Castle of Black Iron - Chapter 1880: เรื่องน่าเศร้า
Chapter 1880: เรื่องน่าเศร้า
เรื่องของนิกายหยิงหยางนั้นน่าเศร้าแต่ต้นกำเนิดของความเศร้านี้คือความรักและความเกลียดชังระหว่างผู้อาวุโสในนิกาย
หยิงคังไห่ ได้หลอกวังจักรพรรดิแรงในการฆ่า พี่ลู่ ซึ่งมีสิทธิที่จะเป็นหัวหน้าของนิกายหยิงหยางแต่ หยิงคังไห่ นั้นไม่คิดว่า พี่ลู่ ที่ตายไปนั้นได้ทำให้ หัวเม่ยจวน ตั้งท้อง แม้ว่าเขาจะได้บัลลังก์มาและได้เป็นคนรักของเธอแต่เขาก็คิดว่า ลู่ไฮหยู นั้นเป็นลูกของตัวเอง
ซูยู่ซิว ที่โตมาพร้อมกับ ลู่ นั้นจดจำความแค้นนี้ไว้ หลังจากที่เก็บความแค้นมาหลายสิบปี ในที่สุดเธอก็เข้าร่วมกับวังจักรพรรดิทมิฬ ด้วยพลังของวังจักรพรรดิทมิฬ เธอเกือบที่จะทำลายนิกายหยิงหยางไปได้
หากไม่มี จางเทีย นิกายหยิงหยางอาจจะโดนกำจัดไปนานแล้ว มันคือ จางเทีย ที่ทำให้นิกายหยิงหยางพอมีหวัง
ตอนนั้นนิกายหยิงหยางต้องอยู่กับความเสียหาย นอกจากนายพลแล้ว ศิษย์คนอื่นๆต่างก็โดนฆ่า ความขัดแย้งภายในของนิกายได้ถูกเปิดเผยออกมา ตำแหน่งของ หยิงคังไห่ สั่นคลอน อีกอย่างแล้วเขาก็อคติกับภรรยาและลูกรวมถึงเสียอำนาจไป แม้ว่าพวกเขาจะถูก จางเทีย ช่วยเอาไว้แต่อนาคตของนิกายก็มืดหม่นเช่นเดิม
จางเทีย ไม่รู้เลยว่าพวกที่รอดมาได้นั้นจะเป็นแบบเดิมได้หรือไม่หลังจากที่หนีออกจากปราสาทตระกูลซี เพราะมันมีบางคนในนิกายหยินหยางที่เขาเป็นห่วง แน่นอนว่า จางเทีย ต้องถามเรื่องนี้จาก หยิงเฟยเฉียง และ ซูไห่เม่ย ที่อยู่ข้างๆ
“ หยิงคังไห่ ตายไปแล้ว ศิษย์พี่หัว เองก็เช่นกัน นิกายหยินหยางแตกเป็นเสี่ยงๆ…” – ซูไห่เม่ย พูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าแล้วน้ำตาไหลออกมา
ในตอนที่ ซูไห่เม่ย พูดถึงชื่อของ หยิงคังไห่ แทนที่จะเป็นตำแหน่งรึพี่หยิง จางเทีย ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในนิกายหยินหยางหลังจากที่พวกนี้ออกจากปราสาทตระกูลซีมา สิ่งที่ ซูไห่เม่ย ได้พูดต่อมาได้รับรองความคิดของเขา
“ หลังจากที่ออกจากเมืองมังกรฟ้ามา เราได้หนีไปยังเมืองจักรพรรดิแรงเพื่อหาที่ตั้งชั่วคราว มันไม่มีปิศาจในเมืองจักรพรรดิแรง เพราะวังจักรพรรดิทมิฬนั้นเกี่ยวข้องกับปิศาจ ขุมอำนาจของวังจักรพรรดิทมิฬอาจจะเข้ามาในเมืองจักรพรรดิแรงไม่ได้เช่นกัน อีกอย่างแล้วนิกายหยินหยางก็มีที่หลบภัยในเมืองจักรพรรดิแรง คฤหาสน์นั้นสามารถใช้เป็นที่พักยามฉุกเฉินได้ ตอนนั้นเราไม่อาจจะไปไหนได้อีกนอกจากเมืองจักรพรรดิแรง ! “
“ ตอนนั้นแม้ว่าจะไม่มีคนของปิศาจรึวังจักรพรรดิทมิฬในเมืองจักรพรรดิแรงแต่มันก็ยังมีคนของวังจักรพรรดิพลัง ดังนั้นมันจึงไม่ปลอดภัยแม้ว่าเราจะซ่อนอยู่ในเมืองจักรพรรดิแรง อีกอย่างแล้วเพราะ ยู่ซิว นั้นเข้าร่วมกับวังจักรพรรดิทมิฬ เราจึงไม่มั่นใจว่าวังจักรพรรดิทมิฬนั้นรู้จักที่พักของเราหรือไม่ ถ้าพวกนั้นรู้ พวกนั้นก็แค่บอกกับทางวังจักรพรรดิพลัง จากนั้นคนของเราก็คงได้รับความเสียหายหนักกว่าเดิม ตอนนั้นเราต้องทนทุกข์ ดังนั้น เฟยเฉียง กับข้าจึงบอกให้ออกมาจากเมืองจักรพรรดิแรงให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ รู่ซิน และ ยู่หลาน บอกว่าเจ้าอยากจะปกป้องเราในเขตใหญ่มังกรไฟ ดังนั้นเราจึงต้องการไปยังเขตใหญ่มังกรไฟเพื่อตั้งรกรากที่นั่น…”
“ ใช่ ก่อนที่ รู่ซิน และ ยู่หลาน จะได้ออกจากเมืองจักรพรรดิมังกร ข้าได้บอกพวกเธอว่าคนของพวกเจ้ามายังเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรได้ ข้าจะกันไม่ให้คนของวังจักรพรรดิพลังมาหาเรื่องพวกเจ้าในอาณาเขตข้า ไม่คาดคิดว่าพวกเจ้าเองก็อยู่ในเมืองจักรพรรดิแรงในตอนนั้น เพราะข้าได้รับบาดเจ็บหนัก ข้าจึงอยู่ที่ภูเขาหลังเสืออยู่สักพัก…”
ดินแดนโม่เทียนนี่มันเล็กจริงๆแต่เมืองจักรพรรดิแรงนั้นมีขนาดใหญ่ จางเทีย ไม่คิดว่าคนของนิกายหยินหยางกับเขาต่างก็อยู่ในเมืองจักรพรรดิแรงในตอนนั้น น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้พบกัน ซูไห่เม่ย กับ หยิงเฟยเฉียง พูดถูก ในโอกาสนั้นมันถือว่าเป็นทางที่ดีที่สุดในการย้ายไปยังเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร
“ อ่ะ เจ้าเองก็อยู่ในเมืองจักรพรรดิแรงด้วยรึตอนนั้น ? “
“ ใช่ หลังจากที่รู้ว่า เซียหยางหมิง และ ซีซงหยู เป็นคนของวังจักรพรรดิทมิฬในวังจักรพรรดิมังกร ข้าก็ได้ไล่ตามพวกนั้นไป หลังจากนั้นแม้ว่าข้าจะฆ่าพวกนั้นได้แต่ข้าก็หลงกลจักรพรรดิปิศาจเทียมและเกือบจะต้องตาย โชคดีที่ข้ารอดมาได้ ดังนั้นข้าจึงไปยังเมืองจักรพรรดิแรงเพื่อรับการรักษา! “ – จางเทีย พูดพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ในขณะเดียวกันเขาก็ได้เติมมันฝรั่งลงไปในกองไฟ
“ เรารู้ว่าเราไม่อาจจะอยู่ในเมืองจักรพรรดิแรงได้นานแต่หลังจากที่มาถึงเมืองจักรพรรดิแรง หยิงคังไห่ ก็ได้สั่งขัง เม่ยจวน กับ ลู่ไฮหยู อีกอย่างแล้วเขาก็ไม่คิดรับคำแนะนำจากคนอื่นอีก นอกจากนี้เขาไม่ตกลงกับการออกจากเมืองจักรพรรดิแรง เฟยเฉียง กับข้าทนเขาไม่ไหวอีกต่อไป ดังนั้นเราจึงหาโอกาสในการช่วย เม่ยจวน กับ ลู่ไฮหยู จากนั้นเราก็ได้ออกจากเมืองจักรพรรดิแรงมาพร้อมกับศิษย์สาขาหยินเพื่อไปยังเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร ! “
“ ใช่ เจ้าพูดถูกแต่ข้าไม่คิดว่า หยิงคังไห่ จะเป็นเช่นนั้น…” – จางเทีย ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“ ข้าไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนั้นได้เช่นกัน ก่อนหน้านี้จนกระทั่งถึงวันที่เราได้ออกจากเมืองมังกรฟ้า หยิงคังไห่ ยังได้รับความชื่นชมในฐานะหัวหน้านิกาย มันเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ตามเขาไปยังเมืองจักรพรรดิแรง ! “
“ บางทีเขาอาจจะโดนกระตุ้นมากเกินไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ! “ – จางเทีย ถอนหายใจ ในฐานะหัวหน้านิกายแล้ว นิกายเขาเกือบจะโดนกำจัด ในฐานะหัวหน้าครอบครัวแล้ว เขาได้ยินว่าคนที่เขารักมีลูกกับคนอื่นก่อนที่จะแต่งงานกับเขา จากนั้นลูกก็ได้กลายเป็นศัตรูกับเขา ในฐานะผู้ชายแล้วเกียรติและชื่อเสียงของเขานั้นโดนทำลายในคุกของปราสาทตระกูลซี จางเทีย ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่ยังยินดีอยู่ได้หลังจากที่เจอเรื่องเหล่านี้ บางคนอาจจะทำแบบนั้นได้แต่ หยิงคังไห่ นั้นไม่ใช่คนแบบนั้น – “ เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ? “
“ ระหว่างทางไปยังเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร เราโดน หยิงคังไห่ ไล่ล่า เขาต้องการเอาเรากลับไปยังเมืองจักรพรรดิแรงแต่เราไม่ยอม ดังนั้นเขาจึงจะใช้กำลังกับเรา จากนั้นเราก็กลายเป็นศัตรูกัน เพราะเขาอยู่เพียงลำพังและไม่อาจจะเอาชนะเราได้ ดังนั้นเขาจึงพยายามอย่างที่สุดเพื่อหยุดเรา ไม่คิดว่าตอนที่เราไปถึงเขตกลางเฟ่ยหยู เราได้ถูกพบโดย ซีดาน จากการต่อสู้นั้น หยิงคังไห่ โดนฆ่า เม่ยจวน เองก็ตายด้วย ต้องขอบคุณที่มีคนผ่านมาตอนนั้น เมื่อเธอเห็นการต่อสู้นี้เธอก็เข้าร่วมด้วย เพราะกลัวจะโดนล้อมจึงทำให้ ซีดาน รีบหนีไป ไม่งั้นเราคงตายไปแล้ว..”
“คนที่ผ่านมานั้นเป็นผู้หญิงซึ่งเป็นหัวหน้านิกายและหัวหน้าตระกูล หลังจากที่รู้ว่าเราโดนคนของวังจักรพรรดิทมิฬไล่ล่า เธอก็สงสารเราและให้เราพักที่เมืองเธอได้ จากการดูแลของเธอ ในที่สุดเราก็ผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ ! “
“ ไม่นานหลังจากที่มาถึงเมืองของเธอ เราก็ได้ยินว่าคฤหาสน์ของเราในเมืองจักรพรรดิแรงได้ถูกบุกโจมตีโดยคนของวังจักรพรรดิพลัง ศิษย์ผู้ชายส่วนมากนั้นโดนฆ่า มีแค่ไม่กี่คนที่รอดและหายตัวไปนับจากนั้น หลังจากที่ เม่ยจวน ตายไป ไฮ่หยู ก็ได้ออกจากที่นั่นโดยไม่มีใครพบ จากนั้นก็มีแค่สาขาหยินที่รอดมาได้ หลังจากนั้นไม่กี่วันเราก็ได้ยินว่าคุกอมตะถูกพบในภูเขาซากแต่เจ้าน่ะหายตัวไปในคุกอมตะแห่งนี้….”
“ ถ้าไม่เจอเจ้าในวันนี้ เฟยเฉียง กับข้าคงไม่มีทางยอมที่จะโดนดูหมิ่นโดย ซีดาน และปิศาจเพื่อกลายเป็นหุ่นเชิดให้พวกนั้นควบคุมศิษย์คนอื่นๆของนิกายหยินหยาง แย่ที่สุดเราอาจจะระเบิดหัวใจตัวเองและตายไป…”
ตอนที่ ซูไห่เม่ย ได้พูดเรื่องนี้ เธอก็นึกถึงความลำบากที่เธอเจอมาตลอดหลายปี จากนั้น ซูไห่เม่ย และ หยิงเฟยเฉียง ต่างก็ก้มหน้าแล้วเริ่มสะอื้น พวกเธออดไม่ได้ที่จะร้องไห้เพราะความเศร้า
จางเทีย เองก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน พวกเธอน่ะน่าสงสาร
พวกสาวงามน่ะไม่ใช่ทั้งปิศาจและคนร้าย พวกเธอถูกตราหน้าว่าเป็นปิศาจและโดนไล่ล่าโดยวังจักรพรรดิพลัง หนึ่งในขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนโม่เทียนเพียงเพื่อเข้าร่วมนิกายและบ่มเพาะทักษะ ผลก็คือพวกเธอต้องกังวลเรื่องความตายทุกวัน จากนั้นทักษะของพวกเธอก็ได้สร้างความสนใจให้กับวังจักรพรรดิทมิฬและดึงพวกเธอเข้าสู่ปัญหา สุดท้ายนิกายก็แตก พวกเธอโดนไล่ล่าทั่วทุกที่ แต่พวกเธอก็ยังรอดมาได้ มันถือว่าวิเศษ แม้แต่พระเจ้าก็ยังต้องสงสารพวกเธอและเปิดโอกาสให้พวกเธอรอดจากอันตรายมาได้
ซูไห่เม่ย และ หยิงเฟยเฉียง ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใครมาก่อน พวกเธอเก็บมันไว้ในใจมานาน จางเทีย ปลอบพวกเธอด้วยคำพูดไม่ได้ เขาแค่ปล่อยให้พวกเธอระบายมันออกมา ตอนที่พบว่าพวกเธอหยุดร้องแล้ว จางเทีย ก็ได้เอามันฝรั่งออกมาจากกองไฟ หลังจากที่เป่าเถ้าออก เขาก็ได้ส่งมันให้กับพวกเธอแล้วพูดขึ้น – “ ไม่ต้องกังวล จากนี้ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ มันไม่มีใครกล้ารังแกพวกเจ้าอีกต่อไปในดินแดนโม่เทียน ข้าจะทำให้วังจักรพรรดิพลังยกเลิกคำสั่งการไล่ล่าคนของนิกายหยินหยาง….”