หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 71 พลังก่อรวมขั้นที่สิบสอง

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 71 พลังก่อรวมขั้นที่สิบสอง
Prev
Next

เทือกเขาหนานหลี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิเฟิงหมิง ห่างจากจักรวรรดิกว่าหนึ่งพันแปดร้อยกว่าลี้ ที่แห่งนี้ถือเป็นเทือกเขาที่สูงชันและอันตรายที่สุด 

 

 

ใจกลางของเทือกเขามีต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด บางครั้งอาจพบเห็นถึงการปรากฏตัวของสัตว์มายาอีกด้วย เป็นพื้นที่รกร้างสายหนึ่งที่ไร้ซึ่งเงาร่างของผู้คนเข้าอยู่อาศัย

 

 

เทือกเขาหนานหลี่มีหุบเขาอยู่ทั้งสองด้านที่เป็นหน้าผาสูงยาวเหยียดกว่าพันช่วงตัว นี่ก็คือเส้นทางเดียวที่จะต้องผ่านเพื่อเข้าสู่จักรวรรดิต้าเซี่ย 

 

 

“ตูม”

 

 

ลึกเข้าไปในใจกลางของเทือกเขา บริเวณที่มีหนองน้ำขนาดกลางอยู่ หลงเฉินนั่งสมาธิอยู่บนศิลาก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมหนอง เสียงคำรามเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากภายในร่างกายก็ได้ของเขา พลังลมปราณที่ก่อเกิดขึ้นมาเป็นสายที่สิบสองแล้ว

 

 

พลังหนุนทุกสายที่หมุนวนเป็นวงกลมอยู่นี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนับสิบช่วงตัว ผู้ใดที่ได้พบเห็นอาจจะต้องหวาดผวาจนขนตัวลุกชันขึ้นเลยทีเดียว

 

 

พลังหนุนของผู้ฝึกยุทธ์โดยทั่วไปจะมีขนาดเพียงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น มีเพียงอยู่ส่วนน้อยที่จะมีขนาดใหญ่ขนาดเท่าชามข้าว หากเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงก็จะมีขนาดเท่าถังน้ำเท่านั้นเอง ทว่าไม่อาจนำมาเปรียบกับพลังหนุนอันยิ่งใหญ่มหาศาลที่ยากจะคาดคะเนของหลงเฉินในตอนนี้ได้เลย

 

 

ขนาดเล็กใหญ่ของพลังหนุนเป็นตัวตัดสินว่าผู้ฝึกยุทธ์ผู้นั้นจะสามารถนำพลังลมปราณฟ้าดินออกมาใช้ได้รวดเร็วและในปริมาณมากน้อยเท่าใด เมื่อคนผู้หนึ่งทะลุจากขอบเขตขั้นก่อรวมเข้าสู่ขอบเขตขั้นก่อโลหิตได้แล้วจะพบว่าพลังหนุนเป็นความสามารถในการเรียกใช้พลังดูดซับจากลมปราณฟ้าดินนั่นเอง 

 

 

หลงเฉินมองไปยังภายในของจุดตันเถียนที่มีพลังหนุนทั้งสิ้นสิบสองรอบประดุจห้วงมิติขนาดใหญ่มหึมากำลังเปิดอ้าอยู่ พร้อมที่จะดูดซับพลังลมปราณฟ้าดินอย่างตะกละตะกลามได้ตลอดเวลา เมื่อหลงเฉินเห็นการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ก็แทบจะกระโดดโลดเต้นขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น 

 

 

นี่คือพลังลมปราณฟ้าดินที่เข้มข้นยิ่งกว่าระดับจักรวรรดิเสียอีกกระมัง หลงเฉินที่เพิ่งจะมาเยือนยังหุบเขาแห่งนี้ได้เพียงสองวันก็สามารถทะลวงพลังเพิ่มขึ้นมาได้แล้ว 

 

 

ทว่าอีกด้านหนึ่งก็บังเกิดความกังวลใจขึ้นมาอยู่ไม่น้อย เคล็ดกายานวดารานี้ก็ช่างประหลาดจนเกินไปแล้ว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะต้องใช้เวลามากมายถึงเพียงใดกันกว่าจะไปถึงจุดสิ้นสุดของพลังได้ พลังหนุนก็ก่อเกิดมามากขึ้นและใหญ่โตขึ้นจนน่าหวาดกลัวไปหมดแล้ว 

 

 

“ฮือฮือ”

 

 

ในช่วงเวลาที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความคิดอันว้าวุ่นอยู่นั้น เสียงร้องจากเจ้าหนูตัวขาวโพลนก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กที่กระโดดอยู่บนศิลาก้อนใหญ่ ก่อนที่จะมุดเข้าไปอยู่ในอกเสื้อของหลงเฉินทันที 

 

 

ไม่ว่าจะมองไปทางใดเจ้าหนูตัวนี้ก็น่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน หลงเฉินปล่อยวางเรื่องราวที่กำลังครุ่นคิดอยู่เมื่อครู่ แล้วโอบอุ้มเสี่ยวเสว่ยขึ้นมากอดไว้ 

 

 

ลู่ฟางเอ๋อได้กำชับกับหลงเฉินว่าต้องฝึกสัตว์มายาให้เชื่องโดยเร็ววัน ช่วงสองวันที่ผ่านมานี้หลงเฉินจึงได้ฆ่าไก่ป่านับหลายตัวตลอดเส้นทางที่เดินเข้ามา แล้วนำโลหิตสดๆ ของไก่ป่าหล่อเลี้ยงหมาป่าหิมะแดงเพลิงของเขา 

 

 

ทว่าสัตว์มายาก็ยังคงเป็นสัตว์ป่าตัวหนึ่ง หลังจากที่ได้ลิ้มรสของโลหิตไปแล้ว ร่างกายของมันก็เริ่มเติบโตและแข็งแรงขึ้นมาอย่างทันตาเห็น จากที่เดินเซไปมากลับคล่องแคล่วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

 

 

ที่ทำให้หลงเฉินต้องประหลาดใจยิ่งกว่าสิ่งใดนั่นก็คือเจ้าหนูตัวนี้ยังไม่มีฟันงอกเงยออกมา ทว่ากลับเริ่มกัดแทะไก่ป่าอย่างเอาเป็นเอาตายจนหนังไก่หลุดลอกออกมาเป็นชั้นๆ ในที่สุดก็กลืนไก่ป่าลงไปทั้งตัว 

 

 

ทว่าคอหอยของเจ้าหนูยังเล็กเกินไป ขณะที่กลืนอยู่นั้นเศษเนื้อของไก่ป่าก็ไปติดอยู่ในคอจนกรอกตาขาวขึ้นมา หลงเฉินจึงรีบเร่งล้วงเอาเศษอาหารชิ้นนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว 

 

 

เจ้าหนูตัวนี้ก็ยังไม่เข็ด พยายามแทะเล็มเศษเนื้อไก่ป่าเข้าไปอีกตัวหนึ่ง หลงเฉินเห็นว่าไม่ได้การแล้ว เขาจึงลอกเนื้อหนังของไก่ออกเป็นชิ้นแล้วป้อนให้มันทีละเล็กทีละน้อย

 

 

ทว่าหลงเฉินก็เกือบตาถลนออกมาเมื่อพบว่าเจ้าหนูที่มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเพียงเล็กน้อยกลับกินไก่ป่าที่ใหญ่ที่กว่าร่างของมันเกือบสองเท่าไปหนึ่งตัวเต็มๆ 

 

 

เมื่อไก่หนึ่งตัวถูกกลืนลงท้องไปจนหมดสิ้น เจ้าหนูนั่งนิ่งด้วยท้องพองโตขึ้นมาราวกับว่าถ้านำเข็มมาจิ้มก็คงจะแตกสลายไปในทันที จากนั้นก็เริ่มคืบคลานเข้าไปภายในอกเสื้อของหลงเฉินเพื่อนอน พักผ่อน หลังจากที่ตื่นแล้วมันก็จะเริ่มกินต่อวนไปมาเช่นนี้ตลอดเวลาสองวัน 

 

 

ช่วงเวลาเพียงสองวันมานี้เสี่ยวเสว่ยก็ได้เติบโตขึ้นจนมีขนาดตัวยาวหนึ่งเซียะกว่าแล้ว อีกทั้งยังมีเขี้ยวทั้งสี่งอกขึ้นมาในปาก ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงฟันน้ำนมทว่ากลับมีพลังกัดแทะที่ไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะพบเห็นสิ่งใดที่พอจะเป็นอาหารได้ มันก็จะกัดฉีกอย่างไม่คิดชีวิต 

 

 

เจ้าหนูที่เริ่มมีใบหน้าที่ดุร้าย ทว่ากลับอาลัยอาวรณ์ต่อหลงเฉินยิ่งนัก มันชอบเล่นคลอเคลียกับเขา จากนั้นก็มุดเข้าสู้อ้อมอกแล้วกรนออกมาเสียงดัง บางเวลาก็มักจะเลียเข้ามาที่ใบหน้าของหลงเฉิน แต่ตอนนี้เขาก็เริ่มผละมันออกทุกครั้งไป เพราะในปากของมันมีกลิ่นคาวเนื้อที่ไม่พึงประสงค์อย่างยิ่ง

 

 

หลงเฉินลูบไล้ไปยังเส้นขนสีขาวของหมาป่าหิมะแดงเพลิงที่นอนอยู่บนตักของเขาอย่างแผ่วเบา ไม่ว่าจะมองไปที่เสี่ยวเสว่ยกี่พันหมื่นครั้ง เขาก็มักจะนึกถึงใบหน้าอันงามหยดย้อยของม่งฉีขึ้นมาอยู่ตลอดจนเกิดเพลิงร้อนรุ่มขึ้นมาในจิตใจ 

 

 

“ตูม”

 

 

เสียงระเบิดดังขึ้นมาจากที่ที่ห่างไกลออกไป หลงเฉินสะดุ้งตัวโยนแล้วหันไปมองยังต้นเสียงนั้นทันที ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งระเบิดออกเป็นเสี่ยงคล้ายกับแก้วที่ตกแตกที่พื้นอย่างไรอย่างนั้น ในขณะเดียวกันก็มีเสียงโห่ร้องอย่างเกรี้ยวกราวดังขึ้นจนสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งผืนป่า 

 

 

หลงเฉินส่ายหน้าไปมาแล้วอุ้มเจ้าหนูขึ้นมากอดไว้ พลันก็กระโจนตัวลงจากศิลาก้อนใหญ่ที่เคยนั่งเล่นอยู่อย่างรวดเร็ว สับขาออกเดินไปทางต้นไม้ใหญ่ที่เพิ่งระเบิดเป็นจุล ในช่วงเวลาที่เดินเข้าใกล้มากขึ้นกลับพบว่าป่าที่เคยเขียวขจีไปทั้งผืนถูกทำลายไปจนสิ้นในช่วงรัศมีหลายสิบช่วงตัว

 

 

ที่ใจกลางของพื้นที่โล่งกว้างที่ต้นไม้ได้ล้มระเนระนาดลงเป็นทิวแถวทั้งหมดแล้วก็ปรากฏเงาร่างขนาดใหญ่ของชายหนุ่มผู้หนึ่ง 

 

 

“อาหมาน ข้าบอกเจ้าไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว จะฆ่าสัตว์ให้ใช้ทักษะเฉพาะเสียหน่อยก็ยังดี ให้พลังคอยหนุนนำเพื่อจัดการเป้าหมาย เช่นนั้นถึงจะเป็นแก่นสารที่แท้จริง” หลงเฉินมองไปที่อาหมานพร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยความอับจนหนทาง

 

 

“เหอะเหอะ พี่หลง ก่อนหน้านี้ที่ข้าจะสู้กับสัตว์ป่าก็ยังคงจดจำคำพูดของท่านได้ขึ้นใจ ทว่าเมื่อพบเห็นสัตว์ป่าแล้วกลับลืมเลือนไปจนหมดสิ้นเลย” อาหมานก้มหน้าก้มตามองไปที่ผืนดินอย่างรู้สึกผิดเต็มประดา 

 

 

หลงเฉินมองไปยังลำคอของวัวป่าที่ถูกหักลงทั้งเป็นก็ไม่ทราบว่าควรจะกล่าวออกมาเช่นไรดี 

 

 

อาหมานมีพลังกายที่ไร้ขีดจำกัดราวกับเป็นสัตว์มายาสถิตอยู่ในร่างของมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น ทว่าดูเหมือนเขาจะไม่มีวาสนาในการฝึกยุทธ์เลยแม้แต่น้อย 

 

 

ตลอดทางมานี้อาหมานได้สังหารสัตว์มายาไปสี่ตัวแล้วเพื่อตอบสนองความหิวโหยของตัวเอง ถึงแม้ว่าวัวป่าตัวนี้จะเป็นเพียงสัตว์มายาระดับที่หนึ่ง ทว่าก็มีพลังมหาศาลจนเป็นที่น่าหวาดกลัวสำหรับผู้คนได้แล้ว แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตขั้นก่อโลหิตโดยส่วนมากต่างก็ยังไม่อาจต่อกรกับมันได้ด้วยซ้ำไป 

 

 

กระนั้นเมื่อปรากฏขึ้นมายังเบื้องหน้าของอาหมานแล้วก็เหมือนกับเป็นลูกไก่ในกำมือของยักษ์มารอย่างไรอย่างนั้น ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านพละกำลังอันมหาศาลนั้นจนถูกหักคอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

 

อีกทั้งวิธีการต่อสู้ที่อาหมานชื่นชอบมากที่สุดนั่นก็คือใช้เพียงพลังกายอันแข็งแกร่งกดขี่ฝ่ายศัตรู ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้หลงเฉินต้องปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมามากที่สุดเช่นกัน 

 

 

อาหมานยังคงแสดงท่าทีราวกับเป็นสัตว์มายาตัวหนึ่ง ชมชอบการจัดการคู่ต่อสู้ทั้งหมดด้วยพละกำลังของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ยืนยันเอาไว้แล้วว่าจดจำคำสอนสั่งของหลงเฉินได้อย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง ทว่าพอเข้าสู่การต่อสู้จริงๆ กลับลืมเลือนไปจนหมดสิ้น 

 

 

“เอาเถิด พวกเรามาจัดการกับวัวป่าตัวนี้กัน ลอกหนังของมันออก ทิ้งเครื่องในไป เหลือไว้เพียงชิ้นเนื้อก็พอ”

 

 

หลงเฉินควักเอามีดพกขนาดเล็กอันแหลมคมออกมาเล่มหนึ่งปาดไปที่ผิวหนังของวัวป่าตัวนั้น เรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ไม่อาจชี้นิ้วสั่งอาหมานให้กระทำได้อยู่แล้ว มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะต้องลงมือเอง 

 

 

กลิ่นคาวโลหิตของสัตว์มายาตัวหนึ่งสามารถโชยพัดกลิ่นอันรุนแรงออกไปได้ไกลหลายร้อยลี้จนทำให้สัตว์มายาตัวอื่นตามกลิ่นมาได้ หลังจากที่จัดการชำแหละซากวัวป่าแล้ว อาหมานก็ได้หอบเอาเครื่องในของวัวป่ากลับไปที่จุดตั้งค่ายในทันที 

 

 

หลงเฉินเลือกบริเวณด้านหลังของน้ำตกแห่งหนึ่งเป็นจุดตั้งค่าย ที่แห่งนั้นมีถ้ำภูเขาที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติอยู่แห่งหนึ่ง สามารถใช้เป็นเกราะคุ้มกันจากสิ่งมีชีวิตอื่นไปในตัวด้วย 

 

 

อีกทั้งตัวถ้ำยังรายล้อมเอาไว้ด้วยสายธารที่สามารถซ่อนกลิ่นอายบนตัวของพวกเขาได้เป็นอย่างดี เพื่อลดทอนการซุ่มโจมตีจากสัตว์มายาตัวอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนี้

 

 

ถึงแม้ว่าสัตว์มายาจะไม่ได้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทว่าการถูกสัตว์มายาซุ่มโจมตี ย่อมเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งหากเป็นสัตว์มายาชนิดพิษก็จะยิ่งเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตอันสงบสุขของพวกเขาอย่างแน่นอน 

 

 

ภายในถ้ำอันกว้างขวาง หลงเฉินก็ได้ก่อสุมเพลิงขึ้นมาชุดใหญ่เพื่อย่างเนื้อของวัวป่าตัวเมื่อครู่นี้ ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมหวนจากเนื้อที่สุกได้ที่ก็ตลบอบอวนไปทั่วทั้งบรรยากาศภายในถ้ำ 

 

 

“ฮือฮือ……”

 

 

แววตาของเสี่ยวเสว่ยมองไปยังเนื้อวัวขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ พลันก็ตะเกียกตะกายแหวกอ้อมแขนของหลงเฉินออกแล้วพุ่งตัวไปยังเนื้อวัวป่าทันที 

 

 

หลงเฉินเกิดอาการแตกตื่นถึงขีดสุด ใช้มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าไปที่ขาหลังของมันอย่างรวดเร็ว หากช้าไปกว่านี้เพียงครึ่งก้าว เจ้าหนูตัวนี้คงจะหลุดเข้าไปนอนแผ่อยู่ในกองเพลิงอย่างแน่นอน 

 

 

“อย่าได้ทำตัววุ่นวาย” หลงเฉินจ้องเขม็งไปที่หมาป่าหิมะแดงเพลิงด้วยความโกรธด้วยคิ้วขมวดคิ้วย่น

 

 

คล้ายกับสามารถรับรู้ถึงอารมณ์โกรธของหลงเฉินได้ เจ้าหนูก็หยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างว่าง่ายขึ้นมาทันตาเห็น ดวงตากลมโตประดุจไข่มุกมองต่ำลงไปพื้นดิน ไม่กล้าสบสายตาของหลงเฉินเลยแม้แต่น้อย 

 

 

ถึงแม้ว่าหลงเฉินจะยังไม่ได้ประทับสัญญาทาสให้แก่เสี่ยวเสว่ย ทว่ากลับใช้ทักษะเฉพาะอีกอย่างหนึ่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับสัตว์มายาตามที่ลู่ฟางเอ๋อได้ถ่ายทอดวิชาให้ 

 

 

ทว่าการประทับสัญญาทาสกับสัตว์มายาจะทำให้ผู้เป็นนายสามารถตัดสินความเป็นตายของมันได้เลยโดยไม่มีข้อยกเว้น ฉะนั้นสัตว์มายาจึงไม่อาจเกิดจิตคิดทรยศได้ตลอดกาล 

 

 

หลงเฉินไม่ได้คิดว่าเจ้าหนูตัวนี้เป็นทาสของเขา ไม่เคยปฏิบัติตนว่าเขาคือผู้เป็นนายแม้แต่ครั้งเดียว ทว่ากลับใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสหายผู้หนึ่ง ทั้งนี้ในตอนนี้หมาป่าหิมะแดงเพลิงยังอยู่ในช่วงวัยเด็ก จึงจำเป็นที่จะต้องสั่งสอนให้มันทราบว่าสิ่งใดคือเรื่องที่สมควรกระทำและไม่สมควรกระทำ 

 

 

หลังจากที่เจ้าหนูสำนึกผิดไปได้สักพักหนึ่ง ก็ได้หันหน้ามองไปยังหลงเฉิน ก็เห็นว่าหลงเฉินยังคงมีใบหน้าไม่พึงพอใจอยู่ จึงค่อยคืบคลานแล้วยื่นหัวของมันถูไปถูมาที่มือข้างหนึ่งของหลงเฉิน คล้ายกับกำลังออดอ้อนอยู่อย่างไรอย่างนั้น 

 

 

ภายในจิตใจของหลงเฉินก็บังเกิดเสียงหัวเราะขึ้นมาเพราะความน่ารักของเสี่ยวเสว่ย ทว่ากลับต้องปั้นหน้าเอาไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย ครั้งนี้ดุด่าไว้เพียงเท่านี้ หากมีครั้งต่อไปที่มันหาญกล้ายิ่งกว่านี้ คงจะต้องสั่งสอนให้หลาบจำอีกสักครั้งหนึ่ง 

 

 

หลงเฉินจ้องมองไปอีกครั้งก็แทบจะไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง ไม่ผิด นั่นคือน้ำตา อีกทั้งจมูกยังมีเสียงดังฟืดฟาดดังออกมาเป็นสาย นั่นมันกำลังสะอื้นไห้อยู่อย่างนั้นหรือ 

 

 

“เอาเถิด อย่าได้ทำเช่นนี้อีก มันอันตรายมากนะ อาจจะทำร้ายเจ้าได้ เข้าใจหรือไม่?” หลงเฉินยิ้มขึ้นมาแล้วลูบไปที่หัวของเจ้าหนูเบาๆ 

 

 

เสี่ยวเสว่ยคล้ายกับฟังเข้าใจในคำพูดของหลงเฉิน พลันก็ใช้หัวน้อยๆ ถูไปถูมาที่มือของหลงเฉินอย่างประจบประแจงอีกครั้งหนึ่ง

 

 

เมื่อเห็นว่าเนื้อย่างกำลังสุกได้ที่แล้ว หลงเฉินก็แบ่งเนื้อชิ้นใหญ่ออกมาชิ้นหนึ่งแล้วยื่นให้หมาป่าหิมะแดงเพลิงที่นั่งจ้องอยู่ เจ้าหนูตัวนี้ไม่ชมชอบการกินเนื้อบดชิ้นเล็ก หลงเฉินจึงต้องหั่นแบ่งเป็นชิ้นที่ใหญ่โตแทน 

 

 

ส่วนของเขาเองก็กินไปเพียงสิบกว่าชั่งเท่านั้น ชิ้นเนื้อที่เหลือก็ได้ตกลงท้องของอาหมานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คล้ายกับมีห้วงมิติอันไร้ขีดจำกัดอยู่ในร่างกายกำยำของชายหนุ่มผู้นั้นอย่างไรอย่างนั้น ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่หลงเฉินเห็นว่าอาหมานได้กินอิ่มแล้วมาก่อนเลย 

 

 

ตามคำกล่าวของอาหมาน เมื่อเขาได้กินเนื้อของสัตว์มายาจะรู้สึกว่ารสชาติของมันนั้นดีกว่าเนื้อของสัตว์ชนิดอื่นเป็นพิเศษ อีกทั้งทั่วทั้งร่างกายก็เหมือนกับมีพลังมหาศาลที่ใช้ออกมาอย่างไรก็ไม่มีวันหมด หากเทียบกับการกินเนื้อวัวธรรมดาแล้วให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว 

 

 

หลงเฉินสำรวจไปยังภายในร่างกายของอาหมานอยู่หลายครั้งก็พบว่าเนื้อเยื่อของเขายังคงหลับใหลอยู่ส่วนหนึ่ง ทว่าอยู่ในสภาพที่กำลังจะฟื้นคืนกลับมาในไม่ช้า ช่างเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ 

 

 

ในขณะเดียวกันหลงเฉินก็เข้าใจเหตุผลขึ้นมาได้อีกข้อหนึ่ง โลหิตและเนื้อของสัตว์มายามีความสำคัญต่ออาหมานอย่างถึงที่สุด โลหิตและเนื้อที่มีพลังอันแกร่งกล้าก็จะยิ่งช่วยให้เนื้อเยื่อของอาหมานตื่นจากนิทราได้ง่ายขึ้น

 

 

หลังจากที่ทานจนอิ่มหนำกันถ้วนหน้าแล้ว เจ้าหนูที่กินจนหนังท้องพองกลมก็ได้เริ่มเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันอยู่ข้างกายของหลงเฉิน จากนั้นหลงเฉินก็ได้เตรียมตัวฝึกยุทธ์ขั้นต่อไปอีก ในเมื่อไม่อาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขั้นก่อโลหิต เช่นนั้นก็คงจะต้องทะลวงขั้นก่อรวมขึ้นไปเรื่อยๆ แล้ว 

 

 

ส่วนอาหมานที่ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ได้แบกขวานยักษ์ที่หลงเฉินได้มอบให้เขาออกไปสู้กับสัตว์ป่าต่อ ดูเหมือนว่าเนื้อของวัวป่าเมื่อครู่จะยังไม่ถึงครึ่งท้องของเขาเลยด้วยซ้ำไป 

 

 

ในวันที่สองที่แสงแดงในช่วงกลางวันกำลังส่องรำไรเข้ามาภายในถ้ำ ทันใดนั้นก็มีเสียงรถลากดังขึ้นมาเป็นสาย หลงเฉินที่กำลังนั่งสมาธิอยู่นั้นก็ได้ลืมตาขึ้นมาในทันที ในที่สุดคนที่เขารออยู่มาโดยตลอดก็ได้มาถึงที่แห่งนี้เสียที 

.

.

.

.

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 71 พลังก่อรวมขั้นที่สิบสอง"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

4
(แฟนฟิควันพีช) ทหารเรือแห่งความมืด
มกราคม 29, 2023
Heavenly Curse ยอดเซียนเต๋า เขย่ายุทธภพ (นิยายแปล)
Heavenly Curse ยอดเซียนเต๋า เขย่ายุทธภพ (นิยายแปล)
พฤษภาคม 17, 2022
I Can Turn into a Fish เมื่อฉันกลายร่างเป็นปลา
I Can Turn into a Fish เมื่อฉันกลายร่างเป็นปลา
มีนาคม 12, 2022
Fishing in the Myriad Heavens
Fishing in the Myriad Heavens
มีนาคม 12, 2022
กล่องจักรวาล(Universe Storage Box)
กล่องจักรวาล(Universe Storage Box)
ธันวาคม 8, 2022
เพลิงพิโรธสวรรค์
เพลิงพิโรธสวรรค์
ธันวาคม 6, 2023
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz