Castle of Black Iron - Chapter 1887: การลงโทษคนชั่วและการยกโทษสำหรับคนทำดี
Chapter 1887: การลงโทษคนชั่วและการยกโทษสำหรับคนทำดี
“ หยุด เจ้าเป็นใครกัน….” – ตอนที่นายพลของวังอมตะเลือดดำได้อยู่ในห้องโถง มันก็มีทีมทหารของวังอมตะเลือดดำที่ตระเวนอยู่ในท้องฟ้าซึ่งห่างจากเมืองไป 60 ไมล์ได้หยุด จางเทีย เอาไว้
ในสายตาของคนธรรมดาแล้วทีมคนเหล่านี้คือพวกระดับสูงของวังอมตะเลือดดำ มันประกอบไปด้วยนายพลดุดัน 1 คนและทหารระดับ 12-15 อีกกว่า 50 คน พวกเขาสวมปีกเหล็กและลาดตระเวนรอบเมือง คนส่วนมากที่หนีออกจากเมืองเลือดดำไปนั้นจะโดนพวกนี้จับตัวและถูกส่งกลับมาที่เมือง
แน่นอนว่าในสายตา จางเทีย แล้ว พวกนี้เป็นแค่มดปลวกของปราชญ์ทั้งสอง แม้ว่าหัวหน้าของพวกนี้จะเป็นนายพลก็ตาม
จางเทีย ได้พบพวกนี้ตั้งแต่อยู่ห่างไป 600 ไมล์ แน่นอนว่าพวกนี้น่ะไม่อาจจะหยุด จางเทีย ได้หากดูจากพลังที่มีแต่ จางเทีย จงใจหยุดเพื่อหาข้อมูลของวังอมตะเลือดดำจากคนเหล่านี้
จางเทีย มองไปยังคนทั้ง 50 คน เขาพบว่าปีกเหล็กของทุกคนนั้นเหมือนกับของวังจักรพรรดิมังกร มันมีเครื่องหมายของวังจักรพรรดิมังกรที่อกข้างซ้ายแต่เครื่องหมายนั้นถูกแทนที่ด้วยเครื่องหมายแปลกๆของวังอมตะเลอืดดำที่ จางเทีย ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ต้องบอกเลยว่านี่คือของที่วังอมตะเลือดดำได้มาจากเมืองนี้…
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ในชุดปีกของวังจักรพรรดิมังกร จางเทีย ก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาทันที
จางเทีย ยืนนิ่งโดยไม่มีปีกเหล็ก ชัดแล้วว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นถึงนายพลลม ผลก็คือคนเหล่านี้น่ะไม่กล้าที่จะโจมตี จางเทีย พวกเขาต่างก็มองมาที่ จางเทีย ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
หน้าตาวัย 17 ปีของ จางเทีย และพลังฉีที่แข็งแกร่งของเขานั้นทำให้พวกคนเหล่านี้ใจเต้นรัวแต่เมื่อคิดถึงปราชญ์ทั้งสองและนายพลอีกหลายคนที่คอยหนุนหลัง พวกนี้ก็เริ่มมั่นใจขึ้นมาเล็นน้อย น้อยคนนักที่กล้าหาเรื่องวังอมตะเลือดดำภายในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร
“ นี่เป็นเขตของเมืองเลือดดำ สหาย เจ้าจะไปที่เมืองเลือดดำงั้นรึ ? ถ้าเจ้าจะไป งั้นก็บอกชื่อและจุดประสงค์เจ้ามา ! “ – นายพลหัวหน้าทีมได้ถามกับ จางเทีย ด้วยท่าทีขู่แล้วบินเข้ามาหา
นายพลดุดันอายุประมาณ 30 ปี เขาตัวอ้วนและเตี้ย มันมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าซึ่งทำให้เขาดูเป็นคนโหดร้าย
“ เจ้าเป็นนายพลของวังอมตะเลือดดำงั้นรึ ? “ – จางเทีย ถามอย่างใจเย็นแล้วมองไปยังนายพลที่บินเข้ามา
“ ใช่….”
“ ทลาย…”
จางเทีย ชี้ไปที่นายพลแล้วระเบิดร่างกายของอีกฝ่ายทิ้งก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ นายพลนั้นได้ระเบิดไปพร้อมกับปีกเหล็กที่ร่วงลงมา
คนกว่า 50 คนที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรต่างก็ช็อก พวกเขาเห็นแค่ว่า จางเทีย เพียงแค่ชี้เท่านั้น
ชายคนนั้นเป็นนายพลที่แข็งแกร่ง ! นายพลที่แข็งแกร่งแบบนั้นตัวระเบิดต่อหน้าพวกเขาในเสี้ยววินาทีได้ยังไง ?
หลายคนถึงกับคิดว่านี่เป็นภาพหลอน พวกเขาถึงกับขยี้ตาตัวเอง
บางคนนั้นฉลาดและตอบโต้ทันที ตอนที่ จางเทีย ได้ยกนิ้วระเบิดนายพลไป 7-8 คนในหมู่ 50 คนนั้นก็กางปีกออกแล้วรีบบินหนีไปอย่างเต็มกำลัง
คนอื่นเองก็รู้สึกตัวและรีบหนีไปด้วย
คนที่สามารถฆ่าหัวหน้าของพวกเขาได้ราวกับฆ่ามดนั้นไม่มีทางที่พวกเขาจะไปหาเรื่องด้วยได้ คนเหล่านี้รู้ดี
แต่ จางเทีย จะปล่อยให้พวกนี้หนีได้ยังไง ?
ในพริบตาคนที่เร็วที่สุดในหมู่พวกนี้ก็ได้อยู่ห่างไป 300 ม. ตอนนั้นเอง จางเทีย ได้ยกมือขึ้นแล้วสะบัดไปทางคนเหล่านั้น ในพริบตามิติในระยะพันเมตรก็แข็งทื่อ พวกโจรกว่า 50 คนต่างก็ลอยนิ่งอยู่ในอากาศด้วยท่าทีแปลกๆในท่าที่กำลังหนี
บางคนต้องการกรีดร้องออกมาแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ส่งเสียงนั้น พวกเขาก็รู้สึกว่าสมองนั้นว่างเปล่าและมีแรงอันมหาศาลแผ่เข้ามาถึงสมองอย่างรุนแรงราวกับสัตว์ประหลาดที่กำลังเข้ามาขย้ำ หลังจากนั้นความทรงจำทุกอย่างในหัวก็แผ่ออกไปราวกับน้ำในเขื่อนที่แตก
ใช้เวลาไม่กี่วินาที จางเทีย ก็ได้ข้อมูลที่เขาต้องการจากความทรงจำของคนเหล่านี้รวมไปถึงหน้าตาของปราชญ์ทั้งสอง, ข้อมูลเกี่ยวกับนายพลของวังอมตะเลือดดำ, สิ่งที่วังอมตะเลือดดำได้ทำในเมืองของเขาและตารางงานของคนเหล่านี้ตลอดหลายปี
พวกทหารนี้ถือเรียกว่ายักษาบินในวังอมตะเลือดดำ พวกนี้รับหน้าที่ดูแลทางอากาศของเมือง ตอลดหลายปีมานี้มีหลายคนโดนคนพวกนี้ฆ่า ผู้หญิงโดนคนเหล่านี้ดูหมิ่นจนตัวตาย ดูจากสิ่งที่พวกนี้ทำแล้ว พวกนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากปิศาจเลย
ตอนที่ จางเทีย ได้เห็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาจากความทรงจำนั้น เขาก็ปล่อยพลังฉีอันรุนแรง,เย็นชา, และอาฆาตออกมาในดวงตาทันที
เขาได้กำนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกันพร้อมกับโจรทั้ง 50 คนที่โดนตรึงไว้กลางอากาศในระยะพันเมตรได้กลับเข้ามารวมตัวกันโดยคนเหล่านี้ไม่อาจจะต้านทานได้
“ อ่ะ เกิดอะไรขึ้น ? ช่วยด้วย…”
“ ช่วยด้วย…”
“ เราเป็นสมาชิกของวังอมตะเลือดดำ…ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายเรา…ปราชญ์เลือดดำทั้งสองไม่ปล่อยเจ้าไปแน่….”
คนเหล่านี้เริ่มกรีดร้องออกมา บางคนถึงกับใช้วังอมตะเลือดดำมาขู่ จางเทีย
จางเทีย กำหมัดแน่นแล้วฮึดฮัดออกมา โจรทั้ง 50 คนได้ถูกบีบกลายเป็นลูกบอลเนื้อรวมตัวเข้าด้วยกันพร้อมกับปีกเหล็กด้วยแรงที่ไม่อาจจะต้านทานได้ ไม่มีใครรึปีกเหล็กอันไหนที่ยังอยู่ได้ ทุกอย่างหายไปต่อหน้า จางเทีย….
มีแค่เด็กหนุ่มวัย 20 ปีคนเดียวที่ตัวสั่นอยู่ในอากาศและมองมาที่ จางเทีย ด้วยใบหน้าที่ซีด เขาไม่อาจจะส่งเสียงอะไรออกมาได้ราวกับคอของเขาถูกปิดไว้ด้วยหิน
หลังจากที่มองอย่างเย็นชาไปที่เด็กหนนุ่ม จางเทีย ก็ได้บอกบางอย่างเอาไว้ – “ พันธมิตรเลือดดำต้องถูกกำจัด จากการที่ว่าเจ้ายังไม่ได้ชั่วร้าย เจ้าก็ทำตัวให้ดีซะ…”
หลังจากนั้น จางเทีย ก็หายไป ตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเขาก็อยู่ห่างไปถึง 20,000 ม. จากนั้นเขาก็หายตัวไปอีก ตอนที่โผล่มาตอนนี้เขาก็อยู่ห่างไปถึง 40,000 ม. หลังจากนั้นเขาก็หายไปจากสายตาของเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มคนนี้แต่เดิมแล้วเป็นเพียงคนธรรมดาในเมืองมังกรทะเล เขาน่ะมีความโดดเด่นเรื่องการบ่มเพาะเล็กน้อยสำหรับคนในรุ่น หลังจากที่วังสาขาของวังจักรพรรดิมังกรล่มสลายไป สุดท้ายเขาก็เข้าร่วมกังวังอมตะเลือดดำเพื่ออนาคตที่สดใส เหตุผลเดียวที่ จางเทีย ยังไว้ชีวิตเด็กคนนี้คือเด็กคนนี้ไม่ได้ขืนใจผู้หญิงสองคนกับโจรอีกสองคนตอนที่จับครอบครัวที่หลบหนีได้เมื่อไม่กี่วันก่อนหลังจากที่เข้าร่วมกับทีมนี้แล้ว เด็กคนนี้ถึงกับกล่อมให้พวกนั้นหยุดด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มรู้สึกหนาวไปทั้งตัว จนตอนนี้เขาถึงได้รู้ว่าเขาน่ะตัวเปียกไปทั้งตัวเพราะเหงื่อ เขาแค่มองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าราวกับว่ากำลังฝันอยู่
‘นี่เป็นความจริงรึ ? ’
เด็กหนุ่มนั้นสับสนและได้แต่กลิ่นเลือดที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
…
ตอนที่ จางเทีย ได้ก้าวไปเป็นก้าวที่สาม เขาก็ได้เล็งเป้าหมายไปที่ปราชญ์เลือดดำทั้งสองในวังอมตะหลังจากที่มองไปยังเขตต่างๆภายในเมือง
ตอนที่เขาก้าวไปเป็นก้าวที่สี่ เขาก็ได้เข้าใกล้เมืองมังกรทะเลแล้ว…
ตอนที่ก้าวไปก้าวที่ห้า เขาก็ได้เห็นกำแพงเมืองใต้เท้าของเขา….
ก้าวที่หก เขาก็ได้ยืนอยู่เหนือห้องโถงซึ่งกำลังจัดงานเลี้ยงอยู่