Castle of Black Iron - Chapter 1886: ปราชญ์เลือดดำทั้งสอง
Chapter 1886: ปราชญ์เลือดดำทั้งสอง
ปราชญ์เลือดดำทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาต้องขึ้นเป็นจักรพรรดิหากต้องการที่จะพัฒนาฐานการบ่มเพาะและอยู่อย่างสุขสบาย
ถ้าพวกเขาต้องการขึ้นเป็นจักรพรรดิ พวกเขาก็ต้องดื่มน้ำพุเก้าสวรรค์และได้รับการสนับสนุนจากคนจำนวนมาก
ปราชญ์เลือดดำทั้งสองเป็นคนเด็ดเดี่ยวและทะเยอทะยาน พวกเขารู้ว่าโจรพวกนี้สามารถช่วยพวกเขาพิชิตโลกได้แต่โจรพวกนี้ไม่อาจะช่วยเขาในการดูแลจัดการโลก นายพลในพันธมิตรเลือดดำนี้ต่างก็ถือว่าเป็นโจรชั่วยกเว้นแค่เพียงปราชญ์ทั้งสอง พวกเขาสามารถกระตุ้นให้คนเหล่านี้ในการช่วยพวกเขาในการยึดที่ดินทางตะวันตกของเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรด้วยการเอาของและผู้หญิงมาล่อให้ทำตามคำสั่งแต่หลังจากที่พันธมิตรเลือดดำได้กลายเป็นวังอมตะเลือดดำและวังจักรพรรดิมังกรก็กำลังจะล่มสลาย สถานการณ์ในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรตอนนี้จึงเริ่มดูคงที่ ดังนั้นปราชญ์ทั้งสองจึงมีแผนการอีกอย่าง
หลังจากนี้ไม่กี่เดือนเขตหลักภูเขาซากจะเปิดออก มันหมายความว่าเป็นโอกาสที่หายากสำหรับพวกนายพลสูงสุดทั่วดินแดนโม่เทียนในการขึ้นเป็นจักรพรรดิซึ่งพวกเขาต้องรออีกกว่า 360 ปีหากพลาดโอกาสนี้ไป แม้แต่ชีวิตนายพลสูงสุดก็ยังอยู่ได้แค่ 360 ปี แล้วใครกันที่จะรออีก 360 ปีได้อีก ? แม้ว่านายพลสูงสุดนั้นสามารถมีชีวิตได้นานกว่าพวกระดับต่ำกว่า แม้แต่จักรพรรดิมนุษย์และจักรพรรดิปิศาจก็ยังต้องตายในดินแดนโม่เทียน นี่ไม่ต้องพูดถึงการตายของนายพลสูงสุดเลย
ดังนั้นในโอกาสนี้ถ้าพวกลูกน้องยังคงได้ใจในอาณาเขตตัวเองและทำให้คนในอาณาเขตนี้ต้องหนีไป แทนที่จะมีคนมากขึ้นกว่าเดิม งั้นก็ไม่ต้องเดาเลยว่ามันคงอีกนานกว่าที่พวกเขาจะขึ้นเป็นจักรพรรดิแม้ว่าพวกเขาจะดื่มน้ำพุเก้าสวรรค์แล้วก็ตาม
สุดท้ายแล้วพวกลูกน้องก็จะกลายเป็นเพียงอุปสรรคในเส้นทางการขึ้นเป็นจักรพรรดิแต่หากไม่มีคนเหล่านี้ช่วย ปราชญ์ทั้งสองก็ยากที่จะจัดการกับวังอมตะเลือดดำได้
นี่คือหนึ่งเหตุผลที่ปราชญ์ทั้งสองได้เรียกรวมตัวทุกคนที่นี่ ดูเหมือนว่าปราชญ์ทั้งสองเตรียมการที่จะสั่งการให้กับลูกน้อง
มันไม่ใช่การตัดสินใจชั่วครู่แต่เป็นการตัดสินใจสุดท้ายที่ปราชญ์ทั้งสองได้คิดมาอย่างดีแล้วเมื่อดูสถานการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนโม่เทียนและเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร เมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งสองก็ได้วางแผนเช่นนี้แล้วแต่สถานการณ์ในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรตอนนั้นยังไม่ชัดเจนและพวกเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากโจรเหล่านี้ ดังนั้นปราชญ์ทั้งสองจึงต้องให้สิ่งที่พวกนี้ต้องการแต่ตอนนี้มันได้เวลาที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว
มันไม่ใช่เพราะปราชญ์ทั้งสองน่ะมีเมตตาแต่เพราะความต้องการของทั้งคู่
บรรยากาศในห้องโถงนั้นดูหนาวเหน็บขึ้นมาทันที
พวกคนที่ขึ้นเป็นนายพลได้นั้นไม่มีสักคนที่โง่ พวกคนที่รอดอยู่ในทะเลดาวหักและมีตำแหน่งในพันธมิตรเลือดดำได้ต่างก็ฉลาด แม้ว่าปราชญ์ดาบพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้มแต่น้ำเสียงนั้นราวกับแสดงความเศร้าออกมา ตอนที่นึกถึงวิธีที่น่ากลัวที่ปราชญ์ทั้งสองเคยใช้ในทะเลดาวหัก โจรหลายคนที่ติดตามพวกนี้มาหลายปีก็ขนลุกขึ้นมา
กว่าหลายปีมานี้ไม่มีสักคนเลยที่ขวางทางทั้งสองที่จะรอดไปได้ พวกนั้นราวกับตายทั้งเป็น ทุกคนรู้ถึงผลลัพธ์ของขัดขวางปราชญ์ทั้งสอง
…
“ แผละ….” – เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในห้องโถงที่เงียบงันซึ่งได้ดึงความสนใจจากทุกคน
นายพลที่บอกว่าจะฆ่าคนและยึดเอาสมบัติทุกอย่างในบ้านที่เขาชอบได้ตบหน้าตัวเองอย่างแรง เมื่อเห็นท่าทีของคนอื่นๆ เขาก็ได้ตบหน้าอีกด้านของตน ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มด่าตัวเองด้วยความเกลียดชังและความรู้สึกผิด
“ ข้ามันโง่…โง่….โง่จริงๆ ข้าไม่ใช่มนุษย์ กว่าหลายปีมานี้ข้าเอาแต่คิดสนุกกับตัวเองแทนที่จะคิดถึงสถานการณ์ของหัวหน้า ข้ามีความสุขแต่ก็ทำลายชื่อเสียงของหัวหน้าที่เมตตาต่อผู้คน..ฮือ…ฮือ……ข้าไม่คิดว่าหัวหน้าจะเลือกที่จะเผชิญปัญหาแทนการทำให้เราไม่พอใจ….ข้า วูซันซี สาบานว่าจะชดใช้ความผิด ข้าจะคิดถึงความรู้สึกของหัวหน้า….ข้าจะออกจากบ้านนั้นในวันนี้และเข้าเก็บตัวบ่มเพาะ 1 ปี….หลังจากนั้นถ้าข้ายังกล้าทำลายชื่อเสียงของท่านอีก โปรดตัดหัวข้าด้วย…”
วูซันซี นั้นพูดอย่างจริงใจ ในตอนที่พูดนั้นเขาก็เริ่มร้องไห้ออกมา หลังจากที่ตบหน้าตัวเองแล้วเขาถึงกับใช้หมัดทุบอกตัวเอง….
เมื่อเห็นแบบนั้นคนอื่นๆต่างก็ได้สติกันทันที
“ อ่ะ ข้าเองก็ด้วย หลังจากที่กลับไป ข้าจะปล่อยผู้หญิงที่ลูกน้องหามาให้ข้า….” – โจรอีกคนเองก็ตบหน้าตัวเอง
“ ข้าด้วย ข้าด้วย ข้าจะไม่ยึดกลุ่มการค้าอีก ข้าจะไม่เอามัน…ข้าไม่อาจทำลายชื่อเสียงของหัวหน้าที่เมตตาต่อผู้คน…” – โจรอีกคนด่าตัวเองด้วยสีหน้าเศร้า
“ สิ่งที่เราทำมาตลอดหลายปีได้สร้างปัญหาให้กับหัวหน้าและทำให้หัวหน้าเสียเกียรติ หลังจากที่กลับไปข้าจะสั่งการลูกน้องไม่ให้รบกวนผู้คนอีกต่อไป “ – อีกคนพูดขึ้น
“ อืม เราน่ะได้ฆ่าไปหลายคน เฮ้อ เราจะพยายามไม่ทำแบบนั้นอีกในอนาคต เราไม่อาจทำลายชื่อเสียงของหัวหน้าที่เมตตาต่อผู้คนได้…” – เจียจาง ที่ซึ่งเคยอวดว่าฆ่าคนมาเท่าไหร่ได้เริ่มใจบุญขึ้นมาทันที
ทั้งห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงพูดของผู้คนที่ประณามตัวเองและรับปากว่าจะรักษาชื่อเสียงของหัวหน้าตัวเอง….
ตอนที่พวกนั้นพูดจบ ปราชญ์ดาบก็กระแอมออกมาจนทำให้พวกนั้นต้องเงียบไปทันที
ปราชญ์ดาบมองไปที่พวกนั้นด้วยรอยยิ้ม – “ ดี พี่น้อง ข้าจะจำคำพูดพวกเจ้าเอาไว้ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไปแต่จากวันนี้หวังว่าพวกเจ้าจะทำตามที่พวกเจ้าพูด พี่น้อง พวกเจ้าได้สนุกกับเหล้าและผู้หญิง,เงินทองและบ้านเรือน พวกเจ้าสามารถสนุกได้ตามต้องการแต่พวกเจ้าต้องทำตามกฎ แม้แต่เมืองรึเขตของปิศาจก็ยังมีกฎ แม้แต่ปิศาจก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ตามใจ นี่ไม่ต้องพูดถึงเราเลย อีกอย่างแล้วตอนที่ปราชญ์กระบี่กับข้าได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ พวกเจ้าก็จะมีอนาคตที่สดใสกว่าเดิม จากนี้พวกเจ้าจะได้คริสตัลธาตุตามต้องการและนายพลผู้หญิงที่รับใช้พวกเจ้า..”
“ หัวหน้าฉลาดจริงๆ…”
“ ใช่ ตราบใดที่หัวหน้าได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ มีวังอมตะไหนบ้างที่จะเอาชนะเราได้ ? แม้แต่วังจักรพรรดิพลังรึวังจักรพรรดิดาวก็ไม่อาจจะเอาชนะเราได้ พวกนั้นมีจักรพรรดิเพียงแค่คนเดียวแต่เราจะมีถึงสอง ฮาฮา จากนั้นทั้งเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรก็จะเป็นของเรา วังอมตะเลือดดำจะเป็นวังอมตะอันดับ 1 ในหมู่มนุษย์….”
“ ใช่ ข้ายังไม่เคยเล่นกับนายพลผู้หญิง บอกกันว่านายพลผู้หญิงนั้นเก่งเรื่องบนเตียงซึ่งเอาผู้หญิงธรรมดามาเทียบไม่ได้ ข้าจะทำตามคำสั่งหัวหน้าเพราะเหตุผลนี้และรอให้หัวหน้าขึ้นเป็นจักรพรรดิ….”
พวกโจรต่างก็เปลี่ยนท่าทีกันทันทีและคาดหวังกับชีวิตที่สดใสในอนาคต….
ปราชญ์ดาบหัวเราะออกมาแล้วพูดขึ้น – “ 3 วันจากนี้ วังอมตะเลือดดำจะประกาศกฎอย่างเป็นทางการ หวังว่าพวกเจ้าจะทำตามมันอย่างเคร่งคัด พวกเจ้าจะได้เลี้ยงฉลองที่นี่อีก 3 วัน พี่น้อง พวกเจ้าสนกุกับทุกอย่างที่นี่ได้เช่นเดิมแต่ 3 วันจากนี้ เมื่อพวกเจ้าออกจากที่นี่ไป พวกเจ้าก็ควรจะทำตามกฎ…”
ปราชญ์ดาบปรบมือสองครั้งพร้อมกับมีสองสาวเดินเข้ามาจากประตูข้างของประตู
หลังจากที่ได้ยินว่าจะสนุกกับงานเลี้ยงได้อีก 3 วัน สายตาของพวกโจรก็ดูเป็นประกายขึ้นมา ไม่นานหลังจากนั้นห้องโถงก็เต็มไปด้วยเสียงร้องครางของผู้หญิง…
ทักษะที่ปราชญ์กระบี่ได้บ่มเพาะนั้นทำให้เขาต้องเงียบ ถ้าเขาเปิดปากพูด ทักษะของเขาจะอ่อนแอลง 30% เขาต้องเงียบอยู่หลายปี ดังนั้นปราชญ์กระบี่จึงแค่ฟังเท่านั้น
ปราชญ์ดาบได้มองไปที่ปราชญ์กระบี่ ปราชญ์กระบี่เองก็ยกแก้วขึ้นมา ทั้งสองคนยิ้มให้กันราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของทั้งคู่ !
…
ถ้า จางเทีย ตายไปแล้ว วังอมตะเลือดดำก็อาจจะกลายเป็นขุมกำลังใหญ่ในดินแดนโม่เทียนและปราชย์ทั้งสองก็อาจะอยู่จุดสูงสุดของดินแดนโม่เทียนหากดูจากวิธีการที่เด็ดเดี่ยวและชั่วร้าย จากนั้นใครกันที่จะจำได้ว่าโจรเหล่านี้ทำอะไรไว้ตลอดหลายปีมานี้ ? ใครกันที่จะมาปรักปรำพวกนี้ ? ใครกันที่พิสูจน์ได้ว่าความมืดกำลังปกคลุมเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรภายใต้การปกครองของวังอมตะเลือดดำตลอดหลายปีมานี้ ? บางทีชื่อเสียงที่ทั้งสองเมตตาต่อผู้คนนั้นอาจจะแผ่ไปทั่วดินแดนโม่เทียนและมีหลายคนที่ชื่นชมทั้งคู่ ในขณะเดียวกันพวกโจรที่มารวมตัวกันที่นี่ก็จะกลายเป็นเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ….
ในประวัติศาสตร์แล้วมีหลายขุมอำนาจที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ น้อยคนนักที่จะเป็นคนใสสะอาด ไม่มีสักคนเลยที่เกิดมาแล้วเป็นจักรพรรดิรึเหนือกว่าผู้อื่นทันที
น่าเสียดายที่ตอนนั้น จางเทีย ได้มาถึงเมืองมังกรทะเลแล้ว….