เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 75 พลังต่อสู้ของยิงฮวา
“เจ้าเดรัจฉานน้อย จงพบกับความตายซะ”
ยิงฮวาตะโกนด่าทอด้วยความเหลืออดเต็มที บรรยากาศโดยรอบปกคุลมด้วยความเย็นยะเยือกของขุมพลังหนึ่ง กว่าหลงเฉินจะตรวจสอบขึ้นมาได้ก็พบว่ายิงฮวาใช้กระบี่ยาวชี้เข้ามายังคอหอยของตัวเองแล้ว
แม้ว่าหลงเฉินจะตั้งรับการลงมือของยิงฮวาไว้ ทว่าก็ไม่อาจเทียบชั้นกับความเร็วปานสายฟ้าฟาดของยิงฮวาได้ ขณะที่ร่างกายเพิ่งจะไหลเวียนพลังขึ้นมานั้น ร่างของชายฉกรรจ์ก็ได้มายืนอยู่ที่เบื้องหน้าของเขาแล้ว
หลงเฉินได้เตรียมใจเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว หากยิงฮวาไม่แข็งแกร่งแล้วจะสามารถเทียบเคียงกับบิดา หรือเป็นหนึ่งในสามยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิได้อย่างไรกัน?
สายตาคู่คมสะท้อนประกายแสงกระบี่ที่กำลังทิ่มแทงคอหอยของตนเองอยู่ ความเงียบสงบเกิดขึ้นภายในจิตใจ ในเวลานี้คงจะทำได้แค่เพียงปล่อยวางความหวาดกลัวไปเข้าสู่สภาวะที่พิสดารอยู่ชนิดหนึ่ง
กระบี่ของยิงฮวาไม่อาจดึงดูดความสนใจของหลงเฉินได้ พลังที่ไหลเวียนถูกรวมไว้ที่กระบี่หนักในมือที่บัดนี้ได้หันคมแหลมเข้าไปที่เอวของยิงฮวาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้วยพลังหนุนทั้งสิบสองสายที่ได้ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างจึงไม่อาจทำให้ความหนักของกระบี่หนักเล่มนั้นเป็นปัญหาใหญ่ของหลงเฉินเลย กระบี่หนักแหวกผ่าหมู่มวลอากาศที่อยู่โดยรอบด้วยพลังทั้งหมดที่ไม่มีเก็บงำเอาไว้แม้แต่น้อย
ยิงฮวาจ้องมองไปยังใบหน้าที่ไม่หวาดกลัวความตายของหลงเฉิน ก็ยิ่งกระตุ้นบันดาลโทสะขึ้นมา หากปล่อยไปเช่นนี้คงจะต้องเจ็บหนักทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน
กระบี่ยาวในมือของยิงฮวานั้นยาวเพียงสี่เซียะถือเป็นกระบี่ยาวตามมาตรฐานทั่วไป ทว่ากระบี่หนักในมือของหลงเฉินกลับยาวถึงเจ็ดเซียะ หากโจมตีเข้าพร้อมกันก็คงจะมีเพียงผลลัพธ์เดียวเท่านั้นคือกระบี่ยาวของเขาแทงทะลุคอหอยของหลงเฉิน ส่วนกระบี่หนักของหลงเฉินก็คงจะแทงเข้ามาที่ร่างของเขาด้วยเช่นกัน
แม้ว่ายิงฮวาจะมีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจใช้ร่างกายเข้าแลกกับกระบี่ของหลงเฉินได้โดยเด็ดขาด ต่อให้เขาเป็นยอดฝีมือพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นก็ไม่อาจปล่อยปละการโจมตีนี้ไป พลันร่างกายก็ได้ขยับทะยานถอยไปทางด้านหลัง หลบเลี่ยงการโจมตีของหลงเฉินที่ใกล้เพียงหนึ่งสมหายใจเท่านั้น
หลงเฉินมองไปยังกระบี่คมคู่นั้นที่จะทำให้บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย เขาเชื่อว่าหากตัวเองหลบออกจากคมกระบี่ของยิงฮวาได้ ก็ไม่อาจหลบกระบวนท่าตามหลังอันน่ากลัวของยิงฮวาได้อยู่ดีด้วยความเร็วที่ไม่อาจเทียมทัดกับยิงฮวานั้นคงจะมีแต่ต้องตายไปอย่างแน่นอน
ทว่าเมื่อพบว่ายิงฮวาได้ถอยหลบไปเสียเอง หลงเฉินจึงได้ตะโกนออกมาเสียงดังประดุจสายฟ้าที่ผ่าลงมาในยามฤดูใบไม้ผลิ หยุดกระบี่ที่กำลังกวาดออกไปแล้วเปลี่ยนแปลงสภาวะเล็กน้อยพวยพุ่งไปยังหน้าอกของยิงฮวาในฉับพลัน
ยิงฮวาที่เพิ่งจะหลบรอดจากกระบี่ของหลงเฉินไปอย่างฉิวเฉียด ทันใดนั้นเองก็พบว่าหลงเฉินเปลี่ยนกระบวนท่าจึงไม่ได้ที่จะมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าผู้ที่สามารถกวัดแกว่งกระบี่หนักที่มีน้ำหนักมหาศาลเช่นนั้นออกไปได้ นับว่าน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง ยิงฮวามองออกตั้งแต่หลงเฉินคว้ากระบี่เล่มนั้นขึ้นมาแล้ว ฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะแลกชีวิตกับคมกระบี่ของหลงเฉิน
ทว่าบัดนี้ก็ยิ่งตกตะลึงหนักขึ้นไปอีกหลายเท่า เมื่อเห็นหลงเฉินสามารถพลิกแพลงกระบี่หนักไปเป็นอีกกระบวนท่าหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว นี่จึงบ่งบอกได้ว่าพลังอันมหาศาลของหลงเฉินนั้นน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงใด
“ชิ ก็แค่พละกำลังมากกว่าเท่านั้น”
ยิงฮวาสบถออกมาอย่างแผ่วเบา กระบี่ยาวในมือโบกสะบัดออกไปกระแทกเข้ากับกระบี่หนักของหลงเฉินจนเกิดเสียงดังกังวานขึ้นมา
“ติง”
ประกายเพลิงสาดกระเซ็นออกมาจากการปะทะกันของสองคมดาบ หลงเฉินเบิกตากลมโตขึ้น การโจมตีด้วยพลังทั้งหมดกลับถูกขัดขวางด้วยกระบี่ของยิงฮวาจากทางด้านข้าง การผสานกันของสองพลังอันแรงกล้าได้ทำให้ร่างกายของหลงเฉินสูญเสียการควบคุมจนต้องพุ่งตัวออกไปด้านหน้า
“เชอะ”
กระบี่ยาวในมือของยิงฮวาทอแสงประกายแห่งภยันตรายประดุจต้องพิษของอสรพิษ พุ่งอย่างเร็วแรงดั่งมีสายฟ้าแล่นผ่านหัวใจของหลงเฉินไป
“เชอะ”
ยิงฮวาพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วประดุจม้าพยศ ปลายกระบี่ทิ่มแทงเข้าไปที่หน้าอกของหลงเฉินจนเกิดสายโลหิตไหลทะลักออกมาอย่างมหาศาล
ทว่าโชคยังดีที่ไม่ถูกจุดอันตราย ทว่ายิงฮวาก็ไม่รั้งรอให้หลงเฉินได้ผ่อนลมหายใจแม้แต่เสี้ยวเดียว หันคมกระบี่ครั้งที่สองเข้ามาที่คอหอยของหลงเฉินในทันที
หลงเฉินตกใจจนหัวใจเต้นระรัวอยู่ภายในทรวงอก นี่คือพลังของยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นอย่างนั้นหรือ? ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของชายผู้นี้ได้เลยจริงๆ ในสายตาของยิงฮวานั้นเขาคงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ต่อสู้อย่างวุ่นวายผู้หนึ่งเท่านั้น
กระบี่กวัดแกว่งได้อย่างรวดเร็วจนแทบจะไม่มีเวลาให้ครุ่นคิด คิดที่จะหลบเลี่ยงแต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพียงพริบตาเดียวกระบี่ยาวเล่มนั้นก็แทงทะลุคอหอยของเขาแล้ว
แววตาของของหลงเฉินทอประกายเย็นเยียบไปยังปลายกระบี่ของยิงฮวา และสายตาของชายฉกรรจ์ก็ได้มองไปยังบุตรชายของศัตรูด้วยความเย้ยหยันที่เต็มเปี่ยมอยู่ในจิตใจ นี่เป็นครั้งแรกที่หลงเฉินเข้าใจถึงคำว่า ‘เข้าใกล้ความตาย’ อย่างแท้จริง
“ไสหัวไป”
เสียงตวาดด้วยโทสะเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า ประกายแสงสีทองสายหนึ่งได้แหวกผ่านอากาศแล้วหอบสายลมพริ้วไหวดั่งคลื่นพายุฝนผ้าคะนอง
“ตูม”
ในช่วงที่กระบี่ยาวของยิงฮวาทิ่มแทงไปที่คอหอยของหลงเฉินจนจมมิดไปส่วนหนึ่ง ขวานศึกสีทองเล่มหนึ่งถูกฟาดออกมาประดุจเทพจากสวรรค์ปรารถนาจะแบ่งแยกภูผาอย่างไรอย่างนั้น ประกายคมขวานฟันลงเข้ามาอย่างรุนแรงที่ร่างของยิงฮวา
อาหมานมีปฏิกิริยาเชื่องช้าเล็กน้อย เพราะเมื่อครู่ในสายตาของเขายังเห็นชายทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่ จู่จู่การต่อสู้ก็เริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน พอเขาเริ่มมีปฏิกิริยากลับคืนมาก็พบว่าหลงเฉินเกือบถูกปลิดชีพไปเสียแล้ว จึงรีบร้อนเข้ามาช่วยด้วยการฟันคมขวานออกมาอย่างรุนแรง
ในช่วงเวลาที่เห็นยิงฮวากำลังจะสังหารหลงเฉิน ทันใดนั้นภายในร่างกายก็เย็นวาบขึ้นมา ทะลวงเข้าไปถึงกระดูกสันหลังจนเขารู้สึกได้ถึงขุมพลังหนึ่งกำลังคุกคามชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าส่วนหนึ่งจะยังไม่ยินยอมพร้อมใจแต่ก็ไม่อาจทนเห็นผู้ใดสังหารหลงเฉินได้
กระบี่ยาวที่เคยอยู่ตรงคอหอยของศัตรูก็ได้ถูกยกขึ้นไปปัดป้องขวานยักษ์ของอาหมานจนบังเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาสนั่นหวั่นไหว ร่างใหญ่ของเขาถูกซัดเข้าอย่างแรงจนกระเด็นถอยออกไปหลายสิบก้าว ใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตกใจก็ได้จ้องมองไปที่ยิงฮวา
ยิงฮวาเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ร่างของชายฉกรรจ์ก็ได้กระเด็นถอยออกไปด้วยเช่นกัน กระบี่ในมือที่ใช้พลังพิสดารออกมากลับถูกสลายด้วยการปะทะจากอาหมานไปได้
อีกทั้งแขนข้างที่จับกระบี่ไว้ก็ได้เกิดอาการชาซ่านขึ้นมาเป็นสาย ภายในจิตใจเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาส่วนหนึ่ง ชายร่างยักษ์ผู้นี้คล้ายกับสัตว์มายาในร่างของมนุษย์อย่างแท้จริง
เมื่อหลงเฉินสบโอกาสในการคว้าชีวิตกลับคืนมา ก็ได้กระโดดไปยืนอยู่ข้างอาหมานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “อาหมาน เด็กน้อยผู้นี้ร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง พวกเราต้องแลกชีวิตกับเขาแล้วล่ะ”
“แลกชีวิต?”
ยิงฮวาสะบัดแขนที่เกิดอาการชาอยู่หลายครั้งด้วยรอยยิ้มกว้าง แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “จะเอาสิ่งใดมาแลกกัน? ด้วยพลังฝีมืออันน้อยนิดของพวกเจ้า หรือด้วยพละกำลังที่ป่าเถื่อนกัน?
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเจ้าก็มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ทว่าเมื่ออยู่เบื้องหน้าของยอดฝีมือพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นอย่างข้าแล้ว พวกเจ้าไม่มีแม้แต่โอกาสเพียงน้อยนิดเชียวล่ะ”
หลงเฉินยกกระบี่หนักในมือชี้ไปยังทิศทางที่ศีรษะของยิงฮวาตั้งอยู่ “จะมีโอกาสหรือไม่นั้นก็คงจะต้องดูกันต่อแต่นี้ไป”
ยิงฮวากลับไม่รีบลงมือสังหารพวกเขา ทว่ากลับลากถูปลายกระบี่ยาวไปตามพื้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“ถึงแม้ว่าจะดูพลังฝึกยุทธ์ของพวกเจ้าไม่ออก ทว่าบนตัวของพวกเจ้ากลับไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังโลหิตเลยแม้แต่น้อย นี่ก็บอกได้แล้วว่าพวกเจ้ายังอยู่แค่ระดับขั้นก่อรวมเท่านั้น
การที่จะใช้เจ้าเป็นของขวัญให้แก่บิดาของเจ้าเอง ข้าย่อมต้องทำให้มันดูมีความหมายที่ลึกซึ้งขึ้นมาสักนิดหนึ่ง จะบอกกล่าวให้ชัดเจนอีกครั้งว่าระดับของข้ากับเจ้าช่างห่างไกลกันนัก
ขอบเขตขั้นก่อรวมก็ทำได้เพียงดูดซับพลังปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายแล้วกักเก็บพลังความสามารถของปราณฟ้าดินออกมาใช้ก็เท่านั้น ที่เจ้าฝึกฝนมาก็มีแต่เพียงพลังปราณ
ขอบเขตก่อโลหิตกลับเป็นการกระตุ้นพลังปราณฟ้าดินให้ผสานเข้ากับโลหิตบริสุทธิ์จนทำให้ร่างกายเกิดพลังที่เพิ่มมากขึ้น ในระดับนี้ที่ฝึกออกมาก็คือพลังกาย
เมื่อหนึ่งลมปราณผนวกเข้ากับหนึ่งพลังกายก็จะสามารถระเบิดพลังอันแข็งแกร่งขึ้นมาได้อีกขั้น ทว่าก็เพียงแค่เพิ่มพลังขึ้นมาก็เท่านั้น
และขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่า เป็นระดับที่ต้องเพาะเส้นเอ็นเพื่อสร้างสมาธิ พลังกาย และพลังปราณให้เข้าสู่สภาวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ทว่าพลังทำลายที่ถูกผนึกเข้าด้วยกันของพลังกายและพลังปราณในขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้นกลับเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ กล่าวให้เข้าใจโดยง่ายก็คือพลังของขอบเขตขั้นก่อโลหิตที่มีพลังเพิ่มขึ้นมาแบบสิบบวกสิบ เช่นนั้นขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นก็คือสิบคูณสิบ”
หลงเฉินได้ยินเช่นนั้นก็เกิดอาการแตกตื่นภายในจิตใจอยู่ไม่น้อย เขาทราบดีว่ายิงฮวาคงไม่ได้มีจิตใจที่ดีจนกล่าวอธิบายถึงเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาให้เขาฟัง
ทว่ากลับเป็นการย้ำเตือนว่าพลังฝีมือของพวกเขานั้นแตกต่างกันมากจนเกินไป อีกทั้งยังพูดเพื่อให้ยอมแพ้ต่อการดิ้นรนอันไร้ซึ่งหนทางเช่นนี้เสียที
หลงเฉินตระหนักได้ว่าวาจาทั้งหมดของยิงฮวาเป็นเพียงการจงใจจะยุแยงเท่านั้น ทว่าภายในจิตใจกลับยากที่จะข่มอาการแตกตื่นเช่นนี้เอาไว้ได้ หากเป็นอย่างที่ชายฉกรรจ์ผู้นี้ได้กล่าวออกมาจริงๆ เขาคงจะไม่มีโอกาสชนะศึกครั้งนี้อย่างแน่นอน
อีกทั้งอย่าเพิ่งไปกล่าวถึงพลังอันมหาศาลที่ยังไม่ถูกใช้ออกมาเลย แค่เพียงวิชาพิสดารกับความเร็วปานสายฟ้าฟาดที่ยิงฮวาใช้ออกมาเมื่อครู่ก็ได้ทำให้เขาขวัญเสียขึ้นมาได้แล้ว
นี่คงเป็นสภาวะของความตายชนิดหนึ่งกระมัง ไม่แปลกใจเลยที่องค์ชายสี่ส่งยิงฮวาออกมา หากเขาสังหารเซี่ยฉางเฟิงลงได้ แล้วเขาเองก็ถูกยิงฮวาสังหารอีกที เรื่องราวทั้งหมดก็จะกลับคืนสู่สภาวะที่เป็นปกติในทันที ช่างเป็นการวางแผนได้ลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง
อาหมานที่ยืนอยู่ข้างกายกลับไม่ได้คิดมากอย่างที่หลงเฉินกำลังครุ่นคิดอยู่ เด็กน้อยผู้นี้เพียงแต่จ้องเขม็งอย่างเอาเป็นเอาตายไปที่ยิงฮวา แล้วเอ่ยถามออกมาว่า “พี่หลง เขากำลังพูดถึงอันใดกัน สิ่งใดคือการบวกการคูณหรือ? ก่อรวมก่อโลหิต? นั่นมันเป็นสิ่งของแบบใดกันแน่?”
“อย่าได้สนใจว่าเขจะกล่าวอะไร จำคำพูดของข้าเมื่อครู่นี้ก็พอ” หลงเฉินย้ำชัดด้วยเสียงทุ้มต่ำ พลันก็ปะทุพลังสภาวะทั่วทั้งร่างเพื่อนรับการจู่โจมของยิงฮวา
ยิงฮวามองมาที่หลงเฉินด้วยแววตามาดร้าย “เป็นเช่นไรไป? ยังคิดจะดิ้นรนอยู่อีกอย่างนั้นหรือ แท้ที่จริงแล้วเจ้าเกิดข้อข้องใจต่อคำอธิบายของขุนนางใหญ่เช่นข้าหรืออย่างไรกัน?”
“ซูม”
หลงเฉินขยับกระบี่หนักในมือจนเกิดเป็นเสียงสั่นผ่านกลุ่มอากาศชี้ไปยังใบหน้าของยิงฮวา ด้วยมุมปากเหยียดออกเล็กน้อย “ที่หน้าอกของเจ้ามีหยกส่องเงาอยู่ชิ้นหนึ่ง เจ้าคิดจะใช้มันเพื่อบันทึกภาพก่อนตายของข้า แล้วนำไปให้บิดาของข้าดูเพื่อเป็นการโจมตีเขาอีกทางหนึ่งอย่างนั้นสินะ”
ก่อนหน้านี้เขาได้เร่งรีบจนเกินไปที่จะสังเกตเห็นว่าที่หน้าอกของยิงฮวาได้แขวนแผ่นหยกประหลาดอยู่แผ่นหนึ่ง
ด้านบนของหยกแผ่นนั้นมีลวดลายคดเคี้ยวไปมามากมาย ถึงแม้ว่าหลงเฉินจะไม่สนใจในวิชาประเภทการจารึกมาก่อน ทว่าก็ยังเคยได้ยินชื่อเสียงของหยกส่องเงามาบ้าง เมื่อเปิดการใช้งานที่หยกส่องเงา อักขระด้านบนจะสามารถบันทึกทุกอย่างในช่วงเวลานั้นได้
“เหอะเหอะ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะจดจำขึ้นมาได้ ช่างน่าเบื่อจนเกินไปแล้ว” ยิงฮวาใช้มือข้างหนึ่งลูบไปที่หยกส่องเงาเบาๆ แล้วกล่าวต่อว่า
“ไม่เลว จะมอบของขวัญทั้งทีก็ต้องส่งมอบให้ครบชุดเสียหน่อย ก่อนหน้านี้ข้าคิดจะส่งไปแต่ศีรษะของเจ้า ทว่าภายหลังกลับคิดขึ้นมาได้ว่าช่วงเวลาที่ได้จัดการกับเจ้าก็คงจะพิเศษไม่น้อยเลย เช่นนี้คงจะคลายความอัดอั้นตันใจที่เก็บเอาไว้จนแน่นอกของข้ามานานหลายปีได้แล้ว”
หลงเฉินหัวเราะออกมายกใหญ่แล้วตอบกลับไปว่า “วิธีการอันแสนชั่วช้าอำมหิตเช่นนี้ช่างเหมาะกับคนต่ำทรามเช่นเจ้าเสียจริง อีกทั้งกลิ่นอายยังไม่ใช่ทั้งชายทั้งหญิงอีก
เจ้าก็คงจะเหมาะสมกับวิธีการลงมือที่โสมมเช่นนี้อยู่แล้วล่ะ ตอนนั้นบิดาของข้าสามารถตัดนิ้วของเจ้าได้ วันนี้ข้าก็จะตัดศีรษะของเจ้าลงด้วยเช่นกัน”
ทันใดนั้นเองหลงเฉินก็ก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่ง พื้นดินที่ฝ่าเท้าเหยียบย่ำอยู่นั้นก็ได้เกิดการสั่นไหวขึ้นมาเป็นคลื่น พุ่งทะยานเงาร่างไปยังยิงฮวาในทันที
“ชิ เจ้าเด็กโง่งม วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าพลังกายและพลังปราณที่ผนึกเข้าด้วยกันแล้วนั้นจะน่าหวาดกลัวถึงเพียงใด”
ยิงฮวาคำรามออกมาเสียงดัง ทั่วทั้งร่างเสมือนกับเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเอง ทันใดนั้นผิวกายชั้นนอกก็ปะทุเส้นเอ็นบางๆ ขึ้นมาประดุจมีหนอนพิษหลายตัวกำลังชอนไชอยู่ในร่างกาย
สิ่งที่กำลังปรากฏอยู่นี้เป็นสภาพพิเศษของผู้ที่มีพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็น เมื่อเบิกเส้นเอ็นขึ้นมาปกคลุมอยู่บนร่างกายแล้ว พลังอันมหาศาลที่น่าหวาดกลัวก็จะไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างประดุจเปลวเพลิงที่แผ่ขยายออกไปทั้งสี่ด้านจนสภาวะอากาศเกิดการบิดเบี้ยวจนผิดรูป
เมื่อหลงเฉินเห็นการปลดปล่อยพลังสภาวะของยิงฮวาก็ได้แต่กัดฟันแน่น ไม่ว่ายิงฮวาจะมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด ในตอนนี้ก็มีแต่จะต้องต่อสู้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว ไม่เช่นนั้นก็เตรียมเข้าสู่ความตายไปได้เลย
เขานั้นยังกลับตายอยู่ หากตายไปแล้วมารดาจะอยู่อย่างไร? ฉู่เหยาจะเป็นเช่นไรบ้าง? แล้วการนัดหมายของเขากับม่งฉีล่ะ?
เมื่อหลงเฉินจัดการกับห้วงแห่งความคิดอันว้าวุ่นและลืมเลือนความหวาดกลัวภายในจิตใจไปจนสิ้นแล้ว ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความตายก็ก่อพลังไหลเวียนขึ้นมาที่จุดดารากักวายุที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า
การไหลเวียนเกิดขึ้นไม่ถึงครึ่งชั่วยามเท่านั้นราวกับยังมีพลังไม่เพียงพอ จากนั้นก็ค่อยๆ สงบลงไปอีกครั้ง
“ตายซะ”
หลงเฉินตะโกนออกมาเสียงดัง ปลายแหลมของกระบี่หนักชี้ขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยการจับกุมของสองมือ ตลอดทั่วทั้งร่างก็ได้บังเกิดพลังที่เพิ่มสูงขึ้นจนไม่อาจหยุดยั้งได้ พลันก็ฟาดกระบี่ออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
.
.
.