หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 890: การต่อสู้ของพลังบรรพกาล (1)

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 890: การต่อสู้ของพลังบรรพกาล (1)
Prev
Next
ตอนที่ 890: การต่อสู้ของพลังบรรพกาล (1)

 

หลังจากเดินทางมาได้ 2 วัน ทั้งสามก็เดินทางไปได้หลายแสนกิโลเมตร พวกเขาอยู่ที่ชายแดนอาณาเขตของศาลาวิญญาณสวรรค์แล้วในตอนนี้ เหลืออีกเพียงสองแสนกิโลเมตรกว่ากว่าเท่านั้นก็จะถึงอาณาเขตของศาลาเทพเจ้าแห่งท้องทะเล

นี่เป็นเพราะความเร็วของนูบิสและซี่หวังที่อยู่ในระดับชั้นสวรรค์ที่ 9 และใช้พลังมิติในการเดินทาง ถ้าเป็นเจี้ยนเฉินละก็ คงคงเดินทางไปได้แค่หนึ่งในสามของที่ทำได้ทั้งหมดเท่านั้น

“อีกครึ่งวันพวกเราก็จะถึงที่อาณาเขตของศาลาเทพเจ้าแห่งท้องทะเล พวกเราจะปลอดภัยที่นั่นและพวกเราจะไม่ต้องกังวลว่าจะมีจอมยุทธที่ไหนมาไล่ตามพวกเราอีก” นูบิสพูดในขณะที่เขารีบเคลื่อนไป เขามองไปด้านหลังเรื่อย ๆ ในขณะที่แววแห่งความตึงเครียดปรากฎขึ้นที่ดวงตาของเขา

เซียนผู้คุมกฎหลายคนสะกดรอยตามพวกเขามาอย่างใกล้ชิด พวกเขาทั้งหมดอยู่ในชั้นสวรรค์ที่ 8 และ 9 และเป็นคนจากต่างเผ่ากัน

ทั้งสามคนบินผ่านไปหลายเผ่าอย่างไม่ได้ระวังตัวอะไรซึ่งทำกับเป็นการยั่วยุพวกเผ่าที่พวกเขาผ่านโดยตรง ดังนั้นจึงทำให้มีจอมยุทธบางคนที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของพวกเขาไล่ตามมา พวกเขาต้องการคำอธิบายที่ทั้งสามคนท้าทายเกียรติของพวกเขา

ทั้งสามคนไม่สนใจคนที่สะกดรอยตามมาใกล้เพราะพวกเขาไม่มีเวลาที่จะจัดการกับพวกนี้ การที่จะเข้าไปในอาณาเขตของศาลาเทพเจ้าแห่งท้องทะเลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนที่สุด

พลังแห่งการมีอยู่ที่ยิ่งใหญ่ 3 ดวงได้ขยายขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้านหลังของพวกเขาทั้งสามในตอนนี้ ผู้อาวุโสทั้งสามพุ่งไปที่คนทั้งสามเหมือนสายฟ้า ผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามเกือบที่จะไล่ตามกลุ่มของเจี้ยนเฉินทันแล้ว

ไม่มีใครในพวกเขาทั้งสามคนที่มีพลังเพียงพอที่จะหนีการไล่ตามของเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 5 ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงหยุดเคลื่อนที่ในไม่ช้า

ผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามคนค่อนข้างชรา พวกเขาใส่ชุดสีดำและเคร่งเครียด พลังแห่งการมีอยู่ที่ยิ่งใหญ่ล้อมรอบพวกเขาอยู่และทำให้รอบข้างสั่นไหว พวกเขานั้นน่ากลัวมาก

เซียนผู้คุมกฎจากเผ่าต่าง ๆ เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขามองไปที่ชายชราทั้งสามและหวาดกลัวเนื่องจากกลิ่นอายของพวกผู้อาวุโส พวกเขารู้ว่าชายชราทั้งสามคนนี้อยู่ในระดับความแข็งแกร่งที่น่าหวาดกลัว

อย่างไรก็ตาม ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาเห็นตราที่เหมือนหินสีแดงที่อยู่บนหน้าอกของชายชราทั้งสามคน พวกเขาคำนับทันทีไปที่ชายชราทั้งสามแล้วพูด “พวกเราขอคารวะท่านผู้อาวุโสคุมวินัย”

ผู้อาวุโสคุมวินัยจ้องเขม็งไปที่เจี้ยนเฉินและนูบิสด้วยสายตาเป็นประกายอย่างพิศวง หนึ่งในพวกเขาโบกมือไปที่เซียนผู้คุมกฎที่ไล่คนทั้งสามมาแล้วพูด “พวกเจ้าไม่มีธุระที่นี่แล้ว พวกเจ้าไปได้”

“ขอรับ ท่านผู้อาวุโสคุมวินัย” เซียนผู้คุมกฎจากเผ่าต่าง ๆ ไม่กล้าที่จะไม่เชื่อฟังพวกผู้อาวุโส พวกเขาคำนับอีกครั้งก่อนที่จะถอยห่างออกไปไกล อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้จากไปและดูอยู่ห่างออกไป 10 กิโลเมตร พวกเขาต้องการที่จะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้ผู้อาวุโสคุมวินัยออกมาพร้อมกันถึง 3 คน

สายตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกาย จากพลังแห่งการมีอยู่ของชายชราทั้งสาม เขารู้ว่าผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามคนนี้ไม่ได้อ่อนไปว่าหลิงหยวนซีจากนิกายยิหยวนและไป่ยี่เฟยที่เขาเคยเผชิญหน้ากันมาก่อน พวกผู้อาวุโสทั้งสามนี้นั้นทรงพลังกว่ามากกว่าผู้อาวุโสทั้งสองที่เขาสังหารไปก่อนหน้านี้

“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องร่ายมันอีกครั้ง ถ้าข้าใช้ชีวิตของข้าอีก 1,000 ปี มันน่าจะเพียงพอที่จะสังหารพวกผู้อาวุโสทั้งสามคนนี้ได้” เจี้ยนเฉินคิดในขณะที่สายตาของเขาเป็นประกาย ทางเดียวที่พวกเขาจะหนีไปสำเร็จจากที่นี่คือการร่ายทักษะเท่านั้นเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว เขาได้สังหารผู้อาวุโสทั้งสองของศาลาวิญญาณสวรรค์ไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นก็เท่ากับว่าพวกเขาเป็นปฏิปักษ์กับศาลาไปแล้ว มันคงยากที่เขาจะแก้ปัญหานี้ด้วยสันติวิธี

อย่างไรก็ตาม การต้องเสียอายุขัย 1,000 ปีไปนั้นเป็นอะไรที่หนักหนามาก มันทำให้เจี้ยนเฉินลังเล เขาเสียอายุขัยไป 1,000 ปีแล้วในการ่ายทักษะเมื่อสองครั้งก่อน ถ้าเขาเสียอายุขัยไปอีก 1,000 ปี มันก็เท่ากับเขาเสียไปทั้งหมด 2,000 ปี เขาคงเหลือชีวิตอยู่ไม่ถึง 1,000 ปี

“ปราณของผู้คุมกฎ ทั้งสองคนนี้มีปราณของผู้คุมกฎจริง ๆ ” ผู้อาวุโสคุมวินัยกวาดสายตาสลับไปมาระหว่างเจี้ยนเฉินและนูบิสในขณะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ผู้อาวุโสทั้งสองคนถูกพวกเจ้าสังหารไปหรือเปล่า ? ” ผู้อาวุโสถามทั้งสามหลังจากสักพัก

“ถูกต้อง พวกเขาถูกสังหารโดยพวกเรา พวกเจ้าต้องมาเพื่อล้างแค้นเป็นแน่” เจี้ยนเฉินตอบกลับอย่างเป็นปกติ เขาเตรียมตัวที่จะร่ายเทพจุติทุกเมื่อ

ผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามคนส่ายหัวอย่างนุ่มนวล หนึ่งในนั้นพูดออกมา “พวกเราจะไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเจ้า ท่านผู้อาวุโสประจำศาลาต้องการที่จะพบพวกเจ้าเท่านั้น ดังนั้นได้โปรดมากับพวกเราด้วย ถ้าพวกเจ้าปรารถนาที่จะเข้าร่วมกับพวกเรา ข้าเชื่อว่าท่านผู้อาวุโสประจำศาลาต้องไม่เอาเรื่องที่พวกเจ้าสังหารผู้อาวุโสทั้งสองแน่” ผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามปรากฏขึ้นตรงหน้าเจี้ยนเฉินและอีกทั้งสองคนหลังจากนั้น พวกเขาไม่รอคำตอบและเผชิญหน้าเข้ามาโดยตรง ผู้อาวุโสคุมวินัยยืนหนึ่งต่อหนึ่งกับพวกเขาทั้งสาม ผู้อาวุโสยื่นมือออกไปเพื่อที่จะคว้าเอาพวกเขาไว้

สายตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายแน่วแน่ เขาทำผนึกที่มือทันทีและชูมือขึ้นเหนือหัว เขากำลังจะร่ายทักษะต้องห้าม

อย่างไรก็ตาม ตาของเจี้ยนเฉินก็หรี่เล็กลงในวินาทีสำคัญนี้ มุมปากของเขาบิดเล็กน้อยด้วยรอยเหยียดและเขาก็หยุดร่ายทักษะ

พลังแห่งการมีอยู่ที่ยิ่งใหญ่อีก 4 ดวงได้ขยายขึ้นอย่างรวดเร็วจากรอบ ๆ เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นมาสี่เสียงแล้วร่างสี่ร่างก็เข้ามาใกล้ที่บริเวณนั้นด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ พวกเขามาถึงที่เส้นขอบฟ้า แต่ในไม่กี่อึดในพวกเขาก็มาหยุดตรงหน้าผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสาม พวกเขารักษาระยะห่างอยู่ 20 เมตร

พวกนั้นเป็นชายวัยกลางคน 2 คนและชายชรา 2 คน พวกเขามีรูปอสรพิษที่ดูมีชีวิตชีวาปักอยู่บนเสื้อสีฟ้าของพวกเขา ตาของอสรพิษเป็นสีแดงและดูดุร้ายอย่างน่ากลัว มันเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมของมันซึ่งส่องแสงเย็นชา รูปลักษณ์ของมันเพียงพอที่จะให้ผู้คนสั่นกลัว

การปรากฏตัวของคนทั้งสี่ทำให้ท่าทางของผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามคนเปลี่ยนไปทันที หนึ่งนั้นตะโกนออกมา “แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ของศาลาเทพเจ้าอสรพิษ พวกเจ้าเป็นคนต่างศาลา พวกเจ้ากล้าที่จะผ่านเข้ามาในอาณาเขตของศาลาวิญญาณสวรรค์ของพวกเราได้อย่างไร ? ”

เห็นได้ชัดว่าว่าผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามกลัวแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่มาก

“ผู้อาวุโสประจำศาลาของพวกเราได้แจ้งกับศาลาวิญญาณสวรรค์ของพวกเจ้าแล้ว พวกเรามาไล่ล่าศัตรูของพวกเรา พวกเราเลยเข้ามาที่อาณาเขตของเจ้า” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ หลังจากนั้น เขาก็มองไปที่คนทั้งสามที่อยู่ในมือของผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามแล้วพูดออกมา “พวกเขาเป็นศัตรู ข้าหวังว่าพวกเจ้าทั้งสามจะส่งตัวพวกนั้นมาให้พวกข้า เมื่อเราสำเร็จภารกิจของพวกเราแล้ว พวกเราจะออกจากอาณาเขตของพวกเจ้าทันที”

“ไม่ ทั้งสามคนนี้ได้สังหารผู้อาวุโสของศาลาวิญญาณสวรรค์ไป พวกเขาเป็นอาชญากรของศาลาวิญญาณสวรรค์ พวกเรามาภายใต้คำสั่งของผู้อาวุโสประจำศาลาเพื่อให้พาพวกนี้กลับไป เพื่อที่ท่านผู้อาวุโสประจำศาลาจะได้ลงโทษพวกนี้ได้ พวกเราจะไม่ส่งพวกนี้ให้กับพวกเจ้า” ผู้อาวุโสคุมวินัยคำรามกลับไป เขาไม่ยอมถอย

 “พวกเราจะเอาคนพวกนี้ไป ! ” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ตอบกลับ กลิ่นอายอันทรงพลังเริ่มที่จะเปล่งออกมาจากพวกเขาทั้งสี่ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะต่อสู้

“พวกเราต้องสู้กันแล้วถ้าเป็นแบบนี้” ผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามคนไม่ยอมแสดงท่าทีอ่อนแอ จิตต่อสู้พุ่งพวยขึ้นจากพวกเขา พวกเขาโยนเจี้ยนเฉิน นูบิส และซี่หวังออกไปที่ข้าง ๆ พร้อม ๆ กัน พวกเขาชักเอาอาวุธออกมาและเริ่มที่จะต่อสู้กับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่

การต่อสู้ระหว่างเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 5 นั้นน่าประทับใจมาก ทันทีที่พวกเขาปะทะกัน พลังงานที่น่ากลัวที่หลงเหลืออยู่ก็ระเบิดออกมาและทำลายล้างไปรอบ ๆ บริเวณ มันปกคลุมรัศมีหลายสิบกิโลเมตร

 

เจี้ยนเฉิน นูบิส และซี่หวังได้รับผลกระจากคลื่นพลังงานที่รุนแรง พวกเขาถูกกระแทกกระเด็นไปไกล ร่างที่อ่อนแอของซี่หวังเริ่มค่อนข้างซีดลง เขาได้รับบาดเจ็บจากพลังงานที่เหลืออยู่

แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะอ่อนแอกว่าซี่หวัง แต่ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งกว่า คลื่นพลังที่ทรงพลังจากการต่อสู้ได้กระแทกเข้าที่หน้าอกขแงเขาเหมือนเจอกระแทกด้วยหินก้อนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นแค่ทำให้ร่างของเขาสั่นเพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลกระทบอะไรมาก

ในอีกมุมหนึ่ง นูบิสก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพราะว่าเขานั้นอยู่ห่างจากระดับเซียนราชาอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น และความแข็งแกร่งของเขาใกล้เคียงกับเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 2 พลังงานที่หลงเหลือจากการต่อสู้ระหว่างเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 5 ไม่สามารถที่จะทำอันตรายกับเขาได้

เซียนผู้คุมกฎหลายคนที่ตามกลุ่มของเจี้ยนเฉินมาไม่ได้อยู่ได้อย่างสบาย ๆ เหมือนอย่างเจี้ยนเฉินในขณะที่พวกเขาดูอยู่ห่างออกไป 10 กิโลเมตร เซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 9 ถอยกลับไปและหน้าซีด ในขณะที่จอมยุทธชั้นสวรรค์ที่ 8 นั้นมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก การบาดเจ็บของพวกเขาแย่ยิ่งกว่า

บริเวณที่ผู้อาวุโสคุมวินัยและแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ต่อสู้กันนั้นเต็มไปด้วยพลังงานที่รุนแรง มิติบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาพพร่ามัวรอบ ๆ พวกเขา

“พวกเจ้ายืนทำอะไรกันอยู่ ? ไปกันเถอะ” นูบิสพุ่งออกไปในขณะที่เขาดึงเจี้ยนเฉินและซี่หวังไปด้วย การต่อสู้ระหว่างเซียนราชานั้นน่าตื่นตาตื่นใจมากแต่พวกเขาก็ไม่ว่างพอที่จะนั่งดูมัน

“ข้าโชคไม่ดีจริง ๆ  ในครั้งนี้ ข้าจบแล้ว ข้าได้ไปทำให้ศาลาวิญญาณสวรรค์และศาลาเทพเจ้าอสรพิษโกรธเข้าในเวลาเดียวกัน ถ้าไปทำให้ศาลาเทพเจ้าแห่งท้องทะเลโกรธอีก คงไม่มีที่ไหนเหลือให้ข้าอยู่อีกแล้วในอาณาจักรทะเลที่กว้างใหญ่นี้ การติดตามพวกเจ้าเป็นอะไรที่โง่ที่สุดที่ข้าเคยเลือกทำ” ซี่หวังสบถออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว เขารู้สึกเหมือนว่าเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม

เขาถูกไล่ล่าจากศาลาเทพเจ้าอสรพิษทันทีที่เขาถูกล่อจากน้ำศักดิ์สิทธิ์ของโลกจากเจี้ยนเฉิน เขาหนีมาถึงดินแดนของศาลาวิญญาณสวรรค์ได้สำเร็จอย่างยากลำบากมาก แต่เขายังมาถูกศาลาวิญญาณสวรรค์ไล่ตามอีกก่อนที่พวกเขาจะทันได้พักด้วยซ้ำ สุดท้ายเขายังไปยั่วยุผู้อาวุโสคุมวินัยทั้งสามและแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่อีก

ในตอนที่พวกเขาหนีออกมาได้ 100 กิโลเมตร แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งมาจากเขตต่อสู้และมุ่งหน้าไปที่พวกเขาทั้งสาม

“พวกเราจะให้พวกเขาถูกพาตัวไปไม่ได้” ผู้อาวุโสคุมวินัยตะโกนออกมา เขาทิ้งคู่ต่อสู้ของเขาและพุ่งออกมาจากการต่อสู้ และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ก็ตามมา

“ข้าเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้า ถอยไปซะ ! ” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ได้เปรียบในเรื่องจำนวน หนึ่งในพวกนั้นไล่ตามผู้อาวุโสคุมวินัยไปและตามติดเขาเพื่อทำให้เขาวุ่นวายอยู่

ผู้อาวุโสคุมวินัยถูกทำให้วุ่นวายอยู่กับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์อยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงในขณะที่เขามองดูแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เข้าใกล้ไปที่กลุ่มของเจี้ยนเฉินเรื่อย ๆ เขารู้ว่าเมื่อพวกเจี้ยนเฉินทั้งสามถูกพาไป พวกเขาคงปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จแน่เพราะพวกเขาวุ่นวายอยู่กับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์อีก 3 คนที่เหลืออยู่

สายตาของผู้อาวุโสคุมวินัยเป็นประกายเย็นชาในขณะที่เขาคิดมาถึงจุดนี้ เขาร้องออกมาทันที “คลื่นฝ่ามือเก้าชั้น ! ” คลื่นฝ่ามือเก้าชั้นเป็นทักษะเซียนที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง มันทรงพลังมากกว่าทักษะการต่อสู้ระดับสวรรค์มาก และถึงขั้นทักษะการต่อสู้ระดับเซียนเทียม

ผู้อาวุโสคุมวินัยโจมตีด้วยฝ่ามือทั้งเก้าออกไป ฝ่ามือทั้งเก้าซ้อนกันเป็นชั้น ๆ และยิ่งทรงพลังมากขึ้นในฝ่ามือที่ตามตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ามือสุดท้ายนั้นทรงพลังมาก มันรวมเอาพลังการโจมตีจากการโจมตีทั้งแปดครั้งที่แล้วมา มันมีผลกระทบมากซึ่งทำให้พลังของมันเพิ่มขึ้นไปมากกว่านั้นอีก

แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ของศาลาเทพเจ้าอสรพิษรับการโจมตี 5 ครั้งแรกได้อย่างสำเร็จ จากการโจมตีหกจากแปดครั้ง เขาเริ่มที่จะหน้าซีดและมีเลือดไหลออกมาที่มุมปากของเขา

ด้วยการมาถึงของการโจมตีครั้งที่ 9 เขาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก และถอยกระเด็นไปในขณะที่เขากระอักเลือดออกมา

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 890: การต่อสู้ของพลังบรรพกาล (1)"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

นครแห่งบาป
นครแห่งบาป
มีนาคม 12, 2022
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
มีนาคม 12, 2022
อหังการ์การล้างแค้น
อหังการ์การล้างแค้น
มีนาคม 12, 2022
กินอาหารผ่านโลกเกม
กินอาหารผ่านโลกเกม
มีนาคม 12, 2022
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz