Castle of Black Iron - Chapter 1884: การปล่อยและปฏิเสธ
Chapter 1884: การปล่อยและปฏิเสธ
การกระทำของ จางเทีย นั้นทำให้ ซูไห่เม่ย และ หยิงเฟยเฉียง ตกใจ ก่อนหน้านี้พวกเธอคิดว่า จางเทีย จะกลับไปยังเมืองจักรพรรดิมังกรก่อน ไม่คาดคิดว่า จางเทีย จะบินมายังเมืองมังกรทะเล ดูเหมือนว่าเขาคิดจะเก็บกวาดขุมกำลังของวังอมตะเลือดดำทั้งหมด…..
“ อ่ะ ? ปราชญ์เลือดดำทั้งสองต่างก็เป็นนายพลสูงสุด หลังจากที่ยึดพื้นที่ทางตะวันตกของเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร วังอมตะเลือดดำก็ได้รับนายพลเข้ามาเรื่อยๆ เจ้าจะไปที่นั่นตามลำพังรึ ….” – ซูไห่เม่ย ถามกับ จางเทีย ด้วยความกังวลและมองไปที่เขา
“ ใช่ ปราชญ์ทั้งสองได้ขึ้นเป็นนายพลสูงสุดก่อน ซีดาน อีก พวกเขาน่ะท่องอยู่ในดินแดนโม่เทียนมาหลายปี หลายปีมานี้ตอนที่พวกเขาอยู่ในทะเลดาวหัก พวกเขาได้รวบรวมคนไว้จำนวนมาก นอกจากวังจักรพรรดิแล้ว ไม่มีวังอมตะอื่นที่กล้าหาเรื่องพวกนี้ !” – หยิงเฟยเฉียง เผยข้อมูลให้ จางเทีย รู้พร้อมกับกล่อมเขาว่าอย่าไปเพียงลำพัง
แม้ว่าทั้งสองจะเห็นได้ว่า จางเทีย ฆ่า ซีดาน ยังไงเมื่อวานนี้และพบว่า ซีดาน นั้นดูกระจอกไปต่อหน้าเขาแต่พวกเธอก็รู้ว่านายพลสูงสุดคนเดียวไม่อาจจะทัดเทียมกับนายพลสูงสุดสองคนได้ ปราชญ์ทั้งสองนั้นโด่งดังยิ่งกว่า ซีดาน นี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มีลูกน้องมากมาย ถ้าลูกน้องนั้นได้ตั้งขบวนรบขึ้นมา พวกนั้นอาจจะเป็นภัยต่อ จางเทีย ได้
“ ถ้าเจ้ากังวล เจ้ากลับไปก่อนได้ หาที่เพื่อรวมตัวกับ เจียงรู่ซิน และ จียู่หลาน ข้าจะไปเมืองมังกรทะเลเพียงลำพัง หลังจากที่จัดการกับพันธมิตรเลือดดำแล้ว ข้าจะไปยังวังอมตะห้าธาตุและที่อื่นๆ ! “ – จางเทีย พูดขึ้นอย่างใจเย็นหลังจากที่มองไปยังทั้งสองคน
“ เฟยเฉียง กับข้าเป็นคนของนิกายหยินหยางและไม่ชอบสู้กับผู้อื่นแต่เจ้าน่ะช่วยชีวิตเราไว้ถึงสองครั้ง เจ้าคิดว่าเรากลัวตายรึไง เจ้าคิดว่าเราไม่ควรแบกรับอะไรรึไง ? “ – ซูไห่เม่ย มองไปที่ จางเทีย
หยิงเฟยเฉียง กัดปากแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว – “ เมื่อเจ้าคิดว่าเราเป็นคนแบบนั้น งั้นก็ปล่อยเราไป เราจะทดแทนเจ้าด้วยวิธีอื่น แย่ที่สุดเราก็ได้แต่มอบชีวิตของเราคืนให้กับเจ้า เจ้าคิดยังไง ไห่เม่ย…”
“ เฟยเฉียง พูดถูก เราจะกลับกัน…”
ซูไห่เทีย มองหน้ากับ หยิงเฟยเฉียง จากนั้นพวกเธอก็ตั้งใจจะสลัดตัวจาก จางเทีย
แต่ไม่ว่าจะดิ้นรนยังไงก็ไม่อาจจะสลัดมือของ จางเทีย ไปได้ แม้ว่าหน้าของพวกเธอจะแดงขึ้นมาแต่ก็ไม่อาจจะเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของ จางเทีย ได้เลยแม้แต่น้อย
จางเทีย ไม่รู้ว่าคำพูดธรรมดาของเขาจะทำให้ทั้งสองมีท่าทีเช่นนี้ จากสีหน้าแล้วพวกเธอพร้อมจะคืนชีวิตให้กับเขา จางเทีย ไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด…
“ หัวหน้าวัง ปล่อย เฟยเฉียง กับข้าไป ปล่อยเราไปเถอะ..” – ซูไห่เม่ย หันกลับแล้วพูดออกมาอย่างเย็นชาโดยที่ไม่มองมาที่เขา
“ หัวหน้าวัง…” – หยิงเฟยเฉียง มองไปที่ จางเทีย ด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้น
“ ได้ ข้าจะปล่อยเจ้าไป…” – จางเทีย พูดขึ้นอย่างใจเย็นหลังจากที่กรอกตาสักพักแล้วคลายมือออก
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นและรู้สึกว่า จางเทีย คลายมือออก ซูไห่เม่ย ก็กลั้นหายใจ หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา มันรู้สึกแปลก มันราวกับว่าเธอได้เสียบางอย่างไป ดังนั้นน้ำตาจึงไหลออกมาทันที จากนั้นเธอก็หันกลับเพื่อไม่ให้ จางเทีย ได้เห็นน้ำตาของเธอ
หยิงเฟยเฉียง หน้าซีดทันทีที่ จางเทีย ปล่อยเธอ เธอรู้สึกว่างเปล่าและหงุดหงิดราวกับเสียบางอย่างไป แม้แต่ท้องฟ้ารอบๆก็กลับกลายเป็นว่างเปล่าไปในทันที
ที้งสองกัดฟันแน่นแล้วบินหนีจาก จางเทีย ไป
แต่….
แม้ว่า จางเทีย จะปล่อยมือไปแล้วแต่พลังฉีของเขาก็ยังครอบคลุมตัวของเธอเอาไว้ ดังนั้นทั้งสองจึงได้แต่บินไปพร้อมกับ จางเทีย ดังเช่นแต่ก่อน ก่อนหน้านี้ทั้งสามคนได้บินกันเป็นแถว จางเทีย นั่งอยู่ตรงกลางและใช้มือจับพวกเธอเอาไว้ แม้ว่าเขาจะปล่อยมือไปแล้วแต่เขาก็ยังด้วยกันกับพวกเธออยู่ พวกเธอต้องอยู่กับ จางเทีย นอกซะจากว่าอยากจะโดดออกจากเครื่องบินนี้ไป
หากทำลายเกราะพลังฉีของ จางเทีย ได้ พวกเธอก็บินออกไปได้แต่หลังจากที่ดิ้นรนอยู่สักพัก ซูไห่เม่ย และ หยิงเฟยเฉียง ก็พบว่าพวกเธอเคลื่อนที่ได้ในเกราะพลังฉีของ จางเทีย เท่านั้น เกราะพลังฉีของ จางเทีย นั้นเหมือนกับอากาศใกล้ตัว พวกเธอไม่รับรู้ถึงมันแต่เขตนอกของเกราะพลังฉีนี้แข็งแกร่งจนไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อยไม่ว่าพวกเธอจะผลักมันออกไปแค่ไหน หยิงเฟยเฉียง ถึงกับโจมตีด้วยฝ่ามืออยู่หลายครั้ง หยิงเฟยเฉียง โจมตีอย่างเต็มกำลังแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ซูไห่เม่ย เองก็โจมตีเกราะพลังฉีด้วยฝ่ามืออยู่หลายครั้งแต่ก็ได้รับผลลัพธ์แบบเดียวกัน
“ หัวหน้าวัง เปิดเกราะพลังฉีของเจ้าให้ข้ากับ ไห่เม่ย ออกไปที…” – หยิงเฟยเฉียง บอกกับ จางเทีย อีกครั้งเมื่อพบว่าเธอไม่อาจจะทำลายเกราะพลังฉีของเขาได้
“ โทษที ข้าบินด้วยความเร็วสูง ในการใช้ทักษะนี้ข้าต้องกางเกราะเอาไว้…” – จางเทีย พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วมองไปข้างหน้า
“ หัวหน้าวัง โปรดหยุดสักครู่…”
“ ข้ารีบอยู่…”
“ หัวหน้าวัง เจ้าจะปล่อยเราไปตอนไหน ?” – หยิงเฟยเฉียง ถามกับ จางเทีย พร้อมกัดฟันแน่น
“ ข้าขอโทษ ข้าอาจจะยุ่งอยู่อีกนาน ข้าต้องฆ่าหลายคน ดังนั้นข้าจึงไม่อาจจะหยุดปล่อยเกราะออกมาได้แม้แต่วินาทีเดียว ไม่งั้นแล้วข้าอาจจะตกอยู่ในอันตราย เจ้าสองคนน่ะตามข้าไปต่อเถอะ…” – จางเทีย ยังคงพูดไร้สาระแต่แสดงสีหน้าจริงจังออกมา
ในที่สุดทั้งสองก็เข้าใจว่า จางเทีย ไม่ต้องการปล่อยพวกเธอไป เขาแค่หลอกพวกเธอในตอนแรก ทั้งสองไม่อาจจะหนีได้แม้ว่ามือของพวกเธอจะถูกปล่อยแล้วก็ตาม พริบตานั้นพวกเธอก็รู้สึกขมขื่น,โกรธและอบอุ่น พวกเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดี
“ หัวหน้าวัง ….เจ้าเป็นคน…หน้าไม่อายแบบนี้ได้ยังไง…” -ซูไห่เม่ย หันกลับมามองที่ จางเทีย พร้อมหน้าอกที่กระเพื่อมไปมาเพราะความหงุดหงิดและตื่นเต้น อีกอย่างแล้วแก้มที่ตอนแรกซีดนั้นได้แดงขึ้นมาพร้อมกับน้ำตา
“ เมื่อเจ้าอยู่บนเรือข้าแล้ว อย่างคิดว่าจะออกไปได้อีก…” – จางเทีย หัวเราะออกมาแล้วยื่นมือออกโอบเอวทั้งสองเอาไว้
“ อ่ะ…” – ทั้งสองอุทานออกมาด้วยความตกใจ หลังจากนั้นก็ต้องการจะสลัดมือเขาออกแต่มือและฝ่ามือของเขาได้แต่บอกว่ามันไร้ประโยชน์ในการทำแบบนั้น
เมื่อเห็น ซูไห่เม่ย อ้าปากเพราะความช็อก จางเทีย ก็จูบเธอทันที หลังจากนั้น จางเทีย ก็หันกลับและไปจูบปาก หยิงเฟยเฉียง ด้วย
ทั้งสองหยุดดิ้นทันที เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นใบหน้าของทั้งคู่ก็แดงกล่ำขึ้นมาทันที….
บางครั้งการกระทำก็มีประโยชน์กว่าสิ่งใด
หลังจากผ่านไปครึ่งนาที ซูไห่เม่ย ในฐานะพี่สาวก็กัดฟันแน่นแล้วมองไปที่ จางเทีย ด้วยความหงุดหงิดแล้วพูดขึ้นมา – “ หัวหน้าวัง เจ้าทำเกินไปแล้ว ! “
จางเทีย ไม่ได้อธิบายอะไร เขาแค่พูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา – “ การต่อสู้จากนี้ไม่เหมาะกับพวกเจ้า พวกเจ้าควรรอข้าอยู่ในเมืองจักรพรรดิมังกร ถ้าเจ้ากล้าหนี งั้นก็ระวังก้นของตัวเองไว้ดีๆ…”
หลังจากที่พูดจบทั้งสองก็รู้สึกว่า จางเทีย ได้ตบที่ก้นของพวกเธอเบาๆ จากนั้นทั้งสองก็เป็นอิสระแต่ จางเทีย ได้อยู่ห่างไปกว่าหมื่นเมตรแล้ว ไม่นานเขาก็หายไปจากสายตาของทั้งคู่
ทั้งสองสับสน พวกเธอมองไปที่ยังทิศทางที่ จางเทีย มุ่งหน้าไปด้วยสีหน้าสับสนแล้วเงียบอยู่สักพัก
“ ไห่เม่ย….” – หยิงเฟยเฉียง ได้พูดขึ้นแล้วแตะที่ปากของตัวเองพร้อมกับหน้าที่อุ่นขึ้นมา หลังจากที่มองไปที่ ซูไห่เม่ย แล้ว เธอก็ได้ถามออกมาด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน – “ เอิ่ม …เรา…เราจะไปที่เมืองจักรพรรดิมังกรรึเปล่า?”