สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 333 : สิบลมหายใจ
บทที่ 333 : สิบลมหายใจ
ในการประลองแข่งขันศิษย์สายนอกที่ผ่านมาต้วนหลิงเทียน ใช้ระดับบ่มเพาะเพียงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 สังหารอดีตศิษย์สายนอกอันดับ 1 ฉีฮ่าวมาได้ …
และหนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากที่เขาได้รับผลกำเนิดลี้ลับ ระดับบ่มเพาะของเขาก็พุ่งทะยานไปอยู่ที่ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 เรียกได้ว่าตัดผ่านระดับในครั้งเดียว!
ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของชายหนุ่มอายุเพียง 20 เท่านั้น
ชายหนุ่มคนนั้นคือต้วนหลิงเทียน
ตอนนี้แม้กระทั่งศิษย์สายในเอง ยังร่ำลือเรื่องของต้วนหลิงเทียนไม่น้อย ชื่อเสียงของเขาดังดั่งฟ้าร้องก็ไม่ปาน
ตราบใดที่ไม่ใช่ศิษย์สายในที่ทำการปิดด่านฝึกตนบ่มเพาะพลังอย่างสันโดษ แน่นอนย่อมเคยได้ยินชื่อต้วนหลิงเทียนมาบ้างไม่มากก็น้อย!
แม้กระทั่งศิษย์สายในทั้ง 8 ที่ตามอาวุโสทดสอบมายังอดไม่ได้ที่จะตกใจเมื่อพบต้วนหลิงเทียนครั้งแรก ทั้งๆที่พวกมันก็เคยได้ยินเรื่องราวมาก่อนแล้ว
เพราะต้วนหลิงเทียนนั้นยังเยาว์วัยเกินไป!
อายุน้อยจนน่ากลัว
ห้วงเวลานี้นับว่าต้วนหลิงเทียนกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจอย่างแท้จริง
กระทั่งผู้อาวุโสคุมสอบยังทักทายพร้อมรอยยิ้ม
ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือสนใจหูเฉวี่ยฟงที่ยืนหัวโด่อยู่สักคน ยามนี้มันกำหมัดแน่นจนข้อขาว ร่างสั่นระริก ขบเคี้ยวจนกรามแทบแหลก… แต่มันก็ทำได้เพียงจับจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาอิจฉาเช่นนี้เท่านั้น …
"ต้วนหลิงเทียน ความบาดหมางระหว่างเรา ชาตินี้จักไม่มีวันลบเลือนไปได้!" ในใจหูเฉวี่ยฟงท่วมท้นไปด้วยความแค้น มันกล่าวคำมั่นออกมาอย่างแค้นใจ
"ข้าแค่มีโชคน่ะ" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆตอบอาวุโสคุมสอบ
อาวุโสคุมสอบส่ายหน้าพร้อมยิ้ม "เรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับโชคแม้แต่น้อย การที่เจ้าสามารถทะลวงผ่านระดับครั้งเดียวจากระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ได้หลังจากใช้ผลกำเนิดลี้ลับเพียงลูกเดียว นั่นทำให้เห็นถึงพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่น่าตื่นตระหนกของเจ้า …กวาดมองไปทั่วอาณาจักรพนาครามของเรายังไม่มีผู้ใดเคยมีพรสวรรค์เทียบเท่ากับเจ้าได้มาก่อน กล่าวได้ว่ายามนี้เจ้ากลายเป็นประวัติการณ์ไปแล้วหลังจากนี้พยายามให้มากยิ่งขึ้นล่ะ”
"ข้าจะพยายาม" ต้วนหลิงเทียนยิ้มอย่างสุภาพและเผยท่วงท่าสบายๆ
"หาได้ยากนัก ผู้คนที่จะไม่หยิ่งหรือถ่อมตัวเกินไปเช่นเจ้า" อาวุโสคุมสอบยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวถามต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง "ข้าได้ยินมาว่าเจ้าพึ่งเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวของเรา ตั้งแต่เมื่อ 7 เดือนก่อนเช่นนั้นรึ?"
"ถูกแล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า "อันที่จริงวันนั้นข้ายังจำได้ดีว่าอาวุโสที่ทำหน้าที่ทดสอบคัดเลือกศิษย์สายนอก ก็เป็นท่าน"
"โอ้เช่นนั้นรึ! วันนั้นข้ามิทันได้สังเกต" อาวุโสคุมสอบส่ายหัวพร้อมยิ้ม "มีผู้อาวุโสจำนวน 5 คนในนิกายกระบี่ 7 ดาวที่จะทำหน้าที่ทดสอบเพื่อคัดเลือกศิษย์เข้าร่วมนิกาย กระทั่งทำหน้าที่ทดสอบรับศิษย์สายใน …ในปีนี้ข้าบังเอิญได้รับหน้าที่ทั้ง 2อย่างมารับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง …เช่นนี้ก็กล่าวได้ว่าข้าเองก็มีชะตากับเจ้าไม่น้อยสินะ "
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ "ดูท่า คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ"
“ฮ่าๆ เอาล่ะหากเจ้ามีเวลาว่างหรือมีปัญหาอันใดในอนาคตก็แวะไปหาข้าได้ … อ่อ ข้าเรียกว่า เจียงหวย” ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าวบอกต้วนหลิงเทียนพร้อมรอยยิ้ม
เหล่าศิษย์รอบๆ ล้วนตกตะลึงไม่น้อย
ผู้อาวุโสคุมสอบกระทั่งเอ่ยนามบอกต่อต้วนหลิงเทียนด้วยตัวเอง นี่นับว่าเพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่า ผู้อาวุโสคุมสอบเห็นค่าต้วนหลิงเทียนขนาดไหน
"อาวุโสเจียงหวยอย่าได้กังวล ในอนาคตหากข้าว่างต้องไปหาท่านแน่นอน" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
"เอาล่ะ" ผู้อาวุโสคุมสอบ เจียงหวยพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะกวาดสายตาคมกล้ามองไปยังศิษย์สายนอกทุกคนรอบๆ "เอาล่ะข้าได้บอกเนื้อหาการทำสอบครั้งนี้คร่าวๆไปบ้างแล้ว คราวนี้ข้าจะกล่าวถึงวิธีการทดสอบ …พวกเจ้าทุกคนจะต้องผลัดกันเข้าไปรับมือ วานรโหด!"
ทันทีที่เจียงหวยกล่าวคำนี้จบ สีหน้าของศิษย์สายนอกยิ่งมายิ่งซีด ใจพวกมันร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มกันหมดแล้ว
"สวรรค์ นี่มิใช่ให้พวกเราไปตายหรือ หากข้าตายไปแล้วมารดาชราที่บ้านข้าจักทำเยี่ยงไรเล่า?"
“บัดซบ เช่นนี้พวกเราจักรับมือวานรโหดได้อย่างไร กระทั่งอาวุธยังใช้มิได้เช่นนี้! ให้ข้ารับมือพวกมันด้วยมือเปล่าเช่นนี้ ต่างอันใดกับให้ข้าไปตาย!”
…
ศิษย์สายนอกเริ่มซุบซิบกันด้วยความกลัว
"เหอะ!" ถึงแม้ว่าเสียงซุบซิบสนทนาจะเบาราวยุงบิน แต่เจียงหวยย่อมได้ยินชัดเจน "หากพวกเจ้าหวาดกลัวนักเช่นนั้นก็อย่าได้เข้าร่วมทดสอบศิษย์สายในครานี้แล้ว ข้ามิได้บังคับให้ผู้ใดเข้าร่วม!"
เหล่าศิษย์สายนอกล้วนเงียบกริบทันทีเมื่อได้ยินคำเจียงหวย
ขณะเดียวกัน เจียงหวยก็กล่าวสืบต่อ "แม้การทดสอบศิษย์สายในวันนี้จะให้เข้าไปรับมือวานรโหด แต่ข้ามิได้บอกสักคำว่าจักให้พวกเจ้าเข่นฆ่าสังหารมัน! … ตราบใดที่พวกเจ้าไม่ว่าผู้ใดก็ตาม สามารถอยู่รอดในกรงวานรโหดได้10 ลมหายใจ ก็นับว่าสามารถผ่านการทดสอบเข้าร่วมเป็นศิษย์สายในแล้ว! "
ต้วนหลิงเทียนเข้าใจได้ในทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้
ที่แท้มันก็เป็นเช่นนี้
สักครู่ ไม่ว่าจะเหอตง สั่วฉิงกระทั่งหูเฉวี่ยฟงก็ระบายลมหายใจออกมา
หากให้พวกมันเข่นฆ่าสังหารวานรโหดที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 โดยไร้ซึ่งความช่วยเหลือภายนอก นี่แน่นอนว่าย่อมเป็นไปไม่ได้!แต่หากให้พวกมันอดทนเอาตัวรอดในเวลา 10 ลมหายใจ ภายในกรงวานรโหดแล้วล่ะก็…มันยังไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร
แม้กระทั่งสั่วฉิงเอง ก็เผยท่วงท่าเด็ดเดี่ยวเห็นได้ชัดถึงการตัดสินใจ กระทั่งแววตายังเผยให้เห็นถึงความหวัง และความปรารถนาอันแรงกล้า
ความปรารถนาที่จะกลายเป็นศิษย์สายใน!
ในตอนนี้แม้ศิษย์สายนอกคนอื่นๆ จะยังคงกลัวและกดดันไม่น้อย แต่พวกมันก็อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจโล่งอกออกมาเปราะหนึ่ง
ให้เอาตัวรอด 10 ลมหายใจ ยังนับว่าง่ายดายกว่าสังหารวานรโหด มากมายนัก
"เอาล่ะ ยามนี้ศิษย์สายนอกคนใด ที่ยังคิดเข้าร่วมการทดสอบ ให้มาตั้งแถวเรียงตรงหน้าข้า" เจียงหวยกล่าวอีกครั้ง
เพียงพริบตาศิษย์สายนอกทั้งหมด ล้วนไปยืนเรียงหน้าเจียงหวยในทันที
พวกมันตั้งใจมาที่นี่เพื่อทดสอบเข้าเป็นศิษย์สายใน หากยังไม่ได้ทดลองพวกมันไม่มีวันยอมแพ้ก่อนเด็ดขาด
นอกจากนี้การทดสอบศิษย์สายในครานี้ก็เป็นเพียงการเอาตัวรอดแค่ 10 ลมหายใจเท่านั้น และถ้าหากไม่ไหวจริงๆ พวกมันก็ยังเลือกที่จะหลบหนีได้ …
"ดีมาก" เจียงหวยมองไปยังกลุ่มศิษย์สายนอกออีกครั้ง "เอาล่ะ อีกเรื่องหนึ่ง …ยามที่พวกเจ้าเข้าไปทดสอบ จักมีศิษย์สายในเข้าไปด้วยกันกับเจ้าด้วย หากเจ้ามิไหวหรือมีอันตรายจริงๆ พวกเขาจะคอยช่วยเหลือเจ้าเอง"
คำกล่าวของเจียงหวงนี้นับว่าคลายกังวลและเพิ่มความมั่นใจให้ศิษย์สายนอกไม่น้อย
"เอาล่ะตอนนี้ผู้ใดถูกข้าเรียก ก็ให้เข้าไปในกรงของวานรโหดได้" ในขณะที่เจียงหวยกล่าว เขาก็หันไปมองศิษย์สายนอกคนหนึ่งใกล้ๆ "เจ้า ไปเข้ากรงด้านซ้ายนี่"
"ส่วนเจ้า…เจ้านั่นล่ะ ไปเข้ากรงด้านขวา" เจียงหวยยังเลือกศิษย์สายนอกที่ยืนตื่นเต้นอีกคน
ศิษย์สายนอกทั้ง 2 สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินไปเข้ากรง กับศิษย์สายในที่รอพวกมันอยู่
ทางด้านวานรโหดเองก็แลดูเฉลาดเฉลียวราวกับรู้ว่ามันควรทำอะไร เมื่อมีคนเข้ามา มันก็เริ่มตีอกชกตัว กู่ร้องออกมา และเตรียมพร้อมลงมือ
ตึงๆๆๆๆ!
"อ๋าววว วู!"
…
เสียงร้องของวานรโหดทำให้ศิษย์สายนอกทั้ง 2 เสียขวัญไม่น้อย ขาพวกมันเริ่มสั่นระริก
"หากกลัวก่อนที่จักเริ่มเช่นนี้ ข้าว่าพวกมันอยู่ได้มิเกิน 3 ลมหายใจแน่นอน" เหอตงส่ายหัวและเริ่มกล่าวกับต้วนหลิงเทียนข้างๆ
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้าพร้อมยิ้มแย้มออกมา
ครู่ต่อมา ศิษย์สายนอกก็เริ่มรับมือวานรโหด…
ฟุ่บบบ!
หนึ่งในศิษย์สายนอกคนนึงเลือกที่จะใช้วิชาท่าร่างชิงลงมือจู่โจมวานรโหดก่อน มันสลับเท้าก้าวไปดั่งสายลม
เหนือศีรษะเผยเงาร่างช้างแมมมอธโบราณ 100 ตัว
ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7!
"อ๋าววู!" วานรโหดเองก็ระเบิดความแข็งแกร่งออกมาทันที เมื่อมันเห็นว่ามนุษย์กล้าที่จะลงมือจู่โจมมันก่อน แขนที่แข็งแกร่งของมันพลันสะบัดตบฟาดไปในทันใด
ความแข็งแกร่งของวานรโหดทั้ง 120 ช้างแมมอธโบราณถูกใช้ออกมาอย่างเต็มกำลัง!
ปึก!
หมัดของศิษย์สายนอกซัดออกไปอย่างรุนแรง ปะทะเข้ากับแขนที่แกว่งมาของวานรโหด แต่ทว่าไม่อาจทำอะไรแขนของวานรโหดได้แม้แต่น้อย
"อ๋าววู!" วานรโหดคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนที่จะปัดหมัดของศิษย์สายนอกกระเด็น และยังเหวี่ยงแขนต่อไป หมายระเบิดศีรษะของศิษย์สายนอกคนนั้น
แน่นอนว่าหากแขนของวานรโหดเหวี่ยงถูกศีรษะของมันล่ะก็ คงมิต่างอันใดจากนำค้อนมาทุบผลแตง!
ศิษย์สายนอกคนนั้นถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ เมื่อเผชิญกับแขนของวานรโหดที่ฟาดมาอย่างเกรี้ยวกราด ขาของมันพลันหนักอึ้งปานถ่วงด้วยตะกั่วพันชั่ง หน่วงเสียจนก้าวไม่ออก!
"ไม่!" มันกู่ร้องออกมาอย่างโศกเศร้าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการจู่โจมรุนแรงของวานรโหด น้ำเสียงของมันยังเจือไปด้วยความสิ้นหวังไม่น้อย
ปัง!
พริบตานั้นเองศิษย์สายในที่อยู่ด้วยในกรงพลันสลับเท้าไหววูบร่าง ก่อนที่มันจะซัดฝ่ามือทานรับแขนของวานรโหด เพื่อสลายแรงปะทะโดยพลัน
ศิษย์สายในคนนี้ก็มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 เท่าเทียมกับวานรโหด
"อ๋าว!" ร่างของวานรโหดยังไม่คลายสภาวะสู้รบ แลดูมันจะพุ่งมาอีกครั้ง
วูบ!
ทันใดนั้นศิษย์สายในพลันเรียกดาบ 3 ฉื่อออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า
เหนือศีรษะของมันพลันเผยเงาร่าง 150 ช้างแมมมอธโบราณ
ทันใดนั้นวานรโหดพลันหยุดชะงักร่างลงทันที และจับจ้องไปยังเงาร่างช้างแมมมอธโบราณทั้ง 150 ตัว ก่อนที่จะตัดสินใจสงบลงแล้วถอยกลับไปยืนนิ่งอย่างเชื่อฟัง
"เจ้าอยู่ได้น้อยกว่า 1 ลมหายใจเสียอีก คัดออก!"ศิษย์สายในคนนั้นมองไปยังศิษย์สายนอกด้วยสายตาไม่แยแสก่อนที่จะกล่าวออกมาเรียบๆ
ศิษย์สายนอกคนนั้นทำได้เพียงหัวเราะเจื่อนๆอย่างช่วยไม่ได้ แล้วก็เดินออกจากกรงไป
ก่อนหน้านี้เมื่อเผชิญหน้ากับวานรโหด มันรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก กระทั่งลืมการวิธีหลบหลีกไปเสียดื้อๆ …
ส่วนภายในกรงวานรโหดอีกด้านศิษย์สายนอกอีกคนทำได้ดีกว่า ตอนนี้มันสามารถหลบหลีกการจู่โจมครั้งที่ 2 ของวานรโหดได้
แต่น่าเสียดาย สุดท้ายมันก็ไม่อาจหลบการโจมตีครั้งที่ 3 ของวานรโหดได้
และโชคดีที่ศิษย์สายในไหวตัวมาช่วยเหลือมันทัน หาไม่แล้วมันได้เอาชีวิตมาทิ้งในกรงขังนี้เป็นแน่
"สามารถอยู่ได้ 3 ลมหายใจ ก็นับว่ามิเลว" ศิษย์สายในพยักหน้าให้ศิษย์สายนอกคนนั้นเล็กน้อย "แต่ก็นับว่าเจ้ายังมิผ่านการทดสอบคัดเลือกศิษย์สายใน คัดออก!"
ศิษย์สายนอกคนนั้นก็ทำได้เพียงยิ้มอย่างขื่นขม และเดินคอตกจากไป
ถึงแม้ศิษย์สายนอกคนนั้นจะไม่ผ่านการทดสอบ แต่มันก็ยังพอได้รับคำชมจากศิษย์สายนอกด้วยกันอยู่บ้าง
สามารถยืนหยัดได้ถึง 2 ครั้ง ในขณะที่เผชิญหน้ากับวานรโหดระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ที่มีความว่องไวสูง ทั้งๆที่อยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ก็นับว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร
หลังจากนั้นศิษย์สายนอกก็ถูกอาวุโสคุมสอบเจียงหวยเรียกไปทดสอบทีละคนๆ
ศิษย์สายนอกเองก็ถูกเรียกไปรับความทรมานทีละคนๆ อย่างช่วยไม่ได้
"หากผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 มิได้มีวิชาท่าร่างที่ยอดเยี่ยม การเผชิญหน้ากับวานรโหดเช่นนี้ ถึง 10 ลมหายใจ นับว่าเป็นเรื่องยากเย็นไม่น้อย" เหอตงส่ายศีรษะพร้อมถอนหายใจ
"ถึงแม้จะมีวิชาท่าร่างยอดเยี่ยม แต่จะอย่างไรเมื่อเผชิญหน้ากับความแตกต่างถึง 20 ช้างแมมมอธโบราณก็นับว่ายงเป็นเรื่องยากอยู่ดีหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือความคล่องแคล่วและปฏิกิริยาตอบสนอง…แต่จะอย่างไร 10 ลมหายใจก็ไม่นับว่าง่ายจริงๆ" ต้วนหลิงเทียนพลันเบนสายตาไปมองสั่วฉิง ก่อนที่ในแววตาจะทอประกายเรืองวูบขึ้นมา
"สั่วฉิง" ไม่นานอาวุโสคุมสอบเจียงหวยก็เรียกตัวสั่วฉิง ซ้ำยังเป็นการเอ่ยนามศิษย์สายนอกครั้งแรก
เห็นได้ชัดว่ามันรู้จักสั่วฉิง
สั่วฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆและก้าวอาดๆ ไปยังกรงวานรโหดขนาดมหึมา
"สั่วฉิงไม่ค่อยชำนาญวิชาท่าร่างสักเท่าไร ดูเหมือนวันนี้นางจะมิมีโอกาสผ่านการทดสอบแล้ว" เหอตงส่ายศีรษะ และไม่ได้คาดหวังอะไรกับสั่วฉิง "แต่หากสั่วฉิงตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 เร็วๆนี้ การทดสอบครั้งต่อไปนางน่าจักผ่านได้อยู่"
"เหอตง เจ้าไม่คิดว่าเจ้าด่วนตัดสินนางเกินไปหน่อยหรือ?" ต้วนหลิงเทียนยิ้มเล็กน้อย เขาไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของเหอตง
"เจ้าคิดว่าสั่วฉิงจะเอาตัวรอด ภายในกรงวานรโหด ได้ถึง 10 ลมหายใจหรือ?" ใบหน้าของเหอตงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เขาไม่คิดว่าตัวประหลาดอย่างต้วนหลิงเทียนจะกล่าววาจาลอยๆ แต่จะอย่างไรสั่วฉิงก็เป็นคู่แข่งของเขามานาน
แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ไส้รู้พุงของสั่วฉิงดี…