หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 67 หมาป่าหิมะแดงเพลิง

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 67 หมาป่าหิมะแดงเพลิง
Prev
Next

เมื่อหลงเฉินตรงมาถึงห้องรับแขกก็พบร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่สวมอาภรณ์กระโปรงยาวสีขาว กำลังยิ้มกริ่มและจ้องมองมาที่หลงเฉิน “เพิ่งจะแยกจากกันไปเพียงไม่นานเหตุใดเจ้ากลับทำเป็นไม่รู้จักกันไปแล้วล่ะ?”

 

 

ไม่ว่าจะมองไปซ้ายทีหรือขวาทีก็ไม่อาจนึกออกมาได้เลยอีกทั้งยังคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวนางนี้จะมาเยือนถึงบ้านของตัวเองได้

 

 

ทันใดนั้นเองความทรงจำอันแสนยาวนานก็เริ่มหวนกลับเข้ามา หญิงสาวนางนี้ไม่ใช่ผู้อื่นใดไป เขาเคยพบนางตอนที่อยู่บนหุบเขาเมฆาคล้อยพร้อมกับศิษย์พี่ฉี หญิงสาวที่ช่วยเขาไว้จาการลงมือของชายหนุ่มผู้นั้นนั่นเอง 

 

 

“ข้าช่างเสียมารยาทกับคุณหนูไปแล้ว อีกทั้งยังไม่ได้กล่าวขอบคุณคุณหนูที่ได้ช่วยเหลือข้าเมื่อครั้งก่อนเลย” หลงเฉินโพล่งวาจาออกมาอย่างรีบร้อน

 

 

“อย่าเอาแต่เรียกคุณหนูอยู่เลย ข้ารู้สึกแปลกประหลาดพิกล ข้าเป็นศิษย์น้องของม่งฉีเจี่ยเจี่ยอันมีนามว่าลู่ฟางเอ๋อ เจ้าเรียกข้าว่าฟางเอ๋อเจี่ย (พี่ฟางเอ๋อ 姐) ก็ได้” หญิงสาวกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะออกมา 

 

 

“เหอะเหอะ เช่นนั้นผู้น้องอย่างข้าขอเข้าพบกับฟางเอ๋อเจี่ย” หลงเฉินยิ้มแล้วโค้งลงไปเล็กน้อย เมื่อมองไปยังฟางเอ๋อที่นั่งอยู่เบื้องหน้า เขาก็รู้สึกสนิทชิดเชื้อขึ้นมาอย่างประหลาด

 

 

อีกทั้งการได้พบนางก็ทำให้เขารู้สึกว่าระยะห่างของเขากับม่งฉีนั้นไม่ได้ห่างไกลกันอีกต่อไปแล้ว เขามีหนทางในการฝากฝังโอสถบำรุงวิญญาณไปให้ม่งฉีอีกด้วย 

 

 

“คิกคิก ปากหวานนัก ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าได้กลายเป็นชายในดวงใจของหญิงสาวทั่วทั้งจักรวรรดิเฟิงหมิงไปแล้ว” ลู่ฟางเอ๋อยื่นมือขาวผ่องที่ถือสมุดภาพวาดเล่มหนึ่ง พลันฉีกยิ้มกว้างขึ้นมา 

 

 

เมื่อเห็นสมุดภาพวาดเล่มนั้นก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นสิ่งใด หลงเฉินรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเป็นสาย สมุดเล่มนั้นเป็นบันทึกการต่อสู้ระหว่างเขากับหว่างซานในงานเทศกาลโคมไฟเอาไว้ทุกฉากจนรวบรวมเป็นเล่มหนาที่ชื่อว่า《เทพสงครามเฟิงหมิง》

 

 

“แค่กแค่ก นี่เป็นเรื่องตลกของเหล่าพ่อค้าทั้งนั้นที่สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้คน” หลงเฉินกระแอมออกมาด้วยความเคอะเขิน 

 

 

“ทว่าเรื่องความรักกับองค์หญิง พลังต่อสู้ที่ไร้ผู้ต้าน ก็เป็นเรื่องตลกด้วยอย่างนั้นหรือ?” ทันใดนั้นเองดวงตาคู่งามของลู่ฟางเอ๋อก็ได้จับจ้องไปที่หลงเฉิน บนใบหน้าแฝงเอาไว้ด้วยความหยอกเย้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

วาจาเอื้อนเอ่ยของหญิงสาวหน้าตาน่ารักนางนี้ได้ทำให้หลงเฉินจุกขึ้นมากลางทรวงอก หากปล่อยให้เรื่องเช่นนี้ถูกแพร่งพลายไปถึงม่งฉี เกรงว่าคงจะย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง

 

 

“หลงเฉิน ที่เจ้ากระทำอยู่ช่างเลวร้ายยิ่งนัก เจี่ยเจี่ยของข้าเปรียบเสมือนเทพธิดาแปลงกายเป็นมนุษย์ ทว่าบุคคลระดับนางกลับมีความรู้สึกที่ดีต่อเจ้า แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่รู้จักถนอมความรู้สึกเช่านั้นเอาไว้กัน?” ลู่ฟางเอ๋อตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความไม่ยินดีอยู่หลายส่วน

 

 

 

“เห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีของพวกเรา ข้าจะชี้ทางสว่างให้แก่เจ้าเอง เจ้ารีบไปตัดความสัมพันธ์กับองค์หญิงนางนั้นเสียแล้วเรื่องเช่นนี้ก็จะไม่ถึงหูของเจี่ยเจี่ยอย่างแน่นอน”

 

 

เมื่อหลงเฉินได้ยินคำพูดคำจาของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าก็ได้แต่ทอสีหน้ากลัดกลุ้มขึ้นมา ภายในจิตใจของเขาสัมผัสได้ถึงอบอุ่นที่ฉู่เหยามอบให้อยู่เสมอ พลันก็ได้ส่ายหน้าไปมาอีกทั้งยังถอนหายใจรัวแรง “ต้องขออภัยด้วย ข้าทำไม่ได้”

 

 

หลังจากพูดจบก็เหมือนกับมีเข็มนับพันหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้ามาทั่วทั้งร่าง นี่เป็นเส้นทางที่เลือกได้ยากเย็นอย่างถึงที่สุด 

 

 

ความงดงามและเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตของม่งฉีก็ได้ทำให้จิตใจของหลงเฉินเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาตั้งแต่วันแรกที่พบเจอกัน และในครั้งนั้นเองนางก็ทำให้เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกรักเป็นครั้งแรกในชีวิต 

 

 

ส่วนฉู่เหยานั้นก็เสียสละทุกสิ่งอย่างเพื่อเขามาโดยตลอด จะให้เขาตัดนางออกไปจากชีวิตก็ย่อมไม่อาจที่จะทำได้ 

 

 

“เหตุใดเจ้าถึงได้ดื้อดึงถึงเพียงนี้ เจ้ามีเจี่ยเจี่ยของข้าแล้วยังไม่พอใจอีก คิดมีสามเพิ่มไปถึงสี่เลยหรืออย่างไรกัน หากว่าเจ้ายืนยันที่จะเลือกนางก็อย่าได้มาข้องแวะกับเจี่ยเจี่ยของข้าอีกเลย” ลู่ฟางเอ๋อระเบิดโทสะออกมายกใหญ่

 

 

หลงเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่ง การต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างเช่นในตอนนี้แทบจะทำให้ร่างกายของเขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงลงไปในทันที เขาไม่มีความคิดที่จะปล่อยหญิงสาวทั้งสองนางไปจึงต้องประสบพบพานกับการตัดสินใจเช่นนี้ 

 

แววตาคู่งามที่กำลังจ้องมองหลงเฉินที่แน่นิ่งไป ลู่ฟางเอ๋อเอ่ยวาจาขึ้นมาอีกว่า “เจ้าคิดที่จะทำเพื่อองค์หญิงนางนั้น แล้วปล่อยเจี่ยเจี่ยของข้าไป?”

 

 

“ไม่ได้ต้องการที่จะปล่อย ตามความสัตย์แล้วข้านั้นไม่สามารถปล่อยไปได้” หลงเฉินส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าวออกไป 

 

 

“พรืด เจ้านี่ช่างหน้าด้านไร้ยางอายเสียจริง ไม่นึกเลยว่าเจ้าคิดจะครอบครองสาวงามทั้งสองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว” ลู่ฟางเอ๋อที่กำลังโกรธจัดก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อมองไปยังใบหน้าที่อมทุกข์ของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า 

 

 

หลงเฉินงุนงงกับอารมณ์ที่แปรปรวนของลู่ฟางเอ๋อ เพราะภายในห้วงแห่งความคิดของเขาก็ยังมีบางอย่างที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้เช่นกัน แล้วนางกระทำเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรกันเล่า? 

 

 

“ช่างมันเถิด ถึงตอนนี้เจ้าก็เป็นลูกผู้ชายที่แท้จริงแล้ว หากเจ้าไม่ยอมปล่อยองค์หญิงนางนั้นไป ก็ต้องต่อกรกับข้า หากเจ้าไม่เลือกก็จงกล่าวคำอำลากับเจี่ยเจี่ยของข้าเสีย” ลู่ฟางเอ๋อแสยะยิ้มแล้วกล่าวออกมาเสียงดัง 

 

 

เหงื่อนับหลายหยดได้ผุดขึ้นมาบนศีรษะของหลงเฉิน ร่างกายของเขาในตอนนี้ไร้ซึ่งสภาวะและซุ่มเสียง จิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้าขึ้นมาเป็นสาย เขายอมที่จะเปิดศึกกับผู้คนคงจะดีกว่าต้องมาทนรับกับเรื่องราวอันว้าวุ่นเช่นนี้ 

 

 

“ทว่าก็นะ เมื่อครู่เป็นเพียงการทดสอบของสายตาของข้าเท่านั้น เจี่ยเจี่ยคงไม่ยินยอมให้เจ้ามีตัวเลือกอื่นด้วยหรอก ทว่าสุดท้ายแล้วเรื่องเช่นนี้คงจะมีแต่เพียงสวรรค์เท่านั้นที่ล่วงรู้” สายตาคู่งามที่จับจ้องหลงเฉินมาโดยตลอด เมื่อมองเห็นชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาคำโต นางก็ยิ้มเยาะขึ้นมา

 

 

หลงเฉินผ่อนคลายจิตใจให้กลับสู่ความสงบนิ่ง จากนั้นก็ฟังลู่ฟางเอ๋อกล่าวต่ออีกว่า “ทว่าก็ช่างมันเถิด ข้าเข้าใจต่อเจี่ยเจี่ยของข้า เจ้าจึงสมควรที่จะได้รับโอกาสที่มากกว่านี้ ยิ่งมีข้าคอยช่วยลั่นกลองเป็นครั้งคราวให้แก่เจ้า โอกาสสำเร็จก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น”

 

 

“เช่นนั้นก็คงจะต้องพึ่งพาฟางเอ๋อเจี่ยแล้วล่ะ” หลงเฉินรีบกล่าวออกมาทันควัน 

 

 

“คิกคิก ข้าจะไม่วุ่นวายกับเจ้าแล้ว ครั้งนี้มาเพราะมีธุระอยู่อย่างหนึ่ง เหินมาเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็มๆ ช่างเหนื่อยจนแทบจะตายอยู่แล้ว นี่เจ้ายังไม่รีบรินน้ำชาให้ข้าอีกหรือ” ลู่ฟางเอ๋อกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกไม่ค่อยจะพอใจขึ้นมา 

 

 

“อะ ข้าจะรินน้ำชาให้แก่ฟางเอ๋อเจี่ยเดี๋ยวนี้เลย” หลงเฉินตอบรับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรินน้ำชาลงไปในแก้วอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ประคองแก้วชาด้วยสองมือยื่นส่งให้ลู่ฟางเอ๋อ 

 

 

ช่วยไม่ได้ หากยมบาลมีโทสะขึ้นมา ผีสางน้อยใหญ่ก็ยากที่จะอยู่อย่างสงบได้ เพื่อม่งฉีแล้วหลงเฉินจึงต้องทำตัวประจบประแจงหญิงสาวนางนี้เอาไว้ก่อน 

 

 

ลู่ฟางเอ๋อรับแก้วชาเข้ามา พลันก็มีสีหน้าประหลาดใจแล้วกล่าวถามออกมาว่า “ตระกูลหลงของพวกเจ้าชมชอบการชงชาด้วยน้ำเย็นอย่างนั้นหรือ?”

 

 

หลงเฉินจึงมีปฏิกิริยากลับมาในทันที น้ำในกาได้เย็นชืดไปหมดแล้ว ทว่ากลับยังหน้าด้านหน้าทนกล่าวออกไปว่า “นี่เป็นเหลียงฉา (น้ำจับเลี้ยง凉茶) จำเป็นจะต้องดื่มในขณะที่ยังเย็นอยู่ ฟางเอ๋อเจี่ยทดลองดูได้”

 

 

“เชื่อเจ้าก็บ้าแล้ว” ลู่ฟางเอ๋อขมวดคิ้วขึ้นมาพลันจ้องเขม็งมาที่หลงเฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย 

 

 

“หากฟางเอ๋อเจี่ยไม่ชื่นชอบเหลียงฉา เช่นนั้นข้าจะไปชงชาร้อนมาให้”

 

 

“ช่างมันเถิด แค่เจ้ามีน้ำใจรินให้ก็พอแล้ว ความเป็นจริงแล้วข้าก็กำลังเบื่อหน่ายอยู่ ถ้าหากไม่ได้หยอกเจ้าเล่นเสียหน่อยคงจะรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนัก”

 

 

ในเวลานี้หลงเฉินเรียกได้ว่าตกอยู่ในสภาวะหัวเราะไม่ออกร่ำไห้ก็ไม่ได้ ฟางเอ๋อผู้นี้ก็ช่างซุกซนเสียจริง ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความไร้เดียงสาอยู่ด้วย มีอันใดก็กล่าวออกมาอย่างนั้นให้ความรู้สึกใกล้ชิดขึ้นมาอย่างง่ายดาย

 

 

จากหมู่ตึกจิตวายุมาจนถึงที่นี่นั้นห่างไกลกันนับหลายหมื่นลี้ ต้องใช้เวลาเหินเวหามาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนทีเดียว ต่อให้ลู่ฟางเอ๋อจะมีพาหนะเป็นสัตว์มายาทว่าก็ยังเกิดความเหนื่อยล้าได้ถึงเพียงนี้ เพียงได้หยอกล้อหลงเฉินก็พอจะช่วยบรรเทาความอ่อนล้าไปได้

 

 

“ขอบอกข่าวดีอย่างหนึ่งต่อเจ้าเอาไว้ เจี่ยเจี่ยฝากของขวัญมาให้เจ้าชิ้นหนึ่ง” ลู่ฟางเอ๋อชี้นิ้วไปยังกล่องใบเล็กที่วางอยู่ข้างกายตั้งแต่แรกแล้ว 

 

 

เมื่อสิ้นเสียงนั้นหลงเฉินก็ได้หันไปมองยังกล่องยาวที่มีส่วนสูงถึงสองเซียะที่วางอยู่ข้างกายของหญิงสาว

 

 

“ผัวะ”

 

 

กล่องใบนั้นถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เขายื่นหน้าเข้าไปในกล่อง พลันดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจอย่างถึงที่สุด 

 

 

ของชิ้นนั้นคือหมาป่าน้อยขนปุกปุยตัวหนึ่ง ตัวของมันยาวเพียงสองเซียะ ปกคลุมด้วยขนสีขาวโพลน บริเวณระหว่างคิ้วทั้งสองข้างจะมีสีแดงคล้ายเปลวเพลิงสีแดงลุกโชนขึ้นมาที่ปลายขน ดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง 

 

 

เจ้าหนูตัวนี้คงจะเพิ่งกำเนิดมาได้ไม่นาน ดวงตาของมันยังไม่ตื่นลืมขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เดินชนไปรอบสี่ด้านของกล่องราวกับกำลังค้นหาของกิน 

 

 

“หมาป่าหิมะแดงเพลิง?”

 

 

หลงเฉินตกใจขึ้นมาอย่างรุนแรง นี่เป็นทารกสัตว์มายาตัวหนึ่งที่เขาเคยพบเห็นจากสมุดภาพวาดสัตว์มายามาก่อน เมื่อได้มาเจอกับตัวกลับทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

 

หมาป่าหิมะแดงเพลิงจะมีร่างกายเป็นสีขาวดุจหิมะ มีเพียงช่วงระหว่างคิ้วเท่านั้นที่จะมีขนสีแดงประดุจมีเปลวเพลิงปะทุขึ้นมา จึงเป็นที่จดจำได้อย่างง่ายดาย

 

 

ทว่าหมาป่าหิมะแดงเพลิงจำนวนมากนั้นมีสายโลหิตที่ไม่บริสุทธิ์ บ้างมีทั้งขนบนร่างเป็นสีแดง สีมืดมนบ้าง หรือแม้กระทั่งเป็นจุดด่าง

 

 

แต่ว่าทารกหมาป่าหิมะที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในตอนนี้กลับไม่มีขนสีอื่นผสมแม้แต่เส้นเดียว นี่คงจะเป็นหมาป่าหิมะแดงเพลิงที่หายากอย่างยิ่งเลยทีเดียว 

 

 

หมาป่าหิมะแดงเพลิงที่โตเต็มวัยจะถูกจัดอยู่ในสัตว์มายาระดับสาม กล่าวกันว่าหากเป็นหมาป่าหิมะแดงเพลิงที่มีโลหิตบริสุทธิ์จะสามารถเติบโตไปจนถึงระดับที่สี่ได้เลยทีเดียว ซึ่งเกินกว่ายอดฝีมือพลังขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นไปอีก 

 

 

“ไม่ผิด นี่เป็นหมาป่าหิมะแดงเพลิงที่มีโลหิตบริสุทธิ์ตัวหนึ่ง เพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาได้ไม่นาน อาจารย์ของเจี่ยเจี่ยได้มอบให้แก่นางเพื่อเป็นของขวัญ ทว่าเจี่ยเจี่ยกลับให้ข้าเดินทางทั้งวันทั้งคืนเพื่อนำเจ้าหนูตัวนี้มาให้แก่เจ้า” ลู่ฟางเอ๋อจ้องมองไปยังใบหน้าตื่นตะลึงของหลงเฉิน 

 

 

ม่งฉีไม่เพียงแต่ยังไม่ลืมเลือนเขา ยิ่งไปกว่านั้นกลับส่งมอบสิ่งของอันมีล้ำค่าเช่นนี้มาให้ สาวงามเช่นนางช่างมีใจที่หนักแน่นเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้หลงเฉินเกิดแรงกระตุ้นบางอย่างจนแทบจะร้องไห้ออกมา 

 

 

“เจี่ยเจี่ยคิดที่จะมอบมันให้เป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้า ทว่านางย่อมคิดไม่ถึงว่าเจ้าได้กลายเป็นผู้หลอมโอสถผู้หนึ่งไปแล้ว 

 

 

คิดว่าพลังแห่งจิตวิญญาณของเจ้าคงไม่ต่ำต่อย ข้าสามารถถ่ายทอดวิชาการควบคุมสัตว์ให้ส่วนหนึ่งได้ หมาป่าหิมะแดงเพลิงที่มีโลหิตบริสุทธิ์เช่นนี้สามารถฝึกให้เป็นสู้ศึกสงครามของเจ้าได้เลยทีเดียว” ลู่ฟางเอ๋อกล่าว

 

 

ผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้รับทารกสัตว์มายาต่างก็ต้องผ่านการฝึกใช้พลังยุทธ์จากผู้ฝึกสัตว์ด้วยกันทั้งนั้น เพื่อฝึกสอนสัตว์มายาของตนให้เชื่องและกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดี 

 

 

ทว่าถึงอย่างไรสัตว์มายาก็ยังคงเป็นสัตว์ตัวหนึ่งที่ยังมีความกระหายฝังรากลึกอยู่ภายในร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม สัตว์เลี้ยงที่ย้อนกัดผู้เป็นนายก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

 

 

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ทว่าสัตว์มายาก็ยังคงเป็นที่ขาดแคลน ถึงจะมีอันตรายแฝงเอาไว้อยู่บ้าง ก็ยังสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วยพลังการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง 

 

 

นอกจากนี้สัตว์มายาสามารถถูกฝึกให้เป็นสัตว์เลี้ยงศึกได้ ทว่าจะต้องใช้ทักษะในการควบคุมที่สูงยิ่งกว่า การควบคุมสัตว์มายาจำเป็นที่จะต้องมีพลังแห่งจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเพียงพออีกด้วย

 

 

เพื่อใช้พลังแห่งจิตวิญญาณเชื่อมสัมพันธ์กับสัตว์มายาของตน เมื่อทำได้เช่นนั้นแล้วก็จะสามารถใช้พลังของสัตว์มายาผสานการโจมตีเข้ากับผู้เป็นนายได้ หากการผสานเข้ากันเป็นอย่างดีก็จะก่อให้เกิดพลังการต่อสู้ประดุจพายุหมุนที่บ้าคลั่ง 

 

 

อีกทั้งโอกาสที่สัตว์เลี้ยงศึกจะทรยศผู้เป็นนายนั้นเท่ากับศูนย์ ทว่ากว่าจะไปถึงขั้นนั้นก็ต้องใช้เวลาร่วมกันอย่างยาวนานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กัน ด้วยเหตุนี้การจะฝึกสัตว์เลี้ยงศึกตัวหนึ่งขึ้นมาได้ช่างสิ้นเปลืองทั้งเรี่ยวแรงและเวลาไปอย่างมหาศาล 

 

 

แม้ม่งฉีจะไม่ทราบถึงสถานการณ์ของหลงเฉินในช่วงนี้ อีกทั้งยังนำทารกสัตว์มายาส่งมอบมาให้อีก นางคงคาดหวังว่าหมาป่าหิมะแดงเพลิงจะสามารถอยู่ร่วมกันกับหลงเฉินได้จนเติบใหญ่ ทำให้เขายิ่งมีพลังในการรักษาชีวิตได้มากกว่าเดิม เพียงเท่านี้เขาก็รู้สึกปลื้มปริ่มขึ้นมาเต็มหัวใจแล้ว

 

 

จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเรียนรู้ทักษะการฝึกสัตว์ ลู่ฟางเอ๋อตกใจขึ้นมาไม่น้อยเมื่อเห็นหลงเฉินเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งภายในระยะเวลาไม่นาน อีกทั้งคำถามส่วนหนึ่งที่ถามออกมาต่างก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะรู้เอาไว้เป็นอย่างยิ่ง 

 

 

หากเป็นไปตามกฎของสำนักแล้ว การสั่งสอนผู้อื่นย่อมมีข้อจำกัด ลู่ฟางเอ๋อทำได้พียงถ่ายทอดวิชาพื้นฐานในการควบคุมสัตว์ให้แก่หลงเฉินไปบางส่วน ส่วนเคล็ดวิชาภายในของสำนักนั้นย่อมไม่หาญกล้าพอที่จะถ่ายทอดออกไปได้

 

 

ความฉลาดล้ำลึกของหลงเฉินทำให้ลู่ฟางเอ๋อเกิดความยอมรับทั้งกายและใจ นี่เขาเป็นสัตว์ประหลาดตนหนึ่งหรืออย่างไรกัน สิ่งที่ได้ผ่านหูไปแล้วกลับไม่มีลืมเลือนเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีสามารถแตกแขนงพื้นฐานไปได้อีกหลากหลาย อีกทั้งยังถามออกมาในสิ่งที่แม้แต่ผู้ฝึกสัตว์อย่างนางยังไม่กล้าพอที่จะนึกถึง 

 

 

เมื่อได้ฝังรากอยู่ในจวนของตระกูลหลงถึงครึ่งวัน ลู่ฟางเอ๋อที่พบว่าหลงเฉินเข้าใจในวิชาที่ได้ถ่ายทอดให้จนหมดสิ้นแล้วก็รีบออกจากที่แห่งนั้นในทันที ทว่าก่อนหน้าที่นางจะจากไป หลงเฉินก็ได้ส่งมอบของล้ำค่าอย่างโอสถบำรุงวิญญาณให้แก่ลู่ฟางเอ๋อเพื่อนำไปมอบให้ม่งฉี

 

 

หลงเฉินที่กำลังจ้องมองไปยังเจ้าหนูขนปุกปุยสีขาวที่อยู่ในอ้อมอกก็ได้บังเกิดความอบอุ่นขึ้นภายในจิตใจอย่างมหาศาล หมาป่าหิมะแดงเพลิงตัวนี้เป็นเสมือนตัวแทนของม่งฉี และทำให้เขาได้ทราบว่าภายในใจของนางยังคิดถึงเขาอยู่ 

 

 

เมื่อรับความรู้สึกของม่งฉีมาแล้ว ภายในจิตใจเขากลับเต็มเปี่ยวมไปด้วยความกล้าหาญขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ เขาหวังจะสะสางเรื่องทั้งหมดภายในจักรวรรดิให้จบลงไปได้โดยเร็วที่สุด จากนั้นก็จะออกเดินทางไปยังโลกภายนอกและเข้าสู่ท้องนภาอันกว้างใหญ่ไพศาล 

 

 

เพราะท่ามกลางโลกหล้าที่ภายนอกยังมีอีกหนึ่งคนกำลังรอคอยเขาอยู่ เมื่อนึกถึงใบหน้าอันงดงามของม่งฉีแล้ว โลหิตภายในร่างของเขาก็ร้อนระอุขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ ข้าต้องเร่งลงมือขึ้นมาเสียแล้ว 

 

 

“ฮือฮือ—”

 

 

ทันใดนั้นเจ้าหนูขนปุกปุยที่อยู่ในอ้อมอกของหลงเฉินก็ส่งเสียงร้องแผ่วเบาออกมา อีกทั้งยังดิ้นไปมาอยู่ภายในนั้น พลันมุมปากของหลงเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มกว้างขึ้นมาพร้อมกับจิตสังหารกลุ่มหนึ่ง 

.

.

.

.

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 67 หมาป่าหิมะแดงเพลิง"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

จอมนางพิชิตบัลลังก์
จอมนางพิชิตบัลลังก์
มีนาคม 12, 2022
บุรุษที่ถูกทิ้ง
มีนาคม 12, 2022
แม่มดสาวมุ้งมิ้ง
แม่มดสาวมุ้งมิ้ง
มีนาคม 12, 2022
เรียกพี่ว่าชาวนาสิ! (异能小神农)
เรียกพี่ว่าชาวนาสิ!
มีนาคม 12, 2022
ผมมีระบบแคปซูลในวันสิ้นโลก
ผมมีระบบแคปซูลในวันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
HxH: God of Choice System
HxH: God of Choice System
ธันวาคม 1, 2023
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz