Castle of Black Iron - Chapter 1902: กวาดล้างปิศาจ (IV)
Chapter 1902: กวาดล้างปิศาจ (IV)
ตอนที่แสงสีเขียวมาถึงตัว จางเทีย จักระเลือดของ จางเทีย เองก็ถึงตัวจักรพรรดิปิศาจเทียมเช่นกัน ผลก็คือจักรพรรดิปิศาจเทียมและ จางเทีย หายไปจากสนามรบแทบจะพร้อมกัน หลังจากนั้นแสงสีเขียวก็ได้พุ่งลงจากความสูง 100,000 ม.และครอบคลุมพื้นที่กว่าหมื่นตารางไมล์ที่ซึ่งกองทัพปิศาจอยู่ราวกับม่านสวรรค์โปร่งแสงซึ่งทำให้มิติสั่นไหวราวกับคลื่นน้ำ ผลก็คือกองทัพถูกกันไว้จากกองทัพปิศาจทันที…
เมื่อเห็นแบบนั้นมนุษย์ทุกคนต่างก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที
" ลูกปัดสวรรค์ พวกเจ้ามันเกินไปแล้ว…" – จักรพรรดิพลังคำรามออกมาแล้วบินไปยังกองทัพปิศาจ ในเวลาเดียวกันนั้นดาบใหญ่ก็โผล่มาในมือเขา – " นายพล ตามข้าไปเอาตัวจักรพรรดิมังกรออกจากที่นั่น…."
จักรพรรดิพลังพุ่งไปยังชั้นแสงเป็นคนแรก
นายพลกว่าแสนคนรู้สึกตัวทันที พวกเขาคำรามแล้วพุ่งเข้าไปพร้อมกับก่อขบวนรบ จักรพรรดิดาว, ลอร์ดของวังสูงสุด, หัวหน้านิกายและตระกูลจากเขตใหญ่สวรรค์ต่างก็ปล่อยการโจมตีเข้าใส่กองทัพปิศาจตามหลังจักรพรรดิพลัง
ตอนนั้นแม้ว่านายพลหลายคนจะไม่รู้ว่าลูกปัดสวรรค์นั้นคืออะไรแต่สายตาของพวกเขาก็ยังสะท้อนถึงผลของลูกปัดสวรรค์ จากชั้นโปร่งใสนี้มีหลายคนที่เห็นแสงด้านในขบวนรบของกองทัพปิศาจ หลังจากนั้น จางเทีย ก็โผล่มาด้านในและถูกล้อมไว้โดยปิศาจ เขาอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง….
' ไม่ว่ายังไงก็ตามจักรพรรดิมังกรก็ไม่อาจจะตายต่อหน้าเราได้ '
นั่นคือความคิดที่เกิดขึ้นในหัวของนายพลมนุษย์หลายคน
….
ตามแผนการของจักรพรรดิปิศาจเทียมและจักรพรรดิปิศาจภูเขาดำแล้ว หลังจากที่ทำให้ จางเทีย ติดอยู่ในขบวนรบของปิศาจกว่าแสนตัวแล้ว พวกมันก็จะร่วมมือกันด้วยขบวนรบนี้ในการบดขยี้ จางเทีย เป็นชิ้นๆให้เร็วที่สุด ก่อนหน้านี้พวกมันพวกมันต้องการฆ่าจักรพรรดิดาวรึจักรพรรดิพลังด้วยวิธีนี้ ไม่คาดคิดว่าพวกมันต้องใช้วิธีนี้ในการจัดการกับ จางเทีย อีกอย่างแล้วมันมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาทันที
จางเทีย ได้ล็อคจักรพรรดิปิศาจเทียมด้วยจักระเลือดและดึงมันเข้าไปในขบวนรบของปิศาจด้วย เมื่อเป็นแบบนั้นหากพวกปิศาจต้องการที่จะฆ่า จางเทีย ด้วยขบวนรบนี้ พวกมันก็ต้องฆ่าจักรพรรดิปิศาจเทียมด้วย ดังนั้นจักรพรรดปิศาจเทียม, จักรพรรดิปิศาจภูเขาดำและกองทัพปิศาจจึงตะลึงไปในทันที
" ฆ่าเขาซะ.." – จักรพรรดิปิศาจภูเขาดำตะโกนออกมาแล้วพุ่งเข้าหา จางเทีย จักรพรรดิปิศาจภูเขาดำนั้นได้ตัดสินใจที่จะยอมแพ้ในการฆ่า จางเทีย ด้วยขบวนรบ มันตั้งใจจะร่วมมือกับจักรพรรดิปิศาจเทียมและปิศาจนายพลสูงสุดตัวอื่นๆในการฆ่าเขาให้เร็วที่สุด ด้วยขบวนรบนี้ พวกมันก็มั่นใจว่าจะฆ่าได้แม้แต่จักรพรรดิดาวรึจักรพรรดิพลัง นี่ไม่ต้องพูดถึง จางเทีย เลย
ทันใดนั้นจักรพรรดิปิศาจภูเขาดำและปิศาจนายพลสูงสุดหลายสิบตัวในกองทัพปิศาจและจักรพรรดิปิศาจเทียมที่กัดฟันแน่นเพราะความโกรธก็ได้พุ่งเข้าใส่ จางเทีย กองทัพปิศาจกว่าแสนตัวได้สร้างแหขนาดใหญ่ที่ล้อม จางเทีย เอาไว้หลายชั้น
จางเทีย ได้ทำให้ปิศาจเหล่านั้นกลัวแต่ความกลัวอาจจะทำให้ปิศาจบ้าคลั่งกว่าเดิม
ตอนนั้นเอง จางเทีย ก็ตกที่นั่งลำบาก…
สิ่งที่ทำให้ทุกคนช็อกรวมไปถึงจักรพรรดิปิศาจทั้งสองคือ จางเทีย แค่เพียงกางแขนรับการโจมตีด้วยรอยยิ้มแทนที่จะหลบ
ตูม**** เกิดการสั่นไหวจนมิติข้าง จางเทีย สั่นและบิดเบี้ยว เกือบจะพร้อมกันนั้นการโจมตีทั้งหมดก็ได้เข้าถึงตัว จางเทีย ตอนนี้ข้างกาย จางเทีย ราวกับมีพลุจากสีของพลังฉีที่โจมตีมา มิติในระยะหลายพันเมตรเต็มไปด้วยพลังฉี ตัว จางเทีย นั้นจมอยู่ในการโจมตีพลังฉีเหล่านั้น
ผลก็คือปิศาจทุกตัวต่างก็อึ้ง แม้แต่จักรพรรดิพลังที่พุ่งเข้ามาก็ยังต้องสับสนไปด้วยแต่ก่อนที่จะการโจมตีครั้งที่สองจะมาถึง พลังฉีอันน่ากลัวก็ได้ปะทุออกมาจากพลังฉีเหล่านั้น
มันคือแสงของยักษ์ไร้หัว ยักษ์ถือขวานด้วยมือทั้งสองข้างแล้วทำลายพลังฉีเหล่านั้นก่อนจะมีความสูงกว่าหมื่นเมตร ในเวลาเดียวกันยักษ์ก็ได้ใช้ขวานตบอกของตัวเองจนเกิดเสียงราวกับฟ้าร้องและมองไปยังกองทัพปิศาจ
เมื่อเห็นเงานั้น จักรพรรดิปิศาจเทียมก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที ในเวลาเดียวกันมันก็นึกถึงฉากสุดท้ายที่ตัวเองอยากนึกถึง มันรู้แล้วว่าทำไม จางเทีย ถึงไม่ได้หลบการโจมตีเหล่านั้น
" เร็วเข้า ฆ่าเขาซะ…" – จักรพรรดิปิศาจเทียมที่อยู่ใกล้กับ จางเทีย ที่สุดพุ่งเข้าไปก่อน หลังจากนั้นแทบจะพร้อมกันก็มีดาบโผล่มาในมือของมัน จากนั้นมันก็ได้ฟันเข้าใส่ที่คอของ จางเทีย ที่ยังยิ้มพร้อมกับเลือดที่มุมปาก
จางเทีย ไม่ได้หลบ เขายกแขนข้างหนึ่งกันการโจมตีตรงหน้าคอของเขาเอาไว้
แต่ดาบนั้นฝังแขนไปได้เพียงครึ่งเดียว จักรพรรดิปิศาจเทียมไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันไม่อาจจะเชื่อได้ว่าดาบไม่อาจจะตัดแขนของ จางเทีย ได้ ช่างเป็นร่างกายที่น่ากลัวจริงๆ !
— ข้ายังไม่ถึงระดับเจ้าแต่ระดับนั้นไม่ได้หมายถึงทุกอย่าง แม้แต่จักรพรรดิปิศาจก็ทนรับการโจมตีได้จำกัด ถ้าขีดจำกัดนั้นพังทลายลง เจ้าก็จะตายเหมือนกับเจ้าชายปิศาจ
จางเทีย ไม่ได้พูด เขาส่งคำพูดนี้ผ่านทางสายตาไปยังจักรพรรดิปิศาจเทียม
—- เป็นไปไม่ได้ นี่มันไม่ใช่วิธีสื่อสารระหว่างจักรพรรดิรึไง ? เจ้าทำได้ยังไง….
—- ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ในสายตาของบางคน สิ่งที่เรียกว่าจักรพรรดิปิศาจนั้นเป็นเพียงแค่แมลง เจ้าคิดว่าเจ้าเชี่ยวชาญแรงของกฎจักรวาลแต่จริงๆแล้วเจ้าน่ะไม่ได้รู้อะไรเลยเรื่องแรงที่แท้จริง
หลังจากที่โจมตีจักรพรรดิปิศาจเทียม หัวก็ได้โผล่มาที่ตัวของ ยักษ์ซิงเทียน ด้านหลัง จางเทีย
ในเวลาเดียวกันนั้น จางเทีย ก็ได้ส่งเสียงแปลกๆออกมาซึ่งดังก้องไปทั่วกองทัพปิศาจและทำให้แก้วหูของพวกปิศาจต้องสั่นไหว เสียงนี้ปะทุออกมาจากตัว จางเทีย ราวกับคลื่นน้ำแต่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ จางเทีย แต่เป็นเสียงการไหลของเลือดในตัวเขา….
เมื่อได้ยินเสียงนี้ในระยะใกล้ หน้าของจักรพรรดิปิศาจเทียมก็ซีดไปทันที ในฐานะจักรพรรดิปิศาจแล้วแน่นอนว่ามันรู้ว่าแรงอันน่ากลัวที่เสียงนี้บอกมาหมายถึงอะไร จักรพรรดิปิศาจเทียมคำรามแล้วฟันดาบใส่คอ จางเทีย อีกครั้งด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่ จางเทีย เพียงแค่ถอยกลับไปก้าวเดียว ตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา เขาก็อยู่ห่างไปกว่าหมื่นเมตร ผลก็คือปิศาจนายพลสูงสุดตัวอื่นๆและจักรพรรดิปิศาจภูเขาดำนั้นโจมตีเขาไม่ได้
จักรพรรดิปิศาจทั้งสองและพวกปิศาจนายพลสูงสุดได้พุ่งเข้าใส่ จางเทีย อีกครั้ง
แต่ จางเทีย เพียงแค่ยิ้มพร้อมกับดาบยาว 30 ซม.ที่โผล่มาในมือ หลังจากนั้นเขาก็แทงดาบนี้เข้าที่อกของตัวเองจนปลายดาบโผล่มาด้านหลังเขาเหลือเพียงด้ามจับที่อกของเขา
ทันใดนั้นก็มีไฟสีทองสองเส้นเริ่มลุกไหม้ขึ้นในดวงตาของ จางเทีย ในเวลาเดียวกันพลังฉีของ จางเทีย ขึ้นถึงจุดสูงสุด
ปัง….ปัง…ปัง…ปัง…หลังจากเสียงน้ำไหล อกของ จางเทีย ก็ส่งเสียงออกมาราวกับฟ้าผ่าซึ่งดังก้องไปทั่วกองทัพปิศาจ มันราวกับมีกลองตีอยู่บนท้องฟ้า แม้แต่ทราย, กอหญ้าและบ่อน้ำที่พื้นก็ต้องสั่นไหว นี่ไม่ต้องพูดถึงบนอากาศเลย นายพลปิศาจกว่าแสนตัวรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองสั่นไหวไปกับเสียงนี้ ในเสี้ยววินาทีปิศาจหลายตัวก็รู้สึกว่าพลังฉีและเลือดของพวกมันปะทุจนทำให้พวกมันรู้สึกอยากระอักเลือดออกมา
หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้แล้วแม้แต่จักรพรรดิปิศาจภูเขาดำก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าไปด้วย มันได้พุ่งเข้าใส่ จางเทีย และคำรามใส่กองทัพปิศาจ – " เร็วเข้า ใช้ขบวนรบบดขยี้เขาซะ…"
..
ตูม*** ตอนที่ดาบแสงของจักรพรรดิพลังอยู่ห่างไป 10,000 ม. มันก็ได้เปลี่ยนเป็นเสี้ยวพระจันทร์และทำลายอากาศตรงหน้าก่อนจะพุ่งขนใส่ชั้นแสงของกองทัพปิศาจ
หลังจากนั้นก็มีการโจมตีอื่นๆตามมาจนทำให้ม่านแสงนั้นสั่นไหว….
..
ในเวลาเดียวกันปิศาจกว่าหมื่นตัวก็ได้ปล่อยพลังฉีของมันเข้าใส่ จางเทีย ราวกับคลื่นดำซึ่งทำให้อากาศต้องสั่นสะเทือน
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีเหล่านี้ จางเทีย กลับร้องเพลงออกมา…
" บุรุษษควรฆ่าปิศาจ…"
หลังจากที่จบเพลง คุกอมตะก็ได้ลอยออกมาจากจุดชีพจรหลักของเขาและเปลี่ยนเป็นกระบองสีดำยาวกว่า 30 ม.ซึ่งดูเหมือนไม่กี่เมตรในมือเขา
" ตอนที่ฆ่าปิศาจ เราไม่ควรปราณี…"
หลังจากที่พูดจบ จางเทีย ก็ได้บินออกไปแล้วใช้ปลายกระบองนั้นแทงเข้าใส่คลื่นพลังฉีสีดำจนทำให้มันเป็นรูขึ้นมาซึ่งดูไปแล้วเปราะบางราวกับกระดาษ
" ความดีสูงสุดอยู่ที่การฆ่าปิศาจ…."
ในตอนที่ร้องเพลงนั้น จางเทีย ก็ได้บินออกไปพร้อมกับเหวี่ยงกระบองในมือใส่จักรพรรดิปิศาจเทียมที่พุ่งเข้าใส่เขา
ในเสี้ยววินาทีทั้งโลกก็พลิกผัน….