หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 389: บ้าน

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 389: บ้าน
Prev
Next

ตอนที่ 389: บ้าน

 

“เจี้ยนเฉิน…ร่างกายของเจ้ามันแข็งแกร่งแค่ไหน ? เจ้าทำมาจากเหล็กหรือเปล่า ? ” ดวงตาของเจ้าอ้วนน้อยเบิกกว้างเมื่อเขามองดูรอยแผลเล็ก ๆ บนร่างของเจี้ยนเฉิน

 

เจี้ยนเฉินหยิบเสื้อคลุมตัวใหม่ออกจากวงแหวนมิติและหัวเราะพลางเอ่ยว่า “หากทำจากเหล็กคงจะยืดหยุ่นไม่ได้ ร่างกายของข้าน่าจะแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา”

 

ดวงตาของเจ้าอ้วนน้อยมีความหลงใหลอยู่ในขณะที่เขาพูดว่า “เจ้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่างไร มันเหมือนกับว่าเจ้าเปลี่ยนร่าง”

 

เจี้ยนเฉินหัวเราะ เขาไม่ได้ให้คำตอบ เมื่อเห็นไร่ที่ยังไม่เสร็จ เจี้ยนเฉินจึงถามว่า “อ้วนน้อย เจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้าหรือไม่ ? ”

 

“ใช่แน่นอน ! พ่อและปู่ไปปลูกข้าวโพดและทิ้งข้าให้ปลูกผักที่นี่ เจ้ามาที่นี่ทันเวลา หากช่วยกัน 2 คน มันคงเสร็จเร็วขึ้น” เจ้าอ้วนน้อยรีบพูดกับเจี้ยนเฉินและมอบเมล็ดพันธุ์ให้เขา “ ข้าจะหว่านเมล็ดทางด้านนี้ เจ้าไปด้านนั้น เราสองคนช่วยกันทำงาน เราจะทำเสร็จก่อนอาหารเย็นแน่ ! ”

 

เจี้ยนเฉินหว่านเมล็ดผักและพูดว่า “อ้วนน้อย มันเป็นไปได้มากว่าข้าจะไปจากที่นี่ในไม่ช้า”

 

มือของอ้วนน้อยสั่นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะยังคงทำงานในไร่อย่างเงียบ ๆ ไม่นานหลังจากนั้นในที่สุดเขาก็พูดขึ้นมาว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าคงอยู่ที่นี่ไม่ได้นาน ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องจากไปยังโลกอันกว้างใหญ่”

 

เจี้ยนเฉินถอนหายใจยาวและพูดว่า “อ้วนน้อย ข้าจะคุยกับปู่ของเจ้าคืนนี้และขอให้เขายินยอมให้เจ้าสำรวจโลกภายนอก การที่เจ้าอยู่ที่นี่ตลอดไป มันไม่ใช่วิธีการใช้ชีวิตที่เหมาะสม หากเจ้าอยู่ที่นี่ก็เท่ากับว่าเจ้าฝังพรสวรรค์ของตัวเอง "

 

“เจี้ยนเฉิน โลกภายนอกเป็นอย่างไร ? ” เจ้าอ้วนน้อยจ้องเจี้ยนเฉินด้วยสายตาที่สงสัยขณะที่รอคำตอบ เขาเติบโตขึ้นในหมู่บ้านที่เงียบสงบแห่งนี้โดยไม่เคยออกจากหุบเขา ข้อมูลเกี่ยวกับโลกภายนอกที่เขารับรู้ก็มาจากการบอกเล่าปากต่อปาก เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยและไม่รู้ตัวว่ามันกว้างใหญ่เพียงใด

 

“โลกภายนอกใหญ่ ใหญ่โตมากจริง ๆ มีหลายคนที่มีสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ในเวลาเดียวกันโลกก็โหดร้ายและซับซ้อนเช่นกัน อ้วนน้อย เมื่อเจ้าได้เห็นโลกภายนอกด้วยตัวเอง เจ้าจะเข้าใจ" เจี้ยนเฉินกล่าว

 

“แต่ปู่ของข้าจะไม่ยอมให้ข้าจากไป” เขาเริ่มเศร้าเล็กน้อย

 

“ข้าจะคุยกับปู่ของเจ้าคืนนี้ ข้าจะพยายามเกลี้ยกล่อมเขา” นอกจากต้องพูดคุยกับปู่ของเขาแล้ว เจี้ยนเฉินก็ไม่มีทางแก้ปัญหาอื่น ผู้เฒ่าเซี่ยวเป็นคนที่มีพลังมากมาย เจี้ยนเฉินไม่อยากที่จะทำให้เขาขุ่นเคือง

 

ในเวลาไม่นานดวงอาทิตย์ก็เริ่มตกไปทางทิศตะวันตกและความมืดก็เริ่มปกคลุมท้องฟ้า แสงสีแดงสดจากพระอาทิตย์อัสดงสามารถมองเห็นได้ทั่วท้องฟ้า ในขณะที่ปล่องไฟในหมู่บ้านก็มีควันไฟขึ้นไปในอากาศและพัดพลิ้วในสายลม

 

ชายทั้งสองรีบเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว หลังจากแยกย้ายไปที่ห้องของตัวเอง เจี้ยนเฉินก็รีบเข้าไปในห้องของเขาเพื่อตรวจดูลูกเสือ ตอนนี้ลูกเสือกำลังนอนหลับเนื่องจากสมบัติสวรรค์ที่กินไปก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ถูกดูดซับ

 

เมื่อเห็นว่าลูกเสือปลอดภัยดี เจี้ยนเฉินจึงออกจากห้องอย่างโล่งใจก่อนที่จะไปรับประทานอาหารเย็นกับคนอื่น ๆ ในครอบครัว อย่างไรก็ตามมีจานและตะเกียบหายไป 1 ที่..

 

เมื่อเจ้าอ้วนน้อยเห็นที่นั่งว่าง เขาจึงถามว่า “ท่านปู่ ท่านพ่ออยู่ที่ไหน ? ”

 

“อ้วนน้อย พ่อของเจ้ามีบางอย่างที่ต้องจัดการ กินอาหารของเจ้าเถอะ” ผู้เฒ่าเซี่ยวยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับจ้องมองเจ้าอ้วนน้อย

 

“ข้าเข้าใจแล้ว ! ” เจ้าอ้วนน้อยตอบ เขาแอบสงสัยเล็กน้อย เขารู้ว่าพ่อของเขาออกไปสู่โลกภายนอก โลกที่เขาปรารถนาจะไป

 

ดวงตาของเจี้ยนเฉินสั่นไหว เขามองอาวุโสซิ่วชั่วครู่หนึ่งขณะที่เขาลังเล จากนั้นในที่สุดเขาก็เปิดปากแล้วพูดว่า “ผู้เฒ่าเซี่ยว ท่านไม่เคยคิดเลยหรือว่าอ้วนน้อยควรจะออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกบ้าง ? ” เจี้ยนเฉินจ้องผู้เฒ่าเซี่ยวเขม็งในขณะที่เขาพูด

 

ตามที่คาดไว้ใบหน้าของผู้เฒ่าเริ่มเปลี่ยนสี แต่เจี้ยนเฉินรีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ผู้เฒ่าเซี่ยวจะตอบ “ผู้เฒ่าเซี่ยว ท่านจะปล่อยให้อนาคตของอ้วนน้อยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หรือ หากเขาอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต เขาจะพลาดความสุขมากมายในชีวิต การอยู่ที่นี่เขาจะไม่เติบโตอย่างแท้จริง หากเขาไม่ได้สัมผัสกับลมและฝนของโลกภายนอก เขาจะไม่มีประสบการณ์และจะไม่เติบโต ข้ายังแน่ใจว่าท่านรู้ว่าอ้วนน้อยไม่ชอบใช้ชีวิตแบบนี้ หากท่านอยากให้อ้วนน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ท่านไม่ควรขังเขาไว้ในหมู่บ้านนี้ไปตลอด นี่ไม่ใช่หนทางที่เขาจะเป็นผู้ใหญ่ ในที่สุดสิ่งนี้จะทำร้ายเขาแทนที่จะช่วยเขา”

 

เมื่อได้ยินอย่างนี้ผู้เฒ่าจึงก็เงียบไปครู่หนึ่ง เขาเดินทางไปทั่วทวีปเป็นเวลาหลายปีและมีประสบการณ์หลายอย่าง เขาจึงเข้าใจความปรารถนาของอ้วนน้อยอย่างชัดเจน ปัญหาคือว่าเขาไม่ต้องการให้อ้วนน้อยออกไปสู่โลกภายนอก ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชน เขาจึงได้เห็นถึงแก่นแท้ของโลกและตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องการให้อ้วนน้อยอยู่อย่างปลอดภัยในหุบเขา หากอ้วนน้อยยังคงอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ เขาจะคงความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาราวกับหิมะโดยไม่ถูกทำให้สกปรก

 

เจี้ยนเฉินยังคงสาธยายเหตุผลต่าง ๆ มากมายให้ผู้เฒ่าเซี่ยวฟัง เพื่อที่เขาจะได้อนุญาตให้อ้วนน้อยออกจากหุบเขา เจี้ยนเฉินใช้ความคิดพยายามอย่างสุดความสามารถในการหาข้อโต้แย้ง

 

เมื่อเจี้ยนเฉินได้พูดถึงความกังวลของผู้เฒ่าเซี่ยว เขาจึงเงียบสนิทตลอดมื้ออาหารและกินอาหารอย่างจำใจ

 

“ท่านปู่ มันจะไม่ถูกต้องที่จะเติบโตขึ้นโดยไม่ได้เห็นโลกภายนอกเลยสักครั้ง ข้าอยากจะออกไปข้างนอกจริง ๆ ข้าขอเพียงครั้งเดียว” เจ้าอ้วนน้อยมองปู่ของเขาด้วยสายตาที่น่าสงสาร

 

“ท่านพ่อ ที่เจี้ยนเฉินพูดมันคือความจริง ข้ารู้ว่าท่านมาถึงระดับที่เราไม่สามารถแม้แต่จะฝันเห็นและท่านได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยได้เห็น แต่อ้วนน้อยเป็นเซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่ไร้ประสบการณ์ เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกภายนอกและเขาไม่เคยเห็นสิ่งที่ท่านเห็น ถ้าเขาไม่ได้เดินทางออกไปยังโลกกว้าง เขาจะไม่มีทางได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ท่านพ่อ ถ้าท่านหวังดีกับอ้วนน้อย ท่านควรให้เขาสัมผัสกับโลกด้วยตัวเอง เขาจะได้เพิ่มพูนความรู้ หากเขาเจอปัญหาในอนาคต เขาจะต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเอง” แม่ของอ้วนน้อยพูดอย่างจริงจังด้วยน้ำเสียงที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ นางใช้ถ้อยคำที่สุภาพสละสลวยซึ่งบ่งบอกว่านางมาจากตระกูลที่ร่ำรวย

 

หลังจากที่เจี้ยนเฉินและแม่ของเจ้าอ้วนน้อยพูดจาหว่านล้อม ในที่สุดอาวุโสซิ่วก็ถอนหายใจยาว “ ข้าเข้าใจแล้ว คำพูดของเจ้าไร้ข้อตำหนิ เป็นข้าเองที่ดื้อรั้นมากเกินไป อ้วนน้อย หากเจ้าต้องการสำรวจโลกภายนอก ปู่จะไม่หยุดเจ้า”

 

"จริงหรือ ? ท่านจะให้ข้าออกไปสำรวจโลกภายนอกจริง ๆ หรือ ? ” เจ้าอ้วนน้อยดีใจมาก

 

เมื่อเห็นสีหน้าบริสุทธิ์ของอ้วนน้อย ผู้เฒ่าเซี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนใจกับตัวเอง เมื่อมองเข้าไปในหัวใจ เขาสรุปว่าเมื่อเขาให้เจ้าอ้วนน้อยอยู่ที่นี่มันเป็นทางเลือกที่ผิด

 

ผู้เฒ่าเซี่ยวตักอาหารอีก 1 คำเข้าไปในปากและกล่าวว่า “อ้วนน้อย ถ้าเจ้าต้องการออกไป ปู่จะไม่หยุดเจ้า แต่เจ้าต้องมีความแข็งแกร่งในระดับของเซียนปฐพีก่อนที่จะไป ! ”

 

“ได้เลย ! ท่านปู่ ข้าจะขยัน พยายามบ่มเพาะและพัฒนาตัวเองจนเป็นเซียนปฐพีให้ได้ ! ” เจ้าอ้วนน้อยไม่เคยท้อใจเลย

 

แม่ของเจ้าอ้วนน้อยยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าลูกของตัวเองมีความสุขแค่ไหน

 

………

 

สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความสงบสุข ในวันที่สามเจี้ยนเฉินและเจ้าอ้วนน้อยต่างก็ตัดไม้เพื่อสร้างบ้านที่ถูกเผาขึ้นมาใหม่ นี่คือคำสัญญาที่เจี้ยนเฉินให้ไว้

 

หลังจากสร้างบ้านเสร็จ เจี้ยนเฉินจึงกล่าวอำลาหลังจากสัญญาว่าทั้งสองจะพบกันอีก 1 ปีนับจากนี้ ณ จุดนี้  เมื่อเจ้าอ้วนน้อยกลายเป็นเซียนปฐพี พวกเขาจะออกไปด้วยกัน จนกว่าจะถึงเวลานั้น เจี้ยนเฉินจะออกเดินทางพร้อมกับลูกเสือไปก่อน อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะจากไป เขาถือแหวนมิติที่ผู้เฒ่าเซี่ยวมอบให้ ในนั้นมีสมบัติสวรรค์ล้ำค่ามากมายจากภูเขาใกล้เคียง สมบัติเหล่านี้ถูกมอบให้เจี้ยนเฉินเพื่อประโยชน์ของลูกเสือ

 

เจี้ยนเฉินพร้อมกับลูกเสือบินไปไกลจากหุบเขาเพื่อที่เขาจะได้พบกับประตูมิติและกลับไปยังอาณาจักรเกอซุน

 

ระยะทางจากที่นี่ไปยังอาณาจักรเกอซุนนั้นกว้างเกินไป แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะบินไปโดยไม่หยุด มันก็ต้องใช้เวลาและพลังงานมหาศาล ดังนั้นทางออกเดียวคือใช้ประตูมิติ

 

น่าเสียดายที่ประตูมิตินั้นหาได้ยากมากในทวีปเทียนหยวน แม้ว่าจะมีประตูมิติในเมืองทหารรับจ้าง แต่เขาก็ไม่สามารถใช้มันได้ อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากเมืองทหารรับจ้าง เจี้ยนเฉินก็ไม่รู้ว่าประตูมิติที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน

 

“กรร … กรร …” ลูกเสือคำรามอย่างกะทันหัน ทำให้เจี้ยนเฉินหลุดออกมาจากภวังค์ เมื่อมองลงไปเขาจะเห็นลูกเสือกำลังจ้องมองแผ่นดินผืนใหญ่ในขณะที่อุ้งเท้าทั้งสองของมันเหวี่ยงไปมากลางอากาศ

 

เจี้ยนเฉินไม่สามารถเข้าใจได้ว่าลูกเสือกำลังพยายามทำอะไรหรือกำลังคิดอะไรอยู่

 

“กรร … กรร …” อุ้งมือด้านบนของลูกเสือจับหน้าอกของเจี้ยนเฉิน มันชี้ไปทางทิศทางของป่า ปีกที่ด้านหลังของมันเริ่มกางออกราวกับว่ามันกำลังจะบินออกจากอ้อมแขนของเจี้ยนเฉิน

 

เจี้ยนเฉินอุ้มลูกเสือไว้แน่น เขาลูบหัวมันเบา ๆ  เขาไปตามทิศทางที่มันจ้องแล้วลงจอดบนกิ่งไม้ใกล้ ๆ

 

ลูกเสือกระโดดลงสู่พื้นดินและวิ่งเข้าไปในป่าที่มีต้นไม้สูงหลายร้อยเมตร

 

เมื่อเจี้ยนเฉินมองดู เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ ปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเห็ดวิญญาณ มันมีสีม่วงและไม่ใหญ่เกินไป ต้นที่ใหญ่ที่สุดสูง 20 เซนติเมตรและกว้าง 10 เซนติเมตร เมื่อลูกเสือจ้องมองเห็ดวิญญาณ น้ำลายไหลก็เริ่มไหลออกมาจากปากของมัน ทำให้เจี้ยนเฉินตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสมบติสวรรค์

 

แม้ว่าขนาดของเห็ดวิญญาณจะยังเล็กและอายุไม่มาก,แต่สมบัติสวรรค์ก็ไม่จำเป็นต้องมีอายุมากหรือมีรูปร่างขนาดใหญ่

 

เจี้ยนเฉินดึงเห็ดวิญญาณขึ้นมาสองสามต้นอย่างอย่างระมัดระวัง เขาป้อนมันให้ลูกเสือใจร้อนที่จ้องมองอย่างตะกละ

 

“กินเข้าไปสิ ! ” เจี้ยนเฉินหัวเราะขณะที่เขาป้อนเห็ดวิญญาณทีละดอกให้ลูกเสือ ลูกเสือส่งเสียงฟี้อย่างร่าเริง มันกลืนเห็ดเข้าไปและจำศีลเพื่อดูดซับพลังงาน

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 389: บ้าน"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
มีนาคม 12, 2022
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
มีนาคม 12, 2022
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
มีนาคม 12, 2022
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
มีนาคม 12, 2022
คัมภีร์มัจจุราช
คัมภีร์มัจจุราช
มีนาคม 12, 2022
กระทะเหล็กกู้โลก
กระทะเหล็กกู้โลก
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz