หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 69 ความทุกข์ของหลงเทียนเซียว

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 69 ความทุกข์ของหลงเทียนเซียว
Prev
Next

“แน่นอนว่าต้องเชื่อ หากเมื่อครู่นี้เจ้าได้กล่าววาจาโป้ปด ก็คงจะกลายเป็นศพไปแล้ว” หลงเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง 

 

 

เฉินเฟยสะดุ้งตัวโยนในทันที พลันก็สำรวจร่างกายไปทั่วก็ไม่พบความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด จึงทอสีหน้าตึงเครียดขึ้นมา 

 

 

“โอสถที่ข้าเพิ่งจะโยนออกไปเมื่อครู่มีนามว่าโอสถสลายวิญญาณ ต่อให้เจ้าปิดกั้นลมหายใจเอาไว้ ก็เปล่าประโยชน์ พิษชนิดนี้สามารถซึมผ่านรูขุมขนเข้าไปยังโลหิตอันบริสุทธิ์ภายในร่างกายของเจ้า 

 

 

ทันทีที่พิษได้แล่นเข้าสู่ร่างกาย หากถูกกระตุ้นด้วยพลังหรือว่าเจ้าคิดจะปะทุพลังต่อสู้ขึ้นมา ก็เสมือนการไหลเวียนฤทธิ์ของพิษเข้าสู่ปราณจิตแห่งวิญญาณอย่างรวดเร็ว เจ้าคงจะตายลงไปตั้งแต่แรกแล้ว” หลงเฉินกล่าวเสียงเรียบ 

 

 

เฉินเฟยคิดไม่ถึงเลยว่าหลงเฉินจะใช้โอสถพิษที่น่ากลัวออกมากับผู้คนได้ ทว่าในตอนนี้หลงเฉินก็เชื่อใจเขาจนหมดสิ้นแล้ว หลังจากนี้คงไม่อาจหลอกเขาได้อีกต่อไป 

 

 

“ที่ข้าเชื่อเจ้าไม่ใช่เพราะว่าข้านั้นมีความรู้สูงส่ง เพียงแต่ข้านั้นเชื่อมั่นต่อโอสถของข้าเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครู่ข้าได้ซักถามเจ้าไปทว่าเจ้ากลับกล่าววาจาโป้ปดออกมา โลหิตอันบริสุทธิ์ของเจ้าก็จะถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนหลั่งไหลออกทางทวารทั้งเจ็ดตายไปแล้ว ใช้มันเสีย” เมื่อกล่าวจบหลงเฉินก็ได้โยนโอสถผงถุงหนึ่งให้แก่เฉินเฟย 

 

 

“หลังจากที่โอสถเม็ดนี้ออกฤทธิ์แล้ว พิษภายในร่างกายของเจ้าก็จะถูกขจัดไปทั้งหมด ทว่าผลลัพธ์จะค่อยๆ เกิดขึ้นที่ละน้อยเท่านั้น ฉะนั้นภายในสามวันนี้เจ้าอย่าได้ฮึกเหิมไปต่อสู้กับผู้ใดล่ะ ไปกันเถิด ตามข้ามา”

 

 

หลงเฉินมุ่งหน้ากลับไปที่จวนอีกครั้ง เฉินเฟยเองก็ได้ติดตามไปด้วยฝีเท้าที่รีบเร่งเป็นอย่างยิ่ง ทิ้งให้ชิ้นส่วนของร่างกายและกลิ่นคาวเลือดเอาไว้ยังเบื้องหลัง

 

 

……

 

 

“บัดซบ เจ้าบังอาจแอบข้าออกไปลอบสังหารหลงเฉินอย่างนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้าหรืออย่างไรกัน?” ภายในห้องลับแห่งหนึ่งมีชายหนุ่มชุดขาวชี้นิ้วไปที่ใบหน้าของเซี่ยฉางเฟิง แล้วด่าทอออกมายกใหญ่ราวกับคิดจะฆ่าฟันให้ตายลงไปเสียตรงนั้น 

 

 

ในเวลาเดียวกันก็ได้มีรังสีสังหารมหาศาลจนน่าหวาดกลัวปะทุขึ้นหลายสาย กดดันทั่วบรรยากาศจนเซี่ยฉางเฟิงหายใจติดขัดราวกับมีอาวุธแหลมคมชนิดหนึ่งพาดอยู่บนคอหอย เพียงแค่ชายหนุ่มชุดขาวเกิดความคิดเช่นนั้นขึ้นมาอย่างแท้จริง เขาก็คงจบชีวิตลงในทันที 

 

 

“พี่โล้วได้โปรดฟังที่ข้าจะกล่าวก่อน นี่ไม่ใช้การลงมือของข้า เป็นเม่ยเม่ยของข้าที่นำพายอดฝีมือออกไปจัดการ ข้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย”

 

 

เซี่ยฉางเฟิงตัวสั่นเทาพร้อมกับลั่นวาจาออกมาเสียยืดยาว หยาดเหงื่อได้ไหลซึมไปทั่วทั้งอาภรณ์ รังสีสังหารของพี่โล้วผู้นี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว แม้แต่เขาที่เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตขั้นก่อโลหิตก็ยังไม่อาจทานรับเอาไว้ได้ รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงแมลงหวี่ตัวหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น 

 

 

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นตัวโง่งมหรือไร? นั่นเป็นองครักษ์ของเจ้า หากไม่ใช่เจ้าเป็นคนสั่งการ เม่ยเม่ยที่โง่เขลาของเจ้านางนั้นจะใช้ตามอำเภอใจได้อย่างไรกัน? 

 

 

เห็นกันอยู่แล้วว่าก่อนเจ้าจะจากไปก็คิดจะจัดการหลงเฉินผู้นี้ทิ้งไปเสีย ยังดีที่หลงเฉินผู้นั้นยังไม่ตาย ไม่เช่นนั้นแผนการใหญ่ในครั้งนี้คงจะวอดวายไปเป็นแน่ ต่อให้เจ้ามีอีกกี่สิบชีวิตก็ไม่อาจทานเพลิงโทสะของเบื้องบนได้อย่างแน่นอน” ชายหนุ่มชุดขาวระเบิดโทสะออกมาอย่างเดือดดาล 

 

 

เซี่ยฉางเฟิงก้มหน้าก้มตาและไม่โต้แย้งออกมาแม้สักคำเดียว แผนการลอบสังหารหลงเฉินในครั้งนี้เป็นการจัดฉากของเซี่ยปายฉือ ทว่าชายหนุ่มชุดขาวนั้นก็ไม่ได้กล่าวผิดไป เป็นเซี่ยฉางเฟิงนั่นเองที่ให้นางหยิบยืมองครักษ์ไป 

 

 

เดิมทีเขาคิดว่าถ้าหากสังหารหลงเฉินลงได้ก็จะผลักไสข้อกล่าวหาไปที่เซี่ยปายฉือทั้งหมด เพราะด้วยสถานะผู้หลอมโอสถของเซี่ยปายฉือคงจะไม่เกิดผลกันใดอยู่แล้ว 

 

 

อีกทั้งเขายังเคยหยิบยืมเงินทองของเซี่ยปายฉือไปไม่น้อย เมื่อถูกเซี่ยปายฉือกดดันจึงไม่อาจปฏิเสธการสนับสนุนให้แก่นางได้ 

 

 

ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ ยอดฝีมือที่มีพลังขอบเขตขั้นก่อโลหิตกลุ่มหนึ่งกลับเหลือรอดกลับมาเพียงสามคน ยิ่งทำให้เขาแตกตื่นขึ้นมาอย่างไม่เสื่อมคลาย และยังไม่ทันจะได้ไถ่ถามองครักษ์ถึงความเป็นไปได้ชัดเจน ชายหนุ่มชุดขาวผู้นี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว 

 

 

“เซี่ยฉางเฟิง ข้าจะเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เรื่องของเจ้านั้นเล็กน้อยมาก หากยังคิดจะทำให้เรื่องใหญ่เสีย อย่าว่าแต่เจ้าเลยแม้แต่ทั้งจักรวรรดิต้าเซี่ยของพวกเจ้าก็คงไม่อาจทานรับเอาไว้ได้อย่างแน่นอน 

 

 

แล้วก็กลับไปบอกต่อเม่ยเม่ยผู้โง่เขลาของเจ้าด้วยว่าหากยังดื้อด้านอยู่เช่นนี้ ข้าผู้นี้จะบดขยี้สมองอันน้อยนิดของนางด้วยมือคู่นี้เอง ส่วนเจ้าเฒ่าตัณหากลับเว่ยชางข้าไม่สนใจอยู่แล้ว” ชายหนุ่มชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาอย่างถึงที่สุด 

 

 

“ขอรับ ขอรับ ฉางเฟิงจะไปสั่งสอนนางให้เอง ข้าจะไม่ให้นางก่อเรื่องให้ใต้เท้ารำคาญใจได้อีกอย่างแน่นอน” เซี่ยฉางเฟิงพยักหน้าไปมาอย่างว่าง่ายราวกับเป็นลูกไก่ที่กำลังจิกกินเม็ดข้าวอยู่ 

 

 

“หลงเทียนเซียวเองก็เคยกล่าววาจาเด็ดขาดออกมาว่าหากสองแม่ลูกตระกูลหลงเกิดเรื่องอันใดขึ้น จะวางมือจากข้าศึกที่แนวชายแดนอย่างแน่นอน จากนั้นจะยกกองทัพทหารทั้งหมดเข้าสู่จักรวรรดิในทันที นั่นถือเป็นเรื่องที่พวกข้าหวาดกลัวจนถึงที่สุด เจ้าเข้าใจหรือไม่?” ชายหนุ่มชุดขาวยังคงมีน้ำเสียงเย็นชา

 

 

“ในช่วงนี้พวกข้าต้องอดทนอดกลั้นต่อหลงเทียนเซียวเป็นอย่างมาก หลงเทียนเซียวก็ยังไร้วี่แววที่จะตอบรับกลับมา ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจต่อบุตรภรรยาของตัวเอง 

 

 

หากเขาไม่เคลื่อนไหวก็คือไม่ หากเคลื่อนไหวขึ้นมาเมื่อใดคงจะเสมือนอัสนีบาตนับหมื่นสายเสียดแทงลงมาเป็นแน่แท้ ข้าต้องเตือนพวกเจ้าที่โง่เขลาไว้ แม้แต่ความข้อนี้ก็ยังไม่ทราบกัน”

 

 

“พี่โล้ว ผู้น้องเข้าใจผิดมาโดยตลอด ทว่าด้วยพลังฝีมืออันแข็งแกร่งของพี่โล้ว เหตุใดถึงไม่จัดการหลงเทียนเซียวทิ้งไปเสียเลยเล่า?” เซี่ยฉางเฟิงเอ่ยถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

 

 

“เจ้าโง่ ถ้าสามารถกระทำการได้อย่างเปิดเผย ข้าจะต้องมาร่วมมือกับพวกเจ้าอีกด้วยเรื่องอันใดกัน? อีกทั้งหลงเทียนเซียวยังเป็นถึงยอดฝีมือพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นจะถูกสังหารได้อย่างง่ายดายเลยหรือ? 

 

 

ถ้าจู่โจมไม่สำเร็จแล้วเปิดเผยร่องรอยขึ้นมา ความรับผิดชอบอันมหาศาลเช่นนี้ผู้ใดจะรับผิดชอบไหว?” ชายหนุ่มชุดขาวด่าทอออกไปอีกชุดใหญ่ 

 

 

เซี่ยฉางเฟิงถูกด่าทอจนกระอักกระอ่วนใจไปทั้งหมดก็ไม่เอ่ยวาจาอันใดออกมาอีก ในเวลาเดียวกันก็ยิ่งทวีความเกลียดชังต่อหลงเฉินมากขึ้นไปอีก 

 

 

การลงมือของเซี่ยปายฉือในครั้งนี้ช่างตรงกับความปรารถนาของเขาเป็นอย่างยิ่ง หากหลงเฉินยังไม่ตาย ความแค้นภายในจิตใจก็คงไม่มีทางระบายออกมาได้แน่นอน 

 

 

เมื่อการสนทนาจบลง เซี่ยฉางเฟิงก็ถอยออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงชายหนุ่มชุดขาวที่ยืนถอนลมหายใจออกมาระรัว ไม่ง่ายเลยที่จะดำเนินเรื่องราวให้เป็นไปตามแผนได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากยังปล่อยไว้เช่นนี้เกรงว่าแผนการคงจะย่อยยับลงไป 

 

 

เมื่อครู่เขาโกรธจนเกือบจะลงมือกับเซี่ยฉางเฟิงให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ทว่าก็พยายามอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ แผนการที่เขานั่งคิดและคอยบงการอยู่นานหลายปีจะต้องมาทลายลงเพราะมันสมองเพียงน้อยนิดของคนผู้หนึ่งอย่างนั้นหรือ ยังดีที่เพลิงโทสะในท้องยังไม่ถูกทะลวงออกไป ไม่อย่างนั้นเซี่ยฉางเฟิงคงจะไม่ได้กลับจักรวรรดิต้าเซี่ยอย่างแน่นอน

 

 

ช่วงเวลาเช่นนี้ยังไม่ถึงช่วงที่ควรจะเปิดเผยตัวตนออกมา ยังจำเป็นจะต้องร่วมมือกับทางจักรวรรดิต้าเซี่ยอยู่ ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มชุดขาวปรากฏความเจ็บปวดขึ้นมาสายหนึ่ง: ถ้าเรื่องนี้สำเร็จขึ้นมาเมื่อใด จงตายไปให้หมดสิ้นเสียเถิด!

 

 

……

 

 

หลงเฉินกลับมาถึงจวนในยามวิกาลแล้ว เขาอยู่สนทนากับเฉินเฟยอย่างละเอียดภายในห้องหับของตัวเอง อีกทั้งยังมีเรื่องที่ทำให้เขาต้องตกใจขึ้นมาเมื่อบนร่างของเฉินเฟยแฝงเอาไว้ด้วยบรรยากาศคลุมเครืออยู่ชนิดหนึ่ง เพียงเผชิญกันอย่างซึ่งหน้าอย่างเช่นตอนนี้ยังยากที่จะตรวจจับการคงอยู่ของเขาได้ 

 

 

“วิชาที่ข้าน้อยฝึกอยู่นั้นมีลักษณะพิเศษเฉพาะอยู่ส่วนหนึ่ง เป็นการซ่อนเร้นตัวของผู้ฝึก อีกทั้งยังช่วยให้จิตใจสงบลงอีกด้วย ฉะนั้นซื่อจื่อไม่ต้องแปลกใจไปหรอก”

 

 

ถึงแม้ว่าเฉินเฟยจะกล่าวออกมาอย่างถ่อมตัว ทว่าส่วนลึกภายในแววตากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างสูงส่ง เห็นได้ชัดว่าวิชาลักษณะที่ซ่อนเร้นแก่ผู้ฝึกนี้เป็นความเชื่อมั่นของเขามากที่สุด

 

 

หลงเฉินพยักหน้าไปมา เฉินเฟยที่อยู่ภายในบริเวณนี้มาโดยตลอด ทว่าเขาเองยังไม่อาจที่จะตรวจจับร่องรอยของเขาได้เลยทั้งที่เติบโตมาในสถานที่แห่งนี้มานาน

 

 

หากในวันนี้กระบี่ยาวที่อยู่ในมือของหลงเฉินไม่ได้ถูกทำลายลงแล้วเข้าสู่ช่วงเวลาคับขัน เฉินเฟยก็คงไม่เปิดเผยรังสีของตัวเองขึ้นมาอย่างแน่นอน ฉะนั้นเขาก็คงไม่ทราบว่าชายผู้นั้นอยู่ในป่าสน

 

 

ในช่วงเวลาที่เฉินเฟยได้เผยรังสีออกมานั้นเห็นได้ชัดว่ากำลังคิดที่จะลงมือออกมา ทว่ากลับเป็นสัมผัสที่ต่างออกไป ไม่ได้ลงมือในแนวทางของศัตรู เสมือนกับว่าคิดที่จะเข้ามาช่วยเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

 

หลงเฉินคิดว่าเฉินเฟยไม่ได้คิดร้ายต่อเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทว่าต้องใช้โอสถพิษออกมาเพื่อความปลอดภัยเอาไว้ก่อน เพราะในขณะนี้ตระกูลหลงอยู่ในช่วงลมพายุกรรโชกหนักพร้อมที่จะสร้างความวอดวายได้ทุกเวลา เขาจึงไม่อาจเสี่ยงที่จะใช้ชีวิตของผู้คนภายในตระกูลหลงมาเดิมพันด้วยได้ 

 

 

“บิดาของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หลงเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่ง แล้วเอ่ยถามออกไปด้วยความใคร่รู้มาโดยตลอด

 

 

เวลาที่ผ่านล่วงเลยไปนานแสนนานได้หลอมละลายความทรงจำเกี่ยวกับบิดาไปจนเกือบหมดสิ้น ทว่าหลายปีที่แยกจากกัน ความรักของบิดายังคงฝังรากลึกอยู่ภายในจิตใจของเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย

 

 

“โหวเยว่อยู่อย่างปลอดภัยมาโดยตลอด ทว่าหลายปีมานี้การศึกกับเผ่าคนเถื่อนนั้นยิ่งดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งทางจักรวรรดิก็หยุดส่งเสบียงรางวัลมาให้แก่โหวเยว่ตั้งแต่แรกแล้ว 

 

 

เดิมทีที่มีกองทัพใหญ่นับห้าสิบหมื่นกลับหลงเหลือเพียงไม่ถึงยี่สิบหมื่นเสียด้วยซ้ำไป ถ้าหากไม่มีประชาชนที่ยังสำนักในบุญคุณของโหวเยว่โดยการส่งบุตรมาเข้าร่วมกองทัพ อีกทั้งยังนำเสบียงมาแจกจ่ายอยู่ตลอด พวกเราก็คงไม่อาจรั้งศึกที่แนวชายแดนได้อย่างแน่นอน” เมื่อกล่าวมาถึงตอนท้ายภายในดวงตาของเฉินเฟยก็ได้สาดประกายความโกรธแค้นขึ้นมา อีกทั้งน้ำเสียงยังเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำจนน่าเกรงขาม

 

 

ท่าทีของจักรวรรดิที่มีต่อขุนนางเจิ้งหยวนช่างไร้น้ำใจเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้จ้องมองไปที่ประชาชนราษฎรที่มีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น พวกเขาก็คงจากไปตั้งแต่แรกแล้ว 

 

 

เผ่าคนเถื่อนที่ว่านั่นไม่ได้มีเพียงชนเผ่าเดียว ทว่าเป็นการรวมหลายเผ่ารวมเข้าด้วยกันแล้วถูกเรียกขานกันไปเช่นนั้น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นอกเขตชายแดนด้วยสภาวะความเป็นอยู่ที่โหดร้ายจึงใช้การเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อประทังชีวิต เมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนถึงขั้นที่ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จึงทำให้พวกเขาเริ่มฝึกฝนวิชาจนทำให้ร่างกายแข็งแกร่งรวมไปถึงพลังการต่อสู้ที่น่าตกใจขึ้นด้วย 

 

 

ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ความต้องการก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ก็ยิ่งทำให้การชีวิตยิ่งแร้นแค้นมากขึ้นไปอีก จนในที่สุดพวกเขาก็พบว่าการคงอยู่ของจักรวรรดิเฟิงหมิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเฟื่องฟูจึงคิดจะช่วงชิงขึ้นมาซึ่งดีกว่าการไปฆ่าฟันกับสัตว์ประหลาดอย่างยากลำบาก 

 

 

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงถูกขนานนามว่าเผ่าคนเถื่อน เพราะว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขานั้นแตกต่างจากคนธรรมดามากจนเกินไป อยู่ร่วมเตียงนอนเดียวกันกับคนในตระกูลเดียวกัน ไม่มีแบ่งแยกชาย หญิง ผู้ชรา หรือผู้เยาว์วัย ทุกคนต่างก็สามารถมีความสัมพันธ์กันได้ ชวนให้สับสนเป็นอย่างยิ่ง 

 

 

นอกจากเผ่าพันธุ์ของตัวเองแล้ว เผ่าพันธุ์อื่นที่แตกต่างออกไปก็จะถูกมองว่าเป็นแค่สัตว์ตัวหนึ่งที่สามารถเข่นฆ่าได้ทันที แม้แต่ประชาชนเฟิงเมิงก็ไม่มีละเว้น ชายที่ถูกฆ่าแล้วก็นำมาเป็นเสบียงอาหาร ส่วนหญิงสาวที่ใช้หาความสุขจนพอใจแล้วก็ฆ่าทิ้งแล้วนำมาเป็นอาหารอีก 

 

 

ประชาชนเฟิงหมิงโกรธแค้นเผ่าคนเถื่อนเป็นอย่างมาก ถูกพวกนั้นปล้นสะดมไปมากมายอยู่เนิ่นนาน อีกทั้งยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อล่วงรู้ถึงจักรวรรดิเฟิงหมิงแล้ว กองทัพใหญ่ก็เข้ามาโจมตีในทันที

 

 

นับตั้งแต่ที่หลงเทียนเซียวไปถึงก็ได้ลงทัณฑ์หัวหน้าเผ่าไปเป็นจำนวนมาก โลหิตไหลนองไปทั่วทั้งผืนแผ่นดินตามแนวชายแดนจนทำให้เผ่าคนเถื่อนเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา ประชาชนจึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาได้ หลงเทียนเซียวจึงเปรียบเสมือนเทพจากสรวงสวรรค์ของประชาชน 

 

 

ภายหลังทัพใหญ่ของหลงเทียนเซียวที่ได้เข้าปะทะกับเผ่าคนเถื่อน ก็มักถูกลอบโจมตีอยู่เสมอจนสูญเสียกองกำลังถูกลดทอนลงไปอย่างรวดเร็ว ยังดีที่มีสนับสนุนจากประชาชนรอบข้างอยู่ 

 

 

ขึ้นชื่อว่ากองทัพต่อให้เสริมไปเท่าใดก็ยังคงห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ ในยามปกติที่ทัพใหญ่เสร็จสั้นจากสงครามที่หนักหนาสาหัสก็มักจะไปช่วยเหลือประชาชนในการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์เพื่อเร่งให้กลับคืนสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด 

 

 

ด้วยเหตุนี้ทหารที่มาจากสามัญชนก็เป็นเสมือนกับคนในครอบครัวเดียวกัน นึกอันใดขึ้นมาได้ก็เพียงแค่ปลายตาบอกก็รู้ทั่วกัน ต่อให้พวกเขาต้องตาย แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนเหล่านั้นได้รับอันตรายอย่างแน่นอน จู่จู่ภายในดวงตาของเฉินเฟยก็เกิดสีแดงระเรื่อขึ้นมา

 

 

เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากฝีปากของเฉินเฟย ในที่สุดหลงเฉินก็เข้าใจถึงความยากลำบากของบิดาขึ้นมาเต็มอก ทางหนึ่งก็บุตรและภรรยาของตนเอง ทางหนึ่งก็ความสุขของประชาชนนับร้อยหมื่น 

 

 

หากเป็นหลงเฉินเองก็คงตัดใจได้อย่างยากเย็น ความโกรธที่มีต่อหลงเทียนเซียวเมื่อก่อนหน้านี้ก็ได้ลอยหายไปในอากาศจนหมดสิ้น ในเวลาเดียวกันภายในจิตใจก็ได้เกิดความห้าวหาญเพิ่มขึ้นมาจนนับไม่ถ้วน การเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำเพื่อบ้านเมืองและราษฎรคงจะต้องยกให้กับบิดาของเขาแต่เพียงผู้เดียวแล้ว

 

 

“เฉินเฟย เจ้ากลับไปหาบิดาของข้าเถิด” หลงเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา 

 

 

เฉินเฟยจึงทอสีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม แล้วตอบกลับไปว่า 

 

 

“กลับไปไม่ได้อย่างแน่นอน”

.

.

.

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 69 ความทุกข์ของหลงเทียนเซียว"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

การจัดอันดับเต๋าสวรรค์: ฉันถูกเปิดเผยในฐานะเทพเจ้าดาบ
การจัดอันดับเต๋าสวรรค์: ฉันถูกเปิดเผยในฐานะเทพเจ้าดาบ
พฤษภาคม 20, 2022
Abe The Wizard (ATW)
Abe The Wizard (ATW)
มีนาคม 12, 2022
Legend of the Mythological Genes
Legend of the Mythological Genes
กุมภาพันธ์ 23, 2023
Almighty coach
Almighty coach
มีนาคม 12, 2022
Demon Hunter
Demon Hunter
มีนาคม 12, 2022
วิญญาณอาฆาต
วิญญาณอาฆาต
มีนาคม 12, 2022
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz