Castle of Black Iron - Chapter 1889: ระดับไร้ที่เปรียบ
Chapter 1889: ระดับไร้ที่เปรียบ
ตอนนี้ความฉลาดน่ะสำคัญกว่าพลังสำหรับพวกโจรที่เอาตัวรอดในทะเลดาวหัก
พวกโจรที่เอาตัวรอดมาได้ด้วยการร่วมมือกัน
แน่นอนว่าพวกนายพลของวังอมตะเลือดดำนั้นต่างก็เป็นโจรที่ไร้ความเกรงกลัว พวกนั้นไม่ได้ขาดความดุร้ายและแผนการ ด้วยการที่นายพลสูงสุดสองคนมีคนของตัวเองคอยหนุนหลัง ทั้งสองจึงไม่กลัวในการโจมตีด้วยการเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง
ถ้าเขาพลาด มันก็แค่เป็นการทดสอบ เพราะได้เตือน จางเทีย ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงได้ทำตามกฎที่ถือกันมานาน อีกอย่างแล้วจากการตอบโต้ของ จางเทีย ปราชญ์ทั้งสองก็จะรู้ถึงภูมิหลังและพลังรบของ จางเทีย พวกเขาจะได้ใช้โอกาสนั้นในการฆ่า จางเทีย ไปด้วย
ถ้าเขาทำได้และฆ่า จางเทีย มันก็จะถือว่าเป็นความผิดของ จางเทีย แม้ว่าเขาจะทำให้ จางเทีย บาดเจ็บได้แต่นั่นก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก
แต่การโจมตีร้ายแรงนั้นไม่ได้มาจากนายพลน้ำแต่เป็นจากนายพลดินที่พุ่งเข้ามาจากพื้นราวกับงูพิษ มีดของนายพลดินนั้นส่องแสงสีฟ้าออกมาซึ่งบ่งบอกว่ามันอาบพิษเอาไว้ด้วย อีกอย่างแล้วมีดนี่สามารถทำลายเกราะพลังฉีได้ง่ายกว่าอาวุธทั่วไป เมื่อได้รับบาดเจ็บโดยพิษนี้ นายพลทั่วไปอาจจะตายในเวลาอันสั้น แม้แต่นายพลสูงสุดก็จะตายในไม่ช้า พลังของพวกเขาจะลดลงอย่างมาก
พวกเขาพบว่า จางเทีย ไม่ได้ปล่อยเกราะพลังฉีออกมา ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดี
ชายตัวอ้วนถูกเรียกว่าเขี้ยวงู ส่วนคนตัวเตี้ยนั้นถูกเรียกว่างูไร้เงา
เขี้ยวงูและงูไร้เงานั้นไม่ได้รู้เลยว่า จางเทีย น่ะเป็นนายพลสูงสุด พวกนี้แค่รู้สึกว่า จางเทีย น่ะดูมั่นคงและไม่อาจจะคาดเดาได้ พวกนี้ได้รับคำสั่งจากปราชญ์ดาบผ่านทางสายตา เพราะพวกเขาเป็นลูกน้องของปราชญ์ทั้งสองมาหลายปี เขี้ยวงูและงูไร้เงาจึงเข้าใจสิ่งที่ปราชญ์ดาบต้องการ ผลก็คือพวกเขาจึงตัดสินใจทันที
ด้วยคำสั่งจากปราชญ์ดาบ พวกเขาก็รู้ว่าปราชญ์ดาบนั้นจะเข้ามาเกี่ยวในการต่อสู้และช่วยพวกเขาทันทีหากตกที่นั่งลำบาก แม้ว่าจะทำไม่สำเร็จแต่ก็ไม่ได้เสี่ยงชีวิตอะไร
เอาจริงๆแล้ว จางเทีย น่ะไม่ใช่คนแรกที่กล้าเข้ามาหาเรื่องในพันธมิตรเลือดดำ ตอนที่พวกเขาอยู่ในทะเลดาวหัก พวกเขาได้เจอคนแบบ จางเทีย อยู่หลายรอบ ไม่ใช่ทุกคนที่จะออกจากอาณาเขตของพันธมิตรเลือดดำได้ พวกเขามักจะใช้ลูกไม้นี้ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าพวกเขาจะพูดเหมือนคนดีแต่จริงๆแล้วพวกเขาน่ะชั่วร้ายและเตรียมการโจมตีร้ายแรง…
พันธมิตรเลือดดำนั้นเป็นองค์กรที่โลภมากและชั่วร้ายไม่ใช่องค์กรการกุศลที่จะช่วยพวกคนที่สิ้นหวังและช่วยคนที่ตกอยู่ในปัญหา
ลูกไม้นี้มีประโยชน์ในอดีตแต่ตอนนี้น่ะเจอของจริงเข้าแล้ว….ไม่ จริงๆแล้วพวกนี้น่ะโดดลงเหวเอง
ตอนที่เขี้ยวงูและงูไร้เงาได้โจมตีใส่ จางเทีย ปราชญ์ทั้งสองก็พร้อมจะเข้าช่วยเหลือ ถ้าพบว่าลูกน้องนั้นล้มเหลว พวกนี้ก็จะช่วยลูกน้องทั้งสองคนทันที ถ้าพบว่าลูกน้องนั้นทำสำเร็จ พวกนี้ก็จะใช้โอกาสนี้ในการโจมตี จางเทีย
ไม่ใช่ปราชญ์ทั้งสองที่เตรียมตัวแต่นายพลคนอื่นๆเองก็เตรียมพร้อมด้วย
แต่ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนจบลงก่อนที่ปราชญ์ทั้งสองจะพบโอกาสในการโจมตี
ระหว่างนั้น จางเทีย ไม่ได้ปล่อยเกราะพลังฉีออกมา เขาไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ได้ยกมือขึ้นด้วยซ้ำ
เขาแค่หันกลับมาและมองผู้โจมตีทั้งสอง…
เขี้ยวงูได้โดดขึ้นและฟันขวานเข้าใส่เขาจากระยะห่างไปกว่าสิบเมตร ขวานนั้นส่องประกายและมีพลังฉีที่แข็งแกร่ง ในตอนที่มันแตะเข้ากับเกราะพลังฉีรึร่างกายของ จางเทีย มันจะสามารถปล่อยพลังฉีที่ดุร้ายออกมา เมื่อรวมกับใบมีดของขวานแล้ว การโจมตีนี้รุนแรงขึ้นกว่าเดิมถึง 2-3 เท่า….
ตอนที่เขาพบว่า จางเทีย ไม่ได้ขยับรึใช้เกราะพลังฉี เขี้ยวงูกืตื่นเต้นขึ้นมา
ตอนนั้นเขาพบว่า จางเทีย ได้หันกลับมามองที่เขา….
สายตาคู่นี้มันเหินห่าง, สงบและเย็นชา ! มันราวกับมังกรบนท้องฟ้าที่มองมายังมด….ตอนที่ จางเทีย หันกลับมา ตาของเขี้ยวงูก็เห็นแสงและเงาดาบอยู่ในสายตาของ จางเทีย
‘เกิดอะไรขึ้น ?เขาไม่ได้ถือดาบ ทำไมถึงได้มีแสงที่เย็นชาและเงาดาบในตาเขาได้ ? ’
ความคิดหนึ่งโผล่มาในหัวเขี้ยวงู
หลังจากนั้นตัวของเขี้ยวงูก็โดนแทงทะลุด้วยดาบพลังฉีที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้….
จากนั้นดาบพลังฉีอันที่ 2,3, 10….,100….1,000….10,000….100,000
ดาบแต่ละเล่มนั้นทั้งแหลมคม, ใหญ่โตและทรงพลัง ดาบแต่ละเล่มได้แทงทะลุเกราะพลังฉีของเขี้ยวงูและร่างกายของเขา
เมื่อเผชิญหน้ากับดาบพลังฉีนี้ ร่างกายของเขี้ยวงูก็ฉีกขาดเป็นชิ้นๆและกลายเป็นหมอกเลือดราวกับโดนเฉือนด้วยดาบ แม้แต่ขวานที่เป็นเงินลับก็ไม่อาจจะทนพลังดาบนี้ได้ หลังจากที่ขวานโดนทำลายโดยดาบพลังฉี ร่างเดิมของเงินลับได้ปรากฎขึ้นมาและมีนกใหญ่ที่ร้องออกมาพร้อมกับโดนธนูแทงทะลุ —– มันคือเหยี่ยวสีดำตัวใหญ่
ในเวลาเดียวกันเงานี้ก็หนีอยู่ห่างจาก จางเทีย ไป 5 ม.พร้อมกับแสงจากผิวของมีดสูงขึ้นมากว่า 10 ซม. มันเกือบจะโดนปลายนิ้วของ จางเทีย
จางเทีย จ้องไปยังนายพลดิน
อยู่ๆก็มีดาบพลังฉีได้กระจายไปทั่วพื้น
“ อ๊า…” – งูไร้เงากรีดร้องออกมา หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นหมอกเลือดเหมือนกับงูน้อยที่โดนเครื่องจักรตัดเอา
“ อึก…” – งูไร้เงาเองก็หายตัวไปด้วยเหลือไว้แต่เพียงเลือดที่พื้นซึ่งได้กองอยู่ข้างๆ จางเทีย
มีดนั้นได้แตกกระจายและร่างเดิมของมันก็ปรากฏขึ้นมา – งูสีฟ้าตัวเล็ก
จนตอนนั้น จางเทีย ถึงเพิ่งจะยกมือขึ้นมา จากนั้นงูสีฟ้าก็เลื้อยเข้าไปหาเขาอย่างเชื่อฟังและวนรอบนิ้วของ จางเทีย เอาไว้ ในเวลาเดียวกันเหยี่ยวสีดำที่บินอยู่ก็ลงมาเกาะที่มือ จางเทีย
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงในเวลาไม่ถึง 1 วินาที
‘เกิดอะไรขึ้น….’
‘เขี้ยวงูกับงูไร้เงาหายไปไหน ? ’
‘นี่ภาพลวงตารึเปล่า ? ’
พวกนายพลของพันธมิตรเลือดดำในห้องต่างก็สับสน พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ภาพลวงตา แม้แต่ตอนนี้ดาบพลังฉีก็ยังวนเวียนอยู่ในห้องโถง มันราวกับมังกรที่กางกรงเล็บที่โผล่มาจากไหนไม่รู้และหายไปทันทีอย่างไร้ร่องรอย มันมีแค่กองเลือดที่พื้นเท่านั้นที่ทำให้พวกเขานั้นกลัวขึ้นมา…..
ทั้งสองที่ทำการโจมตีนั้นไม่ใช่แมลงวันแต่เป็นนายพลสองคน คนหนึ่งเป็นนายพลน้ำและอีกคนเป็นนายพลดิน พวกนั้นโดนฆ่าง่ายดายแบบนี้ได้ยังไง ?
ปราชญ์ทั้งสองได้ลุกขึ้นยืน ปราชญ์ดาบที่ซึ่งใจเย็นอยู่ตะกี้ได้มองมาที่ จางเทีย ด้วยตาที่เบิกกว้างราวกับเห็นผี ในเวลาเดียวกันปราชญ์ดาบก็เริ่มลนลานและพึมพำออกมา – “ ดาบนัยน์ตา….ดาบนัยน์ตา…ทักษะดาบที่ขับเคลื่อนโดยนัยน์ตา….คนจะโดนฆ่าทันทีเมื่อโดนเขามอง มันคือระดับในตำนานของทักษะดาบ…เป็นไปไม่ได้…เป็นไปไม่ได้…ทักษะดาบนี้น่ะหายไปกว่าหมื่นปีในดินแดนโม่เทียน มีแค่จักรพรรดิดาบที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างความช็อกให้กับมนุษย์และปิศาจในดินแดนโม่เทียนที่เคยใช้ทักษะที่น่ากลัวแบบนี้….”
ดาบนัยน์ตานั้นเป็นระดับในตำนานของทักษะดาบของดินแดนโม่เทียน ในระดับนี้คนเราไม่ต้องถือดาบรึเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ศัตรูจะตายทันทีที่โดนมอง เขาสามารถฆ่าคนด้วยสายตาได้ ต่อหน้านัยน์ตาดาบนี้ ทักษะฆ่าคนในตำนานด้วยสายตานั้นไม่ใช่เรื่องตลก….
เมื่อมาถึงระดับนี้ได้ เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ราวกับอยู่จุดสูงสุดของยอดเขา
หลังจากที่พึมพำออกมา ปราชญ์ดาบก็เหม่อไปแล้วมองไปที่ จางเทีย ก่อนจะคำรามออกมา – “ เจ้าเป็นใคร…เจ้าเป็นใครกัน…ทำไมเจ้าถึงใช้ดาบนัยน์ตาได้ ? “
มันไม่ใช่ จางเทีย ที่ตอบกลับแต่เป็นอีกคนในห้องโถงที่ไม่มีใครคาดคิด
ผู้หญิงคนหนึ่งร้องอุทานแล้ววิ่งออกมา หลังจากที่มาอยู่ตรงหน้า จางเทีย อยู่ๆเธอก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้วคำนับให้ จางเทีย จากนั้นเธอก็เงยหน้ามองมาที่เขาด้วยความตื่นเต้นแล้วสะอื้นออกมา – “ ด้วยความเคารพ….จักรพรรดิมังกร…..ข้า หยิงยู่หง…สาวใช้ของวังสาขาเมืองมังกรทะเล….”