หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique - AST บทที่ 206 - หญิงขายใบชาจากตระกูลเยียน

  1. หน้าแรก
  2. เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique
  3. AST บทที่ 206 - หญิงขายใบชาจากตระกูลเยียน
Prev
Next

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique

บทที่ 206 – หญิงขายใบชาจากตระกูลเยียน

ในตอนเช้าชิงสุ่ยกลับมายังจุดพักที่ชางห่ายหมิงเยวี่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่อยู่ ในเมื่อเขากลับมาเขาก็ได้สัมผัสกับความรู้สึกอ่อนโยนและห่วงใยจากห่าวหยุนลิ่วลี่ มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นภายในใจ มันเหมือนการที่มีหญิงสาวสักคนหนึ่งรอคอยการกลับมาของเขาเสมอ!

ส่วนชางห่ายหมิงเยวี่ยก็ยังคงเมินเขาเช่นเดิม เธอพยายามปกปิดอารมณ์และแสดงถึงความแข็งแกร่งและมีอํานาจที่เหนือกว่าตลอดเวลา แต่เธอยังคงไว้ซึ่งความงดงามได้ทุกกิริยาท่าทาง

ทั้งสามคนยังคงเดินทางต่อไปข้างหน้าหลังจากที่ได้กินอาหารมื้อเช้าที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆ ทั้งแร้งอัสนีปีกทองคำและวิหคเพลิงยังคงบินต่อเนื่องตลอด 2 วันโดยไม่เกิดปัญหา ซึ่งเส้นทางเขานั้นยังคงเป็นไปตามเดิมหลังจากที่ชิงสุ่ยได้พูดคุยกับชางห่ายหมิงเยวี่ยในคืนก่อนซึ่ง เขาตัดสินใจที่จะเดินทางโดยไม่ผ่านทางของเมืองเยียน และสุดท้ายพวกเขาก็เดินทางมาถึงอาณาจักรเยียนเจี้ยง

ชิงสุ่ยรู้ดีว่าเป้าหมายของเขาที่วางเอาไว้เป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะเอื้อม แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ตั้งเป้าหมายและหวังว่าสักวันหนึ่งจะไปถึง ความยากจะทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆจนทำให้การบรรลุผ่านขึ้นสวรรค์ชั้นที่ 5 ของเคล็ดวิชากายาบรรพกาลแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เขาเองก็มีความรู้เรื่องการปรุงยา ดังนั้นเขาอาจจะสามารถหาส่วนผสมหรือเม็ดยาปรับแต่งที่เหมาะสมซึ่งมันอาจช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการบ่มเพาะพลังของเขาได้

ในบางครั้งห่าวหยุนลิ่วลี่ก็มักจะมาเดินเคียงข้างชิงสุ่ย และสลับไปที่อาจารย์ของเธอชางห่ายหมิงเยวี่ย มันทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกว่ามันดูตลก แต่เขาก็สัมผัสได้ว่า สาวน้อยคนนี้ไม่อยากห่างใครไปซักคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ของเธอ หรือตัวเขาเองก็ตาม

ภายในอาณาจักรเยียนเจี้ยงมีเมืองมากกว่า 81 เมือง พวกเขาบินพาดผ่านเมืองโมอวี้ที่อยู่ห่างไกลจากอาณาจักรเยียนเจี้ยง เมื่อมองลงมาจากฟากฟ้า พวกเขาเองก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าเมืองแห่งนี้ใหญ่ขนาดไหน อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกได้ว่าภายในเมืองเต็มไปด้วยอาคารน้อยใหญ่มากมาย

การเดินทางข้ามเมืองแห่งนี้ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงในการบินผ่านเหนือตัวอาคาร ภูเขา ป่าไม้ รวมถึงเมืองเล็กๆมากมายที่มีขนาดเพียง 1000 ลี้ และเขายังได้เปิดหูเปิดตาจับเมืองขนาดใหญ่ที่กว้างกว่า  10000 ลี้  มันยิ่งกระตุ้นความต้องการในการผจญภัยของชิงสุ่ย แต่อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนที่ระหว่างเมืองก็ยังคงใช้เวลานาน มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถค้นหาเคล็ดวิชาในการเคลื่อนย้ายระหว่างพื้นที่ในช่วงเวลาสั้นๆได้ เว้นเสียแต่การที่เขาจะสามารถสร้าง แท่นเคลื่อนย้าย ที่เป็นสิ่งของระดับขั้นตำนานได้

แม้ว่าในครั้งแรกที่ชิงสุ่ยรับรู้ถึงเรื่องราวของ แท่นเคลื่อนย้าย เขาค่อนข้างรู้สึกตกใจเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเองก็ไม่คาดกันว่าโลกใบนี้จะมีสิ่งนี้อยู่ด้วย มันเป็นสิ่งของเวทมนต์ และเป็นสมบัติจากยุคโบราณที่สืบทอดอยู่ในโลก 9 ทวีปแห่งนี้

ในตำนานกล่าวไว้ว่าผู้ที่ถือครองแท่นเคลื่อนย้าย จะสามารถเคลื่อนที่ไปอีกจุดหนึ่งที่กำหนดไว้ได้ในทันที ซึ่งตอนนี้ทั้ง 9 จุดนั้นถูกตั้งอยู่ภายในเมืองหลวงของแต่ละมหาทวีป ส่วนเรื่องของผู้ที่เป็นคนวางจุดเคลื่อนย้ายแต่ละจุดนั้นต่างไม่มีใครรู้จักและไม่มีใครรับรู้

ดังนั้นชิงสุ่ย เองก็ยังปรารถนาที่จะได้รับแท่นเคลื่อนย้าย ซึ่งมันจะทำให้เขาช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก และยังช่วยเขาสามารถหลบหนีได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้อีกด้วย

แรงลมที่ปะทะบนท้องฟ้า ไม่สามารถสร้างความบาดเจ็บให้กับผู้ที่บรรลุระดับเทวะเซียนเทียน แต่ถ้าหากเป็นคนธรรมดา พวกเขาไม่แม้แต่จะสามารถทนต่อพายุเหล่านั้นได้ พวกเขาไม่อาจหายใจได้เนื่องจากแรงลมพายุที่พัดผ่านรุนแรงราวกับใบมีด

ภายใต้แรงลม ถ้าหากพวกเขามีสิ่งจำเป็นที่จะต้องพูด พวกเขาจะใช้พลังปราณเทวะเซียนเทียนในการพูดคุย เพราะมิฉะนั้นพวกเขาจะไม่มีทางได้ยินเสียงกันและกัน ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะไม่พูดระหว่างที่บินอยู่บนอากาศ

ท่ามกลางผืนนภาที่ดูกว้างใหญ่และไร้จุดจบ มันทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยที่ไร้ความสำคัญและโดดเดี่ยว แต่การที่ได้มองเห็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่มันยิ่งทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกสงบจิตใจ

พวกเขายังคงบินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งกาลเวลาหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้นก็มาถึง ชางห่ายหมิงเยวี่ยมองไปที่ชิงสุ่ยและกล่าวว่า "เมืองเยียนอยู่ข้างหน้านี้ ข้าจะปล่อยให้สัตว์อสูรทั้งสองไปพักผ่อนแล้วพวกเราก็จะไปอาหาร พวกเราจะพักอยู่ที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนที่จะออกเดินทางต่อ

เมื่อชิงสุ่ยได้ยินคำว่า "เมืองเยียน"เขารู้สึกแสบร้อนในจิตใจ แต่อย่างไรเขาก็ได้กล่าวไว้แล้วว่าการเดินทางของเขาจะไม่หยุดลงที่เมืองเยียนในตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาจะได้สัมผัสบรรยากาศภายในเมืองด้วยการเดินผ่าน

อีก 1 ชั่วโมงถัดมา พวกเขาได้ลงจากสัตว์อสูร และได้ทำการเช่ารถม้าเพื่อเดินทางเข้าไปรับประทานอาหาร ณ โรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเยียน " โรงเตี๊ยมเมเปิ้ลแดง"

ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเยียนไม่ได้แตกต่างจากอาณาจักรชางหลางมากนัก เรียกได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกัน ในตอนนี้ชิงสุ่ย ห่าวหยุนลิ่วลี่ และชางห่ายหมิงเยวี่ยนั่งเบียดเสียดอยู่บนรถม้าที่มีขนาดเล็ก ที่นั่งของมันนั้นเล็กจนไม่อาจให้คน 3 คน นั่งได้อย่างเพียงพอ

ที่นั่งระหว่างชิงสุ่ยกับชางหายหมิงเยวี่ยนั้นมีห่าวหยุนลิ่วลี่ขั้นกลาง ซึ่งชางห่ายหมิงเยวี่ยตัดสินใจนั่งห่างจากชิงสุ่ยโดยไม่ลังเล

แม้ว่าตัวของเขานั้นจะถูกล้อมรอบด้วยสาวงาม แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพอใจ ในตอนนี้สายตาที่ปรากฏบนใบหน้าของชางห่ายหมิงเยวี่ยนั้นยังคงเต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจ เธอยังคงไม่สนใจชิงสุ่ยแม้แต่น้อย จนแทบทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกได้ถึงความรังเกียจ

"ลิ่วลี่ เจ้ามานั่งที่ข้าสิ ข้าอยากให้เจ้าได้มองดูบรรยากาศโดยรอบว่ามันงดงามแค่ไหน"ชิงสุ่ยกล่าว

"อืมมมม"ห่าวหยุนลิ่วลี่ ตอบตกลงอย่างรวดเร็วและแลกเปลี่ยนที่นั่งกับชิงสุ่ย

ชางห่ายหมิงเยวี่ยหันมามองที่ชิงสุ่ยก่อนที่เธอจะหันออกไปมองดูบรรยากาศโดยรอบ เธอยังคงไร้ซึ่งการแสดงออกได้

ชิงสุ่ยเห็นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยการจราจรที่เบียดเสียดของรถม้า มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เสียงผู้คนกำลังต่อราคาเพื่อให้ได้ของที่ดีที่สุดดังราวกับฝูงผึ้ง

เมื่อพวกเขาเดินผ่านอีกทางแยกหนึ่ง เขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน อย่างไรก็ตามเสียงที่ดังออกมานั้นทำให้ชิงสุ่ยถึงจะตื่นตระหนก

"นายหญิงจากตระกูลเยียนที่กำลังขายใบชา นี่มันเป็นความอัปยศของตระกูลเยียนจริงๆ"เสียงของผู้หญิงโห่ร้องดังขึ้น

" นางเป็นนายหญิงเพียงแค่ในนามเท่านั้น ดูเหมือนนายร้อยหญิงของตระกูลเยียนตรงไหนกัน?อย่าว่าแต่นายหญิงเลย แม้แต่คนรับใช้นางก็ยังเทียบไม่ได้เลย แต่มันคงไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกถ้าหากนางจะพึ่งพาความพยายามของตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอด" ชายชราคนหนึ่งกล่าวอย่างนิ่มนวล

"หยุดรถก่อนสารถี!!!!"ชิงสุ่ยตะโกน

ชิงสุ่ยรีบออกจากรถม้าได้ทันทีโดยไม่พูดจาใดๆกับใครทั้งสิ้น

"อาจารย์ มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ?"ห่าวหยุนลิ่วลี่ถามชางห่ายหลิ่วลี่ความรู้สึกเป็นห่วง

"ไปกันเถอะ พวกเราจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

ชางห่ายหมิงเยวี่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ก็ออกจากรถม้าเช่นกัน "สารถี โปรดรอพวกข้าสัก 15 นาที ถ้าหากข้าไม่กลับมา ท่านก็ไปได้เลย"

หลังจากกล่าวจบ ห่าวหยุนลิ่วลี่ก็ได้ส่งบัตรเงินแก่สารถีเพื่อเป็นเครื่องรับรอง

ชิงสุ่ยเดินไปตามทางของฝูงชน ความสามารถในการได้ยินของเขานั้นอยู่ในระดับที่เหนือกว่าคนปกติ มันจึงทำให้เขาได้ยินเสียงแม้ว่ามันจะอยู่ในระยะทางที่ไกลมาก

"เห้อ เด็กน้อยคนนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ แม้ว่าเธอจะเป็นนายหญิงจากตระกูลเยียน แต่เธอกลับโชคร้ายยิ่งกว่าเด็กที่เกิดในครอบครัวสามัญชนเสียอีก"ป้าคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจ

ชิงสุ่ยเดินอย่างช้าและแทรกฝูงชนจนไปอยู่บริเวณข้างหน้า

"นายน้อยเสี่ยว คนนี้ใช่ลูกพี่ลูกน้องของท่านหรือเปล่า? คนที่ขายใบชาน่ะ?"เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งร้องตะโกนด้วยความตกใจ

"ฮ่าๆๆๆ ลูกพี่ลูกน้อง? นางสมควรได้รับตำแหน่งนี้ด้วยหรือ? เธอไม่ใช่ลูกสาวของป้าข้า แต่นางเป็นเด็กนอกสมรสของตระกูลเยียน"เสียงชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความรังเกียจ

"แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ยอมให้ข้าแต่ต้องตัวนางล่ะ? นางทั้งน่ารักและมีเสน่ห์ยั่วยวนเกินใจข้าเหลือเกิน"ชายหนุ่มกล่าวด้วยความหยาบคาย

"เจ้าคงไม่รักชีวิตของเจ้าแล้วสินะ? เจ้าเชื่อหรือไม่ว่ากั่วโผหลูจะสังหารคนในครอบครัวของเจ้าทั้งหมดก่อนที่เจ้าจะได้สัมผัสนาง ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้น แม้แต่ข้าก็คงช่วยเจ้าไม่ได้"เพื่อนของชายหนุ่มที่ชื่อว่านายน้อยเสี่ยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูเกลียดชัง

"ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมไม่มีใครกล้าข่มขู่เธอเลยแม้ว่าเธอจะเดินอยู่ข้างถนนก็ตาม หรือว่ากั่วโผหลูจะชอบนาง?ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมเขาถึงไม่พานางไปอยู่ด้วยล่ะ?"

"กั่วโผหลูอยากที่จะทำเช่นนั้นมาก และเขาได้กล่าวสาบานไว้ว่าเขาจะต้องได้แต่งงานกับเธอเท่านั้น แต่หญิงโง่คนนี้ก็ไม่ได้มีท่าทีจะสนใจเขาเลย"

ชิงสุ่ยได้แฝงตัวเข้าไปในคนกลุ่มนั้น เขามักจะเห็นรถเข็นที่ขายใบชาทั่วไปซึ่งมักจะพบบริเวณใกล้ภูเขาหรือใกล้ฝั่งแม่น้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ใบชาเหล่านั้นก็ถูกเลือกและเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถัน

เมื่อชิงสุ่ยได้เห็นหน้าหญิงสาวเบื้องหลังรถเข็นขายใบชา ทันใดนั้นเขาก็เกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดซึ่งไม่เหมือนครั้งใดมาก่อน เพียงแค่เห็นรูปลักษณ์ของเธอ เขาก็แน่ใจได้เลยว่าเด็กหญิงคนนี้จะต้องเป็นพี่สาวของเขาที่หายไปจากชีวิตของแม่ของเขาตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ใบหน้านั้น  70% คล้ายคลึงกับใบหน้าแม่ของเขา อีกครั้งเธอยังเป็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเช่นกัน และเมื่อชิงสุ่ยเห็นเครื่องหมายสีแดงที่มีขนาดเท่าเม็ดถั่วบริเวณมุมดวงตาของเธอ เขายิ่งมั่นใจในตัวตนของเธอมากขึ้น ร่างที่สูง เรียวบาง และดูอ่อนแอ แม้ว่าเธอจจะดูผอมแต่โดยรวมแล้วถือได้ว่าเธอยังคงมีรูปร่างที่ดี

ชิงสุ่ยต้องการพาเธอออกไปจากที่แห่งนี้ ต้องการพาเธอกลับไปหาแม่ของเขาและปกป้องเธอ แต่ถ้าหากเขาทำเช่นนั้นสิ่งเลวร้ายที่ตามมา ในตอนนี้ความแข็งแกร่งในตัวเขาเองมากพอที่จะรับมือภัยพิบัติที่เขาอาจก่อให้กับตระกูลชิงได้ เขาจึงจำใจระงับความต้องการเหล่านั้น มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้

เมื่อเขาเห็นสภาพที่น่าสังเวช จิตใจของชิงสุ่ยก็รู้สึกเจ็บปวด เขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมมันถึงเจ็บปวด ใบหน้าของเขาเริ่มซีดลงเล็กน้อย!!

ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน มันเป็นใบหน้าที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในคนที่มีอายุเท่าเธอ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความไม่แยแสต่อสิ่งใด ทุกสิ่งทุกอย่างสะท้อนออกมาภายใต้สายตาของเธออย่างชัดเจน  ชิงสุ่ยไม่อาจรับรู้ได้ถึงความแค้นที่ใด และไม่อาจรับรู้ถึงความปรารถนาใดๆเลย

ชิงสุ่ยเริ่มสังเกตเห็นว่ามีคนจำนวนมากกำลังยืนมุงล้อม แต่กลับไม่มีใครซื้อใบชาเหล่านั้นเลย

"เออ ท่าน ทำไมมีผู้คนมากมายแต่กลับไม่มีใครซื้อใบชาเหล่านั้นเลย?"ชิงสุ่ยกล่าวถามชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆเขา

"เห้อ ถ้าหากไม่เป็นเพราะนายน้อยเสี่ยวคนนี้ ก็คงจะมีคนกล้าเข้าไปซื้อใบชาเหล่านั้น"ชายชราถอนหายใจและกล่าวตอบ

"ท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่? ข้าเองกำลังคิดว่าข้าจะไปซื้อใบชาเหล่านั้น"ชิงสุ่ยกำลังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพี่สาวในสายเลือดของเขา

"เห้อ ถ้าหากเจ้าต้องการจะซื้อใบชา เจ้าก็ควรรอให้นายน้อยเสี่ยวจากไปเสียก่อน"ชายชราถอนหายใจอีกครั้งและไม่กล่าวคำพูดใดๆอีก

ชิงสุ่ยกำลังมองดูพี่สาวของเขายืนสงบ เขาอยากรู้ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนกันที่ทำให้หญิงสาวอายุ 19 ปีถูกเติมเต็มไปด้วยความมืดมนได้มากขนาดนี้

"ท่านอาจารย์ ดูนั่นสิ ชิงสุ่ยกับหญิงสาวคนนั้นช่างดูคล้ายกันมาก"ห่าวหยุนลิ่วลี่กล่าวกับชางห่ายหมิงเยวี่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ชางห่ายหมิงเยวี่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ติดตามชิงสุ่ยมาโดยตลอด และดูสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ไม่ไกลจากเขา

เมื่อชิงสุ่ยต้องการที่จะก้าวออกไปซื้อใบชาเหล่านั้น ชายอายุ 30  ซึ่งแต่งตัวสะอาดสะอ้านเดินแทรกขึ้นมาข้างหน้ารถเข็น

"ทั้งหมดนี้ พวกข้าต้องการจะซื้อมัน"หนึ่งในคนเหล่านั้นชี้ไปที่ครึ่งหนึ่งของใบชาและกล่าวออกมา

"ฮ่าๆๆ กั่วโผหลูจะต้องส่งพวกเขามาอย่างแน่นอน มิเช่นนั้น นางคงจะต้องตายด้วยความอดอยากบนถนนแห่งนี้อย่างแน่นอน"

ชิงสุ่ยในตอนนี้ก็อยากรู้เรื่องราวของกั่วโผหลูอย่างมาก คนที่สามารถต่อต้านในน้อยเสี่ยวได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา ดูเหมือนว่าตระกูลกั่ว หรือตัวของกั่วโผหลูจะต้องมีบุคคลที่แข็งแกร่งสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

"ฮ่าๆๆ เจ้ารู้สึกยังไงบ้างล่ะ? เจ้าคงจะเสียใจที่ไม่ฟังคำสอนป้าของข้าแล้วสินะ?"

เมื่อชิงสุ่ยได้ยินน้ำเสียงที่น่าขยะแขยง เขาก็ขมวดคิ้ว ในตอนนี้ก้อนหินเล็กๆในมือของเขา พร้อมที่จะทำลายใบหน้าที่น่ารังเกียจ แต่เมื่อชิงสุ่ยมองกลับไปยังชางห่ายหมิงเยวี่ยที่กำลังส่ายหน้า

เสียงซุบซิบของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน ชิงสุ่ยที่กำลังต้องการรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงได้ใช้เงินส่วนหนึ่งในการเปิดปากเพื่อให้นางเล่า

" เมื่อ 5 ปีที่แล้ว นายหญิงผู้ที่เป็นป้าของนายน้อยหนุ่มคนนั้นต้องการให้นางแต่งงานกับตระกูลของนางเพื่อที่จะยกตระกูลของนางให้เป็นตระกูลที่แข็งแกร่ง แต่เยียนชิงชิงก็ปฏิเสธการแต่งงานเหล่านั้น จึงทำให้นายหญิงเสี่ยวโกรธแค้นและพยายามใช้วิธีที่น่ารังเกียจเพื่อที่จะให้ตระกูลเยียนขับไล่เยียนชิงชิงออกจากตระกูล แต่นางก็ปฏิเสธที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ ซึ่งในตอนแรกเยียนชิงชิงคิดจะใช้ความตายในการจบสิ้นทุกปัญหา แต่นายหญิงเสี่ยวได้บอกกับนางว่า เจ้ายังมีแม่ที่กำลังจะมาหาเจ้า หรือว่าเจ้าไม่อยากจะเจอนานผู้ให้กำเนิดเจ้าล่ะ?"

"มันจึงทำให้นางยังคงไม่ละทิ้งจากสถานที่แห่งนี้ไป นั่นก็เป็นเพราะนางกำลังรอแม่ของนาง และหวังว่าสักวันหนึ่งนางจะได้เจอแม่ของนาง"

ชิงสุ่ยที่ยืนอยู่กำลังจมหายลงไปในความรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่อาจพรรณนาได้ เขาโกรธจนตัวสั่นแต่แล้วเขาก็ได้รับความรู้สึกอบอุ่นจากมือข้างหนึ่ง

ชิงสุ่ยไม่รู้ว่าตอนไหนกันที่มือของเขาถูกกุมมือโดยห่าวหยุนลิ่วลี่ เธอกำลังมองเขาด้วยความกังวล ในดวงตาของเธอนั้นสะท้อนไปถึงความเจ็บปวด

ชิงสุ่ยบังคับตัวเองฝืนยิ้มออกมา หัวใจจากคนคนนึงจะสามารถสร้างความอบอุ่นให้แก่อีกคนหนึ่งได้!

"ข้าคิดว่าพวกเราควรจากไปตอนนี้ ข้าไม่ต้องการอยู่ที่นี่อีก"ชิงสุ่ยกล่าวด้วยความเจ็บปวด

"เอาล่ะ พวกเราจะจากไปในทันที"ชางห่ายหมิงเยวี่ยตอบโดยไม่ถามสิ่งใด

แต่ก่อนที่ชิงสุ่ยจะจากไป เขาเรียกสลักชื่อกั่วโผหลูเอาไว้ในใจของเขาแล้ว!!!!

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "AST บทที่ 206 - หญิงขายใบชาจากตระกูลเยียน"

4 15 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

god of soul system – ไปผจญภัยในโลกone piece กันเถอะ 397+
god of soul system – ไปผจญภัยในโลกone piece กันเถอะ 397+
มีนาคม 12, 2022
The Mech Touch
The Mech Touch
มีนาคม 12, 2022
The Record of Unusual Creatures  บันทึกลับอพาทเม้นรวมสัตว์มหัศจรรย์
The Record of Unusual Creatures บันทึกลับอพาทเม้นรวมสัตว์มหัศจรรย์
มีนาคม 12, 2022
the city of terror เมืองแห่งความหวาดกลัว
the city of terror เมืองแห่งความหวาดกลัว
มีนาคม 12, 2022
Holistic Fantasy
Holistic Fantasy
มีนาคม 12, 2022
The Beginning After The End ราชาผู้โดดเดี่ยว
The Beginning After The End ราชาผู้โดดเดี่ยว
มีนาคม 12, 2022
Tags:
กำลังภายใน
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz