หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 652: ตระกูลเทียนมู่

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 652: ตระกูลเทียนมู่
Prev
Next

ตอนที่ 652: ตระกูลเทียนมู่

เสียงคุ้น ๆ นี่ทำให้เจี้ยนเฉินรู้ตัว เขาหันกลับไปพร้อมกับทำท่าทีอึ้ง เจี้ยนเฉินเห็นคน 3 คนโผล่ขึ้นมา คนที่สะดุดตาที่สุดคือผู้หญิงที่อยู่ตรงกลาง จากรูปร่างหน้าตาของนางแล้ว นางอายุอย่างมากก็ประมาณ 20 ปีเศษ นางสวมชุดสีแดงและมีสายคาดผูกอยู่ที่เอว หน้าตาของนางนั้นอย่างกับหลุดออกมาจากภาพวาด แขนขาว ๆของนางนั้นเผยให้เห็นสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ทำให้มันดูเปล่งปลั่งอย่างมาก เมื่อรวมกับขาเรียวยาวคู่สวยของนาง นางคือผู้หญิงในฝันที่ผู้ชายหลายคนต้องการจะมองดูใกล้ ๆ

ด้วยหน้าตาของนาง ไม่ต้องเดาเลยว่าหลาย ๆ อาณาจักรคงต้องยอมสยบให้กับนางแน่ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับ โหยวเยว่หรือหวงหลวนแล้ว ผู้หญิงคนนี้ยังคงด้อยไปบ้าง แต่แม้ว่าจะด้อยกว่า นางก็มีความงดงามที่หาได้ยาก เสน่ห์ที่ผู้หญิงควรจะมีนั้นนางได้เผยออกมาให้เห็น ซึ่งมีระดับเหนือกว่าโหยวเยว่หรือหวงหลวนอย่างเห็นได้ชัด

ตรงข้าง ๆ ของผู้หญิงคนนั้นคือชายหญิงชราคู่หนึ่ง ทั้งคู่นั้นสวมเสื้อผ้าธรรมดาและเท่าที่ดูแล้ว ทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นคู่รักกัน

“เทียนมู่หลิง นั่นเจ้านี่เอง ! ” เจี้ยนเฉินจำได้ เขาตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้คือหนึ่งในไม่กี่คนที่เป็นผู้เยาว์ที่โดดเด่นซึ่งเข้าร่วมในการชุมนุมทหารรับจ้าง

“ฮิ ๆ ๆ น้องเจี้ยนเฉิน ข้าไม่คิดว่าท่านจะจำข้าได้ ข้ารู้สึกค่อนข้างดีใจอย่างมาก” เทียนมู่หลิง มองไปที่ เจี้ยนเฉินด้วยความสนใจอย่างมาก มือขวาของนางปิดปากเพื่อซ่อนอาการหัวเราะที่มี “น้องเจี้ยนเฉิน นี่ก็หลายปีมาแล้ว ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาได้ไกลขนาดนี้ มันยากที่จะเชื่อว่าเจ้านั้นสามารถสู้กับเซียนผู้คุมกฎได้ แต่คุณหนูผู้คงได้แต่คารวะเจ้า”

เขามองไปที่เสื้อเปื้อนเลือดของเขา เจี้ยนเฉินฝืนยิ้มออกมา “เทียนมู่หลิงหยุดล้อเลียนข้าเสียที ในตอนที่ข้าต่อสู้กับเซียนผู้คุมกฎ ข้าไม่ได้ทำอย่างอื่นเลยนอกจากรับการโจมตีเท่านั้น”

นางหยุดหัวเราะก่อนจะพูดขึ้น “น้องเจี้ยนเฉิน เจ้าสามารถพึ่งพาพี่สาวคนนี้ก็ได้ ข้าสามารถปกป้องเจ้าได้และแม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะน้อยกว่าเจ้าในฐานะเซียนปฐพี แต่พี่สาวผู้นี้รับรองได้เลยว่าไม่มีเซียนผู้คุมกฎคนใดกล้ารังแกเจ้า”

หัวใจของเจี้ยนเฉินแทบจะหยุดเต้น จากที่นางเพิ่งพูดไป เขาเดาได้เลยว่าตระกูลของเทียนมู่หลิงนั้นทรงพลังอย่างมาก ซึ่งคนที่รวมตัวกันในวันนี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้แน่

เจี้ยนเฉินมองอย่างสงสัยไปที่สองคนที่มากับนาง เขารู้ทันทีเลยว่าบุคคลสองคนนี้ต้องแข็งแกร่งอย่างมากแน่ ๆ

“ช่างมันเถอะ พวกเราโชคร้ายเอง ทำไมมนุษย์ที่แข็งแกร่งนี่มักจะโผล่มาทีละคน ๆ ? ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม่นางคนนั้นเองก็อยู่ในขั้นสุดยอดของเซียนผู้คุมกฎ อีกแค่ก้าวเดียวเขาก็เข้าสู่เซียนราชาและสตรีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็เป็นอยู่ในชั้นสวรรค์รที่ 8 ทั้งสองคนสามารถหยุดเซียนผู้คุมกฎทุกคนที่นี่ได้ถ้าพวกเขาต้องการ” นูบิสบ่นกับเจี้ยนเฉิน

หัวใจของเจี้ยนเฉินเกือบจะหยุดเต้นอีกครั้งพร้อมกับมองอย่างตกใจไปที่ผู้อาวุโสทั้งสองที่อยู่ข้าง ๆ เทียนมู่หลิง เขาตกใจอย่างมากกับข้อมูลที่นูบิสเพิ่งบอก เขาไม่คิดว่าเทียนมู่หลิงจะสามารถจัดการคนแข็งแกร่งเช่นนี้ได้ ผู้อาวุธโสทั้งสองนั้นอยู่ในชั้นสวรรค์ที่ 8 และ 9 !

เมื่อเห็นเจี้ยนเฉินเงียบ เทียนมู่หลิงก็มองไปที่ผู้อาวุโสที่อยู่ข้าง ๆ นางและนางก็จับเข้าที่มือของทั้งคู่ “ท่านปู่จุน ท่านย่าหวัง ท่านต้องช่วยน้องเจี้ยนเฉินนะ ? ข้าจะไม่สนใจท่านเลย ถ้าท่านไม่ช่วยเขา ! ”

“ฮ่าฮ่า ดีมาก ดีมาก งั้นเราจะช่วยเขาเพื่อเจ้า ข้าเป็นท่านปู่ที่แสนดี ตราบใดที่น้องเจี้ยนเฉินของเจ้านั้นรับปากกับเรา พวกเราจะช่วยเขา” ท่านปู่จุนนั้นตอบกลับอย่างเอ็นดู แววตาของเขานั้นไม่ได้ซ่อนความรู้สึกที่เขามีเลย ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดเลยว่าเขาเห็นเทียนมู่หลิงนั้นสำคัญมากที่สุด

“ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ดูดี ไม่หยิ่งทะนงแถมยังมีเหตุและผล ไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ไม่รู้อะไรเลยแต่กลับหยิ่งยโส พรสวรรค์ของเขานั้นวิเศษและศักยภาพของเขาเองก็ใช่ย่อย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเติบโตมาได้ค่อนข้างหล่อเหลา เหมาะสมกับหลิงเอ๋อของเรา ท่านย่าคนนี้ให้ผ่าน” คนที่ชื่อท่านย่าหวังหัวเราะออกมา

“ท่านย่าหวัง อย่าพูดไร้ความผิดชอบอย่างนั้นสิ พวกเราสองคนมีแต่ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ต่อกันเท่านั้น มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดไว้” เทียนมู่หลิงบ่นออกมาพร้อมกับเม้มปาก

สตรีคนนั้นยิ้มออกมาและพูดขึ้น “ ใช่ ๆ ๆ มันเป็นแค่ฝันกลางวันของหญิงชราผู้นี้เอง ย่าของเจ้าจะไม่พูดมันอีก ดังนั้นอย่าโกรธไปเลย หลานสาวของข้า”

“แน่นอนว่าข้าไม่ ! ” เทียนมู่หลิงยิ้มออกมาก่อนที่จะหันหน้าไปหา เจี้ยนเฉิน “น้องเจี้ยนเฉิน มานี่สิ ! ท่านปู่จุนและท่านย่าหวังจะปกป้องเจ้าเอง ! ”

“เทียนมู่หลิง เจ้าเองก็คงมาที่นี่เพื่อโลหะผสมทังสเตนเช่นกันสินะ” เจี้ยนเฉินเอ่ยถามขึ้นมา

“เอาตรงประเด็นเลย หญิงแก่คนนี้มาที่นี่เพื่อโลหะผสมทังสเตน เจ้าหนุ่ม เจ้าจะเอาของนั้นไปแต่ผู้เดียวมิได้ เจ้าไม่มีพลังขนาดนั้น ทำไมเจ้าไม่แบ่งให้ตระกูลเทียนมู่ครึ่งหนึ่งล่ะ แล้วพวกเราจะปกป้องเจ้า พวกเราจะจัดการปัญหาอื่น ๆ เอง เจ้าต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” สตรีคนนั้นเสนอขึ้นมา

เมื่อพูดถึงตระกูลเทียนมู่ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป

“ตระกูลเทียนมู่ ? แม้แต่ตระกูลเทียนมู่ก็มาที่นี่ด้วย” ผู้อาวุโสสูงสุดจากนิกายเทวะขัดขึ้นมา

แม้แต่หวงเทียนป้าก็ดูกลัวเมื่อพูดถึงตระกูลเทียนมู่ “โลหะผสมทังสเตนนั้นคงน่าสนใจอย่างมากจนตระกูลเทียนมู่ให้ความสนใจ ตระกูลเทียนมู่นั้นเป็นหนึ่งในตระกูลโบราณที่ซึ่งมีพลังเหนือกว่าตระกูลอื่น ๆ พวกเขามีแม้แต่เซียนราชาอยู่ในตระกูล” เขากระซิบบอกเจี้ยนเฉิน

“เซียนราชา ! ” เจี้ยนเฉินแทบหยุดหายใจเมื่อได้ยินดังนั้น การมีพลังระดับนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพระเจ้าของทวีป

“เมื่อหนึ่งในตระกูลโบราณมาที่นี่ ตระกูลอย่างพวกเขานั้นสามารถท้าทายได้แม้แต่ตระกูลกิลลิกัน” นูบิสถอนหายใจออกมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

“น้องเจี้ยนเฉิน โลหะผสมทังสเตนนั้นเป็นของล้ำค่าอย่างมาก ท่านไม่สามารถให้ใครได้แม้แต่นิด” หวงเทียนป้าบอกกับเจี้ยนเฉิน

“น้องเจี้ยนเฉิน อย่าไปฟังชายแก่คนนั้นเลย โลหะผสมทังสเตนน่ะเป็นของล้ำค่าก็จริง แต่ความจริงที่เจ้าพยายามเก็บไว้คนเดียวนั้นทำให้คนอื่น ๆ โกรธเมื่อได้ยินแบบนั้น เมื่อไม่มีพลังที่จะทำการปกป้องมัน มันก็รังแต่จะนำปัญหามาให้เจ้าเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดคือเจ้าร่วมมือกับตระกูลเทียนมู่” เทียนมู่หลิงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงใส ๆ

ไม่มีใครพูดสิ่งใดขึ้นมาเลย ในขณะที่พวกเขาเองก็เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขานั้นเป็นแค่ตระกูลที่เก็บตัวเท่านั้น เปรียบเทียบกับตระกูลโบราณแล้ว พวกเขาทุกคนนั้นไม่มีฐานะอะไรเลย แต่ไม่มีใครอยากจะยอมแพ้ แม้ว่าต้องเสียแขนรึขา พวกเขาก็ยังต้องการสมบัติล้ำค่านี้

“แม้แต่ตระกูลเทียนมู่เองก็มา จุนโมเห่า, หวังหยานหง ข้าไม่เชื่อว่าท่านทั้งสองจะมาที่นี่เอง ” ในตอนนั้นเสียงของผู้อาวุโสอีกคนก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้าพร้อมกับมีชายแก่สองคนเดินเข้ามาหาพวกเขาโดยหยุดห่างจากพวกเขาไป 500 เมตร

การมาของสองคนนั้นทำให้ท่านปู่จุนและท่านย่าหวังถึงกับยกคิ้วขึ้น แต่ท่านย่าหวังก็ได้พูดขึ้นมาก่อน “ตระกูลเอ้าหยุน พวกเจ้าเองก็มาที่เพื่อโลหะผสมทังสเตนด้วยสินะ”

“อะไร ? ! เขามาจากตระกูลเอ้าหยุนงั้นรึ ? ” หวงเทียนป้าเหมือนกับโดนฟ้าผ่า เขาจ้องไปยังชายแก่สองคน เขากระซิบขึ้นมา “ ตระกูลเอ้าหยุนเป็นตระกูลที่ข้าเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่วันนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้เห็นคนที่มาจากตระกูลนั้น ตระกูลเอ้าหยุนนั้นเป็นตระกูลโบราณซึ่งโด่งดังพอ ๆ กับตระกูลเทียนมู่เช่นกัน ข้าไม่คิดเลยว่าตระกูลโบราณ 2 ตระกูลจะมาปรากฏตัวในรอบพันปีแบบนี้”

“ศัตรูที่แข็งแกร่งโผล่ออกมาอีกแล้ว ผู้อาวุโสสองคนนั้นอยู่ในชั้นสวรรค์ที่ 7 และ 9 ” นูบิสบอกด้วยเสียงขมขื่น ตัวตนที่แข็งแกร่งโผล่ออกมาทีละคน ๆ ทำให้สถานการณ์มันซับซ้อนยิ่งกว่าที่ควรจะเป็น นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างตระกูลที่เก็บตัวอีกแล้ว นี่เป็นการทะเลาะกันของตระกูลโบราณ

“ถูกต้อง พวกเรามาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อโลหะผสมทังสเตน พวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งโลหะผสมทังสเตน” หนึ่งในผู้อาวุโสได้พูดขึ้น

“น่าเสียดายที่เจ้ามาช้าไป ครึ่งหนึ่งของโลหะผสมทังสเตนนั้นได้ถูกแบ่งมาให้กับเราแล้ว ส่วนที่เหลืออีกครึ่งนั้นไว้สำหรับเจี้ยนเฉินเก็บไว้ใช้งาน ไม่มีเหลือสำหรับเจ้าแล้ว” สตรีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เทียนมู่หลิงตอบกลับ

สีหน้าของผู้อาวุโสจากตระกูลเอ้าหยุนนั้นหม่นลงเมื่อได้ยินที่นางพูด เขาหันกลับไปมองเจี้ยนเฉินที่ตัวเปื้อนเลือด หนึ่งในผู้อาวุโสได้พูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “เจ้าคงเป็นเจี้ยนเฉิน เนื่องจากตระกูลเทียนมู่ได้ครอบครองไปครึ่งหนึ่งแล้ว งั้นเจ้าก็เอาอีกครึ่งให้เรา ตระกูลเอ้าหยุนจะไม่ทำร้ายเจ้า อะไรก็ตามที่ตระกูลเทียนมู่เสนอให้เจ้า เราจะให้เท่า ๆ กัน”

สีหน้าของเจี้ยนเฉินดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ตระกูลเอ้าหยุนนั้นต้องการมากเกินไปเพราะพวกนั้นอยากจะได้ในส่วนที่เขาเป็นเจ้าของ

“ช่างโชคร้ายที่ตระกูลเอ้าหยุนของท่านเองนั้นก็เป็นตระกูลโบราณ วิธีที่ท่านทำนั้นดูเกินไปหน่อย โลหะผสมทังสเตนนี้มีไว้เพื่อน้องเจี้ยนเฉิน ท่านจะเอาไปโดยไม่ตอบแทนเขาได้อย่างไร” เทียนมู่หลิงพูดขึ้น

ผู้อาวุโสทั้งสองจากตระกูลเอ้าหยุนจ้องไปที่เทียนมู่หลิง รังสีอาฆาตแผ่ออกมาจากดวงตาของทั้งคู่พร้อมกับที่มีคนหนึ่งได้ตะโกนออกมา “อยู่แค่ระดับเซียนปฐพี แต่กลับกล้าพูดกับตระกูลเอ้าหยุนเช่นนี้รึ ? เจ้าคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วเป็นแน่”

“ป๊ะ ! ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องหลานสาวที่รักของข้าแม้แต่เพียงผมเส้นเดียว อย่าหวังว่าจะได้กลับบ้าน ! ” จุนโมเห่าก้าวขึ้นมาข้างหน้า แรงกดดันคล้ายภูเขาแผ่ออกมาจากร่างของเขา ด้วยพลังขนาดนี้เซียนผู้คุมกฎที่อยู่ต่ำกว่าชั้นสวรรค์ที่ 5 นั้นต่างก็รู้สึกเหมือนมีภูเขาทั้งลูกกดทับพวกเขาอยู่

เซียนผู้คุมกฎที่อยู่ในชั้นสวรรค์ที่ 9 นั้นถือว่าเป็นระดับสูงสุดของระดับนี้แล้ว อีกแค่ก้าวเดียวก็ขึ้นไปยังเซียนราชา ดังนั้นแรงกดดันที่พวกเขาสามารถแผ่ออกมาได้นั้นจึงมากพอที่จะทำอันตรายแก่เซียนผู้คุมกฎที่อยู่ต่ำกว่าระดับเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ที่ 5

“ตระกูลเทียนมู่ นี่มันหมายความว่าเช่นใด ? เจ้าหวังจะให้ตระกูลเอ้าหยุนของข้าเป็นศัตรูงั้นรึ ? พวกเรามิได้กลัวเจ้าหรอก ” ผู้อาวุโสอีกคนของตระกูลเอ้าหยุนประกาศออกมาก่อนจะหยิบหินหยกในมือออกมา

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 652: ตระกูลเทียนมู่"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

เทพสงครามสายเลือดมังกร
เทพสงครามสายเลือดมังกร
มีนาคม 12, 2022
อหังการ์การล้างแค้น
อหังการ์การล้างแค้น
มีนาคม 12, 2022
กินอาหารผ่านโลกเกม
กินอาหารผ่านโลกเกม
มีนาคม 12, 2022
คัมภีร์มัจจุราช
คัมภีร์มัจจุราช
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
ยอดดวงใจคุณชายนักรบ – 战少的心尖宠
ยอดดวงใจคุณชายนักรบ – 战少的心尖宠
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz