คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 97 แข่งผู้อยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ 97 แข่งผู้อยู่เบื้องหลัง
หวางเจี้ยนเฟิงพูดอย่างเยือกเย็น “ ถ้าคุณเฝิงคิดว่าการบังคับใช้กฎหมายของพวกเรามีปัญหา คุณสามารถแจ้งไปที่นายระดับสูงของพวกเราได้ แต่ตอนนี้คุณต้องให้ความร่วมมือกับการทำงานของเรา ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ”
เฝิงเทียนต๋าพูด “ หวางเจี้ยนเฟิง คุณอย่าเอาอำนาจมาข่มผมเลย คุณก็แค่ผู้บัญชาการของหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมเท่านั้น อำนาจการตัดสินใจของทั้งเจียงหนานไม่ได้อยู่ที่คุณคนเดียว ”
“ ตอนนี้ฉลาดเข้าไว้และรีบพาคนของคุณออกไปซะ ไม่อย่างนั้นตอนรองผู้อำนวยการหลิวมา ก็อย่าลืมนึกถึงผลที่ตามมาแล้วกัน ”
“ ใครคือรองผู้อำนวยการหลิว? ”
ฉินห้าวตงกระซิบถามน่าหลันอู๋เซี๋ย
“ เขาเป็นรองผู้อำนวยการของสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะเจียงหนาน เล่ากันว่าเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเฝิงชื่อกรุ๊ป ” น่าหลันอู๋เซี๋ยตอบ
“ อ้อ! ” ฉินห้าวตงเข้าใจแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้หมอนี่ถึงดูมั่นใจนักหนาหลังจากโทรศัพท์เสร็จ ที่แท้เขาหาคนมาช่วยนี่เอง
เขาจึงหันไปพูดกับเฝิงเทียนต๋า “ เมื่อกี้คุณชายเฝิงเพิ่งแข่งว่าพวกใครมากกว่ากัน ตอนนี้กลับมาแข่งว่าผู้อยู่เบื้องหลังของใครจะแกร่งกว่ากันอีกแล้วเหรอ ? ”
เฝิงเทียนต๋าจึงพูดขึ้น “ แล้วไง ? ฉันจะบอกอะไรให้ไอ้เด็กแมงดา คิดจะจัดการกับตระกูลเฝิงของพวกเรางั้นเหรอ แกมันยังอ่อนไปเว้ย ”
หวางเจี้ยนเฟิงขมวดคิ้ว ถ้ารองผู้อำนวยการหลิวมาจริงๆ มันคงทำอะไรได้ยากแล้วเพราะตำแหน่งของเขาต่ำกว่ามาก
เฝิงเทียนต๋าสังเกตเห็นถึงความลังเลของเขา จึงตะโกนอย่างเย่อหยิ่ง “ หวางเจี้ยนเฟิง ทำตามที่ฉันแนะนำซะ รีบออกไปกับคนของนายดีกว่า ไม่งั้นนายตกงานแน่ ”
ในตอนนี้เอง รถเก๋งสีดำขับเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ รองผู้อำนวยการหลิวมาแล้วเหรอ ! ”
เฝิงเทียนต๋ากุลีกกุจอเข้าไปเปิดประตูรถอย่างมีความสุข จากนั้นมีชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปีลงมาจากรถ เขาคือรองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยเจียงหนาน ชื่อว่าหลิวปิงจง
“ คุณลุงหลิวมาแล้ว ! ผมถูกลูกน้องของลุงรังแก ” เฝิงเทียนต๋าเริ่มฟ้องขึ้นมาทันที
“ ฉันรู้แล้ว ” หลิวปิงจงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเฝิงมาโดยตลอด และเขาได้รับผลประโยชน์แอบแฝงมากมายจากความสัมพันธ์นี้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเพิกเฉยได้เมื่อตระกูลเฝิงมีปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคนที่ทำปัญหาเหล่านี้กลับเป็นคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา
เขาเดินเอามือไขว้หลังไปหาหวางเจี้ยนเฟิงและน่าหลันอู๋เซี๋ยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงข่ม “ เกิดอะไรขึ้น ? ใครส่งพวกคุณมาที่นี่ ? ไม่รู้กันหรือไงว่าการบังคับใช้กฎหมายตามอำเภอใจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยไม่กลัวหลิวปิงจงแม้แต่นิดเดียว เธอจึงพูดขึ้น “ รองผู้อำนวยการหลิว คุณเพิ่งมาถึงที่นี่ คุณจะรู้ได้ไงว่าการบังคับใช้กฎหมายของพวกเราไม่เหมาะสม ทั้งที่คุณแทบจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ? ”
หลิวปิงจงอ้ำอึ้งไปเพราะเขาไม่คิดว่าน่าหลันอู๋เซี๋ยจะทำให้เขาเสียหน้าต่อคนมากมายเช่นนี้ เขาจึงพูดขึ้นอย่างเข้มงวด “ พวกคุณทำอะไรโจ่งแจ้งแบบนี้ แต่กลับไม่รายงานฉัน ถ้านี่ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เหมาะสมแล้วจะให้เรียกว่าอะไร? ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดแย้ง “ รองผู้อำนวยการหลิว คุณลืมไปแล้วเหรอว่าหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมทำงานภายใต้การนำของหัวหน้าฟาง ? เราไม่จำเป็นต้องรายงานคุณ ”
“ เอ่อ…… ” หลิวปิงจงพูดไม่ออก น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดถูก ช่วงนี้เพื่อต้องการเร่งปราบปรามคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมของเมืองเจียงหนานถูกมอบหมายให้ดำเนินงานโดยการนำของฟางฉวนโซงภายใต้เขตอำนาจของสำนักความมั่นคงสาธารณะแห่งชาติ
แต่เนื่องจากเขาอยู่ในวงการตำรวจมานาน ไม่นานเขาก็พูดเสริมขึ้นมาว่า “ ไม่เกี่ยวว่าใครจะเป็นผู้ควบคุม พวกคุณต้องมีหลักฐานของคดีนี้ พวกคุณมีหลักฐานหรือเปล่า ? ยิ่งไปกว่านั้นพวกคุณมาทำคดีค้ายาเสพติด แต่ทำไมมาที่นิทรรศการหินหยกนี่ มียาซ่อนอยู่ในหินหรือไง ? ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูด “ รองผู้อำนวยการหลิว คุณพูดถูกแล้ว มียาอยู่ข้างในหินพวกนั้น ”
พูดจบเธอจึงยื่นผลแล็ปให้กับหลิวปิงจง “ นี่คือผลการทดสอบทางเคมีของหินหยกจากที่นี่ที่ทางหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมทำการทดสอบขึ้น ภายในบรรจุเฮโรอีนไว้เป็นจำนวนมาก ”
ท่าทางของเมิ๋งเที่ยเปลี่ยนไปทันที เขารู้ดีที่สุดเกี่ยวกับหินหยกพวกนั้น แต่เขาไม่รู้ว่าคนจากหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมเอาหินไปตอนไหน ที่นี่เป็นสถานที่ที่ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาและคนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา
หลิวปิงจงหน้าเครียดหลังจากเห็นผลการทดสอบ เขาหันกลับไปมองเฝิงเทียนต๋า
เฝิงเทียนต๋าตะโกนขึ้นทันที “ น่าหลันอู๋เซี๋ย เธอกล้าดียังไงทำผลปลอมขึ้นมา ? เธอแค่กำลังพยายามช่วยเหลือหลินชื่อกรุ๊ปพร้อมกับไอ้เด็กแมงดานี่เนี่ยนะ ! ”
“ ไร้สาระ ใครบอกว่านี่เป็นผลปลอม ? ”
เฝิงเทียนต๋าเถียงด้วยความโกรธเคือง “ งั้นก็บอกฉันหน่อยว่าเอาตัวอย่างมาเมื่อไหร่และใครเป็นพยานของผลการทดสอบนี้ ? ”
หลิวปิงจงดูเหมือนจะเจอจุดอ่อนเข้าแล้ว เขาหันไปพูดกับน่าหลันอู๋เซี๋ยทันที “ ใช่แล้ว รองผู้บัญชาการน่าหลัน ขั้นตอนการเอาหลักฐานมามันถูกกฎหมายไหม ? คุณเอาหลักฐานไปจากที่นี่เมื่อไหร่ ? ”
“ เอ่อ……”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดไม่ออกทันทีเพราะว่าเธอไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่าฉินห้าวตงขโมยตัวอย่างหินมาจากที่นี่
หวางเจี้ยนเฟิงจึงพูดขึ้น “ รองผู้อำนวยการหลิว ง่ายนิดเดียวครับ ที่นี่มีหินหยกเยอะขนาดนี้ พวกเราก็แค่สุ่มหยิบมาตรวจสอบสักชิ้น ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริง เราก็ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที แต่ถ้าหากมันไม่ใช่ ผมและรองผู้บัญชาการน่าหลันยินดีที่จะไปขอโทษเฝิงชื่อกรุ๊ป ”
มีหลิวปิงจงอยู่ข้างๆ ทั้งคน ทำให้เฝิงเทียนต๋ามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาจึงตะโกนแย้งขึ้นมา “ ไร้สาระ พวกคุณคิดว่าเฝิงชื่อกรุ๊ปเป็นอะไร ? แค่มาก่อความวุ่นวายแล้วก็จบเรื่องงั้นเหรอ ? ตอนนี้พฤติกรรมของพวกคุณมันสร้างความเสียหายให้กับบริษัทของเราเป็นอย่างมาก รีบพาคนของพวกคุณออกไปเดี๋ยวนี้แล้วชดใช้ค่าเสียหายมาด้วย ! ”
หลิวปิงจงหน้าบูดบึ้ง “ ใช่แล้ว เราถูกเน้นเป็นพิเศษว่าต้องรับใช้องค์กร ดูสิ่งที่คุณทำตอนนี้สิ คุณมาที่นี่และจับคนโดยที่ไม่มีหลักฐาน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจปฏิบัติกัน ตอนนี้ออกไปจากที่นี่พร้อมกับคนของคุณและไปขอโทษเฝิงชื่อกรุ๊ปซะ ”
“ เอ่อ…… ”
หวางเจี้ยนเฟิงตกอยู่ในภาวะลำบากใจ ถ้าพูดกันตามใจจริง เขาเชื่อในตัวฉินห้าวตงมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่พาคนมากมายมาล้อมพื้นที่หินหยกตรงนี้ไว้ ตอนนี้หลิวปิงจงเป็นผู้บังคับบัญชาการที่มีตำแหน่งสูงกว่าเขา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหยุดการปฏิบัติงาน
หลิวปิงจงไม่พอใจมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาไม่ทำตามคำสั่ง ในเวลานี้เขาพูดขึ้นอย่างเยือกเย็น “ ผู้บัญชาการหวาง ตอนนี้คุณกำลังเพิกเฉยต่อคำสั่งของฉันเหรอ ? อย่าลืมล่ะว่าคุณเป็นตำรวจ คุณต้องทำตามคำสั่งของคนที่อยู่สูงกว่าคุณ ตอนนี้ทำตามที่ฉันพูดซะ ”
ตอนนี้หวางเจี้ยนเฟิงลำบากใจมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าหากเขาพาคนกลับไปแบบนี้ ทุกอย่างที่ทำไปคงไร้ประโยชน์ หากอยากจะไขคดีคงไม่สามารถทำได้แล้ว แต่ถ้าไม่พาคนกลับไป เขาจะไม่ฟังคำสั่งก็ไม่ได้ เพราะหลิวปิงจงได้ออกคำสั่งมาแล้ว
น่าหลันอู๋เซี๋ยอ้าปากค้าง แต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกไป แม้ว่าตระกูลน่าหลันของเธอจะไม่กลัว หลิวปิงจง แต่ถ้ามองในตำแหน่งหน้าที่การงานถือว่าเขามีตำแหน่งสูงกว่าเธอมาก อีกทั้งเธอยังมีตำแหน่งต่ำกว่าหวางเจี้ยนเฟิง น่าหลันอู๋เซี๋ยไม่สามารถตัดสินใจแทนผู้บัญชาการได้ เพราะเธอเป็นเพียงรองผู้บัญชาการ
เมื่อเห็นหลิวปิงจงคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ได้แล้ว เฝิงเทียนต๋าจึงภูมิใจมาก เมิ๋งเที่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาก็รู็สึกโล่งใจเหมือนกัน
“ รองผู้อำนวยการหลิว คุณแน่ใจเหรอว่าต้องการปกป้องเอาใจตระกูลเฝิง ? มันไม่ง่ายเลยนะกว่าที่คุณจะมาถึงตำแหน่งที่คุณอยู่ตอนนี้ ดังนั้นอย่าตัดสินใจผิดเพราะมันจะสายเกินไปที่จะกลับมาเสียใจทีหลัง ”
คนที่พูดคือฉินห้าวตง เนื่องจากหวางเจี้ยนเฟิงและน่าหลันอู๋เซี๋ยอยู่ในจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดังนั้นเขาจึงต้องออกตัวบ้าง
หลิวปิงจงหน้านิ่วเมื่อเห็นชายวัยรุ่นอายุประมาณยี่สิบปีกล้าพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงถามอย่างไม่พอใจ “ เธอเป็นใคร ? มาทำอะไรที่นี่ ? ”
“ ผมชื่อฉินห้าวตง เป็นหมอ ”
เฝิงเทียนต๋าถือโอกาสนี้กระซิบบอกหลิวปิงจงทันที “ ลุงหลิว เขาเป็นแมงดาที่หลินโม่โม่เลี้ยงไว้ เขาเป็นตัวการของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดในวันนี้ ”
หลิวปิงจงมองตรงไปที่ฉินห้าวตงและพูดอย่างเยือกเย็น “ ฉันเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะ ฉันจะทำอะไรคงไม่ต้องให้เธอมาคอยบอกคอยสอน ”
ฉินห้าวตงส่ายหน้า “ เป็นถึงรองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะแต่กลับไม่รู้อะไรถูกหรืออะไรผิด กลับมาปกป้องเอาอกเอาใจอาชญากร คุณจะต้องเสียใจทีหลัง ”
หลิวปิงจงโกรธจัด เขาหันไปตะคอกใส่หวางเจี้ยนเฟิง “ ชายคนนี้กำลังทำผิดฐานพูดให้ร้ายรองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะ ฉันสั่งให้คุณรีบจับเขาเดี๋ยวนี้แล้วลงโทษให้ถึงที่สุด ”
เขาโกรธมากจริงๆ เพราะว่าหมอต่ำต้อยคนนี้เพิกเฉยต่อคนอย่างเขา เขาจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้หลาบจำสักหน่อย
แต่เมื่อเขาพูดจบ ที่ด้านหลังก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ รองผู้อำนวยการหลิวช่างวางอำนาจน่ากลัวอะไรเช่นนี้ ”
เขาหันไปมอง พบว่าเป็นฟางฉวนโซง หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษกำลังเดินเข้ามา
“ หัวหน้าฟาง ”
หลิวปิงจงรีบเดินเข้าไปทักทายเขา เขาอาจจะเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานของเมืองก็จริง แต่ ฟางฉวนโซงอยู่ที่นี่พร้อมกับอำนาจที่ได้รับมองหมายจากกรมตำรวจ ตำแหน่งของฟางฉวนโซงสูงกว่าผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะเจียงหนาน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงรองผู้อำนวยการเลย
เขาคิดว่าเขามีตำแหน่งสูงสุดและสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อฟางฉวนโซงมาถึง
ฟางฉวนโซงเดินผ่านหลิวปิงจงโดยไม่สนใจ แต่กลับเดินไปพูดกับฉินห้าวตงแทน “ น้องฉิน ครั้งนี้เธอช่วยฉันได้มากเลย ฉันจะมอบรางวัลให้เธอหลังจากเราเสร็จคดีนี้ ”
เขาพูดอย่างจริงจัง เขาเป็นผู้นำทีมจัดการกับคดีพิเศษพวกนี้ ตำแหน่งนี้สูงและกดดันมาก เขากังวลมากเพราะเขาได้ยินข้อมูลจากสายที่สามเหลี่ยมทองคำว่ายาเสพติดได้เข้ามาที่ประเทศเรียบร้อยแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะจับได้อย่างไร
เขารู้สึกดีใจมากตอนที่เขาได้ยินจากหวางเจี้ยนเฟิงว่าฉินห้าวตงพบยาเสพติดที่เข้ามาในเมืองเจียงหนานแล้ว เขาจึงรีบขับออกมา แต่เนื่องจากรถติดเป็นเวลานานและนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงมาช้า
หลิวปิงขงที่มองดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้างเกิดความสับสน เขารู้จักฟางฉวนโซงเป็นอย่างดี ชายคนนี้มีอำนาจสูงและหยิ่งยโสมาก ตั้งแต่มาที่เมืองเจียงหนาน เขาไม่เคยจะแสดงความเคารพต่อผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเคารพชายหนุ่มคนนี้มาก เขาบอกเองไม่ใช่เหรอว่าตัวเองเป็นหมอ ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
ฉินห้าวตงพูดขึ้น “ พี่ฟาง ผมเกือบถูกจับแล้วถ้าพี่ไม่มาที่นี่ซะก่อน ”
เมื่อกี้หลิวปิงจงให้อำนาจรังแกเขา ตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะเอาคืนสักดอก
“ น้องฉินไม่ต้องกังวล ตราบใดที่ฉันอยู่ที่นี่ ไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอหรอก ” ฟางฉวนโซงพูดขึ้น
หลังจากนั้นเขาจึงหันไปถามหลิวปิงจง “ รองผู้อำนวยการหลิว คุณก็อยู่ในที่ประชุมเมื่อหลายวันก่อนนี่นา ตอนนี้หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมของเมืองเจียงนานอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของฉัน ทำไมคุณยังมาออกคำสั่งที่นี่อีกล่ะ ? ”
“ เอ่อ…… ” หลิวปิงจงทำตัวไม่ถูก แต่เขาจะดื้อดึงไม่ตอบไม่ได้ “ ฉันรู้สึกว่ากระบวนการในการจัดการกับคดีนี้ของพวกเขาไม่เหมาะสม ดังนั้น…… ”
ฟางฉวนโซงพูดขัดขึ้นตอนที่เขายังไม่ทันได้พูดจบ “ รองผู้อำนวยการหลิว คุณบอกว่ากระบวนการของเราไม่เหมาะสม แล้วมันเหมาะสมไหมที่คุณเข้ามาแทรกแซงคดีของเรา ? ”
“ เอ่อ…… ” เหงือเย็นไหลซึมอยู่บนหน้าผากของหลิวปิงจง ตำแหน่งของฟางฉวนโซงสูงกว่าเขามากและสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นฝ่ายละเมิดก่อน
“ ช่างมันเถอะ มาพูดถึงวันนี้กันดีกว่า ฉันจะรายงานเบื้องบนทีหลัง ” ฟางฉวนโซงพูดจบ จึงหันไปพูดกับหวางเจี้ยนเฟิง “ ผู้บัญชาการหวาง คุณสามารถเริ่มสอบสวนคดีนี้ได้เลย ”
“ รับทราบ ! ” หวางเจี้ยนเฟิงตอบรับเสียงดัง ความกดดันที่จุกอยู่ในอกได้หายไป
เฝิงเทียนต๋ามึนงง พริบตาเดียวผู้อยู่เบื้องหลังระดับบิ๊กของเขาต้องถอยซะแล้ว เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไอ้เด็กแมงดาอย่างฉินห้าวตงไปรู้จักกับคนระดับฟางฉวนโซงได้อย่างไร ?
เขามองไปที่หลิวปิงจงอีกครั้งเพื่อรอดูว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี แต่หลิวปิงจงกลับก้มหน้าและทำเป็นไม่สนใจเขา
เขาไม่แปลกใจเลย ขนาดหลิวปิงจงยังแทบเอาตัวเองไม่รอด ไม่ต้องพูดถึงเฝิงชื่อกรุ๊ปเลย ถ้า ฟางฉวนโซงรายงานเรื่องของเขาให้เบื้องบนทราบ มีหวังเขาอาจต้องสูญเสียงานในฐานะรองผู้อำนวยการก็ได้
หลังจากที่หวางเจี้ยนเฟิงและน่าหลันอู๋เซี๋ยได้รับคำสั่งจากฟางฉวนโซง พวกเขารีบลงมือจับคนพวกนี้ใส่กุญแจมือเพื่อควบคุมตัวไป แต่เมิ๋งเที่ยเมื่อเห็นดังนั้นกลับตะโกนขึ้น “พวกแกทั้งหมดหยุดเดี๋ยวนี้ ! ไม่งั้นฉันจะระเบิดพวกแกให้หมดเลย ! ”
สายตาทั้งหมดจับจ้องไปที่เมิ๋งเที่ยหลังจากที่เขาตะโกน เห็นเพียงเมิ่งเที่ยปลดกระดุมเสื้อออก เผยให้เห็นระเบิดมากมายติดอยู่ที่เอวของเขาพร้อมกับถือรีโมทควบคุมสีดำอยู่ในมือ
จบตอน