เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 76 ความน่ากลัวของยิงฮวา
ตอนที่ 76 ความน่ากลัวของยิงฮวา
“ตายซะ”
หลงเฉินตะโกนออกมาเสียงดัง ปลายแหลมของกระบี่หนักชี้ขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยสองมือที่กุมเอาไว้แน่น ตลอดทั่วทั้งร่างบังเกิดพลังที่เพิ่มสูงขึ้นจนไม่อาจหยุดยั้งได้ พลันก็ฟาดกระบี่ออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ที่มุมปากของยิงฮวาปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยันขึ้นมา ภายในแววตาทอประกายความเยือกเย็นออกมาเป็นสาย พลันก็ได้โบกฝ่ามือเต็มไปด้วยเส้นเอ็นขึ้นเหนือศีรษะ กระบี่ยาวในมือก็ได้กวาดผ่าอากาศออกไปรับประกายแสงจากอีกคมดาบหนึ่งที่กำลังฟันลงมา
“ตูม”
พลังมหาศาลอันน่าหวาดกลัวแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศจนพื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ขณะที่หลงเฉินกำลังจะออกไปอีกกระบวนท่าหนึ่ง ทันทีที่ขยับร่างกายออกไปก็รู้สึกเสมือนกับขุนเขาจะถล่มลงมาอย่างไรอย่างนั้น ตลอดทั่วทั้งร่างกลับล่องลอยออกไป
หลงเฉินปลิวไปไกลกว่าสิบช่วงตัว โลหิตสายหนึ่งพุ่งออกมาจากปากอย่างรุนแรง อีกทั้งแขนขาและศีรษะทั้งห้าส่วนก็รู้สึกร้อนรุ่มดุจมีเพลิงสุมเข้ามา
ก่อนหน้านี้ยิงฮวาไม่ได้ข่มขู่หลงเฉิน ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับเป็นเรื่องจริง เมื่อพลังกายและพลังลมปราณผสานเข้าอย่างสมบูรณ์ ก่อเกิดเป็นพลังที่มีอานุภาพแรงกล้าขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกได้ว่าทำให้ผู้คนสิ้นหวังไปทั้งหมดได้เลย
“ไสหัวไป”
หลงเฉินที่เพิ่งจะถูกผละออกจากพลังโจมตีอันรุนแรง อาหมานก็ได้คำรามอย่างเกรี้ยวกราดออกมาเสียงดัง สันขวานสีทองฟาดออกตามไปติดๆ ยิงฮวาพลิกกระบี่ยาวครั้งหนึ่งจู่โจมเข้าไปที่สันขวานของอาหมานในทันที
วินาทีนี้อาหมานรู้สึกถึงขุมพลังปะทะเข้าที่ร่างกายประดุจไปกระแทกเข้ากับศิลาก้อนใหญ่อย่างไรอย่างนั้น พลันร่างก็กระเด็นหมุนรอบอยู่กลางอากาศติดต่อกันหลายครั้ง ก่อนจะดิ่งลงสู่พื้นพสุธาอย่างรุนแรง
ถึงแม้ว่าอาหมานจะลอยออกไปไปไกลกว่าหลงเฉิน ทว่าเขากลับไม่ได้กระอักโลหิตออกมาเลยแต่อย่างใด จึงได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ยิงฮวาเป็นอย่างยิ่ง
“พวกเจ้าควรจะเชื่อได้แล้วกระมังว่าการเผชิญหน้ากับพลังที่มีอานุภาพร้ายกาจของข้านั้นเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ ยอมแพ้ซะ” ยิงฮวาหยุดการจู่โจม อีกทั้งยังกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่เฉยชาประดุจมหาจักรพรรดิจ้องมองมายังสามัญชน
กระบี่หนักในมือคู่ใหญ่ได้ปักจมลงไปในพื้นดิน ร่างหนึ่งถูกดันขึ้นมาอย่างทุลักทุเล หลงเฉินปาดเช็ดโลหิตที่ไหลกลบปาก พร้อมทั้งส่ายหน้าไปมา “การยอมแพ้กลางคันนั้นไม่ใช่นิสัยของข้า ข้ายังไม่ทันจะได้ตัดศีรษะของเจ้าออกมาเลยนะ”
ยิงฮวาจ้องมองไปยังใบหน้าของหลงเฉินด้วยเพลิงโทสะที่สุมอยู่เต็มอก แล้วหัวเราะสวนกลับไปพร้อมกับกล่าวว่า “ดี สมแล้วที่เป็นบุตรชายของหลงเทียนเซียว กระดูกช่างแข็งเฉกเช่นเดียวกัน หวังว่าในตอนที่ข้าเลาะกระดูกของเจ้าออกไปเป็นชิ้นส่วนแล้ว เจ้าจะยังคงปากแข็งได้เช่นนี้อยู่นะ เจ้าหนู จงไปเสียใจต่อในลงนรกเสียเถิด”
ทันทีที่กล่าวจบยิงฮวาก็ได้ขยับร่างกายครั้งหนึ่ง ทิ้งเอาไว้แค่เพียงเงาร่างซ้อนทับสายหนึ่ง ว่องไวปราดเปรียวจนไม่อาจที่จะใช้ความคิดตามได้ทัน เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นชายฉกรรจ์ก็ได้มาถึงเบื้องหน้าของหลงเฉินแล้ว
หลงเฉินเห็นว่ายิงฮวากำลังกวาดคมกระบี่ออกมา ทว่าแววตาของเขากลับไม่ได้สะท้อนภาพของประกายกระบี่เล่มนั้นเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว เพียงแต่ฟันกระบี่หนักในมือออกไปเฉกเช่นการต่อสู้ในครั้งแรก
นี่เป็นกลวิธีของผู้ที่ไร้ซึ่งหนทางอันใดแล้ว ทั้งความเร็วไปจนถึงพลังสภาวะ ไม่มีอย่างใดที่สามารถทัดเทียมกับยิงฮวาได้เลย
ขณะนี้จึงทำได้แค่เพียงเพิ่มพลังสภาวะให้แก่กระบี่หนัก อีกทั้งยังใช้กลวิธีที่แยบคายเข้าคลี่คลายการจู่โจมของยิงฮวา ถึงแม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะนับว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ทว่าก็เป็นวิธีเดียวที่จะยื้อลมหายใจออกไปได้อีกสักเล็กน้อย
ยิงฮวาฉุกคิดขึ้นมาว่าคงจะต้องเสี่ยงใช้วิธีการแตกหักกับชายหนุ่มผู้นี้ดูบ้างแล้ว ทว่าเมื่อเห็นความไม่ลังเลใจของหลงเฉินที่ออกกระบวนท่ามานั้น ก็ทำให้เขารีบรั้งกระบี่ยาวกลับมา แล้วเสาะหามุมอับในการโจมตีอีกครั้ง
“ตูม”
ขณะเดียวกันอาหมานก็ได้ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ฟาดขวานศึกเบิกภูผาลงมาท่ามกลางการต่อสู้ของสองผู้กล้า ด้วยร่างกายที่คล้ายกับว่าไม่ได้ถูกโจมตีมาก่อน ไม่ก่อเกิดผลกระทบอันใดเลยสักนิดเดียว ช่างเป็นร่างกายที่แข็งแรงดั่งเหล็กกล้าจนน่าตกใจจริงๆ
หลงเฉินเกิดความปลื้มปิติขึ้นมาอย่างท่วมท้น นึกไม่ถึงเลยว่าอาหมานจะเฉลียวฉลาดขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้ เพียงครู่เดียวที่ได้มองการเคลื่อนไหวของหลงเฉิน ก็ไม่แม้แต่จะมองไปที่กระบี่ยาวของยิงฮวาเลยสักนิด กลับใช้กระบวนท่าออกมาแลกกับชีวิตของตัวเอง
“ตูมตูมตูม”
เสียงระเบิดจากการปะทะดังขึ้นมาต่อเนื่อง กึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขาจนเกิดการสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
ในขณะที่หลงเฉินและอาหมานรวมแลกชีวิตเข้าต่อสู้อยู่นั้น ยิงฮวาที่เคยเหนือชึ้นกว่ากลับไม่อาจใช้กระบวนท่าออกมาได้ เพราะถูกชายหนุ่มทั้งสองคนต้านทานเอาไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย
ด้วยพลังและความเร็วของเขาย่อมเหนือกว่าเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งการโจมตีของหลงเฉินและอาหมาน นั้นแทบจะไร้ซึ่งตรรกะโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะออกกระบวนท่าใดไปนั้น เขาก็จะใช้ได้เพียงร่างกายเข้าทานรับเอาไว้ ในขณะที่เด็กน้อยทั้งสองคิดแต่จะใช้ชีวิตเข้าแลกกับเขามาโดยตลอด
ยิงฮวาปะทุเพลิงโทสะขึ้นมาจนใบหน้าชาด้านไปจนหมดสิ้น มีอยู่หลายครั้งที่เขาคิดว่าต่อให้ต้องบาดเจ็บก็ต้องฆ่าสังหารทั้งสองคนให้ได้ ทว่าเหตุใดเขากลับยังคงอดทนเอาไว้อยู่เรื่อยมา
อย่างแรกก็คือพลังของหลงเฉินและอาหมานนั้นมีมากมายจนน่าตกใจ เกิดเป็นสภาวะที่คล้ายกับการคุกคามถึงชีวิตของเขา หากว่าผิดพลาดไปแม้เพียงน้อยนิด ไม่ใช่แค่การบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย ทว่าจะกลายเป็นการมุ่งสู่ความตายไปด้วยกันทั้งคู่
อย่างที่สองก็คือเขามีพลังที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดอยู่แล้ว การเก็บกวาดชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นปัญหาในเรื่องของเวลาก็เท่านั้น เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรวบรัดโดยเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง
หลงเฉินมองออกถึงความในใจของยิงฮวาในข้อนี้ จึงได้ใช้ชีวิตเข้าแลก อันเป็นกลวิธีสุดท้ายของผู้ที่ไร้หนทางเอาชนะ หากไม่แลกชีวิตก็คงจะไม่มีทางเหลือรอดอีกแล้ว
อาวุธในมือกระเด็นลอยออกไป ในระหว่างที่กรอกตาไปมากว่าครึ่งชั่วยาม หลงเฉินก็มีปฏิกิริยากลับคืนมา เขาตรวจพบว่าพลังภายในร่างกายไม่อาจไหลเวียนไล่ตามการใช้พลังได้ทันท่วงทีแล้ว กระบี่หนักในมือที่ยิ่งถือก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนอาหมานเองก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก สันขวานเบิกภูผาอันแกร่งกล้าเริ่มที่จะมีรอยแตกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็เริ่มมาถึงขีดจำกัดของร่างกายด้วยเช่นกัน
มุมปากของยิงฮวายังคงปรากฏรอยยิ้มที่แสนเยือกเย็น ภายในจิตใจของหลงเฉินก็เย็นวาบขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมเอาไว้ได้อีกแล้ว ยิงฮวาคิดที่จะทำอะไรกับพวกเขาต่อไป? จะจับไปทรมานทั้งเป็นในขณะที่หมดเรี่ยวแรงอย่างนั้นหรือ?
หลงเฉินหรี่ดวงตาเล็กลง ต้องการชีวิตของข้าอย่างนั้นหรือ ได้สิ…เช่นนั้นก็มาดูกันว่าเจ้ามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่
เมื่อยิงฮวาเห็นว่าร่างของหลงเฉินและอาหมานเริ่มจะโรยแรงลงไปเต็มทีแล้ว การโจมตีที่พุ่งทะยานเข้ามาก็เชื่องช้าลง จนภายในจิตใจเกิดความยินดีอย่างยิ่งยวด
ทันใดนั้นเองกระบี่หนักของหลงเฉินก็ได้ผ่ากลางลงมา ทว่ากลับไม่มีแรงหนุนตามมาแม้แต่สายเดียว ร่างกายโงนเงนไปมาจนขาข้างหนึ่งต้องก้าวค้ำออกมาทางด้านหน้า เผยให้เห็นช่องว่างของจุดอ่อนบนร่างกายที่ไม่อาจซ่อนเร้นเอาไว้ได้อีกแล้ว
ปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็วของยิงฮวาปะทุขึ้นมาในทันที ชายฉกรรจ์หลบเลี่ยงออกมาจากคมขวานของอาหมาน จู่โจมกระบี่ยาวเข้าไปยังช่วงเอวของหลงเฉินอย่างรวดเร็ว ที่หลงเฉินคาดเดาเอาไว้นั้นไม่มีผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย ยิงฮวายังต้องการที่จะเก็บชีวิตของเขาเอาไว้อยู่ ไม่เช่นนั้นปลายกระบี่คงจะแทงทะลุหัวใจไปแล้ว
แววตาของหลงเฉินจึงสาดประกายความเย็นเยียบขึ้นมาหลายสาย จุดดารากักวายุก็ได้ไหลเวียนพลังทั้งหมดขึ้นมาอย่างรุนแรง พลังอันมหาศาลพุ่งพล่านประดุจน้ำในมหาศาลซัดซาดสู่ชายฝั่งอย่างไรอย่างไร แล้วไหลเวียนเข้าสู่ภายในจุดตันเถียน
พลังหนุนทั้งสิบสองสายหมุนวนขึ้นมาหลายร้อยรอบภายในจุดตันเถียน ผ่านไปเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก็ได้เพิ่มพูนขึ้นมามากกว่าเดิมนับสิบเท่า ความเร็วของการหมุนวนประดุจพายุอันบ้าคลั่งหอบหนึ่ง ลมปราณที่มีหมุนเป็นวงกลมขนาดใหญ่กว่าร้อยลี้ก็ถูกดูดซับเข้าไปจนหมดสิ้น
“สำเร็จหรือไม่ ก็เบิกตาดูในครั้งนี้เถิด”
หลงเฉินสวดภาวนาขึ้นมาพร้อมทั้งไหลเวียนพลังหนุนทั้งสิบสองสาย แล้วชักนำพลังลมปราณทั้งหมดมารวมกันจนถักทอคล้ายกับเป็นเชือกเส้นหนึ่ง ไหลไปตามเส้นทางของจุดเย่าเสว่ยจนกรองเข้าไปยังจุดฮุยหมิงอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดก็ไปรวมกันที่จุดเหลากงเสว่ย
* 耀穴 (จุดเย่าเสว่ย) แสงสว่าง อยู่ตรงบริเวณท้ายทอย
慧明穴 (จุดฮุยหมิง) ช่วงแขน
劳宫穴 (จุดเหลากงเสว่ย) จุดลมปราณใจกลางฝ่ามือ
ในช่วงเวลาที่ลมปราณได้ทะลักเข้าสู่จุดลมปราณแรกนั้นคล้ายกับประตูที่กักน้ำเอาไว้อย่างมหาศาลที่ถูกทลายจนเปิดกว้างออกไป ไหลเข้าสู่ช่องว่างด้วยพลังและความเร็วที่เพิ่มขึ้นไปยังจุดถัดไป
เมื่อลมปราณเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างรุนแรงจนถึงจุดเหลากงเสว่ยใจ หลงเฉินก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดอันยากจะอธิบายขึ้นมา
“แย่แล้ว เส้นลมปราณทนรับเอาไว้ไม่อยู่แล้ว”
หลงเฉินรู้สึกได้ว่าจุดเหลากงเสว่ยไม่อาจที่ทานรับพลังที่ทะลวงเข้ามาได้อีกแล้ว จนเริ่มที่จะปริแตกออกมาทีละเล็กทีละน้อย
“รับฝ่ามือจากข้าซะ”
การชักนำพลังอันมหาศาลเข้าสู่กระบี่หนักที่กุมอยู่แน่นนั้นกลับทำให้กระบี่สั่นไหวไปมาอย่างรุนแรงคล้ายกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
เดิมทีกระบี่ยาวของยิงฮวากำลังจะแทงเข้าที่ช่วงเอวของเขาอยู่นั้น จู่จู่รูขุมขนตลอดทั่วทั้งร่างกายก็ลุกชูชันขึ้นมาแทบทั้งสิ้น เขาหยิบยืมประสบการณ์การต่อสู้เข้ามาแล้วรีบถอยออกไปทางด้านหลังก่อนจะปลดปล่อยการโจมตีในครั้งนี้ออกไป
“เบิกสวรรค์”
สีหน้าของยิงฮวาเต็มเปี่ยมไปด้วยหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างคู่นั้นกำลังจดจ้องไปยังกระบี่ในมือของหลงเฉิน ที่กำลังสาดรังสีสังหารเข้ามากดดันร่างกายของเขาประดุจจะพาเข้าสู่หนทางแห่งความตายอย่างไรอย่างนั้น
เพียงแค่ผักปลาที่อยู่ในขอบเขตขั้นก่อรวมเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถปลดปล่อยพลังสภาวะออกมาได้มากมายถึงเพียงนี้ รังสีสังหารอันแรงกล้าที่สามารถกดดันยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นที่สูงส่งเช่นเขาได้ถึงสองขั้น
กระนั้นเรื่องราวเฉกเช่นนี้ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นต่อยิงฮวาผู้ยิ่งใหญ่ได้ ฉะนั้นเขาจึงรีบฟื้นคืนกลับจากอาการแตกตื่นตกใจในทันที ด้วยสภาวะที่เหมือนกับกำลังเผชิญหน้าอยู่กับความตายจึงไม่อาจที่จะจมปรักอยู่กับห้วงความคิดได้อีกแล้ว
หลงเฉินยกกระบี่ในมือที่แฝงเอาไว้ด้วยจิตสัมผัสที่พิสดารชนิดหนึ่ง ประดุจศาสตราวุธของเทพจากสรวงสวรรค์กำลังฟาดฟันลงมาอย่างไร้เยื่อใย
“ฟันคลื่นแตกหัก”
เมื่อเห็นกระบี่ของหลงเฉินผ่ากลางอากาศลงมา ยิงฮวาก็ได้ตะโกนออกมาเสียงดังกังวาน ระเบิดเส้นโลหิตทั่วร่างขึ้นมาอย่างดุเดือด พลังโดยรอบเพิ่มสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง พลันก็ได้กวาดคมกระบี่ออกไปยังเบื้องหน้าด้วยเช่นกัน
“ตูม”
สองคมของกระบี่ปะทะเข้าหากันอย่างเต็มแรง จนเกิดการระเบิดครั้งที่เท่าใดก็ไม่อาจนับได้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ความรุนแรงของพลังได้พัดโบกต้นไม้ใบหญ้าให้ปลิวว่อนไปทั่วทั้งบรรยากาศ ก้อนกรวดเม็ดทรายแหลกละเอียดจนกลายเป็นผงฝุ่นตลบอบอวนไปทั่ว
เงาร่างทั้งสามสายกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง พลังทำลายอันมหาศาลของทั้งสามคนทำให้พื้นดินที่เคยแตกร้าวกลายเป็นหลุมลึกกว่าสิบช่วงตัวท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้
หลงเฉินรู้สึกร้าวรานไปทั่วทั้งร่างราวกับว่ากระดูกได้แตกหักกระจุยกระจายไปทั้งหมดแล้วอย่างไรอย่างนั้น มือขวาที่เคยจับด้ามกระบี่ก็เกิดความเจ็บปวดขึ้นมาอย่างถึงที่สุด ด้วยความกว้างของเส้นลมปราณของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถใช้เบิกสวรรค์ออกมาได้
เมื่อครู่เขาฝืนใช้พลังอันน่าหวาดกลัวของเบิกสวรรค์ออกมาจนทำให้เส้นลมปราณเกิดรอยแตกร้าวขึ้นโดยรอบของจุดเหลากงเสว่ย ยังดีที่ในช่วงท้ายยังพบว่ามีบางอย่างไม่ค่อยจะถูกต้องนัก จึงเข้าควบคุมพลังจากวิชาเบิกสวรรค์ให้ออกมาเพียงเล็กน้อย
แม้จะได้ควบคุมพลังให้ออกมาเสียงส่วนน้อย ยังกลับทำให้เส้นลมปราณบนฝ่ามือถูกทำลายไปได้ถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากใช้ออกมาด้วยพลังทั้งหมด เส้นลมปราณคงจะต้องขาดสะบั้นไปจนหมดสิ้นกลายเป็นเพียงเจ้าเศษสวะผู้หนึ่งอย่างแน่นอน
ภายใต้ความหวาดหวั่นของหลงเฉินก็เกิดความตื่นเต้นขึ้นมาด้วยส่วนหนึ่ง พลังทำลายอันน่าหวาดกลัวของเบิกสวรรค์นั้นแท้จริงแล้วจัดเป็นทักษะยุทธ์ในระดับใดกันแน่?
“ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นบุตรชายของหลงเทียนเซียว เยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ฮาฮาฮา”
เสียงหัวเราะดังสนั่นขึ้นมาอย่างสะใจ หมอกควันรอบบรรยากาศก็เริ่มจะจางหายไปแล้วเช่นกัน เผยให้เห็นเงาร่างสายหนึ่งกำลังยืนอยู่ไม่ไกล
ทว่ายิงฮวากลับตกอยู่ในที่นั่งลำบากอย่างถึงที่สุดเท่าที่เคยพบมา ร่างกายที่เคยสวมอาภรณ์คลุมยาว ทว่าบัดนี้กลับฉีกขาดไม่เป็นชิ้นดี บริเวณหน้าอกเกิดเป็นรูกว้างขนาดใหญ่ที่มีโลหิตไหลรินออกมาช้าๆ
กระบี่ยาวในมือหลงเหลือแค่เพียงด้ามจับ การโจมตีเมื่อครู่นั้นได้ทำให้กระบี่คู่ใจที่เปรียบเสมือนสมบัติอันล้ำค่าของเขาแตกหักออกเป็นเสี่ยงๆ
หลงเฉินหรี่ตามองไปยังร่างที่ทรุดโทรมของยิงฮวา ทว่ากลับยังสัมผัสได้ถึงพลังที่ไม่ได้ลดทอนลงไปเลยแม้แต่น้อย เพียงเท่านี้ก็บอกได้แล้วว่ายิงฮวานั้นเป็นผู้ที่มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
“เชอะ”
มือใหญ่ข้างหนึ่งฉีกกระชากอาภรณ์ที่ขาดหลุดลุ่ยออกจนเผยให้เห็นบางอย่างที่อยู่ภายใน แสงสะท้อนวิบวับของเกราะเหล็กกล้าชิ้นหนึ่งนั่นเอง
เกราะชิ้นนั้นมีสีทองอร่าม ทว่ากลับเต็มไปด้วยร่องรอยของการฟาดฟันจากการต่อสู้ จนเกิดบาดแผลลึกเป็นทางยาวขึ้นมาสายหนึ่ง นั่นก็คือร่องรอยที่มาจากกระบี่ของหลงเฉินที่โจมตีไปในครั้งสุดท้ายนั่นเอง
“เป็นทักษะยุทธ์ที่น่ากลัวยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะมีเกราะตัดทองคำชิ้นนี้อยู่ ขุนนางอย่างข้าก็คงจะสิ้นชีพไปแล้ว” ยิงฮวาลูบคลำไปที่บาดแผลกลางทรวงอก แล้วกล่าวออกมาด้วยเสียงราบเรียบ
“ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ถ้าหากเจ้าส่งมอบทักษะยุทธ์ออกมา ข้าก็จะรวบรัดเวลาให้พวกเจ้าให้เอง ว่าอย่างไรล่ะ?”
หลงเฉินเปลี่ยนถ่ายกระบี่หนักไปไว้ที่มือซ้าย เพราะมือขวาไม่อาจที่จะกุมกระบี่หนักเอาไว้ได้อีกแล้ว พลันก็ได้ฝืนยันกายลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มรอยยิ้มเล็กน้อย “ก็ไม่ว่าอย่างไร?”
“หลงเฉิน เจ้าควรคิดให้ดีก่อนจะพูด ความตายนั้นไม่ได้น่ากลัว การมีชีวิตที่ไม่สู้ตายไปนั้นช่างเจ็บปวดเสียยิ่งกว่า ฉะนั้นเจ้าจงคิดให้ดีจะได้ไม่ต้องมาเสียใจในภายหลัง” ยิงฮวายื่นคำขาดออกมา
“ข้ายังไม่เคยเสียใจต่อสิ่งที่เคยกระทำมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว” หลงเฉินปรายตามองไปยังอาหมานที่ยืนอยู่ข้างกายของเขาครั้งหนึ่ง
หลงเฉินควบคุมไม่ให้แสดงอาการออกมาจนเห็นได้ชัดเจนนัก หลังจากที่ส่งสายตาไปแล้วนั้นที่มือซ้ายก็ค่อยๆ ยกกระบี่ขึ้นมา “ยิงฮวา กระบวนท่าเมื่อครู่นั้น เป็นแค่การทดสอบแรกเท่านั้น ต่อจากนี้——ได้เวลาที่จะเอาชีวิตสุนัขอย่างเจ้าแล้ว”
เมื่อกล่าวจบ หลงเฉินก็ได้ฟันคมกระบี่ลงไปบนพื้นดินจนเกิดระเบิดของพลังอันรุนแรงขึ้นมา หมอกควันปกคลุมไปทั่วทั้งผืนนภาอย่างรวดเร็ว
“ชิ ขุนนางอย่างข้าก็อยากจะดูเหมือนกันว่าเจ้าจะทนต่อไปได้อีกสักกี่น้ำกัน” ยิงฮวาแผดเสียงเย็นชาออกมาพร้อมกับลูบไปที่แหวนมิติ ในมือข้างหนึ่งก็มีกระบี่ยาวเล่มใหม่ปรากฏขึ้นมา พลันก็ได้ชี้ปลายอันแหลมคมออกไปทางด้านหน้า
ทว่าเมื่อฝุ่นควันได้จางหายไปจนหมดสิ้น ยิงฮวาที่อยู่ในสภาวะพร้อมต่อสู้ ก็พบว่าเบื้องหน้าของเขาไร้ซึ่งเงาร่างของหลงเฉินเสียแล้ว หลงเหลือแค่เพียงอาหมานที่ยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอาการแตกตื่นตกใจ
ยิงฮวาทอสีหน้าฉุนเฉียวขึ้นมา พลันก็ได้กวาดสายตามองไปโดยรอบอย่างรีบร้อน ก็พบเห็นร่างของหลงเฉินที่วิ่งห่างออกไปไกลนับร้อยช่วงตัวแล้ว ยังคงมุ่งหน้าวิ่งต่อไปยังใจกลางของภูเขาลูกใหญ่อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย
.
.
.
.