Castle of Black Iron - Chapter 1883:การเปลี่ยนแปลงในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร
Chapter 1883:การเปลี่ยนแปลงในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร
จางเทีย เข้าใจดีถึงความตกใจที่เข้าได้สร้างตอนที่กลับมายังดินแดนโม่เทียนจากภูเขาซากด้วยวิธีนี้ แต่เขาไม่สนใจ ในอีกทางแล้วเขาจงใจสร้างความตกใจขึ้นมา เขาต้องการบอกทุกคนทั้งมนุษย์และปิศาจในดินแดนโม่เทียนว่า จางเทีย ที่เป็นจักรพรรดิมังกรได้กลับมาแล้ว…
คุกอมตะได้หายไปเมื่อวานนี้ เพราะช่วงหลังนั้นมีเพียงไม่กี่คนที่ไปยังที่ราบภูเขา มันจึงมีน้อยคนนักที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ไม่งั้นแล้วข่าวนี้คงทำให้ดินแดนโม่เทียนนั้นต้องตกใจ
ในดินแดนโม่เทียนนั้นพลังน่ะมาเป็นอันดับแรก ในโลกนี้มนุษย์และปิศาจรวมถึงเหล่านายพลน่ะยอมรับเพียงอย่างเดียว —– นั่นคือพลัง
ถ้าต้องการให้คนอื่นฟังที่ตัวเองพูดและเคารพ ถ้าต้องการให้อาณาเขตของตัวเองปลอดภัย ถ้าต้องการปกป้องบางอย่าง เราต้องพิสูจน์ว่าตัวเองแข็งแกร่ง
เพื่อให้ง่ายกว่านั้นตอนที่หัวของเขาโดนกระทืบลงไปในโคลนโดยเรา พวกนั้นจะเรียนรู้วิธีเงยหน้าจากโคลน เพื่อมองมาที่เราด้วยรอยยิ้มอันสุภาพ พวกนั้นจะกลัวว่าร่างกายของตัวเองจะทำให้รองเท้าเราเปื้อน
จางเทีย เข้าใจความจริงนี้มาหลายปีแล้วแต่หลังจากที่รู้ว่าวังจักรพรรดิมังกรต้องตกอยู่ในปัญหาตอนที่เขาอยู่ในคุกอมตะ จางเทีย ก็ยืนยันข้อหนึ่งได้ —- กว่าหลายปีมานี้เขาได้ฆ่าคนน้อยเกินไป เขาไม่ได้ยิ่งใหญ่พอ ดังนั้นจึงมีหลายคนที่ยังไม่กลัวเขา ผลก็คือระหว่างช่วงเวลาที่เขาอยู่ในคุกอมตะนั้น ทั้งวังจักรพรรดิมังกรจึงเริ่มสั่นคลอนซึ่งทำให้คนสามารถเข้ามาฉวยประโยชน์ได้ตามใจ
‘พวกคนที่โจมตีไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นจักรพรรดิมังกร ? แน่นอนว่าพวกนั้นรู้ ! ไม่ใช่ว่าคนโจมตีรู้ว่าวังจักรพรรดิมังกรเป็นของข้ารึไง ? แน่นอนว่าพวกนั้นรู้ ! แล้วยังไง ? ’
ตอนที่จักรพรรดิปิศาจเทียมได้เข้าโจมตีเมืองจักรพรรดิมังกรเมื่อ 7 ปีก่อน มันได้ฆ่า หวังไล่เชิง ที่เป็นผู้อาวุโสของวังจักรพรรดิมังกรซึ่งทำหน้าที่ดูแลฝ่ายเฉียนจีรวมถึงทำลายทั้งเมืองหวงห้ามซึ่งทำให้หลายคนในเมืองต้องตายไปเผยให้เห็นจุดอ่อนของวังจักรพรรดิมังกรให้กับคนอื่นๆ
จักรพรรดิปิศาจเทียมไม่ได้โจมตีเมืองจักรพรรดิมังกรเพียงครั้งเดียว มันมีจำนวนถึง 3 ครั้ง ระหว่าง 8 เดือนตั้งแต่ที่ จางเทีย ได้เข้าไปในคุกอมตะ จักรพรรดิปิศาจเทียมได้เข้าโจมตีเมืองจักรพรรดิมังกรถึง 3 ครั้งซึ่งทำให้เกิดความเสียหายให้กับเมืองอย่างมาก
จักรพรรดิปิศาจเทียมคิดว่ามันจะเข้าออกเมืองจักรพรรดิมังกรและฆ่าคนรวมถึงก่อปัญหาในเมืองจักรพรรดิมังกรได้ตามใจต้องการ จักรพรรดิมนุษย์ที่หนุนหลังวังจักรพรรดิมังกรนั้นคือ จางเทีย ที่ปลอมตัวมานั้นถูกเปิดโปงโดยจักรพรรดิปิศาจเทียมด้วยวิธีนี้ซึ่งเท่ากับการดูหมิ่น
จักรพรรดิปิศาจเทียมได้บอกทุกคนผ่านการกระทำของตัวเอง จักรพรรดิมังกรที่หายตัวไปกว่า 900 ปีนั้นตายไปแล้ว จักรพรรดิมังกรที่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองจักรพรรดิมังกรเป็นเพียงแค่ตัวปลอม จางเทีย เป็นเพียงแค่นายพลลมซึ่งขโมยบัลลังก์ของจักรพรรดิมังกรไฟด้วยเล่ห์กล แม้แต่ จางเทีย เองก็ตายในคุกอมตะ อีกอย่างแล้ว จางเทีย ก็มาจากต่างโลกไม่ใช่ดินแดนโม่เทียน
ในดินแดนโม่เทียนนี้ถ้าวังจักรพรรดิซึ่งได้ครอบครองเขตใหญ่กลับต้องถูกปกครองโดยคนที่ไม่ได้มีพลังและยังเสียหัวหน้าไปแล้ว ผลลัพธ์นั้นก็พอจะมองภาพอออก
ตอนที่จักรพรรดิปิศาจเทียมได้เข้าโจมตีเมืองจักรพรรดิมังกรเป็นครั้งที่สามและถอยกลับไป มันก็มีอีกขุมกำลังในทะเลดาวหักที่เรียกว่าพันธมิตรเลือดดำที่อดทนไม่ไหวที่เข้ามุ่งหน้าเข้าหาวังจักรพรรดิมังกร
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยวังระดับบัลลังก์, วังจักรพรรดิดาวและขุมกำลังอื่นๆจากดินแดนโม่เทียน
ต่อหน้าความโลภเช่นนี้ วังจักรพรรดิมังกรที่เสียหัวหน้าไปและยังขาดกำลังใจก็ถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่กี่ปีเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรก็กลายเป็นเนื้อก้อนโตที่ขุมกำลังอื่นๆพากันแย่งกัน ผลก็คือขนาดของเขตภายใต้การปกครองของวังจักรพรรดิมังกรก็ลดลงมาเหลือ 1/5 จากเดิม พวกเขาทำได้แต่ยื้อมันเอาไว้
ในสายตาของหลายคน วังจักรพรรดิมังกรได้ล่มสลายไปแล้ว มันแค่ยื้อชีวิตตัวเองได้ก็เท่านั้น วังนี้ไม่นานก็จะถูกผู้คนลืมเลือนไปเหมือนกับวังอื่นๆที่ล่มสลายไปในประวัติศาสตร์ของดินแดนโม่เทียน
ตัวอย่างล่าสุดคือวังจักรพรรดิรูน ตอนนี้มันถึงตาของวังจักรพรรดิมังกรแล้ว
ประวัติศาสตร์และโชคชะตานั้นไม่อาจจะเปลี่ยนตามใจคนได้ ถ้าวังจักรพรรดิมังกรถือว่าเป็นบ้าน มันได้รับความเสียหายหนักตั้งแต่ที่ จางเทีย มายังดินแดนโม่เทียน เสาหลักได้ถูกทำลายไปแล้ว ไม่นานบ้านหลังนี้ก็ต้องถล่มลงไป จางเทีย พยายามอย่างที่สุดในการหาเสาค้ำบ้าน เขาถึงกับพยายามตั้งมันให้ตรงให้รุ่งโรจน์เช่นเดิมด้วยการซ่อมส่วนที่พังไป
ถ้าเขาอยู่ในสถานการณ์อื่นรึมีเวลามากพอ จางเทีย อาจจะทำแบบนั้นได้จริง น่าเสียดายที่เขาอยู่ในดินแดนโม่เทียนที่ซึ่งจักรพรรดิปิศาจเทียมไม่อาจจะเปิดโอกาสให้เขา พวกคนที่ทะเยอทะยานต่างก็หมายตาทรัพยากร, ที่ดินและคนของวังจักรพรรดิมังกรก็ไม่เปิดโอกาสให้กับ จางเทีย เช่นกัน
ดังนั้นเมื่อข่าวที่ว่า จางเทีย ได้ตายไปในคุกอมตะได้แผ่ไป ทั้งวังจักรพรรดิมังกรก็ได้กลับไปอยู่ในเส้นทางล่มสลายอันเดิม มันได้ตกลงที่พื้นอย่างแรงและถูกกระทืบซ้ำด้วยเท้านับไม่ถ้วนซึ่งยากที่จะตั้งกลับมาได้อีก จากนั้นมันก็ได้แต่รอวันหายไป
ประวัติศาสตร์ยังไงก็ไม่เปลี่ยนแต่ผลลัพธ์นั้นดูเหมือนว่าจะต่างจากเดิมไปเล็กน้อย
เพราะการปรากฏตัวของ จางเทีย ผู้อาวุโสสองคนของวังปิศาจมังกรถึงได้ถูกรู้ว่าเป็นสายของวังจักรพรรดิทมิฬและโดนฆ่าไป กองทัพเขี้ยวมังกรได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาและอยู่ในมือของคนที่ภักดีต่อวังจักรพรรดิมังกร อีกอย่างแล้ววังจักรพรรดิมังกรก็สามารถผลิตยาจักรพรรดิมังกรที่โด่งดังอย่างมากในดินแดนโม่เทียน จางเทีย ถึงกับบอกให้วังจักรพรรดิมังกรได้ร่วมมือกับวังจักรพรรดิแรง อีกอย่างแล้ว จางเทีย ได้เผยถึงแผนการของวังจักรพรรดิทมิฬและจักรพรรดิปิศาจเทียจรวมถึงสร้างผลงานในหมู่มนุษย์ สิ่งที่ จางเทีย ได้ทำไปในการต่อสู้ด้านนอกคุกอมตะเมื่อ 7 ปีก่อนนั้นถึงกับได้รับความชื่นชมจากจักรพรรดิพลัง
เพราะความต่างเหล่านี้จึงทำให้วังจักรพรรดิมังกรซึ่งตกต่ำลงไปที่พื้นและมีเลือดไหลอย่างแรงรวมถึงโดนหมาป่าฝูงใหญ่ล้อมเอาไว้นั้นจึงยังคงมีตัวตนอยู่ได้ด้วยอาณาเขต 1/5 จากเดิมแทนที่จะถูกลบเลือนไป มีนายพลจำนวนมากของวังจักรพรรดิมังกรที่ยังป้องกันเมืองจักรพรรดิมังกรเอาไว้เพื่อให้วังจักรพรรดิมังกรนั้นยังคงอยู่ได้
นี่คือสถานการณ์ในเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรตอนนี้
หลังจากที่ออกมาจากภูเขาซากแล้ว ความคิดอันเด็ดเดี่ยวก็ปรากฏขึ้นมาในใจของ จางเทีย
วังจักรพรรดิมังกรเป็นของเขารึจักรพรรดิมังกร มันมีความหมายพิเศษในใจ จางเทีย จากคำพูดสี่คำที่จักรพรรดิมังกรได้ทิ้งเอาไว้ จางเทีย ไม่ยอมให้วังจักรพรรดิมังกรล่มสลายไปแน่
ครั้งนี้เขาต้องทำการฆ่าล้าง เขาต้องทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครหมายตาวังจักรพรรดิมังกรอีกหลังจากที่เขาได้ออกจากดินแดนโม่เทียนไปพันปี
…
ตั้งแต่ที่ออกจากภูเขาซากมา เส้นทางด้านล่างชั้นลมนั้นก็เป็นเส้นตรงกินระยะกว่า 300,000 ไมล์ เมื่อครึ่งปีก่อน ซูไห่เม่ย และ หยิงเฟยเฉียง ต้องใช้เวลาถึง 18 วันในการเดินทางได้ 200,000 ไมล์ก่อนจะมาถึงที่ด้านล่างชั้นลมแต่ใช้เวลาแค่เพียง 6 ชม.สำหรับ จางเทีย ที่จะเดินทางได้ 300,000 ไมล์
พวกเขาได้ออกจากภูเขาซากก่อนที่จะเช้าแต่ 6 ชม.ต่อมาพวกเขาก็ได้มาถึงเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร ตอนที่ไปถึงด้านบนของเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร พวกเขาก็พบว่าดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นบนท้องฟ้าอีกครึ่งชั่วโมงจะเที่ยง
ตอนที่สองสาวได้เห็นเขตใหญ่จักรพรรดิมังกรด้านล่าง พวกเธอแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง
จางเทีย เงียบอยู่ตลอด ตอนที่มาถึงที่นั่นเขาก็ได้ถามคำถามออกมา – “ ข้าจำได้ว่ามีสองเมืองใหญ่ทางตะวันตกของเขตใหญ่ เมืองตะวันตกเริ่มต้นกับเมืองมังกรทะเล เจ้าบอกว่าพันธมิตรเลือดดำได้ยึดพื้นที่ทางตะวันตกของเขตใหญ่ใกล้กับทะเลดาวหักไปโดยมีธงของวังอมตะเลือดดำอยู่ด้วย เจ้ารู้มั้ยว่าสำนักงานมันอยู่ที่ไหนกัน เมืองตะวันตกเริ่มต้นรึเมืองมังกรทะเล ? “
“ มันอยู่ในเมืองมังกรทะเล ! “ – ซูไห่เม่ย ตอบกลับ – “ แต่เมืองมังกรทะเลนั้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเมืองเลือดดำ ! “
“ มีนายพลสูงสุดกี่คนในพันธมิตรเลือดดำ ? “
“ 2 พวกนั้นคือปราชญ์เลือดดำที่ซึ่งเคยดูแลพันธมิตรเลือดดำมาก่อน ตอนนี้พวกเขาคือราชาซ้ายและขวาของวังอมตะเลือดดำ…”
“ พวกนั้นมักจะอยูในเมืองมังกรทะเลรึเปล่า ? “
“ ใช่ ถูกต้อง ! “ – ซูไห่เม่ย พยักหน้าแล้วพูดต่อ – “ ก่อนหน้านี้นายพลทุกคนที่เข้าร่วมกับพันธมิตรเลือดดำนั้นเป็นเหล่าคนร้าย พวกเขาอยู่ในทะเลดาวหักเพื่อทำการปล้น หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เอาทะเลดาวหักเป็นอาณาเขตของตัวเองและคิดค่าผ่านทางกับเรือบิน นอกจากวังอมตะแล้ว พวกเขามองข้ามตระกูลใหญ่ทั่วไป ตั้งแต่ที่ได้ยึดพื้นที่ทางตะวันตกของเขตใหญ่จักรพรรดิมังกร ปราชญ์เลือดดำทั้งสองพูดเสมอว่าจะให้ลูกน้องได้ฉลองทั้งวันในวังอมตะ…”
“ ดี ! “ – จางเทีย เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมาแล้วพูดต่อ – “ หวังว่าพวกบัดซบนั่นจะรวมตัวกันอยู่…” – ในตอนที่พูดนั้น จางเทีย ก็ได้ปรับทิศทางและบินมุ่งหน้าไปยังเมืองมังกรทะเล