หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 72 พลังทำลายของอาหมาน

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 72 พลังทำลายของอาหมาน
Prev
Next

เส้นทางหนึ่งภายในหุบเขาหนานหลี่ เสียงฝีเท้าของวัวป่ามายาตัวหนึ่งกำลังลากเลื่อนรถคันหนึ่งผ่านเข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางที่สง่างามอย่างมาก รายล้อมไปด้วยผู้คุ้มกันรอบด้านกว่าสิบคนกำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสู่จักรวรรดิต้าเซี่ย 

 

 

ในระหว่างการเดินทางอันยาวนานนั้น จู่จู่รถลากก็หยุดลงอย่างกะทันหัน เซี่ยฉางเฟิงที่นั่งอยู่ภายในรถลากก็เกิดอาการฉุนเฉียวขึ้นมา แล้วตะโกนเสียงดังว่า “หยุดด้วยเหตุอันใดกัน?”

 

 

เซี่ยฉางเฟิงเดินทางกลับต้าเซี่ยในครั้งนี้เพื่อตระเตรียมเรื่องพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเขากับองค์หญิงสามแห่งจักรวรรดิเฟิงหมิง อีกทั้งยังเป็นคำสั่งจากชายหนุ่มชุดขาวที่ให้เขากลับมาสะสางเรื่องที่สำคัญเช่นนี้เสียก่อน

 

 

ด้วยเหตุนี้เซี่ยฉางเฟิงจึงเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน ด้วยเวลาเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนก็ได้เดินทางมาถึงเทือกเขาหนานหลี่แห่งนี้แล้ว หากผ่านเทือกเขาลูกนี้ไปได้อีกสักครึ่งวันก็คือเขตแดนของจักรวรรดิต้าเซี่ยแล้ว ทว่าหากเดินทางด้วยสัตว์มายาที่เหาะเหินเดินอากาศได้ก็จะร่นเวลาเดินทางให้เร็วกว่านี้ได้อีก

 

 

ทว่าด้วยจำนวนผู้คนที่มากมายย่อมไม่อาจเดินทางด้วยสัตว์มายาได้ทั้งหมด อีกทั้งสัตว์มายาอาจตกเป็นเป้าหมายของกับกลุ่มสัตว์มายาตัวอื่นที่เหินเวหาได้แข็งแกร่งยิ่งกว่า เช่นนั้นคงจะต้องตายไปอย่างไร้หนทางหนีได้ 

 

 

“ขอเรียนองค์ชาย มีคนผู้หนึ่งขวางทางอยู่” คนบังคับรถลากได้กล่าวขึ้นมา 

 

 

“ผู้ใดกัน?” เซี่ยฉางเฟิงเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง 

 

 

“คนคุ้นเคยของท่าน”

 

 

เซี่ยฉางเฟิงยิ่งขมวดคิ้วเข้าชนกันอย่างหนัก เขากระโจนตัวออกมาจากรถลากที่หยุดอยู่บริเวณปากทางที่จะเข้าหุบเขาอันคับแคบและคดเคี้ยว หากคิดจะเดินทางด้วยรถลากก็จำเป็นที่จะต้องผ่านเส้นทางนี้เพียงสายเดียวเท่านั้น 

 

 

ระหว่างช่องแคบทางด้านหน้านั้นก็มีเงาร่างสองสายกำลังเดินตรงเข้ามากลางเส้นทางสายนั้น ร่างเล็กกว่าเดินนำอยู่ทางด้านหน้า เมื่อหรี่ตามองไปยังร่างเงานั้นจนชัดเจน เซี่ยฉางเฟิงก็บังเกิดเสียงหัวเราะขึ้นมาเสียยกใหญ่ ทว่าประกายแววตากลับสาดทอความเยียบเย็นออกมาหลายขุม

 

 

“หลงเฉิน เจ้ามารอองค์ชายอย่างข้าอยู่อย่างนั้นหรือ คิดที่จะมาส่งข้าโดยเฉพาะใช่หรือไม่?” เซี่ยฉางเฟิงโบกมือขึ้นกลางอากาศ พลันองครักษ์รอบด้านนับหลายสิบคนก็ได้แยกออกไปโอบล้อมหลงเฉินกับอาหมานเอาไว้อย่างเฉียบพลัน 

 

 

หลงเฉินมองไปที่เซี่ยฉางเฟิง แล้วพยักหน้าไปมา “ใช่แล้ว เห็นว่าเจ้าเดินทางเส้นนี้คงจะยากลำบากเกินไป จึงอยากจะพาเจ้าไปส่งยังเส้นทางของยมบาลอย่างไรเล่า”

 

 

“ปากดีนัก อย่าบอกนะว่าที่พวกเจ้าทั้งสองคนมาถึงยังที่แห่งนี้ ก็เพื่อจะดักซุ่มองค์ชายอย่างข้าอย่างนั้นหรือ” เซี่ยฉางเฟิงหรี่ดวงตาลงอย่างดูแคลน แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

 

 

“องค์ชายลูกเต่าอย่างข้า? นี่ช่างเป็นคำเรียกขานที่เหมาะสมกับเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ทว่า ‘ดักซุ่ม’ คำนี้ข้าคงไม่อาจรับไว้ได้ พวกเรามาเพื่อน้อมส่งผู้คนก็เท่านั้น”

*คำพ้องเสียงในภาษาจีน: ลูกเต่า กับ ดักซุ่ม

 

 

หลงเฉินโบกมือไปมาพร้อมกับกล่าวเสียงเรียบ สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดใดกำลังมองไปที่เซี่ยฉางเฟิง

 

 

“เซี่ยฉางเฟิง ข้าไม่สนใจที่จะเล่นต่อตัวอักษรอันน่าเบื่อหน่ายของเจ้าอีกแล้ว ที่อยู่บนตัวของฉู่เหยา เป็นฝีมือลูกเต่าอย่างเจ้าใช่หรือไม่?”

 

 

เมื่อนึกถึงสิ่งที่ฉู่เหยาได้พบเจอมา ภายในดวงตาคู่คมของเขาก็แผ่รังสีฆ่าฟันออกมา ฉู่เหยาเป็นผู้หญิงของเขาแล้ว แน่นอนว่าไม่อาจทนต่อเรื่องราวที่ทำร้ายนางได้แม้แต่น้อย 

 

 

ในช่วงเวลาที่ได้พบเจอกับฉู่เหยาก็ทำให้เขาหวนนึกถึงร่างกายของตัวเองขึ้นมาในทันที ถ้าหากเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยฉางเฟิงจริง เช่นนั้นเขาก็สามารถหาตัวการสำคัญได้แล้ว

 

 

เซี่ยฉางเฟิงมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าคำพูดของหลงเฉินทำให้เขาแตกตื่นตกใจขึ้นมามากมาย ทันใดนั้นก็เร่งเก็บสีหน้าลงไปแล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะรู้อะไรมาไม่น้อยเลยทีเดียวนะ ทว่าไม่เป็นไร ในเมื่อมาหาที่ตายเองเช่นนี้ ต่อให้รู้มากไปกว่านี้ก็เปล่าประโยชน์”

 

 

คำพูดของเซี่ยฉางเฟิงเหมือนกับมีความนัยสองแง่สามง่าม ไม่ใช่คำตอบที่หลงเฉินต้องการ ทว่าก็เข้าใจได้ว่าเซี่ยฉางเฟิงจะต้องทราบเรื่องราวอยู่มากเป็นแน่

 

 

หลงเฉินหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง หากง้างปากขององค์ชายผู้นี้ขึ้นมาได้ เขาคงจะล่วงรู้ถึงความลับและแผนการทั้งหมดได้ในคราวเดียว 

 

 

“หลงเฉิน เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนที่ชาญฉลาดอยู่พอตัว ทว่าวันนี้เจ้าทำให้ข้าคิดผิดไป มากันเพียงแค่สองคนยังหาญกล้าที่จะดักซุ่มพวกข้าอีกอย่างนั้นหรือ ไม่ทราบว่าข้าควรกล่าวชมเชยในความห้าวหาญของเจ้าว่าอย่างไรดี หรือควรจะหัวเราะเย้ยหยันในความโง่เขลาของเจ้าแทน 

 

 

ดูเหมือนว่าการสังหารหว่างซานลงไปได้ จะทำให้เจ้าเกิดความจองหองอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยนะ คิดว่าทั่วทั้งใต้หล้านี้ เจ้าจะไร้ผู้ต้านทานหรืออย่างไรกัน? 

 

 

หวังหมาง ตลอดมานี้เจ้าคิดว่าข้าไม่ให้โอกาสแก่เจ้าได้แสดงฝีมือออกมาใช่หรือไม่? ตอนนี้โอกาสของเจ้าได้มาถึงแล้ว ไปเด็ดศีรษะของเจ้าหนูโสมมที่ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาตัวนั้นออกมาซะ!” เซี่ยฉางเฟิงคำรามออกมาอย่างเดือดดาล

 

 

ประโยคสุดท้ายของเซี่ยฉางเฟิงนี้ได้กล่าวกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขา ชายที่มีใบหน้าดำคล้ำดุจถ่านและร่างกายกำยำอันมีนามว่าหวังหมาง 

 

 

หวังหมางแสยะยิ้มอันแสนชั่วร้ายขึ้นมาที่มุมปากจนเผยให้เห็นฟันเขี้ยวสีขาวผ่องประดุจคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย ชายหนุ่มผู้นี้เป็นองครักษ์ประจำตัวของเซี่ยฉางเฟิง อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือยุทธ์อันลึกลับเช่นเดียวกับหว่างซานด้วย 

 

 

“นายท่านโปรดวางใจ เพียงแค่สิบกระบวนท่าของข้าก็คงหั่นชิ้นเนื้อเขาออกมาได้แล้ว”

 

 

หวังหมางหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับเยื้องย่างออกมาจากที่ด้านข้างของเซี่ยฟางเฉิง 

 

 

เช้ง ! 

 

 

เสียงชักคมดาบออกจากฝักดาบดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ หวังหมางถือกระบี่รูปร่างผิดแปลกในมือข้างหนึ่ง จนดวงตาของหลงเฉินจำต้องหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อจ้องมองมันได้ชัดเจนขึ้น 

 

 

กระบี่เล่มนั้นเรียกว่ากระบี่หนัก โดยปกติแล้วกระบี่ยาวตามปกติจะมีความกว้างแค่หนึ่งช่วงนิ้วมือ ทว่ากระบี่หนักของหวังหมางกลับมีความกว้างถึงสี่ช่วงนิ้วมือ ด้วยความกว้างที่เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้คมดาบหนาขึ้นด้วย อีกทั้งตัวกระบี่ยังยาวกว่าปกติถึงเจ็ดเซียะ ด้วยเหตุนี้กระบี่เล่มนั้นจึงมีน้ำหนักมากกว่ากระบี่ยาวปกติหลายจั่งนัก 

 

 

ผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้กระบี่หนักต่างก็มีพลังอันมหาศาลจนน่าประหลาดใจกันแทบจะทั้งสิ้น เพียงแค่เรี่ยวแรงที่จะใช้ในการกวัดแกว่งกระบี่ก็น่าตกใจมากแล้ว 

 

 

ด้วยความยาวถึงเจ็ดเซียะและความหนาเกือบสามเซียะ ไม่ต้องคาดเดาเลยว่ากระบี่เล่มนั้นจะหนักถึงเพียงใด ทว่าเพียงแค่ถูกชักออกมาจากฝักก็ได้หอบสายลมพวยพุ่งเข้ามาปะทะร่างของหลงเฉินอย่างรุนแรง อากาศถูกฟันจนแหวกออกสู่กลางแสกหน้าของหลงเฉิน 

 

 

“เจ้าเป็นของข้า”

 

 

หลงเฉินไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายแต่อย่างใด มีเพียงอาหมานที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาเท่านั้นที่ได้ตะโกนออกมาเสียงดังกังวานออกมา พร้อมทั้งกวัดแกว่งขวานศึกเบิกภูผาท่ามกลางอากาศ จนทอประกายแสงสีทองพวยพุ่งออกมา ร่างใหญ่ของอาหมานมุ่งหน้าเข้าไปยังกระบี่หนักของหวังหมางในทันที 

 

 

“ตัง”

 

 

ผืนฟ้าสั่นไหว เสียงเหล็กกล้ากระทบกันเสียงดังสะท้อนบาดแก้วหูของผู้คนทั้งหมดจนอื้ออึงไปตามๆ กัน องครักษ์ส่วนหนึ่งเกิดอาการแสบแก้วหูขึ้นมาเป็นสาย บ้างก็มีโลหิตไหลออกมาอย่างช้าๆ จนไม่ได้ยินเสียงอันใดอีกแล้ว 

 

 

หลังจากปะทะกันไปครั้งหนึ่ง ทั้งสองเงาร่างก็ได้หลุดลอยออกจากกันทันที อาหมานถอยออกไปสามก้าวติดต่อกันแล้วค่อยหยุดร่างเอาไว้ได้ ทว่าหวังหมางไม่อาจที่จะควบคุมร่างกายได้กลับถอยหลังไปไกลกว่าสามช่วงตัว อีกทั้งเท้าทั้งสองยังจมปลักลึกเข้าไปในพื้นดินจนเกิดรอยแยกขึ้นสองสาย

 

 

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนท่านี้ไป แม้แต่ก้อนศิลาน้อยใหญ่ก็ยังต้องแตกละเอียด ผู้คนทั้งหลายต่างก็มีสีหน้าตื่นตกใจแล้วมองมายังอาหมานที่มีรูปร่างใหญ่โตประดุจยักษ์กินคนอย่างไรอย่างนั้น 

 

 

ในช่วงเวลาที่สายตาคู่หนึ่งหันไปพบกับขวานศึกเบิกภูผาในมืออาหมาน ก็ยิ่งทำให้รูม่านตาของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนแทบจะถลนออกมา เซี่ยฉางเฟิงจดจำขวานยักษ์ที่มีน้ำหนักถึงสามพันชั่งได้เป็นอย่างดี เขาเคยพบมันในงานการประมูลเมื่อหลายวันก่อนนั่นเอง 

 

 

เมื่อมองไปยังรูปร่างมหึมาของอาหมาน ผนวกกับมือข้างใหญ่ที่กำลังจับด้ามขวานเอาไว้อยู่ เรียกได้ว่าสิ่งของชิ้นนี้ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ มือใหญ่ข้างนั้นถือขวานได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่สนใจในน้ำหนักของมันเลยแม้แต่น้อย

 

 

ใบหน้าของหวังหมางกลับแตกตื่นตกใจเสียยิ่งกว่า เขาถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่ทรงพลังมาตั้งแต่กำเนิด กระบี่หนักที่อยู่ในมืออย่างน้อยก็มีน้ำหนักถึงสองพันชั่งแล้ว นับเป็นยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสมกับเขาอย่างถึงที่สุด จนน้อยคนนักที่จะสามารถต้านทานพลังของเขาได้จนถึงสามกระบวนท่า 

 

 

ถึงแม้ว่าจะถูกเรียกขานว่าเป็นเครื่องมือยุทธ์อันลี้ลับเช่นเดียวกับหว่างซาน ทว่าในตอนที่ได้แปลงเป็นร่างสัตว์แล้วก็ยังไม่อาจรับมือของหวังหมางได้ถึงสิบกระบวนท่าด้วยซ้ำไป 

 

 

กระนั้นเขากลับคาดคิดไม่ถึงว่าจะต้องมาถูกตัวโง่งมที่ไร้ซึ่งพลังยุทธ์มาทำให้ล่าถอยออกไปได้ถึงเพียงนี้ ในขณะเดียวกันก็แฝงเอาไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก 

 

 

“ไปตายซะ”

 

 

หวังหมางตะโกนออกมาด้วยเพลิงโทสะที่สุมอยู่เต็มอก พลันโลหิตทั่วร่างก็ได้ไหลเวียนขึ้นมาอย่างช้าๆ เดิมทีที่คิดจะจัดการหลงเฉินโดยไม่ใช้พลังออกมามากมายนักจึงได้เก็บงำเอาไว้มาโดยตลอดตามที่เซี่ยฉางเฟิงบอกไว้ เขาและหว่างซานจึงอยู่ในสภาวะที่ไม่ปลดปล่อยพลังจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว 

 

 

ทว่าวันนี้กลับต้องมาพบเจอกับพลังมหาศาลที่สามารถมีชัยเหนือกว่าตัวเองได้ถึงขั้นหนึ่ง จึงไม่อาจอดกลั้นเพลิงโทสะเอาไว้ได้อีก เขาย่อมไม่อาจปล่อยให้มีบุคคลเฉกเช่นนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอน 

 

 

“ซูม”

 

 

กระบี่หนักในมือของหวังหมางสั่นไหวไปตามการไหลเวียนพลังที่พุ่งพล่านออกมาเป็นสายท่ามกลางอากาศโดยรอบ ครั้งนี้กระบี่หนักได้หอบเสียงของสายลมอย่างรุนแรงเสียยิ่งกว่าเดิมประดุจยมบาลหมายจะมาช่วงชิงเอาชีวิตของผู้คนอย่างไรอย่างนั้น 

 

 

ด้วยพลังการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ แม้แต่หลงเฉินเองก็ยังตื่นตระหนกขึ้นมาไม่น้อยเลย อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความห่วงใยในตัวของอาหมานขึ้นมาเป็นสาย

 

 

หวังหมางเป็นถึงนักสู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลังอันมหาศาลผู้หนึ่ง ไม่ชื่นชอบการใช้ทักษะยุทธ์หรือทักษะเฉพาะออกมามากมายนัก กระบวนท่าของชายผู้นี้จึงเรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง 

 

 

หากกล่าวในมุมมองของอาหมานแล้วการโจมตีเช่นนี้ถือได้ว่ามีความเหมาะสมกับเขาเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าอาหมานแทบจะไม่รู้เรื่องอันใดเกี่ยวกับทักษะยุทธ์หรือทักษะเฉพาะเลย 

 

 

“ตูม”

 

 

ชายหนุ่มทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ก่อเกิดพลังอันน่าหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทุกหนแห่ง กวาดเอาใบหญ้าและก้อนกรวดที่อยู่บนพื้นปลิวว่อนไปทุกสารทิศอย่างวุ่นวาย

 

 

ความรุนแรงของสายลมที่หอบไหวไปมานี้ได้พัดพาเอาก้อนศิลาลอยเข้าปะทะไปยังร่างของเหล่าองครักษ์ที่ยืนประจันหน้าอยู่เมื่อครู่อย่างรุนแรงจนทะลุศีรษะเข้าไปแล้วล้มลงกับพื้นอย่างไร้ซึ่งสุ่มเสียงและไร้ซึ่งวี่แววของลมหายใจ 

 

 

ผู้อื่นที่พบเห็นก็รีบหลบเลี่ยงออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว การต่อสู้นี้ของพวกเขาช่างน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว การตายไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนี้ก็ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยจริงๆ 

 

 

“ตูม”

 

 

“ตูม”

 

 

“ตูม”

 

 

เสียงระเบิดดังขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงเช่นกัน กระบี่หนักเล่มหนึ่งปะทะกับขวานยักษ์ด้ามหนึ่งจนเกิดประกายเพลิงลุกโชติช่วงไปทั่วทั้งผืนดินยันผืนฟ้า

 

 

หลงเฉินมองไปที่อาหมานด้วยดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายของเขาในตอนนี้ช่างงดงามประดุจเทพสงครามอย่างไรอย่างนั้น จนจิตใจของหลงเฉินเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาเป็นสาย ในที่สุดอาหมานก็เริ่มปลดปล่อยพลังออกมาแล้ว 

 

 

ทว่าอาหมานก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบกว่าขั้นหนึ่ง อย่างแรกคืออาหมานยังไม่มีประสบการณ์การต่อสู้อย่างจริงจังแม้แต่ครั้งเดียว ประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมาทั้งหมดต่างก็เพิ่งก่อเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมากับสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่หลงเฉินให้ลองเข่นฆ่า 

 

 

อย่างที่สองก็คืออาหมานไม่สามารถโจมตีออกไปได้เลยนับตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงตอนนี้ อาหมานกระทำเพียงแต่ต้านทานการโจมตีในแต่ละกระบวนท่าเอาไว้เท่านั้นเอง 

 

 

ถ้าหากอาหมานโจมตีออกไปก็คงจะต้องเผยจุดอ่อนจนศัตรูล่วงรู้ได้ทันทีอย่างแน่นอน ทว่าโชคยังเข้าข้างที่หวังหมางยังโจมตีเข้ามาอย่างดุเดือดบ้าคลั่งคล้ายกับมีโทสะบังตาจนไม่อาจมองเห็นจุดอ่อนของอาหมานได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

ถ้าเปลี่ยนหวังหมางเป็นคนจำพวกเดียวกับหว่างซานที่มักจะคอยค้นหาจุดอ่อนของผู้เป็นศัตรูก่อนจะชิงลงมือ เช่นนั้นอาหมานก็คงจะถูกเด็ดศีรษะภายในกระบวนท่าเดียวไปแล้ว 

 

 

กระนั้นหวังหมางกลับไม่อาจทราบรายละเอียดของอาหมานได้ มิเช่นนั้นอาหมานต่อให้แข็งแกร่งกว่านี้อีก อีกทั้งเขาที่ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้เลยแม้แต่น้อย เกรงว่าคงจะต้องพ่ายแพ้ไปภายในไม่กี่กระบวนท่าแล้ว 

 

 

เมื่อหวังหมางเห็นว่าอาหมานเอาแต่ตั้งรับและไม่โจมตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว บนใบหน้าก็ปรากฏความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาหลายสาย ทันใดนั้นก็ปะทุความเกรี้ยวกราดขึ้นมายกใหญ่เพราะคิดว่าอาหมานคงกำลังหยอกล้อเขาอยู่เป็นแน่ จึงโหมโจมตีเข้าไปอย่างดุเดือดกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา 

 

 

ภายในช่วงเวลาไปถึงสิบพริบตา การต่อสู้ของทั้งสองคนก็ได้ผ่านไปหลายสิบกระบวนท่าแล้ว ที่ทำให้หลงเฉินเกิดความพึงพอใจอยู่ไม่น้อยก็ตรงที่ขวานใหญ่ของอาหมานยิ่งกวัดแกว่งออกไปก็ยิ่งคล่องแคล่วขึ้น ไม่มีท่าทีขัดตาทั้งที่เพิ่งใช้ออกมาเป็นครั้งแรก 

 

 

ที่สำคัญก็คือหลงเฉินยังไม่เคยถ่ายทอดทักษะเฉพาะของขวานศึกด้ามนี้ให้แก่อาหมานเลย เพราะต่อให้สอนไปก็ใช่ว่าจะใช้ออกมาได้ อีกทั้งแม้แต่หลงเฉินเองก็ยังทำไม่ได้เช่นกัน 

 

 

อาหมานในตอนนี้คล้ายกับผู้มีพรสวรรค์ในด้านการต่อสู้อยู่แล้วชนิดหนึ่ง ระหว่างที่เข้าสู่การต่อสู้ก็คงเกิดความเข้าใจขึ้นมาได้ด้วยตัวเองเป็นแน่ 

 

 

คล้ายกับว่าร่างกายของเขาไม่จำเป็นที่จะต้องฝึกยุทธ์อันใดให้วุ่นวาย ก็สามารถที่จะดูดซับพลังลมปราณฟ้าดินให้ไหลเวียนขึ้นมาได้ เขาช่างเป็นสัตว์ประหลาดที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง

 

 

อาหมานกวัดแกว่งขวานศึกเข้าต้านทานการโจมตีอย่างดุเดือดประดุจพายุคลั่งฝนคะนองจนหวังหมางตกเป็นรองไปได้ หลงเฉินเองก็โห่ร้องคำว่าโชคดีจริงขึ้นมาภายในจิตใจอย่างไม่หยุดหย่อน 

 

 

หวังหมางก็ช่างโชคร้ายเสียจริงที่ถูกอาหมานที่แทบจะไม่เป็นวิชาเข้าควบคุมเอาไว้ได้ถึงเพียงนั้น เดิมทีกระบี่หนักในมือของเขานั้นคล้ายกับแหวกว่ายอยู่ในเส้นทางแห่งความบ้าคลั่ง ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาทักษะเฉพาะอันใด ต้องการก็เพียงแต่ได้สังหารผู้คนก็เท่านั้น ทว่าผลลัพธ์เช่นนี้ย่อมส่งผลกดดันต่ออาหมานได้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยที่สุด 

 

 

ถ้าหวังหมางได้เปลี่ยนไปใช้ทักษะเฉพาะของยอดฝีมือขึ้นมา อาหมานก็คงจะต้องพ่ายแพ้ลงไปแล้วอย่างแน่นอน บนโลกหล้าใบนี้ยังมีเรื่องประหลาดเช่นนี้อยู่ การนำพาอาหมานออกมาด้วยกันในครั้งนี้ถือว่าสวรรค์มีตาอย่างยิ่งยวด 

 

 

สายตาคู่คมที่จ้องมองการต่อสู้ของอาหมาน เมื่อพบว่าไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้นแล้ว หลงเฉินก็ผละความเป็นห่วงออกไป ในเมื่อตอนนี้พวกเขาต่างก็ถูกอาหมานทำให้ตกอยู่ในภวังค์แห่งความหวาดหวั่นอยู่ เขาเองก็จำเป็นที่จะต้องรีบลงมือแล้ว 

 

 

พลันก็ได้หันสายตาไปจ้องมองยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของเซี่ยฉางเฟิง พร้อมกับฝีเท้าทั้งสองข้างที่ก้าวสลับออกไปยังเบื้องหน้า ทันใดนั้นฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งก็ได้ฟาดออกไป 

.

.

.

.

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 72 พลังทำลายของอาหมาน"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

02
พ่อครัวในโลกซอมบี้
มีนาคม 18, 2025
The Soul Purchasing Pirate
The Soul Purchasing Pirate
มิถุนายน 19, 2024
4
(แฟนฟิควันพีช) ทหารเรือแห่งความมืด
มกราคม 29, 2023
การกลับมาของฮีโร่
การกลับมาของฮีโร่
พฤษภาคม 17, 2022
ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี วันละ 1 ตอน
ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร
กรกฎาคม 20, 2023
ปก_ระบบสร้างซอมบี้-01
ระบบสร้างซอมบี้
กันยายน 24, 2023
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz