพรรดิดาวและวังจักรพรรดิพลังซึ่งได้ผลประโยชน์มากที่สุดในเขตใหญ่สวรรค์ก็ต้องร่วมมือกันในการสร้างกองทัพนายพลรวมถึงร่วมมือกับกองกำลังอื่นในการโจมตีปิศาจในที่ราบเทพ
ตอนนี้กองทัพมนุษย์และปิศาจต่างก็ตั้งแคมป์ที่ที่ราบเทพ พวกเขาเผชิญหน้ากันมากกว่า 1 ปีแล้ว
ตอนที่ จางเทีย ได้อ่านวิญญาณ เขาไม่ได้ข่าวว่าจักรพรรดิดาวอยู่ในที่ราบเทพด้วย ดูเหมือนว่าจักรพรรดิดาวจะเพิ่งไปยังที่ราบเทพรึไม่ก็ซ่อนอยู่ใกล้ๆ
เมื่อจักรพรรดิดาวอยู่ในที่ราบเทพ จักรพรรดิพลังก็น่าจะอยู่ที่นั่นด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็น่าจะมีจักรพรรดิปิศาจอย่างน้อย 2 ตัวในสนามรบ บางทีจักรพรรดิปิศาจเทียมอาจจะอยู่ที่นั่นด้วย
ที่ราบเทพนี้เป็นที่ที่ดีในการยกระดับตัวเองของเขา…
หลังจากที่กำหนดเป้าหมายแล้ว จางเทีย ก็ได้ออกจากเมืองมังกรเหนือไปยังเขตใหญ่สวรรค์เหลือทิ้งไว้แต่เพียงสายรุ้งบนท้องฟ้า….
…
ที่ราบเทพนี้มีพื้นที่ 1 ล้านตร.ไมล์ มันอยู่ใจกลางเขตใหญ่สวรรค์ซึ่งเป็นที่ราบที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า
ในอดีตที่นี่มักเต็มไปด้วยดอกไม้และต้นหญ้า มีฝูงควายวิ่งอยู่ทั่วทุกที่ มันอุดมสมบูรณ์แต่ปีนี้ที่นี่เต็มไปด้วยไฟสงครามและพลังฉี นายพลมนุษย์และปิศาจเกือบ 200,000 ชีวิตได้มารวมตัวกันที่นี่และสู้กันโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
เพราะการปะทะกันระหว่างขบวนรบ, การโจมตีพลังฉี, เมืองที่โดนเผา, ควันดำที่ลอยออกมา, น้ำตาของคนเสียใจ , เลือดและเสียงร้องของนายพลจึงทำให้ที่ราบแห่งนี้ได้เสียความงดงามของมันไปอย่างสิ้นเชิง….
สนามรบอยู่ที่ใจกลางที่ราบเทพ ระยะห่างระหว่างขบวนรบทั้งสองนั้นห่างไม่ถึง 300 ไมล์ ตอนนี้พื้นที่ในระยะ 300 ไมล์โดนเผาจนเกลายเป็นสีดำ กว่า 1 ปีท่าผ่านมาพื้นดินที่นี่โดนโจมตีอยู่หลายครั้งจนเกิดหลุมอยู่ทั่วทุกที่ ที่ราบนั้นยากจะได้เห็น มันเหมือนกับป่าที่โดนอุกกาบาตตกใส่ หากดูจากบนท้องฟ้าก็จะพบกับตอไม้ซึ่งบอกว่าที่นี่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ราบอันงดงาม
มันเคยมีบึงครอบคลุมพื้นที่กว่า 60 ตร.ไมล์ที่เรียกว่าไมเด็นแต่ตอนนี้บึงนั้นได้หายไปจาการปะทะระหว่างกองทัพทั้งสอง บึงแห่งนี้ได้เปลี่ยนไปเหลือทิ้งไว้แต่หลุมในบางที่ทั้งใหญ่และเล็กรวมถึงก้างปลาในป่า
ตอนนั้นเมื่อ จางเทีย ออกจากเมืองมังกรเหนือไป มันก็มีอัศวินสวรรค์สองคนได้สู้กันเหนือบึงไมเด็นในนามของมนุษย์และปิศาจภายใต้สายตาของนายพลมนุษย์และนายพลปิศาจกว่า 200,000 ชีวิต