หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 79 ปรุงรส

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 79 ปรุงรส
Prev
Next

ใจกลางป่าลึกลับแห่งหนึ่งในเทือกเขาหนานหลี่ ยิงฮวามองไปยังรอยแยกบนพื้นดินอันเกิดจากฝีมือของเขาเองสีหน้าดำคล้ำปนหวาดกลัว เขาเพิ่งจะตรึกตรองได้ไม่นานมานี้ว่าเขาติดกับหลงเฉินผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเสียแล้ว ชายหนุ่มผู้นั้นจงใจที่จะทิ้งรอยเท้าบางเบาในบางจุดเพื่อทำให้เขาสับสน

 

 

เมื่อเดินไปตามรอยเท้าของหลงเฉินไปได้สักพักก็จะพบว่ามันหายไปเมื่อลองเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามทางที่มาก็พบว่าตัวเองวกย้อนกลับมายังรอยเท้าเดิม ยิงฮวาเดินวกไปวนมาอยู่ในบริเวณแห่งนั้นนับหลายสิบรอบได้ก่อนจะกระโดดหนีไปยังเส้นทางอื่น

 

 

ทุกครั้งที่เจอรอยเท้าแรกนั้นจะดูชัดเจนเล็กน้อย เป็นการจงใจให้ยิงฮวาสะดุดตาแล้วออกตามหา และผลสุดท้ายก็ต้องค้นหาร่องรอยใหม่

 

 

ในตอนนี้ยิงฮวารู้สึกว่าเพลิงโทสะที่อัดแน่นอยู่ในท้องน้อยของเขาต้องการจะระบายออกมาอย่างถึงที่สุด หลงเฉินผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์เสียเหลือเกินทว่าจะให้หยุดติดตามก็ไม่อาจจะกระทำได้ เพราะสัมผัสได้ว่าหลงเฉินอยู่ในที่ที่ไม่ห่างไกลจากเขามากนัก แต่ไม่ว่าจะเสาะหาอย่างไรก็ไม่พบก็ยิ่งทำให้โทสะที่แน่นอยู่ในท้องแทบจะแตกระเบิดออกมา

 

 

นับตั้งแต่เหยียบย่ำเข้ามาในเขตป่านี่ก็ครบหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว ยิงฮวาสบถวาจาต่างๆ นานาอย่างรำคาญใจจะวางมือก็ไม่ได้ กระทำได้แต่เพียงเสาะหาร่องรอยต่อไป

 

 

หลงเฉินและยิงฮวาต่างก็ดำเนินชีวิตไปเช่นนี้จนข้ามคืนข้ามวันท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงบ ถึงแม้ว่าหลงเฉินจะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบอยู่ ทว่าเขาเองก็ไม่กล้าที่จะได้ใจขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย คอยรักษาระยะห่างสิบกว่าลี้จากยิงฮวามาโดยตลอด

 

 

เนื่องจากระยะห่างเพียงเท่านี้ช่างพอดีกับระยะการตรวจจับที่ไกลที่สุดที่ยอดฝีมือพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นผู้หนึ่งจะสามารถตรวจพบได้ ทว่ากลับไม่อาจระบุตำแหน่งได้อย่างแน่ชัด

 

 

เขาได้สังหารเซี่ยฉางเฟิงและองค์ชายสี่ก็ส่งยิงฮวามาสังหารเขา เช่นนี้ก็บอกได้แล้วว่าองค์ชายสี่ไม่ได้กังวลเรื่องราวของบิดาอีกแล้ว

 

 

ตอนนี้ที่จวนตระกูลหลงคงกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตแล้ว ยิงฮวาถูกเขารั้งเอาไว้อยู่ในป่าอีกทางหนึ่งก็เพื่อซื้อเวลาให้แก่อาหมานรีบกลับไปยังจักรวรรดิให้เร็วที่สุด

 

 

ในช่วงเวลาที่ยิงฮวาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา หลงเฉินก็ได้แอบออกคำสั่งลับต่ออาหมานไว้แล้วว่าหากมีผู้ใดหลบหนีออกไปได้ก็ให้กลับไปยังจักรวรรดิก่อน

 

 

นำพาคนในจวนไปยังชุมนุมผู้หลอมโอสถ ปรมาจารย์หวินฉีย่อมไม่สามารถนิ่งดูดายได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้เป็นองค์ชายสี่ที่คิดจะแตะต้องตระกูลหลงก็จำเป็นจะต้องพิจารณาดูใหม่อีกทีแล้ว

 

 

อีกทางหนึ่งก็ขอเพียงยิงฮวายังไม่ยอมแพ้แล้วกลับไปยังจักรวรรดิก่อน หากองค์ชายสี่ไม่รับทราบความเป็นตายของเขาได้ก็คงจะยังไม่ลงมือต่อจวนตระกูลหลงอย่างแน่นอน

 

 

ด้วยเหตุนี้หลงเฉินจึงพยายามแบกรับความเสี่ยงเอาไว้ให้ถึงที่สุด การรั้งยิงฮวาเอาไว้เช่นนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ทว่าก็เป็นเพียงหนทางเดียวที่กระทำได้ในตอนนี้

 

 

เขายังคงมุ่งหน้าเข้าสู่ก้นบึ้งของป่าใหญ่ต่อไปอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นเขาก็พบแมลงเต่าทองที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือกำลังปีนป่ายขึ้นไปบนต้นสนต้นใหญ่อย่างช้าๆ

 

 

เมื่อเห็นแมลงเต่าทองตัวนั้นหลงเฉินก็ทอประกายแววตาเจิดจ้าขึ้นมา ‘วัวเขาเดียว’ นั่นคือชื่อเสียงเรียงนามของมัน เพราะว่าที่ใบหน้าของมันมีเขาคล้ายวัวงอกขึ้นมาทว่ากลับมีเพียงอันเดียว

 

 

เจ้าแมลงเต่าทองชนิดนี้มีนิสัยนุ่มนวลและเป็นมิตรมีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้ายิ่งเต่า ทว่าอย่าได้ดูแคลนมันจากขนาดเพียงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้นเพราะพลังของมันเป็นสิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

 

 

อีกทั้งยังสามารถแบกวัตถุที่หนักถึงยี่สิบสามสิบชั่งได้อย่างไม่อิดโรย ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงขนานนามให้กับมันว่า ‘วัว’ เพราะพลังอันมหาศาลของมันที่เทียบเท่ากับวัวตัวหนึ่ง

 

 

หลงเฉินเอื้อมมือไปจับเจ้าวัวเขาเดียว พลันมุมปากก็ได้ปรากฏรอยยิ้มกว้างขึ้นมาแล้วกระซิบออกไปอย่างแผ่วเบาว่า “เหอะเหอะ ไอ้หนู ช่วยข้าหน่อยนะ”

 

 

เขาไม่รีรอที่จะให้แมลงเต่าทองมีปฏิกิริยาตอบกลับ เมื่อคว้าจับมาได้เขาก็ยัดมันเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทันที จากนั้นก็มุ่งหน้าเดินต่อไปพร้อมกับสอดส่องสายตาไปทั่ว หลงเฉินพยักหน้าไปมา‘สถานที่แห่งนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว’

 

 

เมื่อเดินไปได้สักพักใหญ่เขาก็ได้นำแผ่นบางๆ แผ่นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ สิ่งนั้นก็คือผ้าไหมดำถึงแม้ว่ามันจะบางมากทว่ากลับแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง ผ้าไหมดำแผ่นหนึ่งสามารถรองรับน้ำหนักได้กว่าร้อยชั่ง นักผจญภัยโดนมากจึงมักจะพกติดตัวเอาไว้ในขณะที่เดินทาง ประโยชน์ที่ทราบโดยทั่วกันก็คือการใช้สำหรับดักจับศัตรู อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย ที่สำคัญก็คือมีราคาถูกเป็นอย่างยิ่ง

 

 

หลงเฉินชูผ้าไหมดำขึ้นไปแล้วสำรวจไปรอบด้านอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้พยักหน้าไปมาด้วยความพึงพอใจ สีดำสนิทของไหมช่างกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่มีแสงรำไรน้อยนิดของป่าโดยรอบได้เป็นอย่างดี หากไม่อยู่ใกล้ๆ เช่นนี้ก็คงจะไม่ง่ายเลยที่จะมองเห็น

 

 

หลงเฉินเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเห็นพุ่มไม้ที่เป็นกลุ่มก้อนคล้ายกับลูกไก่ตัวหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ก็ได้แหวกเข้าไปเบาๆ จากนั้นก็กางผ้าไหมดำครอบเอาไว้ด้านบนของพุ่มไม้

 

 

เมื่อพุ่มไม้ได้รับการฉุดรั้งดั่งสายของธนูด้วยผ้าไหมเส้นบางก็มีลักษณะเหมือนกับด้ามธนูหนึ่ง อย่างไรอย่างนั้นผ้าไหมสีดำถูกทำให้สูญเสียคุณสมบัติของผ้าไปเล็กน้อยจนสามารถยืดหยุ่นได้

 

 

หลงเฉินกระทำการต่างๆ ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็จะก่อซุ่มเสียงดังขึ้นมาจนเป็นการชักนำยิงฮวาให้เข้ามาพบเจอได้

 

 

ห้วงแห่งความคิดได้ตรึกตรองอย่างรอบคอบ หากสรรสร้างหลุมพรางนี้สำเร็จแล้วด้วยผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นนั้นย่อมเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงอย่างแน่นอน ทว่าก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่หลายส่วน

 

 

เมื่อ ‘คันธนู’ เสร็จสมบูรณ์แล้วหลงเฉินก็ได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบอีกครั้งหนึ่ง พุ่มไม้เขียวขจีทั้งสองด้านแหวกออกจากกันจนเกิดเป็นเส้นทางตามธรรมชาติที่กว้างขวางสายหนึ่ง ฉะนั้นการติดตั้งกับดักในที่แห่งนี้ถือได้ว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว

 

 

หลงเฉินบรรจงปูผ้าไหมดำจนเต็มทั่วทั้งพื้นที่แถบนั้น เพื่อยืนยันว่าในระยะทั้งหมดที่ศัตรูย่างก้าวเข้ามาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็จะต้องติดกับอย่างแน่นอน โปรดยิงฮวาจงวางใจได้เลย

 

 

หลงเฉินล้วงมือเข้าไปหยิบแมลงเต่าทองออกมา จากนั้นก็ใช้ผ้าไหมดำพันรอบขาข้างหนึ่งของมันไว้แล้ววางไว้บนต้นไม้ใหญ่ วัวเขาเดียวเริ่มอกปีนป่ายอีกครั้งทว่ากลับไม่ได้วุ่นวายเฉกเช่นเคย มันเพียงแต่ปีนขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้าบนต้นไม้สูงใหญ่

 

 

ตรงไปยังจุดที่หลงเฉินนำกอดอกกล้วยไม้ไปเสียบเอาไว้ ดอกกล้วยไม้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่กลีบดอกของมันมีคุณลักษณะพิเศษก็คือสะสมความหวานเอาไว้มากที่สุด

 

 

และวัวเขาเดียวก็ชื่นชอบการกินกลีบดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่ากอดอกกล้วยไม้กอนั้นจะเหี่ยวเฉาไปบางแล้ว ทว่าวัวเขาเดียวก็ยังปิติยินดีอย่างถึงที่สุดออกปีนป่ายขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นมันก็ไปถึงเรียบร้อยแล้ว

 

 

ในขณะที่วัวเขาเดียวกำลังจะลิ้มลองอาหารชั้นเลิศที่อยู่เบื้องหน้า หลงเฉินก็กระตุกผ้าไหมดำจนเจ้าหนูตัวนั้นตกลงมาอย่างลงกะทันหัน ช่างน่าสงสารเสียจริง

 

 

หลงเฉินครุ่นคิดแผนการอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็วางวัวเขาเดียวกลับไปที่ต้นไม้แล้วนำศิลาหนักห้าชั่งก้อนหนึ่งมาผูกติดกับขาของมันเอาไว้ พลันก็มองตามรอยเส้นทางที่วัวเขาเดียวปีนขึ้นไป จากการคาดการณ์เอาไว้ในช่วงเวลาที่วัวเขาเดียวปีนขึ้นไปจนถึงกอดอกกล้วยไม้แล้วนั้น เงื่อนที่ถูกผูกเอาไว้ก็จะคลายตัวออกทำให้ศิลาร่วงหล่นลงมายังพื้นดิน

 

 

หลงเฉินตรวจสอบหลุมพรางที่ปูไว้อีกรอบหนึ่ง บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มประหลาดขึ้นมาในทันที จากนั้นก็ค้นหาใบไม้สดจำนวนมากมากองหนึ่ง จากนั้นก็ก้มลงไปด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ด้วยท่าทีลับลับล่อล่อ

 

 

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้นำแมลงเต่าทองกลับไปปล่อยที่ต้นไม้ต้นเดิมอีกครั้งพบว่าแมลงเต่าทองยังคงปีนป่ายขึ้นไปในเส้นทางเดิมอยู่ ทว่ากลับเชื่องช้ากว่าเดิมเพราะมีศิลาก้อนหนึ่งถ่วงเอาไว้อยู่

 

 

ยอดเยี่ยมหลงเฉินพยักหน้าไปมาอย่างพึงพอใจ แล้วก้าวถอยออกมาจากบริเวณนั้นทันที ดูตามทิศทางของสายลมในตอนนี้นั้นจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับยิงฮวาแล้วว่าจะเคลื่อนไหวหรือจะหายสาบสูญไปในป่าลึกทึบแห่งนี้กัน

 

 

หลังจากที่ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ยิงฮวาก็ยังคงตรวจสอบรอยเท้าของหลงเฉินอย่างละเอียด ทันใดนั้นก็มีเสียงดังตุบดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง

 

 

เสียงของศิลาก็มีความดังปกติ ทว่าประสาทการรับรู้ของยิงฮวากลับลึกล้ำมาก เขาสามารถได้ยินอย่างชัดเจนราวกับมันดังอยู่ข้างกายของเขา แล้วตะบึงหน้าตั้งตรงไปยังต้นเสียงด้วยความว่องไวประดุจสายฟ้าแลบ

 

 

“ตุบ”

 

 

ยิงฮวารีบมุ่งหน้าไปยังซุ่มเสียงแรกที่อาจเป็นร่องรอยของหลงเฉินอย่างไม่คิดชีวิต ด้วยความเร็วประดุจเหาะเหินเดินอากาศระยะห่างเจ็ดแปดลี้กลับใช้เวลาไม่กี่พริบตาก็มาถึงแล้ว

 

 

เสียงที่ได้ย่อมไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันจะต้องเป็นเสียงที่ดังขึ้นมาจากศิลาที่ร่วงหล่นลงมาจากความไม่ระวังตัวอย่างแน่นอน ด้วยความเงียบสงัดเช่นนี้แล้วมีเพียงหลงเฉินเท่านั้นที่ทำให้เกิดซุ่มเสียงขึ้นมาได้

 

 

ยิงฮวาเต็มเปี่ยมไปด้วยโทสะอยู่เต็มท้อง คืนวันก่อนเขาไม่ได้พักผ่อนเลยทั้งคืน แม้แต่ช่วงเวลาที่ไหลเวียนพลังเพื่อฟื้นฟูก็ไม่มีเช่นกัน สัตว์ป่าคลุ้มคลั่งกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าเข้าใกล้เขา ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้คุกคามแต่อย่างใด ทว่ากลับรบกวนจิตใจในการตั้งสมาธิเพื่อรักษาบาดแผล

 

 

อาการบาดเจ็บของเขาย่อมไม่อาจพึ่งพาเฉพาะโอสถรักษาแล้วจะหายขาดได้ จำเป็นจะต้องมีการผนึกเข้ากับลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ฉะนั้นตลอดทั้งคืนเขาจึงไม่อาจกระทำเช่นนี้ได้

 

 

ในเมื่อไม่สามารถรักษาร่างกายจนมีพลังการต่อสู้ในระดับสูงสุดได้จึงทำให้ยิงฮวาเกิดความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องหาหลงเฉินให้พบและสังหารชายหนุ่มผู้นั้นให้จงได้ แล้วค่อยกลับไปพักรักษาตัวที่จักรวรรดิ

 

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ในที่สุดยิงฮวาก็มาถึงบริเวณที่เป็นต้นเสียงที่ว่า ทว่ากลับไม่พบสิ่งที่น่าสงสัยเลยแม้แต่น้อย มีเพียงศิลาก้อนหนึ่งที่กลิ้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ อีกทั้งด้านบนของก้อนศิลายังคล้ายกับมีลายคัดบางอย่างสลักอยู่

 

 

ยิงฮวาหรี่ตามองไปทั่วทุกสารทิศครู่หนึ่งก็ยังไม่พบแม้แต่ร่อยรอยของหลงเฉิน จึงยิ่งไม่สบอารมณ์อย่างมาก มีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเองคงจะถูกลวงหลอกเข้าเสียแล้ว

 

 

ยิงฮวาค่อยๆ เยื้องย่างเข้าไปยังศิลาก้อนนั้นเพื่อตรวจสอบว่าหลงเฉินหลงเหลืออักษรอันใดต่อตัวเองเอาไว้บ้าง เมื่อเดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหันเมื่อจับความเคลื่อนไหวบางอย่างได้ที่บริเวณพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ก็พบว่าของสิ่งนั้นมีลักษณะเป็นก้อนกลมห่อด้วยใบไม้จ่อมาทางด้านที่เขายืนอยู่

 

 

ยิงฮวาส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา พลันกวาดกระบี่ยาวในมือออกไปฟันเข้าที่สิ่งของชิ้นนั้น

 

 

“ชิ ฝีมืออันน้อย……”

 

 

“พรวด”

 

 

ในขณะที่กระบี่ยาวเล่มนั้นแตะเข้าไปยังสิ่งของที่ถูกห่อหุ้มด้วยใบไม้สดอยู่นั้น จู่จู่ก็เกิดระเบิดขึ้นมาเละเทะคล้ายกับเป็นน้ำผลไม้สาดกระเซ็นไปทั่วทั้งผืนฟ้า

 

 

เหตุการณ์ผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่คาดฝัน อีกทั้งยังอยู่ในระยะที่ใกล้กับร่างของยิงฮวามาก จนชายฉกรรจ์ไม่ทันที่จะได้ป้องกันตัว ร่างจึงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำผลไม้ ส่งกลิ่นเหม็นอย่างไร้ที่เปรียบกลุ่มหนึ่งลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบรรยากาศ

 

 

บ้างก็กระเด็นเข้าปากไปส่งกลิ่นฉุนตลบอบอวนอยู่ในโพรงจมูก ด้วยกลิ่นเหม็นที่รุนแรงเป็นอย่างมากทำให้ยิงฮวาแตกตื่นขึ้นมาเสียยกใหญ่ ขยับฝีเท้าไปมาอย่างร้อนรนด้วยความคิดที่ว่าสิ่งของนี้น่าจะมีพิษร้ายแรงอยู่

 

 

แม้ว่าน้ำที่สาดกระเซ็นมานั้นจะเหม็นอย่างไร้สิ่งใดมาเปรียบได้ ทว่ากลับไม่ได้ให้รู้สึกคล้ายกับต้องพิษเลยแม้แต่น้อย โลหิตทั่วร่างยังคงไหลเวียนได้อย่างปกติ

 

 

ทันใดนั้นเองเขาจึงนึกคิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันกายกลับไปยังศิลาก้อนเดิมที่อยู่บนพื้น พร้อมทั้งอ่านลายคัดอักษรที่สลักเอาไว้ด้านบนว่า 

 

 

‘ของขวัญเล็กน้อยคงไม่อาจแสดงความเคารพได้อย่างเต็มที่ ตอนแรกข้าคิดจะปรุงให้เจ้าเยอะกว่านี้เสียหน่อย ทว่าด้วยท้องไส้ในช่วงนี้ไม่ค่อยจะสบายนัก หากไม่เพียงพออย่างไรโปรดใต้เท้ายิงฮวาอย่าได้ถือสา’

 

 

เมื่อกวาดสายตาไปตามลายลักษณ์อักษรจนครบถ้วนทุกข้อความแล้ว ยิงฮวาก็มีใบหน้าขาวซีดลงไปในทันที ปราดสายตามองไปยังสิ่งของที่แปดเปื้อนอยู่ตามร่างกาย รู้สึกได้ว่าภายในกระเพาะคล้ายกับมีคลื่นมหาสมุทรพลิกกลับไปมาอย่างรุนแรง

 

 

“โฮกกก……”

 

 

“หลงเฉิน……”

 

 

ยิงฮวาส่งเสียงดังออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวจากไม่อาจจะพรรณนาออกมาได้ ราวกับความแค้นของเขาได้ฝักรากลึกลงไปในก้นบึ้งที่ลึกที่สุดของจิตใจ เสียงดังแผดทะลุผ่านม่านหมอกไปในทันที เสียงสะท้อนดึงกึกก้องไปทั่วทั้งผืนป่า เกิดการสั่นไหวไปมาจนสิงสาราสัตว์ต่างก็วิ่งพล่านแตกตื่นออกไปทั่วทุกสารทิศ

 

 

หลงเฉินที่แอบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเหม่อมองไปยังนกกลุ่มใหญ่ที่แตกรังออกมาจากที่ที่ห่างไกล พลันมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยันขึ้น ความเคียดแค้นที่ได้ถูกยิงฮวาไล่ล่ามาหลายวัน ในที่สุดก็ได้รับการคลี่คลายไปจนหมดสิ้นแล้ว

 

 

ใบหน้าของยิงฮวาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า ฉะนั้นหลงเฉินก็ต้องยิ่งทวีความระมัดระวังมากขึ้นไปอีก ไม่อาจหาญกล้าจัดสร้างหลุมพรางเช่นนี้ได้อีกต่อไป

 

 

อีกทั้งหากในระหว่างที่สร้างหลุมพรางเกิดพลาดท่าขึ้นมา ผู้ที่ต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถก็คงจะเป็นคราวของเขาเสียเอง ทว่าหลุมพรางที่วางไว้ก็เพียงเพื่อจะระบายอารมณ์ของตัวเองก็เท่านั้น ตอนนี้จึงรู้สึกมั่นใจขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง

 

 

ขณะนี้สิ่งที่อยากทำทั้งหมดก็ได้กระทำลงจนหมดสิ้นแล้ว ตัวของเขาเองก็สมควรที่จะรามือด้วยเช่นกัน ช่วงเวลาเช่นนี้คือ ‘การเอาตัวรอดเป็นยอดดี’ เขาไม่คิดที่จะพาตัวเองไปเกิดเรื่องที่พลิกผันได้อีก

 

 

ผู้หนึ่งติดตามอีกผู้หนึ่งหลบหนีวนกันอยู่ภายในฝืนป่าลึกลับ ไม่นานนักก็ผ่านพ้นไปถึงแปดวันแล้ว เมื่อเข้าสู่วันที่แปดนั้นหลงเฉินได้ใช้ทักษะเฉพาะบางอย่างออกมาเพื่อสลัดเหล่าสัตว์ป่าที่เข้ามากวนใจในยามที่เขาเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ

 

 

ด้วยพลังหนุนจากโอสถรักษาทำให้หลงเฉินสามารถฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เส้นลมปราณบนมือขวาก็งอกขึ้นมาจนสมบูรณ์แล้ว ส่วนอาการบาดเจ็บภายในก็ถูกฟื้นฟูไปกว่าแปดส่วนแล้ว

 

 

ทางด้านของยิงฮวาก็พลิกแพลงสถานการณ์ได้ดีขึ้น ในวันแรกที่ลงมือฆ่าสัตว์ป่าไปทำให้เขาถูกรังควานจากสัตว์ป่าชนิดอื่นอีกมากมาย ในภายหลังก็เริ่มเรียนรู้มากขึ้นโดยในยามกลางคืนเขาจะกระโดดขึ้นไปพักผ่อนบนต้นไม้สูง ทั้งได้พักผ่อนทั้งยังได้รักษาอาการบาดเจ็บ ด้วยพลังที่ลึกล้ำของเขาจึงทำให้การฟื้นฟูเป็นไปได้รวดเร็วอย่างยิ่งยวด

 

 

เข้าสู่วันที่เก้า เมื่อหลงเฉินเดินผ่านสายธารสายหนึ่งเข้าสู่ผืนป่าทึบแห่งใหม่ที่อยู่ทางด้านหน้า ทันใดนั้นเองที่เหนือศีรษะก็เกิดความเคลื่อนไหวของบางอย่างขึ้นมาเป็นสาย

 

 

หลงเฉินเงยหน้าขึ้นไปช้าๆ พลันสีหน้าก็เหยเกขึ้นมาอย่างรุนแรง: ชีวิตข้าจะมาลงเอยเช่นนี้อย่างนั้นหรือ! 

.

.

.

.

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 79 ปรุงรส"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The Overlord of Blood and Iron
The Overlord of Blood and Iron
มีนาคม 12, 2022
ฉันมีแผงหน้าจอศิลปะการต่อสู้สุดเจ๋ง !
ฉันมีแผงหน้าจอศิลปะการต่อสู้สุดเจ๋ง ! (จบแล้ว)
กันยายน 10, 2024
Thron of immortality ปกนิยาย
Marvel: Throne of Immortality
สิงหาคม 11, 2023
ปราณเทวะ เทพหยวน
ปราณเทวะ เทพหยวน
มีนาคม 12, 2022
Godly Model Creator
Godly Model Creator
มีนาคม 12, 2022
ยุคใหม่ของผู้อัญเชิญ
ยุคใหม่ของผู้อัญเชิญ
มีนาคม 12, 2022
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz