Castle of Black Iron - Chapter 1892: ข่าว
Chapter 1892: ข่าว
เสียงก้าวเท้าดังขึ้นในทางเดินด้านนอกฝ่ายเฉียนจี หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น กวนมินจุน หัวหน้าหน่วยสมบัติที่รับหน้าที่ในฝ่าเฉียนจีก็คิ้วขมวด หลังจากนั้นเธอก็ละสายตาจากเอกสารด้วยความไม่พอใจ
“ หงเล่ย ไปดูด้านนอกว่าใครทำเสียงดังแบบนี้ ไม่มีมารยาท ! นี่คือส่วนทำงานของวังอมตะ มันจะวุ่นวายแบบนี้ได้ยังไง ? “
เมื่อเห็นว่า กวนมินจุ หงุดหงิด ผู้ช่วยของเธอก็ได้โค้งให้แล้วเดินออกไปจากฝ่ายเฉียนจีทันที
เมื่อเห็นว่าผู้ช่วยของเธอออกไปแล้ว กวนมิจุน ก็ไม่ต้องการดูเอกสารอีกต่อไป เธอวางมันลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจออกมา…
มันเป็นวันที่มีอากาศสดใส เธอได้กลิ่นหอมบางๆ มีนกที่เกาะตามต้นไม้ส่งเสียงร้องอกมา พุ่มไม้นั้นเต็มไปด้วยดอกไม้บาน เมื่อเห็นมัน กวนมินจุน ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา
แต่เธอไม่ได้รู้สึกดีเลยแม้แต่น้อย เพราะวังจักรพรรดิมังกรตกอยู่ภายใต้ปัญหา นายพลของวังจักรพรรดิมังกรจึงไม่ได้รู้สึกพอใจรึผ่อนคลายแม้ว่าจะได้ชมวิวดีๆก็ตาม
ตั้งแต่ที่ ผู้อาวุโสหวังไล่เชิง ที่รับหน้าที่ในฝ่ายเฉียนจีโดนฆ่าไปโดยจักรพรรดิปิศาจเทียมเมื่อ 7 ปีก่อน มันก็ไม่มีผู้อาวุโสรับหน้าที่ในฝ่ายเฉียนจีอีกต่อไปเพราะวังจักรพรรดิมังกรไม่อาจจะทนรับความเสียหายแบบนั้นได้อีก
สำหรับผู้อาวุโสทั้ง 7 ของวังจักรพรรดิมังกร เซียหยางหมิง และ ซีซงหยู นั้นโดนฆ่าโดย จางเทีย เพราะพวกเขาได้ทำงานให้กับวังจักรพรรดิทมิฬ หลังจากที่ หวังไล่เชิง โดนฆ่า มันก็มีผู้อาวุโสเหลือเพียง 4 คน มันยากที่นายพลไฟ 4 คนจะประคองวังจักรพรรดิมังกรได้ ถ้าผู้อาวุโสอีกคนโดนฆ่า กำลังใจของนายพลทั้งหมดก็จะอ่อนแอลงอย่างมาก จากนั้นวังจักรพรรดิมังกรต้องล่มสลายอย่างแน่นอน ดังนั้นจากนั้นเป็นต้นมาพวกผู้อาวุโสที่เหลือจึงเลือกที่จะเก็บตัวบ่มเพาะแทนที่จะทำหน้าที่ในฝ่ายเฉียนจี หลังจากนั้นมีแค่หัวหน้าหน่วยของหน่วยทั้งห้าที่รับหน้าทีในฝ่ายเฉียนจี
กวนมินจุน รับหน้าที่ในวันนี้ จากที่จักรพรรดิปิศาจเทียมได้บุกเข้าโจมตีเมืองจักรพรรดิมังกร 3 ครั้ง กวนมินจุน จึงมักระวังตัวเสมอ เธอได้ยินเสียงเท้าที่ดังขึ้นห่างไป 2,000 ม. ดังนั้นเธอจึงส่งคนไปหยุดมันทันที
กว่าหลายปีมานี้เสียงเท้าเร่งรีบแบบนี้บ่งบอกถึงข่าวร้าย พวกเขาถึงกับสร้างนิสัยระวังตัวขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงเท้าเร่งรีบเช่นนี้ ใจของพวกเขาจะหล่นวูบราวกับคิดว่ามีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีข่าวลือมากมายที่แผ่ไปทั่วเมืองจักรพรรดิมังกรซึ่งทำให้ผู้คนต้องลนลาน
‘วังจักรพรรดิมังกรอ่อนแอลงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ทำไมข้าถึงต้องตกใจกับเสียงเท้าของคนส่งสารด้วย ? ’
กวนมินจุน เยาะเย้ยตัวเอง
ในเวลาเดียวกันเธอก็เริ่มคิดถึงฉากอันรุ่งเรืองของวังจักรพรรดิมังกรตอนที่ จางเทีย อยู่ที่นี่ แม้ว่านายพลและผู้อาวุโสของวังจังสงสัยว่า จางเทีย มีสิทธิเป็นจักรพรรดิมังกรหรือไม่แต่เธอน่ะคือคนที่สนับสนุน จางเทีย
ในฐานะหัวหน้าหน่วยสมบัติ กวนมินจุน นั้นรับหน้าที่ในเรื่องการเงินของวัง เธอเข้าใจค่าของ จางเทีย ที่มีต่อวังนั้นมากกว่าคนอื่นๆ ในด้านหนึ่งแล้ว จางเทีย เข้าใจถึงทักษะของจักรพรรดิมังกร ในอีกด้าน จางเทีย สามารถผลิตยาจักรพรรดิมังกรขึ้นมาได้ แม้ว่า จางเทีย จะไม่ใช่นายพลแต่ถึงอย่างนั้น กวนมินจุน ก็ยังเข้าข้างเขา เหตุผลก็ง่ายๆ ถ้าวังจักรพรรดิมังกรนั้นถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจ แน่นอนว่าคนที่มีสิทธิได้เป็นหัวหน้านั้นควรที่จะเป็นคนคุมลูกน้องได้ มีแค่คนแบบนั้นที่จะดูแลธุรกิจและพัฒนามันได้
นอกจาก จางเทีย แล้ว ไม่มีใครอื่นในวังจักรพรรดิมังกรที่ทำแบบนั้นได้
หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้าของ จางเทีย งั้นวังจักรพรรดิมังกรที่ได้รับความเสียหายหนักคงทนยื้อไว้ไม่ไหว
หากไม่มี จางเทีย คอยช่วย วังจักรพรรดิมังกรคงได้ล่มสลายไปนานแล้วแทนที่จะยังคงอยู่ได้ในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร
มันคือผลงานที่ จางเทีย ได้ทำให้กับวังจักรพรรดิมังกร สำหรับการที่ จางเทีย ขึ้นบัลลังก์ยังไงนั้น มันไม่ได้สำคัญเลยแม้แต่น้อย เมื่อเป็นเช่นนั้น จางเทีย จะไม่มีแผนสืบทอดบัลลังก์ได้ยังไง ?
แม้แต่ กวนมินจุน ก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่ จางเทีย ได้ปลอมตัวเป็นจักรพรรดิมังกรคนเก่าน่ะถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ เธอชื่นชม จางเทีย อย่างมาก เธอไม่รู้ว่า จางเทีย ทำมันได้ยังไง
‘ถ้าหากเขาไม่ตายในคุกอมตะล่ะ ! ’
กวนมินจุน ถอนหายใจออกมา หลังจากนั้นเธอก็คิ้วขมวดเพราะเสียงเท้าที่เร่งรีบกลับดังขึ้นกว่าเดิม ตะกี้นี้มีเพียงแค่คนเดียวในทางเดินที่รีบวิ่งมาแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผู้ช่วยของเธอกลับดึงคนส่งสารวิ่งมาที่ฝ่ายเฉียนจีด้วย
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เดินออกมาแต่เธอก็คิดภาพสถานการณ์วุ่นวายภายนอกทางเดินได้
ผู้ช่วยของเธอได้ดึงแขนเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลเข้ามาในห้องโดยไม่ขออนุญาต
ทั้งสองคนดูตื่นเต้น ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องสำคัญต้องรายงานแทนที่จะลนลาน เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งคู่แล้ว สุดท้าย กวนมินจุน ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ หงลี่ ทำไมเจ้าถึงทำตัวหยาบคายแบบนี้ ? เจ้าวิ่งทำไมกัน ?” – กวนมินจุน มองไปที่ผู้ช่วยแล้วดุ
หลังจากที่สูดหายใจเขาลึกๆแล้วผู้ช่วยนั้นไม่พูดอะไร เธอกลับมองไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยดูแลที่ตัวสั่นไปทั้งตัวและเหงื่อท่วมเพราะความตื่นเต้น
“ หัวหน้ากวน มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในเมืองมังกรทะเล ! “
“ ใจเย็นๆ ว่ามา ! “ – กวนมินจุน พูดขึ้นอย่างใจเย็น
“ ตามที่คนของเราในเมืองมังกรทะเลได้บอกมา จักรพรรดิมังกรที่หายตัวไปได้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองมังกรทะเล เขาได้ฆ่าปราชญ์เลือดดำทั้งสองและเก็บกวาดพวกโจรของวังอมตะเลือดดำในเมืองมังกรทะเล…..”
“ อะไรนะ ? “ – กวนมินจุน ที่ดุทั้งสองตะกี้ได้ดีดตัวขึ้นมา จากนั้นเธอก็ถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ – “ ใครกันที่ปรากฏตัวที่นั่น ? “
จักรพรรดิมังกรทั้งสองของวังจักรพรรดิมังกรได้หายตัวไป คนหนึ่งหายตัวไปกว่า 900 ปี อีกคนหายตัวไปในคุกอมตะได้หลายปีแล้ว หลังจากที่ได้ยินรายงานนี้ กวนมินจุน ก็อึ้งไปทันที
เจ้าหน้าที่หน่วยดูแลเห็นแบบนั้นก็รีบพูดให้ชัดเจนขึ้น – “ มันคือ จางเทีย หัวหน้าจางเทีย ได้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองมังกรทะเลและได้ฆ่าโจรกับหัวหน้าของมัน….”
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น กวนมินจุนก รู้สึกขนลุกขึ้นมาราวกับโดนฟ้าผ่า เธอตัวสั่นเล็กน้อย – “ ข่าวนี้เชื่อได้รึเปล่า ? ใครกันที่เห็นหัวหน้า ? “
“ คนที่ส่งข้อความนี้กลับมาคือคนที่หน่วยดูแลได้ส่งไปยังเมืองมังกรทะเล ตามที่เขาบอกมาแล้วมันคือสาวใช้ในวังสาขาที่จำเขาได้ ตอนที่เธอตาม หยิงซีกุย มายังเมืองจักรพรรดิมังกร เธอเคยเห็นหัวหน้า เธอเห็นเหตุกาณณ์ทั้งหมดในเมืองมังกรทะเล เธอถึงกับได้คุยกับเขาด้วย หลังจากที่ฆ่าพวกโจรแล้ว เขาได้ออกจากที่นั่นไปแล้วทิ้งหมัดพลังฉีของหมัดจักรพรรดิมังกรไว้ซึ่งทำให้ทั้งเมืองตกอยู่ในความวุ่นวาย….”
“ แล้วเมืองอื่นที่พันธมิตรเลือดดำได้ยึดไว้ล่ะ ?”
“ ตามที่คนของหน่วงยดูแลในเมืองเหล่านั้นได้บอกมา บางเมืองที่โดนยึดนั้นได้ตกอยู่ในความวุ่นวายแล้ว…”
อกของ กวนมินจุน กระเพื่อมไปมา เธอหลับตาลง หลังจากนั้นสักพักเธอก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับสายตาที่คืนสู่ความสงบ จากนั้นเธอก็สั่งการออกไปสองคำสั่ง – “ บอก หัวหน้าหวง และหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆมารวมตัวกันที่นี่ เราจะเจรจาเรื่องนี้ อีกอย่างแล้วส่งนายพลของหน่วยกองทัพกับหน่วยดูแลไปที่เมืองมังกรทะเลและเมืองอื่นๆที่พันธมิตรเลือดดำยึดไปเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลนี้จริงหรือไม่…”
วังจักรพรรดิมังกรตอนนี้ไม่อาจจะทนกับความเสียหายได้อีก แม้ว่าข่าวนี้จะถูกส่งมาโดยคนของหน่วยดูแลในเมืองมังกรทะเลและ กวนมินจุน หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นจริงแต่เธอต้องระวังในเรื่องนี้ ปราชญ์เลือดดำทั้งสองนั้นเจ้าเล่ห์และมีขุมกำลังมากมายที่หมายตาวังจักรพรรดิมังกร ถ้านี่เป็นกับดับของพวกพันธมิตรเลือดดำล่ะ ?
…
หลังจากนั้นสักพักพวกหัวหน้าหน่วยทั้งห้ากับ หวงไบ่เม่ย ที่รับหน้าที่ดูแลกองทัพเขี้ยวมังกรก็ได้มารวมตัวกันที่ฝ่ายเฉียนจี
ในหมู่หัวหน้าหน่วยทั้งห้าที่ จางเทีย ได้แต่งตั้งมา เพราะ ตังเชิงฮู กับ ฮูเซียนไล่ เป็นพวกกับ ซีซงหยู กับ เซียหยางหมิง ทั้งสองจึงต้องตายในปีเดียวกัน หลังจากนั้นก็มีสองคนที่โดนจักรพรรดิปิศาจเทียมฆ่าเอาในการลอบโจมตี ดังนั้นนอกจาก กวนมินจุน ที่เป็นหัวหน้าหน่วยสมบัติ และ ซูซงไค หัวหน้าหน่วยช่างแล้ว คนอื่นๆต่างก็เป็นคนหน้าใหม่
สำหรับ หวงไบ่เม่ย แล้ว ใบหน้าของเขามีรอยย่านมากขึ้นหลังจากที่ผ่านมา 7 ปี เขาได้เสียแขนซ้ายไปซึ่งได้แสดงถึงความยากลำบากที่เขาผ่านมาตลอด 7 ปี
กวนมินจุน ได้บอกข้อมูลนี้กับคนอื่นๆ
ตอนแรกพวกเขาต่างก็พากันฮือฮา หลังจากที่รวบรวมสติได้ พวกเขาก็สงสัยว่านี่เป็นกับดัก
“ ข้าว่าควรรอจนกว่านายพลที่ไปตรวจสอบข้อมูลจะกลับมา ถ้ามันจริง เราจะแจ้งไปยังผู้อาวุโส…” – ซูซงไค หัวหน้าหน่วยช่างได้พูดขึ้นมาด้วยท่าทีระวัง – “ อีกอย่างแล้วถ้าชายคนนั้นเป็นหัวหน้าจริง ทำไมเขาถึงไม่กลับมาที่เมืองจักรพรรดิมังกรรึติดต่อกับผู้อาวุโสหลังจากที่ออกมาจากคุกอมตะ ?”
คนอื่นๆต่างก็พากันพยักหน้า !
ตอนที่ได้ยินข่าวนี้ สายตาของ หวงไบ่เม่ย ได้เป็นประกายขึ้นมา ใจของเขาเต้นรัวเพราะความตื่นเต้นแต่ตอนนั้นเขาต้องยอมรับวิธีของ ซูหงไค ว่าปลอดภัยกว่า ถ้าเมืองมังกรทะเลนั้นตกอยู่ในความวุ่นวายและ จางเทีย ได้ฆ่าปราชญ์เลือดดำทั้งสองแล้วทิ้งหมัดพลังฉีเอาไว้ นายพลที่ไปตรวจสอบนั้นแน่นอนว่าต้องส่งข่าวกลับมา….
…
แต่ก่อนที่สายของวังจักรพรรดิมังกรจะออกจากที่นั่นไป พวกเขาก็ได้ยินเสียงเท้าอันเร่งรีบดังขึ้นจากด้านนอก ตามที่คนของเขาบอกมา ฐานของวังอมตะห้าธาตุในเมืองมังกรสวรรค์ได้ถูกโจมตีเมื่อตะกี้ รองหัวหน้า 1 คนและหัวหน้าศาล 3 คนและนายพล 50 คนของวังอมตะห้าธาตุได้โดนฆ่าในเสี้ยววินาที สำนักงานของวังอมตะห้าธาตุในเมืองมังกรสวรรค์โดนทำลาย คนโจมตีถึงกับปล่อยหมัดพลังฉีที่เหมือนกันไว้ด้วย ตอนนี้เมืองมังกรสวรรค์กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย
…
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้รับข่าวที่สาม
ตระกูลหยุนที่ซึ่งเคลื่อนพลมายังเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรจากเขตใหญ่สวรรค์และยึดพื้นที่ของเขตใหญ่ทางเหนือเมื่อ 7 ปีก่อนโดนบุกโจมตีและได้รับความเสียหายอย่างมาก หยุนเทียนเฮา หัวหน้าตระกูลที่เป็นนายพลสูงสุดซึ่งโด่งดังในดินแดนโม่เทียนได้ถูกต่อยตัวระเบิดต่อหน้าผู้คนมากมาย…..
…
“ หัวหน้า หัวหน้ากลับมาแล้ว…..” – หวงไบ่เม่ย ดีดตัวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น….