Castle of Black Iron - Chapter 2011 : หลังจากนั้น
Chapter 2011 : หลังจากนั้น
จางเทีย เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว !
เขาโผล่มาในวังเก้าสวรรค์ของเนินเขาซวนหยวนและฆ่า เมิ่งชี่เดา ทิ้งทันที หลังจากนั้นเขาก็ไปยังเขตกลืนกินและทำลายศิลา เขาได้ไปยังเขตตะวันตกของไทเซียและกวาดล้างแคมป์กับกองกำลังสองแห่ง จากนั้นเขาก็ได้กลับบ้าน ระหว่างนั้นเองไม่มีใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่ตอบโต้ได้ทันรวมไปถึงปิศาจ, กลุ่มกลืนกินและทุกฝ่ายในไทเซีย
เมื่อข่าวว่า เมิ่งชี่เดา รัฐมนตรีของไทเซียโดนฆ่าโดย จางเทีย ในวังเก้าสวรรค์กระจายออกไป ทั้งเนินเขาซวนหยวนก็ตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน
ตอนนั้นเองความตึงเครียดได้แผ่ไปทั่วเมืองราชวงศ์ อัศวินและกองทัพทั้งหมดของยามราศีได้เคลื่อนที่และประกาศภาวะฉุกเฉินในเนินเขาซวนหยวน สี่กองทัพใหญ่นอกเนินเขาซวนหยวนได้เข้ามาที่นั่น ผลก็คือถนนทุกเส้นในเนินเขวนหยวนนั้นเต็มไปด้วยนักสู้และรถเกราะ
ศิษย์, พ่อบ้าน, ตัวแทน, หูตามากมายของตระกูลใหญ่ในเนินเขาซวนหยวนเริ่มถามถึงรายละเอียดการตายของ เมิ่งชี่เดา ตัวแทนและทูตของประเทศอื่นๆเองก็ใช้เส้นสายของตัวเองเพื่อหาข้อมูล
หลังจกาที่ได้ยินข้อมูลจากวังราชวงศ์ ทุกคนต่างก็ตะลึง พวกเขาไม่อาจบอกได้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือไม่ จางเทีย ลงมาจากฟ้า ตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา ทั้งวังดูเหมือนจะหยุดนิ่งไป ยามอัศวิน, บริวารและแม้แต่เจ้าหน้าที่ในวังต่างก็กลัวกับพลังนั้น พวกเขาไม่อาจพูดรึขยับตัวได้ จางเทีย แค่เดินเข้าไปในวังเก้าสวรรค์และหันไปหา เมิ่งชี่เดา ที่ซึ่งพูดรึขยับไม่ได้เช่นกัน จากนั้น เมิ่งชี่เดา ก็เปลี่ยนเป็นเถ้าด้วยหมัดเพียงหมัดเดียว
เมิ่งชี่เดา เป็นรัฐมนตรีของไทเซียที่อาจจะขึ้นเป็นอัศวินปราชญ์ อีกอย่างแล้วยังมีอัศวินจำนวนมากในหมู่เจ้าหน้าที่ในวัง ใครจะไปสามารถควบคุมอัศวินนับหมื่นในวังและฆ่าพวกเขาได้ตามใจบ้าง ? มันอาจดูเพ้อฝัน จางเทีย ไม่อาจจะทรงพลังแบบนั้นได้แม้ว่าเขาจะเป็นอัศวินปราชญ์ ข่าวนี้ดูไร้สาระต่อคนฟังอย่างมาก
หลายที่ในเมืองราชวงศ์คึกคักขึ้นมา มีรถมากมายขับเข้าออกตามบ้านรึที่พักต่างๆทั่วถนนในเนินเขาซวนหยวน
หลังจากที่ได้ยินข่าวลือว่า เมิ่งชี่เดา โดน จางเทีย ฆ่า คนสำคัญของกลุ่มกลืนกินโดยเฉพาะนักเรียนของมหาลัยราชวงศ์ต่างก็ไปรวมตัวกันด้านนอกวังราชวงศ์และขอเข้าพบกับ เมิ่งชี่เดา ….
ในหัวข้อของภูเขาแสง ข้อความหนึ่งถูกเขียนโดยผู้รู้ทุกอย่างที่ได้ถามว่า 'ผู้อมตะเฉียนจี กลับมาและฆ่า เมิ่งชี่เดา ในวังเก้าสวรรค์จริงรึ ? ' ได้กลายเป็นหัวข้อที่พูดถึงกันมากที่สุด ในพริบตาก็มีคนกว่าแสนคนที่เข้าไปดูมัน…
แม้ว่า ชางหยิง จะปกครองประเทศมานานหลายปีแต่มันก็เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับเรื่องฉุกเฉินแบบนี้ ดังนั้นเขาเองก็รู้สึกหมดหนทาง
เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ถกเถียงกันในวังเก้าสวรรค์
" ลอร์ดเมิ่ง คือหนึ่งในสามรัฐมนตรีใหญ่ของไทเซีย แม้ว่าชายคนนั้นจะเป็น จางเทีย แต่เขาก็ต้องโดนฆ่าเพราะรุกล้ำเข้ามาในวังราชวงศ์ เขาไม่ได้ต่างอะไรจากปิศาจ เจ้าชาย โปรดประกาศโทษ จางเทีย และสั่งจับเขาทันที…." – เจ้าหน้าที่บางคนที่เข้าร่วมกลุ่มกลืนกินได้ตะโกนออกมาเรียกร้องให้ จางเทีย รับผิดชอบ
" ผู้อมตะเฉียนจีหายตัวไปมาหลายปี ที่อยู่ของเขานั้นลึกลับ เราไม่มั่นใจว่าชายคนนั้นใช่ผู้อมตะเฉียนจีหรือไม่ บางทีเขาอาจจะเป็นปิศาจเงาปลอมตัวมา แม้ว่า เขาจะเป็นผู้อมตะเฉียนจีแต่เมื่อเขาฆ่า เมิ่งชี่เดา ตอนที่เขามาถึง เขาก็ต้องมีเหตุผล…" – เจ้าหน้าที่บางคนในสี่กองทัพคัดค้านออกมาเสียงดัง
เจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่อัศวินที่เป็นฝ่ายร้องขอให้ฆ่า จางเทีย แต่อัศวินอัศวินในวังเก้าสวรรค์นั้นรู้สึกได้ถึงพลังอันน่ากลัวของ จางเทีย ใครกันจะไปจับเขาได้ ? ใครกันจะฆ่าเขาได้ ? ถ้าใครต้องการจับ จางเทีย พวกเขาอาจจะเจอผลลัพธ์ที่เลวร้ายเหมือนกับ เมิ่งชี่เดา ตอนที่ จางเทีย โผล่มาในวังครั้งหน้า
เทียบกับการถกเถียงกันระหว่างผู้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่สวนมากในวังเก้าสวรรค์ต่างก็พากันเงียบ บางคนแสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา สายตาของบางคนเต็มไปด้วยความกลัว บางคนดูตื่นเต้น บางคนเงียบ บางคนดูซึม….
สิ่งเดียวที่มีร่วมกันคือพวกนี้มีแหวนสื่อสารที่ได้แจ้งกับคนของตัวเองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวังเก้าสวรรค์
จางเทีย กลับมาและฆ่า เมิ่งชี่เดา นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ทั้งประเทศช็อก…
ตอนนั้น ชางหยิง รู้สึกหนักใจและสับสน
เจ้าชายไม่รู้ว่าทำไม จางเทีย ถึงได้โผล่มาวังเก้าสวรรค์ เขาไม่รู้ว่า จางเทีย ผ่านอะไรมาบ้างตลอดหลายปีมานี้แต่เขารู้สึกได้ว่าชายคนนี้คือ จางเทีย จริงๆ เพราะ จางเทีย ได้ฆ่าหนึ่งในสามรัฐมนตรีสูงสุดของไทเซียต่อหน้าเขา จางเทีย จึง ถือว่ามีความผิดแต่เจ้าชายจะสั่งการให้จับ จางเทีย ได้ยังไง ?
'ถ้าไม่จับ จางเทีย กฎหมายของศาลก็จะไร้ประโยชน์ ? ข้าจะจัดการกับกลุ่มกลืนกินยังไง ? ถ้าข้าสั่งการให้จับเขา มันจะสร้างปัญหาที่น่ากลัวยิ่งกว่านี้ ทำไม จางเทีย ถึงได้ฆ่า เมิ่งชี่เดา ? รู้ได้ยังไงว่ามีของที่อยู่ใต้วังราชวงศ์ ? '
คำถามพวกนี้ลอยอยู่ในหัว ชางหยิง ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจ
ตั้งแต่ที่เขาได้ขึ้นมาเป็นเจ้าชายใหญ่ ชางหยิง แทบไม่เคยตกอยู่ในปัญหาเช่นนี้มาก่อน
" เจ้าชาย กลุ่มองค์กรศีลธรรมกลุ่มใหญ่ในเนินเขาซวนหยวนได้มารวมตัวกันนอกวังราชวงศ์และขอเข้าพบ…เข้าพบรัฐมนตรี…" – ตอนที่ ชางหยิง ไม่พอใจนั้น ยามคนหนึ่งก็ได้เข้ามาและรายงานที่หน้าประตูวังเก้าสวรรค์
สำหรับ ชางหยิง แล้ว ข่าวนี้เท่ากับเอาน้ำมันมาราดกองไฟ
ตอนที่ ชางหยิง ได้บอกให้คนไปทำให้คนขององค์กรศีลธรรมสงบลงนั้น เขาก็ได้รับข้อความจากแหวนสื่อสารที่เงียบมาตลอดหลายสิบปี….
เจ้าหน้าที่ทุกคนพบว่าอยู่ๆ ชางหยิง ก็อึ้งไป หนึ่งนาทีต่อมาหน้าของ ชางหยิง ก็แดงขึ้น หลังจากนั้นเขาก็สั่งการด้วยเสียงที่ตะกุกตะกัก – " ให้ทหารราศีจับพวกที่มารวมตัวกันนอกวังเก้าสวรรค์ทั้งหมดเข้าคุก ปิดองค์กรศีลธรรมในเนินเขาซวนหยวน สมาชิกองค์กรศีลธรรมที่กล้าต่อต้านต้องตาย !"
เจ้าหน้าที่ทุกคนในวังต่างก็สับสน พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมเจ้าชายถึงได้อยากจัดการกับกลุ่มกลืนกินขึ้นมา ไม่ใชว่าเจ้าชายควรทำให้กลุ่มกลืนกินสบายใจรึไง ?
แต่มันไม่จบแค่นั้น หลังจากนั้น ชางหยิง ก็ได้มองไปยังเหล่าเจ้าหน้าที่และสั่งการกับนายพลของสี่กองทัพ – " เมิ่งชี่เดา และกลุ่มกลืนกินร่วมมือกับปิศาจ ทุกขุมกำลังของสี่กองทัพทั่วประเทศควรจัดการกับองค์กรศีลธรรมและจับหัวหน้ากับคนสำคัญขององค์กรทั้งหมด ถ้าใครกล้าต่อต้านก็ฆ่าทิ้ง แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลและนิกายใหญ่แต่พวกเจ้ามีสิทธิจะฆ่าก่อนจะรายงานต่อข้า ! "
คนของกองทัพได้บ่นเรื่องกลุ่มกลืนกินมานานหลายปีรวมไปถึง ซูกิวหมิงยู่ และพวกคนมีอำนาจในกองทัพด้วย พวกเขาไม่พอใจ เมิ่งชี่เดา หลังจากที่ได้ยินคำสั่งของเจ้าชาย นายพลของสี่กองทัพก็เดินออกมารับคำสั่ง
" เจ้าชาย…" – หลี่หยุนจี หัวหน้าศาลสูงสุดตะโกนขึ้นมา
หลังจากที่มองไปที่ หลี่หยุนจี ชางหยิง ก็ชี้ไปที่อีกฝ่ายและสั่งการอย่างไร้ปราณี – " จับเขา ! "
….
ตอนที่เกิดเรื่องวุ่นในวังเก้าสวรรค์ ทูตประเทศใหญ่ของทวีปตะวันตกได้มารวมตัวกันและแลกเปลี่ยนข่าวสารในห้องรับรองภายในวังราชวงศ์
เรื่องที่ จางเทีย ได้ฆ่า เมิ่งชี่เดา ด้วยหมัดเดียวในวังเก้าสวรรค์ทำให้ทูตทุกคนในไทเซียต้องกังวล
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในไทเซียจะส่งผลต่อสถานการณ์การต่อสู้ของไทเซียในสงคราม การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การต่อสู้เองก็เกี่ยวข้องกับอนาคตของมนุษย์ในทวีปตะวันตก ดังนั้นทูตเหล่านี้จึงต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวังเก้าสวรรค์ให้เร็วที่สุด
ตอนที่ผู้รู้ทุกเรื่องได้เขียนข้อความไว้ในภูเขาแสง ทูตทั้งหมดต่างก็ได้รับคำสั่งจากประเทศของตัวเอง
มันมีข่าวลือมากมายที่น่าเหลือเชื่อ
หลังจากที่วิเคราะห์ข้อมูลได้สักพัก แทบไม่มีใครเชื่อว่าข่าวลือจากวังราชวงศ์นั้นเป็นจริง พวกเขาเชื่อว่า เมิ่งชี่เดา ตายไปแล้วแต่คนร้ายอาจจะไม่ใช่ จางเทีย
" มีใครอยากก่อปัญหาขึ้นในเนินเขาซวนหยวนรึเปล่า ?"
" ถ้ามันจริง มันคงเป็นทางกองทัพแต่ ซูกิวหมิงยู่ ยังอยู่แนวหน้า มันไม่เหมือนจะจริง "
" บางทีเจ้าชายอาจจะพยายามรักษาบทบาทของตัวเอง เมิ่งชี่เดา กลายเป็นชะงักติดหลังเขา ! " – ทูตของจักรวรรดิแฟนเซียจับแก้วในมือส่ายไปมาและหรี่ตาลง – " เราได้ข้อมูลมา ไม่กี่ปีมานี้ความสัมพันธ์ระหว่าง เมิ่งชี่เดา กับเจ้าชายน่ะย่ำแย่ แม้ว่าจะเป็นอาจารย์ของเจ้าชายก็ตามแต่ เมิ่งชี่เดา ไม่อาจได้รับความเชื่อใจจากเจ้าชายได้อีกต่อไป…."
" ถ้ามันเป็นจริง ผู้อมตะเฉียนจีอาจจะเป็นคนอื่นปลอมตัวมาตามคำสั่งของเจ้าชาย มันมีอัศวินปราชญ์ในวัง มันไม่ยากที่จะทำแบบนั้น ข้าคิดว่าข่าวลือนี้น่าเชื่อถือ มันอาจจะเป็นแผนของเจ้าชายและกองทัพไทเซีย…" – ทูตของรัฐรีชาพูดขึ้นมา คนอื่นๆต่างก็พากันพยักหน้า
" บางทีถ้าข่าวลือเป็นจริง พลังของ จางเทีย อาจจะเกินกว่าที่เราคาดถึง ข้ากลัวว่าแม้แต่อัศวินปราชญ์ก็ไม่อาจจะต้านการโจมตีของเขาได้ มันน่าทึ่งและเป็นไปไม่ได้…." – ทูตของพันธมิตรคนเถื่อนพูดและเงยหน้าขึ้น – " ถ้ามันมีคนน่าอัศจรรย์แบบนั้นอยู่ในหมู่มนุษย์ที่เทียบได้กับเทพ จางเทีย คงจะไปแนวตะวันตกและฆ่าอัศวินปิศาจทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้เขาคงทำลายแคมป์ปิศาจในเขตกองทัพแล้ว ปรากฏว่าข่าวลือจากวังราชวงศ์น่ะโกหก ฮี่ฮี่…"
แกร๊ก…
ไม่นานหลังจากที่ทูตของพันธมิตรคนเถื่อนพูดจบ….ทูตของอาณาจักรแฟนเซียก็ปล่อยแก้วหลุดมือจนทำให้ไวน์เปื้อนพรมไปทั่ว
ทันใดนั้นคนอื่นๆต่างก็จ้องไปที่เขา
ทูตที่พูดอย่างมั่นใจตะกี้อ้าปากค้างราวกับคนโง่ ตาเขาเบิกกว้าง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลืนน้ำลายและกรอกตามองไปยังทูตของพันธมิตรคนเถื่อนแล้วพูดขึ้น -" แคมป์…แคมป์ของปิศาจในเขตกองทัพและสองกองกำลังหลัก….ถูก….ถูกทำลายเมื่อตะกี้โดยใครบางคน…"
ทั้งห้องเงียบสนิท…
ตอนนั้นเองพลังฉีน่ากลัวจากวังราชวงศ์ก็พุ่งขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับดาบพลังฉีที่บินออกไปเป็นลำแสงสีทอง
….
" เฒ่าไทยิ ออกมาเจอข้าหน่อย ! " – เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ฐานของนิกายไทยิซึ่งทำให้พื้นดินทั่ว 600 ไมล์สั่นไหว
อัศวินและศิษย์ที่ฐานนิกายไทยิต่างก็ตะลึงกับเสียงนี้
หลังจากที่จัดการศิลาที่เขตกลืนกินแล้ว จักรพรรดิซวนหยวนไม่ได้กลับไปที่เนินเขาซวนหยวนทันที เขามายังฐานนิกายไทยิก่อน
ไม่นานหลังจากที่เสียงนี้พูดจบ มันก็มีลำแสงสีทองพุ่งมายังมือของจักรพรรดิซวนหยวน มันคือดาบซวนหยวน
เมื่อมีดาบนี้ในมือพลังฉีของจักรพรรดิได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าทันที หลังจากนั้นเขาก็ฟันดาบเข้าใส่วังหลักของนิกายไทยิ
—- วังหลังของนิกายไทยิที่เพิ่งจะฟื้นฟูกลับมาไม่กี่ปีกลับถูกทำลายอีกครั้ง….
…
ในคฤหาสน์ลอร์ดกวนหนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของไทเซีย
แค่เพียงครึ่งวันทั้งไทเซียก็วุ่นวายขึ้นมาเพราะข่าวต่างๆมากมาย
ลอร์ดกวนหนานถึงกับส่งคนสนิทไปวิเคราะห์และหาทางรับมือเรื่องพวกนี้
ตอนนั้น ฟางซินยี่ ในฐานะภรรยาของลอร์ดกวนหนานได้เข้ามาในห้องสมุด แม้ว่าพี่น้องและคนสนิทจะอยู่ที่นั่นแต่ ฟางซินยี่ ก็ไปคุกเข่าต่อหน้าลอร์ดกวนหนานและคำนับให้กับเขาก่อนจะพูดขึ้น – " ท่านลอร์ด โปรดช่วยศาลาเฉียงลู่แลกกับการที่ข้าช่วยท่านมาตลอดหลายปีมานี้…"
" สวรรค์อาจจะยกโทษให้กับความชั่วช้าของมันแต่คนไม่ควรมีชีวิตต่อเพราะบาปของเขา ! " – ลอร์ดกวนหนานถอนหายใจและส่ายหน้า – " ข้าช่วยได้แต่เจ้า สำหรับอนาคตของศาลาเฉียงลู่แล้ว มันเกินกว่าที่ข้าจะควบคุมได้…."