สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 332 : การทดสอบที่น่ากลัว
บทที่ 332 : การทดสอบที่น่ากลัว
สวะขี้ขลาด หน้าตัวเมีย!
ศิษย์ส่วนตัวของปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเชวียนอย่างหูเฉวี่ยฟง… ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีคนกล้าด่ามันว่า สวะขี้ขลาด หน้าตัวเมีย …!
แต่ทว่าเมื่อมันเห็นถึงความมั่นใจอย่างถึงที่สุด และสภาวะพร้อมรบของต้วนหลิงเทียน มันบังเกิดความลังเลครั่นคร้ามในใจสุดประมาน
มันทำได้เพียงก้มหน้าเงียบปากไปเท่านั้น…!
มิหนำซ้ำตอนนี้มันยังสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนรอบๆ ที่ไม่ต่างอันใดกับมีดดาบแหลมคมที่กำลังจับจ้องมาราวกับจะทะลวงใจเถือหนังมันสักเพียงนิด แน่นอนหากมองธรรมดามันคงไม่เป็นอะไร แต่ยามนี้ทุกสายตาเผยร่องรอยดูแคลนหยามหยันมัน ช่างเสียดแทงใจดำมันนัก!!
ต้วนหลิงเทียน!
ตอนนี้ความเป็นปฏิปักษ์ต่อต้วนหลิงเทียนในใจมันพุ่งทะยานสูงสุดไม่อาจเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ได้แล้ว
หากมันมีโอกาสฆ่าต้วนหลิงเทียนล่ะก็มันจะไม่ลังเลและคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ทันที เพราะมันไม่ต้องการอะไรมากกว่าฉีกร่างต้วนหลิงเทียน เผาให้เหลือแต่เถ้ากระดูก และเอาเถ้ากระดูกไปสาดเทให้กระจาย!
มุมปากของต้วนหลิงเทียนเผยร่องรอยความดูถูกดูแคลนออกมาพร้อมรอยยิ้มแสยะ เมื่อเขาเห็นหูเฉวี่ยฟงจนด้วยคำพูดและเซื่องซึมไปเป็นเวลานาน ไม่กล้าตอบรับสักครึ่งคำ เขายังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรำคาญอีกครั้ง“สวะขี้ขลาด หน้าตัวเมีย!”
แรกเริ่มเดิมทีเขาก็ไม่คิดจะไปแยแสอะไรในตัวหูเฉวี่ยฟงอยู่แล้ว ปกติเขาก็ไม่ค่อยด่าทอผู้คนออกมาง่ายๆ…
แต่ในระหว่างการประลองศิษย์สายนอก หูเฉวี่ยฟงกลับคิดเอาชีวิตเขา คิดแย่งชิงสตรีของเขา …
และวันนี้หูเฉวี่ยฟงยังกล้าสร้างความลำบากให้ สั่วฉิง ศิษย์พี่ของสตรีเขาต่อหน้าต่อตา
เรื่องนี้ทำให้ในใจต้วนหลิงเทียนเองก็ลุกโชนด้วยโทสะต่อมันอย่างสมบูรณ์
ลมหายใจของหูเฉวี่ยฟงเริ่มเปลี่ยนเป็นหอบถี่ สายตาของมันแดงก่ำ แต่มันก็ไม่กล้าระเบิดอารมณ์ กระทำการวู่วามใดๆออกมา
มันไม่กล้าเดิมพันด้วยชีวิต!
ความมั่นใจของต้วนหลิงเทียนทำให้มันหวาดกลัว!
ตอนนี้เหล่าศิษย์สายนอกทั้งหลายที่มาเข้าร่วมการทดสอบ หรือเข้าชมการทดสอบ ล้วนมองหูเฉวี่ยฟงด้วยสายตาราวกับมองคนแปลกหน้า
อย่างไรก็ตามยามที่พวกมันหันมามองต้วนหลิงเทียน ในแววตาพวกมันเต็มไปด้วยความเคารพ!
"ศิษย์พี่ ต่อไปท่านอย่าได้ลังเลที่จะบอกข้า หากไอ้สวะขี้ขลาดนี่ กล้ามาระรานท่านอีก" ต้วนหลิงเทียนหันไปมองสั่วฉิงพร้อมยิ้มบางๆ
สั่วฉิงเป็นศิษย์พี่ของสตรีเขา เช่นนั้นเขาย่อมมีหน้าที่ปกป้องสั่วฉิง และไม่อนุญาตให้ใครทำร้ายนาง
สั่วฉิงค่อยๆพยักๆหน้าเบาๆ ใบหน้างดงามเผยยิ้มสดใสออกมาครู่หนึ่ง
"ต้วนหลิงเทียน เจ้านี่…จริงๆเลย" เหอตงส่ายหัวไปมา มันเต็มไปด้วยความชื่นชมต้วนหลิงเทียนสุดใจ
"ผู้อาวุโสคุมสอบมาถึงแล้ว" ทันใดนั้นศิษย์สายนอกคนหนึ่ง ที่มองเห็นบางอย่างจากไกลๆ มันก็เขย่งดู ก่อนที่จะร้องตะโกนออกมา
ต้วนหลิงเทียนเมื่อได้ยินเสียงก็หันไปดูด้วยเช่นกัน ไม่นานศิษย์สายนอกทั้งหลายก็หันไปมองตามๆกัน
ผู้อาวุโสที่รับหน้าที่ควบคุมการทดสอบเมื่อ 7 เดือนที่แล้วปรากฏอยู่ในสายตาของต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง …
ในตอนนี้เอง ทางด้านผู้อาวุโสคุมสอบ ก็เดินทางลงมาจากยอดเขาเทียนชู
ด้านหลังของเขายังมีศิษย์สายในจำนวน 8 คน ซึ่งเดินตามหลังไม่ไกล ซ้ำยังแยกออกสองกลุ่มๆละ 4 คน โดยแต่ละกลุ่มจะแบกวัตถุเหลี่ยมขนาดใหญ่ทรงลูกบาศก์ มีผ้าสีแดงปกคลุมเอาไว้ ค่อยๆก้าวตามผู้อาวุโสคุมสอบขึ้นมาบนลานทดสอบ
"ผู้อาวุโสคุมสอบ" ศิษย์สายนอกบนลานทดสอบ ทำความเคารพผู้อาวุโสคุมสอบ
ผู้อาวุโสคุมสอบเองก็พยักหน้ารับคำ หลังจากนั้นไม่นานมันก็เดินไปถึงกึ่งกลางของลานทดสอบ พร้อมกล่าวกับศิษย์สายในทั้ง 8 ที่แบกวัตถุขนาดใหญ่มา “นำกรงนั่นมาตั้งตรงนี้ กับตรงนี้”
"ขอรับ"ศิษย์สายในทั้ง 8 กล่าวรับคำ ก่อนที่จะแบกกรงขนาดมหึมามีผ้าคลุมสีแดงปิดไว้ ไปตั้งตามที่ผู้อาวุโสคุมสอบชี้
กรง?
ศิษย์สายนอกรู้สึกสงสัยเมื่อได้ยินคำของผู้อาวุโสคุมสอบ
"มันเป็นสัตว์อสูรงั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนก็ใช้พลังวิญญาณแผ่จิตสัมผัสเข้าไปตรวจสอบตั้งแต่แรก ซึ่งร่องรอยที่เขาได้รับก็พอทำให้เขาเข้าใจได้เล็กน้อย เขาพบว่ามีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งไม่น้อยถูกขังอยู่ในกรงขนาดใหญ่ที่ถูกผ้าสีแดงปกคลุม
เป็นไปได้หรือไม่ ว่าสัตว์อสูรนี่จะถูกนำมา เพื่อเอาไว้ทดสอบศิษย์สายใน?
ต้วนหลิงเทียนคาดเดาในใจ
ตึง ตึง
เสียงหนักทึบดังขึ้น ยามที่เหล่าศิษย์สายในวางกรงขนาดมหึมาบนลานทดสอบ
ตอนนี้นอกเหนือจากผู้อาวุโสคุมสอบและศิษย์สายในแล้ว มีเพียงต้วนหลิงเทียนคนเดียวเท่านั้นในหมู่ศิษย์สายนอก ที่ไม่ได้แตกตื่นอะไรและยังคงความสงบอยู่ได้
ตอนนี้ศิษย์สายนอกทุกๆคนรวมถึงเหอตงและสั่วฉิงบังเกิดความรู้สึกสนใจในขณะที่จับจ้องไปยังกรงที่ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีแดง
ทั้งหมดต้องการรู้อย่างยิ่ง ว่ามีอะไรซ่อนอยู่หลังผ้าสีแดงนั่น
"เอาผ้าสีแดงออก" เมื่อผู้อาวุโสคุมสอบกล่าวจบ ศิษย์สายในที่ยืนใกล้ๆก็ดึงผ้าผืนใหญ่ที่ปกคลุมกรงขนาดมหึมาทั้ง 2 อย่างเฉยเมย
พรึ่บ พรึ่บ
เมื่อผ้าถูกศิษย์สายในดึงออก กรงขนาดมหึมาและสิ่งที่อยู่ในนั้นก็ถูกเปิดเผยให้ตาทุกคู่ได้เห็น
"นี่ … " ศิษย์สายนอกบางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ
"วานรโหด! มันเป็นวานรโหด!" ศิษย์สายนอกตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าของพวกมันเองก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะตอนนี้ภายในกรงมหึมาที่เผยออกมา มีร่างสัตว์อสูรอยู่ภายใน พวกมันทั้ง 2 ตัวกำลังหลับใหลอยู่ภายในกรงมหึมาที่แลดูจะสั่งทำมาจากวัสดุพิเศษนี่
สัตว์อสูรทั้ง 2 ตัวเป็นวานรขนาดใหญ่โต ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนสีดำ
พวกมันสูงราวๆ 3 เมตร กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปน แค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดาสามัญ
"วานรโหด สัตว์อสูรระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 เช่นนั้นหรือ!" ต้วนหลิงเทียนหรี่ตามองมันเล็กน้อย ขณะที่รับรู้ถึงตัวตนพวกมัน
วานรโหด เป็นสัตว์อสูรระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่มีพละกำลังมหาศาล อีกทั้งยังว่องไวดุจสายลม มันสามารถฆ่าเสือดาวอำมหิตได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียวเท่านั้น กระทั่งต้นไม้ขนาดใหญ่ยังต้องถูกพวกมันถอนออกด้วยการกระชากเพียงครั้ง
มันเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังอย่างน่ากลัว และจัดการได้ยากไม่น้อย
"ปลุกพวกมัน" ในขณะที่สายตาของต้วนหลิงเทียนและศิษย์สายนอกกำลังมองวานรตัวเขื่อง ผู้อาวุโสคุมสอบพลันตะโกนออกมา
ทันใดนั้นศิษย์สายใน 2 คนก็หยิบเม็ดยาออกมา 2 เม็ด ก่อนที่จะนำไปป้อนใส่ปาก วานรโหด ที่หลับใหลอยู่ทั้ง 2
เพียงเวลาไม่นานวานรโหดทั้ง 2 ก็ลืมตาตื่น พวกมันเบิกดวงตาสีแดงก่ำออกกว้างอย่างดุร้ายจับจ้องไปยังผู้คนรอบๆ …
เมื่อพวกมันเห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังมองดูยู่จำนวนมาก พวกมันก็บังเกิดความไม่พอใจ และเผยความดุร้ายออกมา
ตึง! ตึง!
"อ๋าววู!"
…
วานรตัวเขื่องทั้ง 2 ทุบอกตัวเองเสียงดังพร้อมคำรามออกมา ก่อนที่จะพุ่งใส่กรงที่กักขังพวกมันไว้
แต่น่าเสียดาย ที่ถึงแม้พวกมันจะดูทรงพลังอย่างมากแต่ก็ไม่อาจทำอะไรกับกรงขังทั้ง 2 ได้
"ดูเหมือนวัตถุดิบที่ใช้ทำกรงนี้ คงเป็นเหล็กทมิฬพันปี" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังกรงอีกครั้ง ก่อนที่จะหรี่ตาออกมามองกรงที่มีสีดำทึบไร้ประกาย เขาอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
นิกายกระบี่ 7 ดาวนี่นับว่า มือเติบกว่าที่คิด!
เหล็กทมิฬพันปี นี่เป็นถึงวัตถุดิบในการหลอมสร้างอาวุธวิญญาณระดับ 7!
ฟุ่มเฟือย!
ช่างฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว!
ในที่สุดวานรโหดทั้ง 2 ก็รู้ว่าด้วยแรงของตัวไม่อาจทำลายกรงขังนี้ได้ พวกมันจึงหยุดการกระทำอันสูญเปล่า และจับจ้องไปยังร่างของผู้อาวุโสคุมสอบ
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะนับถือพวกมันในใจเมื่อเห็นภาพนี้ “สัตว์อสูรประเภทวานรนี่นับว่าคล้ายคลึงมนุษย์มากทีเดียว ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 แต่พวกมันก็เริ่มมีเหตุผลเหมือนมนุษย์แล้ว”
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของต้วนหลิงเทียน
"อ๋าว ~"
อ๋าว วู~"
วานรโหดทั้ง 2มองไปยังอาวุโสคุมสอบก่อนที่จะคำรามออกมาด้วยเสียงต่ำ ดวงตาคู่ใหญ่ของพวกมันแฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกไม่น้อย
“เอาล่ะ ตราบใดที่พวกเจ้าทั้ง 2 ให้ความร่วมมือกับการทดสอบนี่ แล้วข้าจะให้คนพาพวกเจ้ากลับไปส่งที่ป่าแรกเริ่มชั้นใน” ผู้อาวุโสคุมสอบมองไปยังวานรโหด ด้วยสายตาเรียบเฉย ท่วงท่าเต็มไปด้วยความสงบ
"อ๋าววู ~" ดูเหมือนว่าวานรโหดทั้ง 2 จะเข้าใจในคำกล่าวของผู้อาวุโสคุมสอบ พวกมันจึงพยักหน้าคล้ายกับมนุษย์ และนั่งรออยู่ในกรงอย่างสงบ!
"วานรโหดทั้ง 2 นี่ คงมิใช่การทดสอบเข้าร่วมศิษย์สายในครั้งนี้หรอกนะ?" ศิษย์สายนอกคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะคาดเดาออกมา
"มันมิน่าจะเป็นเช่นนั้น … ถึงแม้ว่าวานรโหดนี้จะเป็นถึงสัตว์อสูรระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 แต่จะอย่างไรความแข็งแกร่งของพวกมันก็ยังมีเพียง 120 ช้างแมมมอธโบราณเท่านั้น ไม่ต้องกล่าวถึงศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนและศิษย์พี่ระดับแนวหน้าทั้งหลาย แม้จะอาศัยข้าที่มีระดับบ่มเพาะกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 หากถืออาวุธวิญญาณระดับ 7 ในมือ ก็สมควรฆ่าพวกมันได้ไม่ยาก!” ศิษย์ชั้นนอกคนหนึ่งกล่าวออกมาพร้อมส่ายศีรษะ
แน่นอนว่าคำกล่าวของมันย่อมได้รับคำเห็นด้วยจากคนส่วนใหญ่
ต้วนหลิงเทียนก็นึกเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7มีความแข็งแกร่งอยู่ 100 ช้างแมมมอธโบราณ และหากใช้อาวุธวิญญาณ ก็คงเอาชนะวานรโหดทั้ง 2 ตัวนี้ได้ไม่ยาก
และยิ่งไปกว่านั้นภายในกรงแคบๆ นี่ วานรโหดก็ไม่อาจใช้จุดเด่นในเรื่องของความเร็วและความคล่องตัวได้เต็มที่ นี่มันแทบไม่ต่างอะไรกับการรอให้ผู้คนสังหาร
"อะไรกัน? นี่พวกเจ้าดูแคลนวานรโหดถึงเพียงนี้เลยหรือ?" ผู้อาวุโสคุมสอบที่ได้ยินคำสนทนาของเหล่าศิษย์รอบๆ มันเองก็เริ่มเผยรอยยิ้มลี้ลับเต็มไปด้วยความสนุกสนานออกมา
ใจของต้วนหลิงเทียนถึงกับกระตุกไปเล็กน้อย เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกเฒ่าเช่นนั้น
สังหรณ์ไม่ดีเริ่มบังเกิดขึ้นในใจของศิษย์สายนอกคนอื่นเช่นกัน
"อาวุโสคุมสอบ หรือการทดสอบศิษย์สายในครานี้ จะใช้วานรโหดเป็นบทสดสอบจริงๆ?" ศิษย์สายนอกคนหนึ่งมองไปยังอาวุโสคุมสอบ ก่อนที่จะถามออกมาอย่างอดไม่ได้
"ย่อมเป็นเช่นนั้น" อาวุโสคุมสอบพยักหน้ารับ
เมื่อศิษย์สายนอกทั้งหลายเห็นท่าทีของผู้อาวุโสพวกมันรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อย …ดูเหมือนการทดสอบศิษย์สายในครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรแล้ว
อาวุโสคุมสอบยังคงกล่าววาจาสืบต่อมา “อ่าจริงสิ ข้าลืมบอกอะไรพวกเจ้าไปประการหนึ่ง … พวกเจ้าล้วนคาดเดาได้มิผิด ว่าการทดสอบศิษย์สายนอกครานี้ คือการให้พวกเจ้าได้เข้าไปปะทะกับวานรโหดในกรง แต่ในยามที่พวกเจ้าต่อสู้ พวกเจ้ามิได้รับอนุญาตให้ใช้ความช่วยเหลือภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น มิว่าจักเป็นอาคมจารึก,อาวุธวิญญาณ และอย่างอื่น”
เมื่ออาวุโสคุมสอบกล่าวคำออกมาได้ครึ่งหนึ่ง เหล่าศิษย์สายนอกล้วนบังเกิดความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
แต่ทว่าเมื่อฟังวาจาของอาวุโสกล่าวจนจบคำศิษย์สายนอกรู้สึกหน้าซีด
ไร้ซึ่งความช่วยเหลือจากภายนอกหรือ?
ในตอนนี้นอกจากต้วนหลิงเทียนที่ตาเป็นประกายแล้ว คนอื่นๆ ล้วนบังเกิดความหวาดกลัวจนอดไม่ได้ที่จะมีใบหน้าซีดลง
กระทั่งเหอตง,สั่วฉิงและหูเฉวี่ยฟงเองก็ไม่เว้น
ทั้งท่าทางที่ทั้ง 3 แสดงออกนั้น ย่ำแย่ไม่น้อย
ถึงแม้ว่าเหอตงและหูเฉวี่ยฟงจะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้ว แต่พวกมันทั้ง 2 ย่อมไร้ซึ่งความเชื่อมั่นใดๆ หากต้องปะทะกับวานรโหดสัตว์อสูรระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ด้วยมือเปล่าไร้ซึ่งความช่วยเหลืออื่นใดจากภายนอกเช่นนี้
"อาวุโสคุมสอบ … หากมิให้เราใช้ความช่วยเหลือจากภายนอก แล้วพวกเราจักไปเอาชนะวานรโหดได้อย่างไร?" ศิษย์สายนอกล้วนรู้สึกตกใจกับคำกล่าวของอาวุโสคุมสอบ ขาของพวกมันเองยังสั่นไม่น้อย
คำถามนี้ศิษย์สายนอกทุกคนยกเว้นต้วนหลิงเทียนล้วนเห็นด้วย
เพราะนอกจากต้วนหลิงเทียน เหอตง และหูเฉวี่ยฟงแล้ว ศิษย์สายนอกทั้งหมดล้วนมีระดับบ่มเพาะเพียงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 เท่านั้น
"เหอะ!" ผู้อาวุโสคุมสอบแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกวาดสายตาดุร้ายมองไปยังเหล่าศิษย์สายนอกทั้งหลาย
คิ้วของมันอดไม่ได้ที่จะขมวดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวขาดเขลาของเหล่าศิษย์ กระทั่งสายตาของมันค่อยดีขึ้นมาหน่อย ยามเมื่อเห็นท่าทางของศิษย์สายนอกอายุราวๆ 20 ปีคนหนึ่ง
"เจ้าคือต้วนหลิงเทียนหรือ?" ครู่ต่อมาอาวุโสคุมสอบก็เอ่ยทักขึ้นมา ต้วนหลิงเทียนเองก็รับรู้ได้ในทันที
"อาวุโสคุมสอบ" ต้วนหลิงเทียนเพียงพยักหน้าส่งยิ้มบางๆให้ผู้อาวุโส
"เจ้าช่างอายุน้อยยิ่งนัก… ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 หลังจากได้รับผลกำเนิดลี้ลับ" เมื่อผู้อาวุโสคุมสอบเห็นท่าทางของต้วนหลิงเทียน ใบหน้าของมันพลันเผยรอยยิ้มสดใสออกมาทันที
พรสวรรค์ตามธรรมชาติของต้วนหลิงเทียนนั้น กระทั่งตัวมันยังต้องทักทายต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เอง สายตาของศิษย์สายในทั้ง 8 พลันตกลงที่ร่างของต้วนหลิงเทียน "เขาน่ะหรือ ต้วนหลิงเทียน?"
"ดูจักอายุน้อยกว่าในข่าวลือเสียอีก"
“สวรรค์ ศิษย์สายนอกที่ยังแลดูเยาว์วัยคนนี้ มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8จริงหรือ?”
…