คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 93 เปลี่ยนโฉมใหม่ให้แก
ตอนที่ 93 เปลี่ยนโฉมใหม่ให้แก
“ คนไม่ดี อย่ารังแกครูหวางนะ ไม่งั้นหนูจะให้ป่าป๊าเตะคุณเหมือนลูกบอลเลย ” ถังถังพูดด้วยเสียงที่เข้มงวด
“ ป่าป๊าของหนูงั้นเหรอ ? ป่าป๊าของหนูจะทำอะไรได้ ! ” ต่งเชาหัวเราะอย่างหยิ่งผยองและพูดต่อ “ ฉันมาที่นี่เพื่อคิดบัญชีกับป่าป๊าของหนู เห็นหรือเปล่า ? คนพวกนี้เป็นชาวยุทธยอดฝีมือที่ฉันพามาจากเซี่ยงไฮ้ หนูรู้จักชาวยุทธยอดฝีมือไหม ? คนธรรมดาที่รู้กังฟูแบบกระจอกๆ เทียบอะไรพวกเขาไม่ได้เลย ”
ต่งเชาชี้ไปที่ชายที่ยืนอยู่ทางซ้ายและพูดเสริม “ คนนี้คืออาจารย์จางผู้ช่ำชองฝ่ามือเหล็ก เขาอยู่ในขั้นหมิงขอบเขตที่ห้า ฝ่ามือเหล็กเพียงข้างเดียวสามารถทุบแร่โลหะให้แตกละเอียดได้ ”
“ เขาสามารถทุบหัวพ่อของหนูให้เละเป็นลูกมะนาวโดนทับได้ถ้าเขาต้องการ ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ตวัดสายตาเหย่อหยิ่งไปมองฉินห้าวตง และชี้ไปที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งขวาแล้วพูดขึ้น “ อาจารย์หลี่แข็งแกร่งยิ่งกว่า เขาฝึกถึงขั้นหมิงขอบเขตที่หก เขาช่ำชองกระบวนท่าบาทาไร้เงาฝอซานที่สุด ”
“ หนูเคยได้ยินบาทาไรเงาฝอซานบ้างไหม ? ในทีวีนั่นเป็นของปลอมทั้งนั้น แต่อาจารย์หลี่คนนี้คือของจริง เขาสามารถเตะป่าป๊าของหนูเหมือนลูกบอลได้แน่นอน ”
“ ขั้นหมิงขอบเขตที่ห้า ! ขั้นหมิงขอบเขตที่หก ! โอ้ พวกเขาเป็นยอดฝีมือจริงๆ ! “ ฉินห้าวตง ยิ้มอย่างเหยียดหยาม จะเอาชนะชาวยุทธกระจอกแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องถึงมือเขาหรอก แค่สุ่มเอาคนจากในบริษัทรักษาความปลอดภัยของเขาออกมาสักคนก็จัดการได้สบายๆ แล้ว
“ แกกลัวงั้นเหรอ ? นี่คือยอดฝีมือที่ตระกูลต่งของเราจ้างมาเชียวนะ ” ต่งเชาไม่รู้สึกถึงน้ำเสียงจิกกัดของฉินห้าวตงเลย เขายังคงพูดด้วยความหยิ่งต่อไป “ ถ้าแกอยากให้ฉันปล่อยแกไป อย่างแรกแกต้องบอกให้นังโสเภณีคนนี้มาแต่งงานกับฉันอีกครั้ง ทั้งชีวิตของเธอเป็นได้แค่ของเล่นของฉันเท่านั้น ”
“ อย่างที่สอง คุกเข่าต่อหน้าฉันและก้มหัวของแกลงกับพื้นเพื่อขอโทษฉัน จนกว่าฉันจะพอใจ ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ชำเลืองมองไปที่ฉีหว่านเอ๋อคนที่ยืนอยู่ข้างฉินห้าวตงและเริ่มพูดต่อ “ ว้าว ผู้หญิงคนนี้สวยดีนี่ ให้เธอมานอนกับฉันสักสองสามวัน ถ้าฉันพอใจ ฉันก็จะปล่อยเรื่องนี้ไป ไม่เอาเรื่องแก ”
หวางเจียหนีกลัวคำพูดของต่งเชามากเพราะว่าเธอไม่ใช่ชาวยุทธและไม่รู้ว่าฉินห้าวตงทรงพลังขนาดไหน เธอเชื่อในคำขี้โม้ของต่งเชาและคิดว่าฉินห้าวตงอาจจะแข็งแกร่งน้อยกว่าชาวยุทธสองคนนั้น
เธอจึงพูดขึ้น “ ถ้าแกต้องการ ฉันยอมแต่งงานกับแกอีกครั้งก็ได้ แต่แกต้องสัญญาก่อนว่าจะปล่อยเพื่อนสองคนนี้ของฉันไป ”
ต่งเชายิ่งได้ใจ เขาตะโกนขึ้นอีก “ นังโสเภณี แกคิดว่าแกเป็นใคร ? แกกล้ามาต่อรองกับฉันได้ไง ? ฉันบอกความต้องการของฉันไปหมดแล้ว ถ้าแกฉลาดพอก็ทำตามที่ฉันบอกซะ แล้วฉันจะปล่อยให้เรื่องนี้มันผ่านไป ไม่งั้นมันอาจสายเกินไปถ้าอาจารย์สองท่านนี้ลงมือเสียก่อน ”
หวางเจียหนีกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่างเพิ่มเติมแต่โดนฉินห้าวตงดึงกลับมา เขาหันไปพูดกับต่งเชา “ แกพูดถูก สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ ถ้าแกคุกเข่าขอโทษและสัญญาว่าจะไม่มารบกวนครูหวางที่เจียงหนานอีก ฉันจะปล่อยเรื่องนี้ไปเหมือนกัน ไม่งั้นแล้วสิ่งเลวร้ายอาจจะเกิดขึ้นกับแกแทน ”
ต่งเชา ตะลึงกับคำพูดของฉินห้าวตง ตอนแรกเขาคิดว่าฉินห้าวตงต้องยอมจำนนแน่นอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะดื้อดึงขนาดนี้
“ ไอ้เด็กน้อย แกรนหาที่ตายเองนะ ” ต่งเชาหันไปพูดกับชาวยุทธที่อยู่ด้านหลัง “ อาจารย์ ไอ้เด็กนี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ต้องรบกวนพวกคุณสั่งสอนบทเรียนมันหน่อย ”
“ ปล่อยให้ฉันจัดการเอง ” อาจารย์จางพูดขณะที่พุ่งเข้าไปด้านหน้า ฝ่ามือทั้งสองของเขาทั้งหนาและดำ ดูเหมือนฝ่ามือเหล็กจะทำให้มือของเขาเปลี่ยนโฉมไป
เขาประสานมือแล้วพูดกับฉินห้าวตง “ ฉันคือจางไห่เทาผู้ช่ำชองฝ่ามือเหล็ก วันนี้จะแสดงให้แกเห็นเป็นบุญตา ”
ก่อนที่ฉินห้าวตงจะทันพูดอะไร ฉีหว่านเอ๋อก็ชิงพูดขึ้น “ ปล่อยให้ฉันจัดการเอง ! ”
ฉินห้าวตงเพิ่งได้รับบาดเจ็บมา และไม่รู้ว่าฟื้นฟูไปถึงไหนแล้ว ดังนั้นเธอจึงเสนอตัวเอง
“ โอเค เบามือหน่อยนะ อย่าให้นองเลือดกันมากไป ”
ฉินห้าวตงไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของฉีหว่านเอ๋อแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าในฐานะชาวยุทธขั้นอ้าน เธอสามารจัดการกับคนขี้โม้สองคนนี้ได้อย่างสบายๆ
สิ่งที่เขากังวลเกี่ยวกับฉีหว่านเอ๋อคือเธอจะจัดการกับพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมเกินไปจนอาจทำให้เกิดการนองเลือด ถ้าแม่หนูน้อยเห็นเข้าคงไม่ดี
เมื่อเห็นฉินห้าวตงซ่อนอยู่ด้านหลังฉีหว่านเอ๋อ ต่งเชาก็ตะโกนออกมา “ ไอ้เด็กน้อย แกจะให้ผู้หญิงออกมาสู้แทนแกจริงๆ เหรอ น่าอายชะมัด ”
ฉินห้าวตงยิ้มบาง “ สามารถมีพวกผู้หญิงมาลงมือแทนได้ถือเป็นความสามารถของฉัน แกก็ทำได้นะ ถ้ามีความสามารถมากพอ ”
“ หึ ฉันจะจัดการแกทีหลัง ” ต่งเชาหันไปพูดกับจางไห่เทา “ อาจารย์จาง เบามือกับสาวน้อยคนนี้หน่อยนะ เดี๋ยวพวกเราจะพาเธอไปนอนบนเตียงอุ่นๆ ”
จางไห่เทายิ้มอย่างลามก “ วางใจได้คุณชาย ฉันจะลงมืออย่างนุ่มนวลกับผู้หญิงคนนี้ แม่สาวน้อยคนนี้น่ารักจริงๆ ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก ”
ฉีหว่านเอ๋อโกรธจัดเมื่อเธอเห็นว่าสองคนนี้กล้าพูดจาแทะโลมเธอต่อหน้าต่อตา เธอตวัดมือไปคว้าจางไห่เทาไว้
จางไห่เทาไม่สนใจฝ่ามือเล็กๆ ขาวนวลเนียนของฉีหว่านเอ๋อ เพราะเขาคิดว่าฉีหว่าเอ๋อคงสู้ฝ่ามือเหล็กของเขาไม่ได้ เขายื่นมือใหญ่ออกมากะคว้าเอาเธอมาไว้ในอ้อมกอด
แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าเมื่อมือทั้งสองปะทะกัน เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฝ่ามือของเขา กระบวนท่าที่เขาฝึกฝนมานานสิบกว่าปีจนฝ่ามือของเขาสามารถตัดหินและโลหะได้ กลับถูกฉีหว่านเอ๋อจิกจนเลือดออกเป็นรอยแผลลึก
“ ฉันบอกเธอแล้วว่าอย่าทำให้เลือดไหลมากเกินไป ! ”
ฉินห้าวตงทำอะไรไม่ได้นอกจากเอามือปิดตาของถังถังไว้
“ ป่าป๊า ถังถังไม่กลัว ” แม่หนูน้อยดึงมือของฉินห้าวตงออกแล้วหันไปพูดกับฉีหว่านเอ๋อ “ คุณน้าสู้ๆ จัดการคนไม่ดีให้หนักๆ ไปเลย ! ”
จางไห่เทาระวังตัวมากขึ้นหลังจากได้รับบาดเจ็บ เขาวาดฝ่ามือไปที่ขมับของฉีหว่านเอ๋อด้วยเสียงแหลมตัดผ่านลม
ฉีหว่านเอ๋อยกมือจับข้อมือของเขาแล้วบิดมัน ทำให้กระดูกข้อมือของจางไห่เทาฉางหักดังกร็อบ
ฝ่ามือเหล็กที่จางไห่เทาฝึกฝนมานับหลายปีหักได้ในพริบตาเดียว เขาเสียพลังในการต่อสู้ทันที
“ บาทาไร้เงาฝอซาน ! ”
เมื่อเห็นเพื่อนได้รับบาดเจ็บ หลี่เฟยที่ยืนอยู่ด้านข้างก็กระโดดขึ้นไปในอากาศทันทีและเล็งฝ่าเท้าสองข้างถีบไปที่ฉีหว่านเอ๋อ
ฉีหว่านเอ๋อยกขาข้างหนึ่งให้สูงขึ้นและเตะไปที่หลี่เฟยจนเขากระเด็นออกไปก่อนที่จะเตะซ้ำอีกครั้ง
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลี่เฟยเมื่อเขาเห็นฉีหว่านเอ๋อกล้าเตะเขากลับ เขาได้ฝึกกระบวนท่านี้มานานกว่ายี่สิบปี จนสามารถหักท่อนไม้ขนาดลำท่อนใหญ่เท่ากับชามได้สบายๆ เมื่อเทียบกันแล้วขาเรียวบางของฉีหว่าเอ๋อช่างเปราะบางมากจริงๆ
ชั่วพริบตาเดียวขาทั้งสองกระทบกันและมีเสียงดังกร็อบก่อนที่หลี่เฟ จะกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมา ขาแข็งแรงของเขาที่เคยหักท่อนไม้ได้ บัดนี้ได้งอเป็นรูปตัววีไปแล้ว
เขาจะไปรู้ได้อย่างไรกันว่าฉีหว่านเอ๋อไม่เพียงแต่จะเป็นยอดฝีมือขั้นอ้าน แต่เธอยังมีร่างกายเป็นธาตุโลหะที่หาได้ยากยิ่งอีกด้วย ดังนั้นแม้ว่าเธอจะบอบบางแต่เธอก็แข็งแกร่งเหมือนกับการหุ้มชุดเกราะเหล็กและเกราะระฆังทองไปพร้อมๆ กัน ชาวยุทธขั้นหมิงขอบเขตที่หกอย่างเขาจะไปเทียบเธอได้อย่างไร
สีหน้าที่ภาคภูมิใจของต่งเชาเปลี่ยนเป็นมึนงงทันที เขาไม่คิดว่าชาวยุทธทั้งสองที่ตระกูลของเขาจ้างมาจะถูกผู้หญิงคนเดียวจัดการจนสูญเสียความสามารถทั้งหมด
แค่ฉินห้าวตงคนเดียวเขายังจัดการไม่ได้ แล้วเขาจะไปอธิบายกับตระกูลได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามเขาไม่สนใจเรื่องนั้นเท่าไหร่ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังไปได้ไม่ดี เขาจึงรีบเข้าไปในรถเก๋งคันสีดำที่จอดอยู่ข้างๆ และพยายามปิดประตูรถเพื่อขับหนี
อย่างไรก็ตามฉีหว่านเอ๋อถูกเขายั่วโมโหเข้าให้แล้วและเธอจะไม่ปล่อยเขาไปเด็ดขาด เธอเดินไปที่รถเก่งคันนั้นและดึงประตูออกอย่างแรงด้วยมือของเธอ ก่อนที่จะดึงตัวต่งเชาออกมาจากในรถ
หวางเจียหนีตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น ขณะที่มองไปที่ฉีหว่านเอ๋อคนที่ดูบอบบางกว่าเธอเสียอีกแต่กลับมีพลังที่แข็งแกร่งและสามารถดึงประตูรถออกด้วยมือของเธอได้ เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนรอบตัวฉินห้าวตงต้องเป็นคนประเภทไหนกัน
ฉีหว่านเอ๋อยกตัวของต่งเชาขึ้นเหมือนกับยกไก่ จากนั้นเดินไปที่ฉินห้าวตงก่อนที่จะโยนต่งเชา ลงพื้น ต่งเชาล้มลงกับพื้นอย่างแรงและร้องโอดครวญ เขาจุกจนเกือบจะอ้วกเอามื้อเย็นออกมา
“ พี่ฉิน เราจะลงโทษไอ้สารเลวนี่ยังไงดี ? หักแขนขาสองข้างของมันเลยดีไหม ? ”
ฉีหว่านเอ๋อจ้องเขม็งไปที่ต่งเชา เธอยังคงโกรธเคืองกับคำพูดสกปรกที่เขาพูดต่อเธอ
ต่งเชากลัวจนสั่น เขาอ้อนวอนเธอ “ ได้โปรด ได้โปรดน้องฉิน ทั้งหมดนี่เป็นความผิดฉันเอง ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วยเถิด ฉันสัญญาว่าจะไม่มากวนนายอีกแล้ว ! ”
ฉินห้าวตงส่งถังถังให้หวางเจียหนีที่ยืนอยู่ด้านข้าง และนั่งยองตรงหน้าต่งเชา แล้วตบหน้าต่งเชาพลางพูดขึ้น “ ทุกคนทำพลาดได้ การรู้ความผิดและสามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเป็นคุณความดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ! ”
ต่งเชาดีใจมาก เขาคิดว่าฉินห้าวตงจะปล่อยเขาไป เขาจึงรีบตอบทันที “ ใช่แล้ว ! ใช่แล้ว ! ฉันจะเปลี่ยนแปลงมัน ”
ฉินห้าวตงยิ้มบาง “ การรู้ความผิดและเปลี่ยนแปลงตนเองถือเป็นเรื่องดี แต่เมื่อทำผิดแล้วก็ต้องชดใช้มัน ถ้าการขอโทษเพียงพอที่จะลบล้างความผิดของคนๆ หนึ่งได้ แล้วเราจะมีตำรวจไว้ทำไม ? ”
จนกระทั่งตอนนี้ ต่งเชาถึงตระหนักได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าเขาไม่ได้หลอกได้ง่ายๆ เขาจึงถามด้วยความหวาดกลัว “ แล้วนายต้องการอะไร ? ”
“ เมื่อกี้นี้แกทำให้ครูหวางกลัว แกควรจ่ายค่าทำขวัญ ” ฉินห้าวตงพูด “ ดูเหมือนว่าหนึ่งล้านที่เราขอจากแกครั้งที่แล้วจะน้อยเกินไปจนแกมีเงินไปจ้างบอดี้การ์ดมา ดังนั้นครั้งนี้เอาเป็นว่าแกเอาให้เราสองล้านหยวนเพื่อปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แกคิดว่าไง ? ”
ขณะที่เขาพูด สายตาของฉินห้าวตงก็มองไปที่แขนและขาของต่งเชาเพื่อสื่อความหมายขู่ว่าถ้าต่งเชาปฏิเสธ เขาจะหักแขนขาของต่งเชาทันที
“ ฉันตกลง ฉันไม่คัดค้านแน่นอน ฉันควรชดใช้ ! ”
ต่งเชากลัวมาก เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดโอนเงินจากบัญชีธนาคารไปให้หวางเจียหนี
“ แกฉลาดไอ้หนุ่ม ไม่งั้นฉันคงเสียใจที่ต้องทำรุนแรงกับแก ” ฉินห้าวตงตบไหล่ต่งเชาเบาๆ ด้วยรอยยิ้มแล้วพูดต่อ “ แต่คนอย่างแกมันความจำไม่ดีด้วยสิ แกจะสร้างปัญหาอีกถ้าครั้งนี้แกไม่โดนทรมาน ฉันจะฝากแผลเป็นไว้เป็นเครื่องเตือนใจแกแล้วกัน ”
หลังจากนั้นฉินห้าวตงคว้าที่หัวของต่งเชาด้วยมือทั้งสองและบิดมันเบาๆ เสียงดังกร็อบ หัวของ ต่งเชาหมุนไปอีกข้างหนึ่งประมาณสี่สิบห้าองศา ทำให้เขากลายเป็นชายที่มีคอที่บิดเบี้ยว
“ แก……แกทำอะไรกับฉัน ? ” ต่งเชาถามด้วยความหวาดกลัว
“ ไม่ต้องห่วง คอของแกไม่ได้หักและมันไม่อันตรายต่อแก ” ฉินห้าวคงพูดด้วยรอยยิ้ม “ หลายวันก่อนฉันได้อ่านวรรณกรรมเรื่องห้องสินและพบว่ารูปลักษณ์ของเซินกงเป้าจอมโฉดเจ๋งมากๆ ดังนั้นฉันจึงทำให้แกเหมือนกับเขา ”
“ นับแต่นี้ไปแกต้องใช้ชีวิตแบบนี้ รับมันเป็นบทเรียนที่ฉันให้กับแกซะ แกจะได้ไม่ลืมมันอีก แล้วก็ฟังฉันด้วย ถ้าแกเป็นคนดีเมื่อไร บางทีสักวันหนึ่งคอของแกก็จะกลับมาตรงอีกครั้ง ”
“ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะไปรักษาในโรงพยาบาลเลยเพราะมันไร้ประโยชน์ ไม่ว่าหมอคนไหนที่แกไปหา พวกเขาก็จะบอกว่าแกเกิดมาแล้วมีคอที่บิดเบี้ยวตั้งแต่กำเนิด ”
รูปลักษณ์ของต่งเชาเปลี่ยนไปมาก เขาไม่สามารถไปจีบหญิงได้อีกแล้วถ้าเขามีสภาพคอบิดเบี้ยวเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขากลับไปที่เซี่ยงไฮ้ เขาต้องอับอายแน่ๆ
“ น้องฉิน ปล่อยฉันไปเถิด ทำให้คอของฉันกลับเป็นปกติทีเถอะนะได้โปรด ฉันจะให้มากกว่าสองล้านหยวนเป็นสี่ล้านหยวนเลย ! ”
ฉินห้าวตงตอบด้วยรอยยิ้ม “ เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่ง อย่าคิดว่าทุกอย่างจะสามารถแก้ไขได้ด้วยเงิน เมื่อแกมาสร้างปัญหาให้ฉัน แกก็ควรเตรียมใจเรื่องนี้ด้วย ”
“ ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว ได้โปรดปล่อยฉันไป ได้โปรด…… ”
เมื่อเห็นต่งเชาไม่หยุดอ้อนวอน ฉินห้าวตงจึงพูดอย่างไม่พอใจ “ ฉันจะนับสาม ถ้าแกไม่ออกไปในเวลานี้ ฉันไม่ลังเลที่จะบิดคอของแกไปด้านหลังแล้วเปลี่ยนโฉมใหม่ให้แก ”
“ สาม…… ”
เพิ่งนับแค่เลขเดียว ต่งเชาก็รีบลุกขึ้นจากพื้นแล้วหันหลังวิ่งหนี หลังจากที่เขาเห็นฉินห้าวตงลงมือ เขาก็รู้แล้วว่าฉินห้าวตงไม่ได้พูดเล่น
จางไห่เทาและหลี่เฟยต่างก็รีบลุกบี้ลุกลนไปที่รถ ต่งเชาติดเครื่องยนต์ด้วยคอบิดเบี้ยวแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วจนไม่เห็นแม้เงา
จบตอน