หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 70 เสี่ยวเสว่ย

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 70 เสี่ยวเสว่ย
Prev
Next

“กลับไปไม่ได้อย่างแน่นอน”

 

 

เฉินเฟยก้มหน้าลงมองกับพื้นแล้วกล่าวว่า “ก่อนที่ข้าจะออกเดินทาง โหวเยว่ได้ออกคำสั่งด้วยเครื่องหมายของกองทัพว่าต่อให้ต้องตายก็ต้องปกป้องซื่อจื่อและฮูหยินให้ปลอดภัยให้จงได้”

 

 

หลงเฉินส่ายหน้าไปมาแล้วตอบกลับไปว่า “ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นยอดฝีมือที่มีพลังก่อโลหิตตอนปลาย ทว่าเจ้าอยู่ในระดับที่ไม่สามารถปกป้องข้าได้อีกแล้ว ในช่วงเวลาที่ข้าอยู่บนเวทีประลองเป็นตาย เจ้ายังไม่ได้ลงมือเลยแม้แต่น้อย เช่นนั้นก็บ่งบอกได้แล้วว่าเจ้านั้นหวาดกลัวมากถึงเพียงใด 

 

 

หรือแม้แต่รอให้ข้าเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายแล้วเท่านั้น เจ้าถึงจะลงมือออกมา ทว่าต่อให้เจ้าลงมือก็ใช่ว่าจะจัดการกับปัญหาได้ ข้ากล่าวได้ไม่ผิดใช่หรือไม่!” 

 

 

เฉินเฟยเกิดความลังเลใจอยู่ไม่น้อยจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยวาจาโต้ตอบอันใดออกมาได้ เพราะหลงเฉินกล่าวออกมาได้ถูกต้องทุกประการจนไม่สามารถหาข้อโต้แย้งได้ 

 

 

“ภายในจักรวรรดิแห่งนี้ บุคคลที่คู่ควรให้เจ้าหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้ คงจะต้องเป็นยิงฮวาแล้วกระมัง?” หลงเฉินเอ่ยถามออกไป 

 

 

เฉินเฟยถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วพยักหน้าไปมา “ไม่มีผิด ก่อนที่โหวเยว่จะให้ข้าน้อยออกเดินทางก็กำชับเป็นหมื่นย้ำว่าห้ามไม่ให้ยิงฮวาพบได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตคงจะหาไม่แล้ว 

 

 

ข้าน้อยไม่ได้กลัวตาย แต่เกรงว่าจะทำให้เสียเรื่องใหญ่ของโหวเยว่ไป ฉะนั้นช่วงเวลาที่ซื่อจื่อถูกกลั่นแกล้งมาอย่างเนิ่นนาน ข้าน้อยจึงไม่อาจลงมือมาโดยตลอด รู้สึกอัดอั้นในใจเป็นอย่างยิ่ง ขอโปรดซื่อจื่อยกโทษให้ด้วย”

 

 

“บิดาของข้ากับยิงฮวามีความแค้นต่อกันอย่างนั้นหรือ?” หลงเฉินถามต่อ 

 

 

“นิ้วมือข้างนั้นของยิงฮวาเป็นโหวเยว่ที่ตัดจนขาดไป” เฉินเฟยยิ้มน้อยๆ แล้วตอบกลับไป 

 

 

หลงเฉินเบิกตากว้างขึ้นมาในทันที ไม่แปลกใจเลยที่ยิงฮวาได้มุ่งเป้ามาที่เขา บิดาก็ช่างโหดเหี้ยมเกินไปเสียจริงๆ ทว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย บิดาทำให้นิ้วมือของยิงฮวาขาดสะบั้นไปข้างหนึ่ง อีกทั้งเขาก็เพิ่งจะทำให้ยิงฮวาอับจนจนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว 

 

 

“เจ้ามายังจักรวรรดิตั้งแต่เมื่อใดกัน?” หลงเฉินถามต่อ 

 

 

“สามปีก่อน”

 

 

“ข้างกายของบิดามียอดฝีมือเช่นเจ้าทั้งหมดกี่คน?”

 

 

“เดิมทีมีทั้งหมดเจ็ดคน ทว่าเมื่อปลายปีก่อนได้ตายในสนามรบหนึ่งคน จึงเหลือเพียงหกคน”

 

 

“เจ้าทะลวงพลังขั้นก่อโลหิตไปถึงระดับแล้ว?”

 

 

“ระดับที่เก้า น่าเสียดายที่ไม่อาจจะทะลวงขึ้นไปสู่อีกขอบเขตได้แล้ว” เฉินเฟยก็ได้ถอนหายใจออกมาหลังจากกล่าวจบประโยค เขานั้นมีอายุถึงสามสิบเจ็ดปีแล้ว หากล่วงเลยไปจนถึงสี่สิบปีแล้วยังไม่อาจที่จะทะลวงพลังต่อไปได้ก็เรียกได้ว่าหมดหวังโดยสิ้นเชิงแล้ว 

 

 

ในขณะนั้นเองหลงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะแตกตื่นตกใจอย่างยกใหญ่ ถึงแม้ว่าเฉินเฟยจะมีลักษณะการซ่อนเร้นอันลึกล้ำ ทว่าหากมองไปยังระหว่างคิ้วของเขากลับปรากฏกลุ่มพลังหนึ่งที่ใช้บ่งบอกได้ถึงพลังการฝึกยุทธ์ที่หลอมรวมเข้ากับโลหิตบริสุทธิ์จนไปถึงแก่นแท้แล้ว จนสามารถปรากฏให้เห็นออกมาเช่นนี้ได้ 

 

 

เช่นนี้เฉินเฟยในตอนนี้ก็ถือเป็นยอดฝีมือที่ไปถึงจุดสูงสุดของพลังขอบเขตก่อโลหิตแล้วผู้หนึ่ง ทว่าต้องมาติดอยู่ที่ปากขวดเช่นนี้ก็เท่านั้นเอง 

 

 

การทะลวงพลังจากขอบเขตขั้นก่อโลหิตเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้นถือได้ว่ายากเย็นแสนเข็ญอยู่ไม่น้อยเลย ทั่วทั้งจักรวรรดิเฟิงหมิงมียอดฝีมือขอบเขตขั้นก่อโลหิตอยู่นับหลายพันคน ทว่าขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้นมีเพียงแค่สามขุนนางใหญ่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้การจะทลายพันธนาการเข้าสู่ระดับนั้นได้ก็คงเปรียบเสมือนกับการว่ายไปตามคลองหงโกว 

 

*鸿沟 คลองหงโกวนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นสายน้ำที่เชี่ยวกราดที่สุด (ชื่อคลองที่ใช้ลำเลียงในสมัยโบราณปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอหนาน)

 

 

“เฉินเฟย ในคืนนี้ข้าจะหลอมโอสถให้เจ้านำไปส่งมอบแก่บิดาของข้า” หลงเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเอ่ยวาจาเด็ดขาดออกมา

 

 

“ซื่อจื่อ……”

 

 

หลงเฉินโบกมือไปมาเพื่อตัดบทพูดของเฉินเฟย แล้วกล่าวต่ออีกว่า “ถึงแม้เจ้าจะมีพลังฝีมือที่แข็งแกร่ง สามารถหลบรอดจากยิงฮวาได้ อีกทั้งยังจับตา ดูแล และความคุ้มครองจวนตระกูลหลง 

 

 

ทว่าในตอนนี้ทั่วทั้งจักรวรรดิต่างก็จับตาดูข้าอยู่ เกรงว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินขึ้นมากะทันหัน เจ้าจะอยู่ต่อไปก็เปล่าประโยชน์ 

 

 

ลองคิดดูให้ดีว่าถ้าหากที่แห่งนี้เกิดเภทภัยครั้งใหญ่ขึ้นมาจริง ด้วยความสามารถของเจ้าจะสามารถจัดการได้หรือไม่กัน?”

 

 

“ข้าน้อยสามารถพาซื่อจื่อตะลุยฝ่าวงล้อมออกไปได้อย่างแน่นอน” เฉินเฟยยืนยันเสียงหนักแน่น

 

 

หลงเฉินทอประกายเย็นเยียบออกมาจากดวงตา แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “เช่นนั้นมารดาของข้า เจ้าจะทำอย่างไร?”

 

 

ช่วงพริบตาเดียวเฉินเฟยก็เหมือนกับถูกอุดปากเอาไว้อย่างหนาแน่น ถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งทว่ากลับเป็นมีอยู่อย่างจำกัด เดิมทีเขามีความเชื่อมั่นว่าต่อให้เป็นยิงฮวาลงมือเอง เขาก็มีสามารถกว่าแปดส่วนที่จะพาหลงเฉินฝ่าฟันออกไปได้ 

 

 

แต่เมื่อหลงเฉินกล่าวถามออกมาเช่นนั้นอีก กลับยิ่งทำให้เขากล่าวอันใดออกมาไม่ได้ อย่างมากที่สุดก็คงจะนำพาไปได้คนเดียว หากตามความสัตย์แล้วก็คงต้องเสียสละฮูหยินหลงแล้ว 

 

 

“ต้องขออภัยซื่อจื่อด้วย นี่เป็นคำสั่งของโหวเยว่ ข้าน้อยมีหน้าที่เพียงกระทำตามเท่านั้น” เฉินเฟยได้แต่ส่ายหน้าแล้วกล่าวออกมา 

 

 

หลงเฉินเกิดความรู้สึกทั้งตกใจทั้งโกรธเคือง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบิดาจะช่วยเหลือเขาจนถึงกับยอมปล่อยมารดาไว้ ห้วงแห่งความคิดอันโหดร้ายเช่นนี้ก็ทำให้ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำขึ้นมา สัมผัสได้ถึงความรักของบิดาที่มีต่อเขา ทว่าเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้อย่างถึงที่สุด 

 

 

เมื่อตั้งสติได้แล้ว หลงเฉินก็สูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง ยับยั้งความโกรธเกรี้ยวภายในจิตใจเอาไว้ แล้วบอกกล่าวต่อไปอีกว่า “เฉินเฟย ข้าไม่ได้กำลังเจรจาอยู่กับเจ้า ทว่าเป็นคำสั่งที่สั่งให้เจ้ากลับไป หยุดการกระทำตามคำสั่งที่โง่เขลาเช่นนั้นได้แล้ว เพราะสิ่งนี้มีแต่จะทำร้ายพวกเราสองแม่ลูก 

 

 

ในตอนนี้ข้าจำเป็นจะต้องเดินทางไปยังชุมนุมผู้หลอมโอสถเพื่อหาซื้อสมุนไพรส่วนหนึ่งมาหลอมโอสถให้บิดา 

 

 

อย่าได้เอาแต่กล่าววาจาโง่เขลาอย่างเรื่องที่จะมาปกป้องพวกเราอีกเลย ด้วยสภาวะพลังของข้าในตอนนี้ หากหมายจะเอาชีวิตของเจ้าขึ้นมาก็แทบจะไม่ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย 

 

 

ข้ายังพอที่จะปกป้องจวนตระกูลหลงให้อยู่รอดปลอดภัยได้อยู่ อนาคตจะเป็นเช่นไรก็คงต้องดูต่อไป ทว่าข้ายังต้องการความช่วยเหลือจากบิดาอยู่

 

 

ด้วยเหตุนี้ข้ามีทางเลือกให้เจ้าอยู่สอง เชื่อฟังคำพูดของข้าแล้วกลับไปอยู่ข้างกายบิดา หรือไม่ก็ตายอยู่ในที่แห่งนี้ไปเสีย พิษภายในร่างกายยังคงอยู่ เจ้าอาจจะตายได้อย่างไม่ต้องสงสัย”

 

 

เฉินเฟยมีสีหน้าซีดเซียวขึ้นมาในทันที แววตาสอดส่องไปยังหลงเฉินที่กำลังเกิดโทสะอยู่มากทีเดียว ราวกับว่ากำลังมองเห็นเงาร่างของหลงเทียนเซียวกำลังโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ถ้าหากเขาหาญกล้าที่จะท้าทายหลงเฉิน หลงเฉินก็คิดที่จะเอาชีวิตของเขาจริงอย่างนั้นหรือ? 

 

 

เขาไม่ได้เกรงกลัวความตาย ทว่าการตายอย่างไร้ซึ่งความหมายเช่นนั้นช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เขาจึงทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มออกไปอย่างขมขืน ภายในจิตใจคล้ายกับอมบอระเพ็ดเอาไว้ หลังจากที่กลับไปแล้วสมควรที่จะเผชิญหน้ากับโหวเยว่อย่างไรดีเล่า? 

 

 

หลงเฉินมุ่งหน้าไปยังสภาอย่างไม่ลดละ ขณะนี้ในกระเป๋าที่พองโตมีเงินอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่จำเป็นจะต้องหยิบยืมสมุนไพรอีกต่อไปแล้ว เขาสามารถซื้อสมุนไพรมากมายกลับมาได้ทันที 

 

 

หลงเฉินย่างก้าวเข้าสู่ชุมนุมผู้หลอมโอสถถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดอย่างถึงที่สุด สมุนไพรที่เขาจำเป็นที่จะต้องใช้กลับมีครบทั้งหมด จากนั้นก็เดินทางกลับจวนอย่างรวดเร็ว 

 

 

เขาให้เฉินเฟยคอยคุ้มกันอยู่ด้านนอก แล้วเริ่มจุดเพลิงขึ้นมาจนเกิดความอบอุ่นให้แก่เตาหลอมโอสถ ครั้งนี้โอสถที่หลงเฉินจะหลอมขึ้นมามีชื่อว่า——โอสถทลายอุปสรรค

 

 

นี่เป็นโอสถระดับสองชนิดหนึ่งที่มีไว้ใช้เพื่อทะลวงพันธนาการของผู้ที่ติดอยู่ในพลังขั้นต่อไป เป็นการเพิ่มความสามารถในการปะทุพลังให้เพิ่มสูงขึ้น 

 

 

ทว่าจากการหลอมโอสถทลายอุปสรรคจากความทรงจำของจักรพรรดิโอสถ การใช้สมุนไพรเช่นเดียวกันทุกสิ่งอันทว่ากลับใส่ส่วนผสมเหล่านั้นไม่เท่ากัน ก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างกันไปด้วย

 

 

อีกทั้งหนึ่งในสมุนไพรหลักก็คือหญ้ากระดูกมังกรอันเป็นสมุนไพรที่มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สามารถเพิ่มคุณลักษณะของโอสถได้เป็นอย่างดี โอสถทลายอุปสรรคเม็ดนี้ของเขาจึงต่างจากที่มีอยู่ทั่วไปโดยสิ้นเชิง

 

 

โอสถทลายอุปสรรคเม็ดนี้เป็นโอสถสำหรับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็น โดยปกติแล้วโอสถทลายอุปสรรคระดับล่างจะมีผลลัพธ์ช่วยเพิ่มโอกาสในการทลายพันธนาการหนึ่งระดับ ทว่าเป้าหมายของหลงเฉินกลับต้องการหลอมให้ได้ระดับสูง เพื่อผลลัพธ์ในการทลายพันธนาการเพิ่มขึ้นไปอีกสามส่วน 

 

 

โอสถชนิดนี้เป็นที่ต้องการมากกว่าโอสถผลัดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกระดูกที่ถูกประมูลไปครั้งก่อนเสียอีก โอสถผลัดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกระดูกเม็ดนั้นถือว่ามีจุดบกพร่องอยู่มาก เพียงแต่หลงเฉินไม่ได้บอกกล่าวออกไปก็เท่านั้น

 

 

หากร่างกายของมนุษย์ถูกตัดจนขาดด้วนไป แล้วใช้โอสถนั้นรักษาในทันทีก็จะสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ อีกทั้งยังไม่ส่งผลใดใดตามมาอีกด้วย 

 

 

หลังจากที่ได้ทำการรักษาไปแล้ว คนผู้นั้นจะถูกสลายพลังดั้งเดิมของรากปราณไปอยู่ในระดับกลาง อีกทั้งจะถูกกัดกินการก้าวข้ามของพลังที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไป 

 

 

……

 

 

“ตูม”

 

 

เสียงระเบิดดังทะลุออกจากเตาหลอม บ่งบอกได้ถึงความสำเร็จในการหลอมโอสถ เมื่อเปิดฝาเตาขึ้นก็พบโอสถสามเม็ดกำลังกลิ้งไปมาอยู่ภายใน รอบเม็ดโอสถทอประกายแสงเจิดจ้าจนสายตาพร่ามัวด้วยความมึนงง บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าของหลงเฉินก็ได้ปรากฏรอยยิ้มกว้างขึ้นมา 

 

 

นี่เป็นโอสถเตาที่สามแล้ว เตาที่หนึ่งสำเร็จถึงสามเม็ด เตาที่สองเกิดการไหลของพลังออกมาจนเตาระเบิดทำให้สูญเสียโอสถไปทั้งหมด

 

 

การหลอมโอสถย่อมไม่มีสิ่งใดแน่นอน ต่อให้มีความทรงจำทั้งหมดของจักรพรรดิโอสถก็ยังไม่อาจที่จะหลุดพ้นจากความผิดพลาดไปได้ 

 

 

เดิมทีเพียงแค่สองเตาก็คงจะเพียงพอแล้ว ทว่ากลับระเบิดไปหนึ่งเตา จึงต้องหลอมเตาที่สามขึ้นมา ทำให้หลงเฉินมีสภาพร่างกายที่อ่อนล้าโรยแรงอย่างที่เป็นอยู่ 

 

 

เมื่อทำการเพิ่มหญ้ากระดูกมังกรในโอสถทลายอุปสรรคทำให้การหลอมยุ่งยากมากยิ่งขึ้น แม้แต่หลงเฉินที่มีพลังแห่งจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งก็ยังต้องรู้สึกเหนื่อยล้าแทบล้มทั้งยืน 

 

 

แต่ในที่สุดก็ได้โอสถมาทั้งหมดหกเม็ด ความเหนื่อยล้าที่ได้ทุ่มเทลงไปก็ถือว่าคุ้มค่าอย่างถึงที่สุด จากนั้นหลงเฉินก็นำโอสถทั้งหกเม็ดมอบให้เฉินเฟยที่มีสีหน้าตื่นตระหนกอยู่ไม่เสื่อมคลาย พร้อมกับแนบจดหมายอีกหนึ่งฉบับส่งมอบให้กับบิดาของเขาอีกด้วย

 

 

ยังไม่ทันที่ฟ้าจะสางเฉินเฟยก็รีบเดินทางกลับไปทันที หลงเฉินเองก็ได้พักผ่อนไปจนเต็มอิ่มจนฟื้นฟูจิตสมาธิให้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังรู้สึกโล่งใจขึ้นมามหาศาลอย่างบอกไม่ถูก 

 

 

เรื่องราวของบิดาที่เป็นเหมือนกับก้อนหินก้อนใหญ่กดทับลงมาอยู่เต็มทรวงอก ขณะนี้คล้ายกับถูกยกย้ายออกไปจนเกือบหมดเมื่อได้ทราบถึงสถานการณ์ของบิดา จนภายในจิตใจของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาและความกังวลไปพร้อมกัน 

 

 

เนื่องจากเฉินเฟยเองก็ยังไม่ทราบว่าผู้ใดคิดจะจัดการกับบิดาของเขากันแน่ ทางด้านของบิดาเองก็ยังไม่เคยพบร่องรอยของผู้บงการมาก่อนเลยเช่นกัน 

 

 

หลังจากฟื้นตื่นขึ้นมาจากที่นอน หลงเฉินก็ได้อุ้มเสี่ยวเสว่ยออกมา เสี่ยวเสว่ย (หิมะน้อย小雪) ก็คือชื่อที่หลงเฉินตั้งให้แก่หมาป่าหิมะแดงเพลิงที่เป็นตัวเมียตัวนั้นนั่นเอง 

 

 

เสี่ยวเสว่ยยังคงหลับตาอยู่ อีกทั้งยังส่งเสียงร้องฮือฮือออกมาวุ่นวายอย่างไม่หยุดหย่อน หลงเฉินยิ้มออกมาเมื่อเห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าหนูน้อยตัวนี้ พลันก็ยกนิ้วมือขึ้นมาแล้วกัดฝังเขี้ยวลงไปจนมีโลหิตไหลรินออกมาหยดหนึ่ง เขายื่นนิ้วมือข้างนั้นไปใกล้ปากของหมาป่าหิมะแดงเพลิง 

 

 

เสี่ยวเสว่ยก็ได้เลียไปที่หยดโลหิตนั้น ดวงตาที่เคยปิดสนิทอยู่กลับค่อยๆ ตื่นลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาประดุจไข่มุกที่ส่องสกาวระยิบระยับจ้องมองมายังหลงเฉินด้วยความประหลาดใจ เมื่อมองรวมกับเส้นขนปุกปุยสีแดงบนหน้าผากก็ทำให้หลงเฉินแทบจะอ่อนระทวยลงไปในทันที

 

 

สัตว์มายาแรกเกิดที่ได้ลิ้มลองรสชาติของโลหิตบริสุทธิ์หยดแรกไปแล้ว จะไม่มีวันลืมเลือนกลิ่นอายนั้นไปชั่วนิจนิรันดร์ อีกทั้งยังจดจำกลิ่นอายของผู้เป็นเจ้านายเสมือนกับเป็นครอบครัวของมัน ทว่ามีข้อยกเว้นกับสัตว์มายาที่เป็นสัตว์เลือดเย็นไว้จำพวกหนึ่ง พวกนี้จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีที่พิเศษเฉพาะยิ่งกว่า 

 

 

หลังจากที่เสี่ยวเสว่ยได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว มันก็จะเริ่มปีนป่ายไปตามร่างกายของหลงเฉินในทันที ถึงแม้ว่าช่วงขาจะยังสั้นอยู่พร้อมที่จะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเวลา ทว่ายังคงมุ่งมั่นที่จะปีนป่ายไปมาอย่างไม่คิดชีวิต 

 

 

ภายในจิตใจหลงเฉินก็บังเกิดความอบอุ่นขึ้นมาหลายสาย ด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขาย่อมสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงพลังปราณจิตวิญญาณส่วนลึกที่บ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึกของเสี่ยวเสว่ยได้ 

 

 

เดิมทีหลังจากที่เจ้าหนูตัวนี้สามารถจดจำหลงเฉินได้แล้ว เขาก็ควรเริ่มไหลเวียนพลังแห่งจิตวิญญาณเข้าสู่กระบวนวิชาลับที่ลู่ฟางเอ๋อสั่งสอนเอาไว้ เพื่อประทับสัญญาทาสลงไปยังใจกลางของปราณจิตวิญญาณของเจ้าหนู เช่นนี้มันก็ไม่สามารถที่จะหักหลังเขาไปได้ตลอดกาลแล้ว

 

 

กระนั้นหลงเฉินก็ลังเลอยู่ไม่น้อยเลยไม่ได้ประทับสัญญาทาสลงไป การที่จะให้เจ้าหนูที่น่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ต้องมากลายเป็นทาส แค่คิดก็ไม่อาจกระทำได้ลงคอแล้ว เสี่ยวเสว่ยปีนป่ายไปทั่วจนขึ้นมาใกล้ใบหน้าของเขาแล้วทำการชำระล้างใบหน้าของหลงเฉินด้วยลิ้นของมันอย่างเป็นมิตร 

 

 

หลงเฉินหัวเราะฮาฮาออกมาพร้อมกับอุ้มเสี่ยวเสว่ยขึ้นมาแล้วมุ่งตรงออกจากจวนตระกูลหลงไปยังด้านนอกทันที ขณะนี้เจ้าหนูได้ลืมตาขึ้นมาอย่างเต็มที่แล้ว เขาจึงพามันออกมาเดินเที่ยวชมบรรยากาศภายนอกเสียหน่อย 

 

 

พลังชีวิตของสัตว์มายาเป็นสิ่งที่แกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่ง ขอเพียงลืมตาขึ้นมาแล้วก็สามารถเริ่มกินอาหารด้วยตัวเองได้เลย พวกมันไม่สามารถอดทนต่อความหิวได้ ช่วงนี้จึงจำเป็นที่จะต้องกินอาหารของทารกแรกเกิดด้วย 

 

 

ทว่าหลังจากที่ออกห่างจากประตูใหญ่ได้ไม่ไกลนัก เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าจำเป็นจะต้องไปหาคนผู้หนึ่งก่อน หากพาเขาไปด้วยคงจะดีเสียกว่า ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม หลงเฉินก็ได้มาถึงทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์แห่งหนึ่ง 

 

 

“ฮูม”

 

 

ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้นมา ผืนแผ่นดินต่างก็สั่นไหวไปตามๆ กัน พลันมุมปากของหลงเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา 

.

.

.

.

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 70 เสี่ยวเสว่ย"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี วันละ 1 ตอน
ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร
กรกฎาคม 20, 2023
Special District 9
Special District 9 – เขตพิเศษที่ 9
ตุลาคม 17, 2023
The Soul Purchasing Pirate
The Soul Purchasing Pirate
มิถุนายน 19, 2024
เรื่อง PS Im (not) Over You
เรื่อง PS Im (not) Over You
มีนาคม 12, 2022
โลกแห่งเหล่าทวยเทพ The World of Deities
โลกแห่งเหล่าทวยเทพ The World of Deities
มีนาคม 12, 2022
ระบบย่อยสลายขั้นเทพ
ระบบย่อยสลายขั้นเทพ
มีนาคม 12, 2022
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz