หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 73 สังหารเซี่ยฉางเฟิง

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 73 สังหารเซี่ยฉางเฟิง
Prev
Next

เซี่ยฉางเฟิงเบิกตากว้างให้กับฉากการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า บุคคลที่ถูกปลุกปั้นให้เป็นนักฆ่าผู้แข็งแกร่งที่สุดที่ซ่อนเร้นเอาไว้ข้างกายมาโดยตลอดกลับกำลังถูกเจ้าตัวโง่งมร่างใหญ่จัดการจนอยู่หมัด

 

 

พลังการต่อสู้ของหวังหมางนั้นกล้าแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่หว่างซานเองยังไม่อาจทานรับได้ถึงสิบกระบวนท่า แล้วเหตุอันใดเจ้าตัวโง่งมผู้นี้ถึงได้อยู่รอดปลอดภัยแม้จะใช้ไปกว่าสามสิบกระบวนท่าแล้ว อีกทั้งการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปคล้ายว่าจะไม่มีวันสิ้นสุดลงได้จะไม่ให้เขาตกใจขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกันเล่า? 

 

 

“ซูม”

 

 

เซี่ยฉางเฟิงที่กำลังตกอยู่ภาวะแตกตื่นภายในจิตใจอยู่นั้น ทันใดนั้นก็ตรวจพบเข้ากับสัมผัสลึกลับบางอย่าง เพียงหันหน้าไปยังต้นตอได้เพียงครึ่งเดียว จู่จู่ฝ่ามือหนึ่งก็กวาดเข้ามาใกล้แล้ว

 

 

“ปึก”

 

 

ฝ่ามือของหลงเฉินถูกต้านทานเอาไว้ได้อย่างไร้ซึ่งซุ่มเสียง เซี่ยฉางเฟิงที่รับพลังฟาดฝ่ามือได้อย่างทันควันก็ถูกพลังสภาวะกระแทกจนกระเด็นออกไปไกล เหล่าองครักษ์ที่กำลังหลบเลี่ยงฉากต่อสู้อยู่นั้นก็ค่อยมีปฏิกิริยากลับคืนมา ต่างก็ได้ชักอาวุธออกมาอย่างพร้อมเพรียงแล้วพุ่งร่างเข้าหาหลงเฉินอย่างรวดเร็ว

 

 

หลงเฉินสบถเสียงชิออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะพลิกฝ่ามือทั้งสองข้างผสานเข้าด้วยกัน ระหว่างนั้นเอง

ก็ได้เกิดประกายแสงก้อนกลมก้อนหนึ่งส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ ปะทุจนเกิดเป็นเพลิงร้อนแผดเผาบิดเบือนเอาสภาวะรอบข้างค่อยๆ บิดตัวไปมาเล็กน้อยประดุจไอระเหยจากท้องทะเลที่กำลังจะเหือดแห้งลงไปอย่างไรอย่างนั้น

 

 

“ถอยเร็ว”

 

 

เมื่อทุกสายตากำลังจ้องมองไปยังกลุ่มพลังของหลงเฉินที่ทอแสงประกายวูบวาบอยู่นั้น เสียงดังจากฝีปากของเซี่ยฉางเฟิงก็ได้ดังขึ้นมา พลันก็เร่งฝีเท้าวิ่งหนีออกไปไกล

 

 

ทว่าแรงระเบิดจากการต่อสู้ของอาหมานกับหวังหมางได้ทำให้เหล่าองครักษ์หูอื้อไปจนหมดสิ้นแล้ว คนพวกนั้นจึงมีปฏิกิริยาตอบกลับที่เชื่องช้าลงไปอย่างมาก กว่าจะจับใจความในเสียงตะโกนของเซี่ยฉางเฟิงได้หลงเฉินก็เริ่มลงมือแล้ว

 

 

ใจกลางฝ่ามือของหลงเฉินที่เคยมีกลุ่มประกายแสงเจิดจ้าคล้ายไข่ไก่ฟองหนึ่งปะทุขึ้นมา ทว่าบัดนี้กลับลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศ อีกทั้งยังเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง

 

 

“ตูม”

 

 

ประกายแสงก้อนกลมนั้นพุ่งแหวกอากาศเข้าสู่ท่ามกลางกลุ่มผู้คน แล้วระเบิดออกจนเกิดเสียงดังสนั่นสะเก็ดของเปลวเพลิงสีแดงที่ลุกโชนคลอกไปยังร่างของเหล่าองครักษ์จนต้องแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

 

“อ๊าก”

 

 

เปลวเพลิงลุกโชติช่วงเข้าปกคลุมไปทั่วรัศมีวงกว้างกว่าร้อยช่วงตัวอันเป็นผลลัพธ์มาจากเพลิงปราณของหลงเฉินนั่นเอง เขาได้ไหลเวียนพลังภายในร่างกายทั้งหมดมารวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเพลิงปราณ จากนั้นก็ดันออกมาสู่บรรยากาศภายนอก

 

 

เปลวเพลิงก้อนนี้มีนามว่าโอสถเพลิง มีแต่เพียงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์หลอมโอสถแล้วเท่านั้นที่จะสามารถก่อรวมโอสถเพลิงเฉกเช่นนี้ออกมาได้

 

 

ด้วยเหตุที่ว่าการก่อรวมของโอสถเพลิงขึ้นมาแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องมีพลังเพลิงปราณและพลังแห่งจิตวิญญาณที่แกร่งกล้าอย่างมากถึงมากที่สุด เพราะว่าการก่อรวมเช่นนี้ก่ออันตรายเป็นวงกว้าง หากผิดพลาดไปแม้แต่น้อยอาจจะถูกเพลิงคลอกที่ผู้ใช้เสียเอง

 

 

ในขณะนี้หลงเฉินมีทั้งสัตว์เพลิงที่แข็งแกร่ง ทั้งพลังแห่งจิตวิญญาณที่มหาศาล ทั้งปราณจิตวิญญาณที่มีความทรงจำของจักรพรรดิโอสถอยู่ การจะไหลเวียนพลังเพลิงปราณออกมาย่อมเป็นเรื่องที่กระทำออกได้อย่างง่ายดายประดุจกระดิกนิ้วมืออย่างไรอย่างนั้น

 

 

ถึงแม้ว่าหลงเฉินจะมีสถานะเป็นผู้หลอมโอสถชั้นปลายแถวของวิถีโอสถ ทว่าหากกล่าวถึงพลังแล้วย่อมแข็งแกร่งจนเป็นที่น่ายำเกรง ด้วยระดับความเข้มข้นของเพลิงปราณที่แผ่กระจายไปทั่ว แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตขั้นก่อโลหิตก็ยังไม่อาจทนรับความทุกข์ทรมานเช่นนั้นได้

 

 

องครักษ์กว่าสิบคนถูกเผาทั้งเป็นภายในไม่กี่พริบตา เพลิงปราณนั้นต่างกับเพลิงธรรมดาที่ถูกจุดขึ้นมาเพราะเป็นเพลิงที่ไม่มีวันดับได้เอง เหล่าองครักษ์ทั้งหมดก็ได้ล้มลงไปกองกับพื้นดั่งร่างไร้วิญญาณ ท่ามกลางอากาศหนาแน่นไปด้วยกลิ่นไหม้ที่ยากจะสูดหายใจเข้าไปได้

 

 

เซี่ยฉางเฟิงมองไปยังร่างขององครักษ์นับสิบที่ปลิวสลายหายไปในอากาศด้วยใบหน้าที่ชาด้านไปทั้งหมด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดผวา ภายในดวงตาทั้งคู่ทอประกายเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งขึ้นมา

 

 

หลงเฉินที่เพิ่งจะปล่อยพลังทำลายออกไปก็มีสีหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย หลังจากที่ปลดปล่อยเพลิงปราณออกมาด้วยพลังทั้งหมดจึงทิ้งผลแทรกซ้อนเอาไว้อยู่บ้าง การสูญเสียพลังที่มหาศาลภายในครั้งเดียวย่อมไม่ใช่วิธีการที่เขามักจะใช้ออกมาอยู่แล้ว

 

 

ทว่าเขารู้ดีว่าเหล่าองครักษ์ที่ติดตามเซี่ยฉางเฟิงมาย่อมต้องเป็นยอดฝีมือขั้นก่อโลหิตตอนกลางขึ้นไปอยู่แล้ว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถจัดการพวกเขาได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

 

แม้ว่าจะสิ้นเปลืองพลังไปอยู่หลายขุมทว่าผลลัพธ์กลับคุ้มค่ายิ่งกว่า ในขณะนี้จึงหลงเหลือแค่เพียงเงาร่างของเขาและเซี่ยฉางเฟิงแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องพวงว่าจะมีคนสอดมือเข้ามาระหว่างการสะสางเรื่องราวของพวกเขา

 

 

“หลงเฉิน……”เซี่ยฉางเฟิงกัดฟันกรอดแล้วจ้องเขม็งไปยังหลงเฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

 

“เรียกด้วยเรื่องอันใด?”หลงเฉินปัดฝุ่นผงที่ติดอยู่ตามอาภรณ์ของเขา ไม่แม้แต่จะมองไปยังเซี่ยฉางเฟิงเลยสักนิดหนึ่ง

 

 

“ข้าจะฆ่าเจ้า!”เซี่ยฉางเฟิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออยู่ส่วนหนึ่ง ความโกรธแค้นที่กำลังสุ่มอยู่กลางทรวงอกได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาในที่สุด

 

 

“เป็นคำพูดเดียวกันกับที่ข้าจะกล่าวออกมาพอดี” หลงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ทว่าก่อนหน้าที่จะฆ่าเจ้า ข้าขอถามบางอย่างก่อน สิ่งที่อยู่ตัวของฉู่เหยาเป็นฝีมือของผู้ใด?”

 

 

“เจ้าใคร่รู้? ฮาฮา ฝันไปเถิด”

 

 

เซี่ยฉางเฟิงแสยะยิ้มอันเย้ยหยันออกมา “เจ้าคิดว่าคนอย่างเจ้าจะสามารถฆ่าข้าได้อย่างนั้นหรือ? ต่อจากนี้ไปข้าผู้นี้จะทำให้เจ้าต้องสำนึกว่าสิ่งที่เจ้ากำลังคิดอยู่นี้มันน่าขบขันมากเพียงใดกัน”

 

 

“ตูม”

 

 

ทันใดนั้นเซี่ยฉางเฟิงก็ได้ปะทุพลังโลหิตทั่วทั้งร่างกายขึ้นมาอย่างมหาศาล พลังอันแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยรอบนับหลายช่วงตัว 

 

 

“เจ้าคิดว่าข้าจะถูกเลี้ยงดูเหมือนกับองค์ชายทั่วไปอย่างนั้นหรือ แม้แต่วิชาที่จะใช้คุ้มครองชีพก็ยังไม่มี?

 

 

คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะโง่เขลาจนคิดจะลอบสังหารองค์ชายเช่นข้าได้ คิดว่าตัวเองนั้นเป็นที่สุดแห่งใต้หล้า? มีเพียงแค่เจ้าที่มีพรสวรรค์หรืออย่างไร? วันนี้ข้าจะกำจัดความขาดเขลาเบาปัญญาของเจ้าด้วยค่าตอบแทนที่เหมาะสมที่สุดนั่นก็คือ——ความตาย”

 

 

ขณะนี้ทั่วทั้งร่างของเซี่ยฉางเฟิงปรากฏขุมพลังอันมหาศาลอย่างท่วมท้น เสียงดังเปรี้ยงปร้างดังไปทั่วร่าง พลังโลหิตเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดสุด พลังอันเข้มข้นทั้งหมดนี้ได้แผ่ซ่านเข้ากดดันผู้คนที่พยายามจะเข้าไปยังบริเวณนั้น

 

 

“จุดสูงสุดของก่อโลหิต?”

 

 

หลงเฉินพยักหน้าไปมา แท้ที่จริงแล้วเซี่ยฉางเฟิงผู้นี้กลับมีไพ่ตายที่ไม่เคยเปิดเผยอยู่นั่นเอง ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดวันนี้เขาถึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาหลายครั้งคราว ราวกับเป็นความรู้สึกที่ต้องพบเจอกับความยากลำบาก

 

 

ทว่าอย่างไรเขาก็ปรารถนาที่จะสังหารเซี่ยฉางเฟิงทิ้งเท่านั้น ไม่จำเป็นจะต้องสนใจพลังการฝึกยุทธ์ของเซี่ยฉางเฟิงอยู่แล้ว

 

 

องค์ชายผู้นี้ได้กระตุ้นความชิงชังที่อยู่ในก้นบึ้งของจิตใจขึ้นมาอย่างถึงที่สุด เพียงนึกถึงฉู่เหยาที่ต้องถูกกักขังให้อยู่แต่ภายในวังหลวงอย่างโดดเดี่ยว ก็ทำให้หลงเฉินแทบจะบ้าคลั่งขึ้นมาได้แล้ว

 

 

“ตายเสียเถิด”

 

 

เซี่ยฉางเฟิงคำรามออกมาเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยว พลันเยื้องย่างฝีเท้าออกไปเบื้องหน้าทิ้งรอยแตกร้าวเอาไว้ตามผืนแผ่นดินที่เขาเดินผ่านมา จ้องเขม็งไปที่หลงเฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

 

ความดุดันจากสภาวะพลังกลุ่มหนึ่งก็ได้ปิดกั้นหลงเฉินเอาไว้อย่างหนาแน่น บ่งบอกว่าเซี่ยฉางเฟิงเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งที่เคยผ่านพ้นประสบการณ์ความเป็นความตายที่แท้จริงมาแล้ว

 

 

เมื่อได้มองไปยังร่างเงาของเซี่ยฉางเฟิงที่กำลังมุ่งหน้ามา พร้อมกับฝ่ามือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว แต่ละย่างก้าวได้หอบเอาสายลมโดยรอบพัดกรรโชกอย่างรุนแรงจนเส้นผมสีดำเริงระบำขึ้นมา ดวงตาทั้งคู่ทอประกายเจิดจ้าคล้ายกับมีอาวุธมีคมอยู่สองเล่ม พลังหนุนภายในร่างกายถูกไหลเวียนขึ้นอย่างรวดเร็วและมหาศาล จากนั้นเซี่ยฉางเฟิงก็พุ่งมัดข้างหนึ่งออกไปยังทิศทางที่หลงเฉินอยู่

 

 

“ปึง”

 

 

หมัดของทั้งสองคนประสานเข้าด้วยกันอย่างเต็มแรง เกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่นจนแผ่นดินและผืนฟ้าสั่นไหวอย่างไม่อาจทานรับพลังเอาไว้ได้ เซี่ยฉางเซถอยหลังไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเฉินในตอนนี้ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าช่วงเวลาที่ได้ต่อสู้กับหว่างซ่านเสียอีก

 

 

“ซูม”

 

 

ในขณะที่เซี่ยฉางเฟิงกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่นั้น เท้าข้างหนึ่งของหลงเฉินก็ได้เตะเข้าไปที่ท้องน้อยของเขาด้วยพลังหลายสิบส่วน

 

 

เซี่ยฉางเฟิงสบถเสียงดังชิอย่างเย็นชา แล้วข่มอารมณ์ตกใจเอาไว้ พลันก็ได้พลิกมือขวาฟาดลงไปที่ท่อนขาของหลงเฉินในทันที ร่างทั้งสองต่างก็ร่นถอยออกไปคนละสองก้าวด้วยแรงของฝ่ายตรงข้าม

 

 

เซี่ยฉางเฟิงเกิดความบ้าคลั่งขึ้นมาภายในจิตใจอีกครั้ง หลงเฉินผู้นี้เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ได้อย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่ได้พบพานกันที่เหลาสุรา เขาคงจะใช้เพียงแค่นิ้วมือเดียวจัดการหลงเฉินจนตายไป

 

 

หลังจากที่พบกันในครั้งต่อๆ มา การฝึกยุทธ์ของหลงเฉินกลับก้าวกระโดดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนในตอนนี้ถึงกับสามารถต่อกรกับยอดฝีมือที่อยู่บนจุดสูงสุดของพลังขั้นก่อโลหิตได้อย่างหมดจดเช่นนี้

 

 

เพลิงโทสะที่แฝงเอาไว้ด้วยความหวาดกลัวขุมหนึ่งปรากฏขึ้นภายในจิตใจของเซี่ยฉางเฟิง หากการต่อสู้ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปหลงเฉินคงจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่อาจหยุดยั้งได้แน่นอน

 

 

ทันใดนั้นบรรยากาศของพลังโลหิตที่ปกคลุมอยู่รอบกายของเซี่ยฉางเฟิงก็ได้จางหายไป พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ฟาดมา ทว่ากลับเป็นฝ่ามือสีแดงโลหิตที่ผนึกพลังโลหิตทั่วทั้งร่างเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมจนกลิ่นคาวโลหิตตลบอบอวนไปทั่ว 

 

 

“ฝ่ามือโลหิตมรณะ”

 

 

ฝ่ามือของเซี่ยฉางเฟิงฟาดออกมาอย่างรุนแรง หลงเฉินรู้สึกได้ถึงขนทั่วร่างที่ลุกชันขึ้นมา เป็นขุมพลังที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ามือข้างนั้นแฝงเอาด้วยแรงกดดันอันมหาศาลที่หมายจะเอาชีวิตของผู้คนให้แหลกคามือไปในครั้งเดียว

 

 

หลงเฉินไม่คิดว่าเซี่ยฉางเฟิงจะใช้กระบวนท่าออกมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ พลันก็รีบไหลเวียนพลังจากจุดดารากักวายุที่ใต้ฝ่าเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ลมปราณสายหนึ่งเข้าชักนำที่จุดดารากักวายุแล้วไหลเวียนไปหนุนที่จุดตันเถียน

 

 

ก่อเกิดเป็นพลังหนุนทั้งสิบสองสายภายในจุดตันเถียน ทันใดนั้นลมปราณฟ้าดินที่อยู่ในรัศมีร้อยช่วงตัวก็ได้ถูกหลงเฉินดูดซับเข้าไป พลังที่มาจากการเข้าสู่พลังขั้นก่อรวมระดับที่สิบสองของหลงเฉินเป็นกระบวนท่าแรกที่จะตั้งรับศึกครั้งนี้

 

 

“ฝ่ามือเมฆาเพลิง”

 

 

หลงเฉินตะโกนเสียงดังกังวาน กวาดฝ่ามือที่มีเปลวเพลิงห่อหุ้มอยู่ออกไปประสานเข้ากับฝ่ามือของเซี่ยฉางเฟิงในทันที

 

 

“ตูม”

 

 

ผืนแผ่นดินระเบิดออกอย่างรุนแรง เศษหินเศษธุลีดินพลิ้วคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณนั้น จนกลบร่างของชายหนุ่มทั้งสอง หลงเฉินสัมผัสได้ถึงอาการเจ็บแปลบที่หน้าอก ก่อนจะกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง พร้อมกับร่างกายก็กำลังลอยกระเด็นออกไปทางด้านหลัง

 

 

ในเวลาเดียวกันความแผดร้อนของเพลิงสายหนึ่งก็เกิดขึ้นที่ฝ่ามือของเขา เมื่อหรี่ตามองไปก็พบว่าทั้งฝ่ามือมีสีแดงก่ำขึ้นมา และกำลังลามไปทั่วทั้งแขน

 

 

หลงเฉินทอสีหน้าแตกตื่นขึ้นมา ใช้มืออีกข้างนำโอสถพิษเม็ดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็กลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือข้างนั้นของเซี่ยฉางเฟิงได้รวมโลหิตพิษจนเต็มเปี่ยมนั่นเอง

 

 

ช่างโชคดีเหลือเกินที่เมื่อครู่นี้เขาได้ไหลเวียนพลังออกไปด้วยเค็ลดวิชาฝ่ามือเมฆาเพลิง ทำให้ต้านทานการไหลเวียนสภาวะของโลหิตพิษส่วนหนึ่งที่จะเข้าสู่ร่างกายเอาไว้ได้ ถ้าหากใช้กระบวนท่าอื่นคงจะเพิ่มพูนพลังทำลายที่มากขึ้นจนไม่อาจมีพลังขยับเขยื้อนได้อีกแล้ว

 

 

เมื่อขจัดโลหิตพิษไปได้หลายส่วนแล้ว ตลอดทั้งแขนก็ยังมีโลหิตพิษชอนไชอยู่บ้างจนเกิดอาการชาด้านขึ้นมา ต่อให้คำนวณอีกนับพันหมื่นครั้ง เขาก็ไม่คิดว่าจะต้องมาปะทะกับกระบวนท่านี้ได้

 

 

แม้ว่าหลงเฉินจะแตกตื่นกลับพลังของเซี่ยฉางเฟิงอยู่ไม่น้อย ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยู่ในอาการที่ดีกว่ากันเลย ฝ่ามือของหลงเฉินเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าหวาดกลัวจนถึงขีดสุดคิด ถึงกับทำลายแขนข้างหนึ่งของเขาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง

 

 

ยิ่งไปกว่านั้นด้วยพลังเปลวเพลิงบนฝ่ามือของหลงเฉินนั้นได้สลายสภาวะของโลหิตพิษที่เขาก่อรวมด้วยพลังทั้งหมดเอาไว้อย่างง่ายดาย

 

 

“ซูม”

 

 

ประกายเย็นเยียบสายหนึ่งเสียดทานเข้ามายังใจกลางมือข้างซ้ายของหลงเฉิน แล้วก็มีดาบยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมา เขาขยับฝีเท้าทั้งสองข้างทันทีที่กุมดาบ หอบสายลมกรระโชกแรงขุมหนึ่งพุ่งออกมาหมายจะปลิดชีพของเซี่ยฉางเฟิง

 

 

เซี่ยฉางเฟิงเบิกตากว้างอย่างแตกตื่น หลงเฉินที่ได้รับผลกระทบจากโลหิตพิษไป ทว่ากลับยังสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้อยู่อีก คิดที่จะล้วงเอายุทโธปกรณ์ออกมาจากแหวนมิติก็คงจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว

 

 

ดาบยาวอันคมกริบมุ่งตรงมายังทิศทางที่ศีรษะของเซี่ยฉางเฟิงตั้งอยู่ ความเยือกเย็นถูกแผ่ออกมาจากตัวดาบจนทำให้ขนลุกไปทั้งร่าง

 

 

เซี่ยฉางเฟิงที่เพิ่งจะได้หายใจจากการรอดพ้นจากกระทวนท่าเมื่อสักครู่ไป กลับยังต้องมาเห็นดาบในมือของหลงเฉินที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้คอหอยของเขาในเวลานี้อีก ต่อให้เขาถดถอยไปได้ก็ยังไร้ซึ่งหนทางที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของยมบาลตนนี้ได้ จึงลองใช้เท้าข้างหนึ่งมุ่งเป้าไปที่จุดตันเถียนของหลงเฉิน

 

 

จุดตันเถียนถือเป็นจุดรวมของพลังทั้งหมดในร่างกายของมนุษย์ หากได้รับความเสียหายก็อาจทำให้กลายเป็นคนพิการไปได้เลย เซี่ยฉางเฟิงจึงคิดที่จะจัดการกับหลงเฉินด้วยวิธีเช่นนี้ ด้วยว่าตอนนี้ช่างอยู่ในยามคับขันถึงที่สุดแล้ว 

 

 

ทว่าหลงเฉินกลับไม่ได้มองไปที่เท้าข้างนั้นของเขาแม้แต่น้อย ยังคงจดจ่อไปที่คมดาบ แล้วฟันลงไปที่ร่างเซี่ยฉางเฟิงอย่างรวดเร็ว

 

 

“ไม่……”

 

 

ความบ้าคลั่งของหลงเฉินได้ทำให้เซี่ยฉางเฟิงแตกตื่นขึ้นมาจนหลงลืมไปจะต้องทำให้เขากลายเป็นคนพิการ หลงเฉินทอประกายแววตาที่แสนเยือกเย็นออกมาเป็นสาย ไร้ซึ่งความรู้สึกเห็นใจราวกับเป็นเทพสงครามผู้เลือดเย็นอย่างแท้จริง ดาบยาวได้ฟันลงไปอย่างไร้ซึ่งไมตรีจิตใดใดทั้งสิ้น

 

 

“ฉับ”

 

 

“ตุบ”

 

 

เสียงทั้งสองแทบจะดังขึ้นมาในเวลาเดียวกัน สายโลหิตกระฉุดขึ้นไปทาทับทั่วท้องนภา พร้อมทั้งศีรษะหนึ่งกำลังกลิ้งเกลือกไปตามผืนแผ่นดิน 

.

.

.

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 73 สังหารเซี่ยฉางเฟิง"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

กล่องจักรวาล(Universe Storage Box)
กล่องจักรวาล(Universe Storage Box)
ธันวาคม 8, 2022
main-qimg-9b25e6cb2a9b0514175f768be289b119-lq (1)
Hokage Ryos Path
มีนาคม 12, 2022
The Record of Unusual Creatures  บันทึกลับอพาทเม้นรวมสัตว์มหัศจรรย์
The Record of Unusual Creatures บันทึกลับอพาทเม้นรวมสัตว์มหัศจรรย์
มีนาคม 12, 2022
ปราณเทวะ เทพหยวน
ปราณเทวะ เทพหยวน
มีนาคม 12, 2022
The Strongest Hokage
The Strongest Hokage
มีนาคม 12, 2022
ระบบการ์ตูนในโลกนารูโตะ
ระบบการ์ตูนในโลกนารูโตะ
ตุลาคม 23, 2024
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz