คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 56 บริษัทรักษาความปลอดภัยเหลยเฉิน
ตอนที่ 56 บริษัทรักษาความปลอดภัยเหลยเฉิน
เมื่อเห็นทั้งสองกำลังจ้องมองกันด้วยความรัก หลินจื่อเยวียนยิ้มแล้วเดินอุ้มแม่หนูน้อยออกจากห้องไป แม้แต่ต้าเหมาและเอ้อร์เหมาผู้ที่คอยปกป้องเขามาตลอดยังออกจากห้องไปพร้อมกัน
ฉินห้าวตงรู้สึกดีใจมาก พ่อตาคนนี้รู้เรื่องรู้ราวดีจริงๆ รู้ว่าเมื่อไรควรจะหาโอกาสให้เขา
ขณะที่เขากำลังจะดึงหลินโม่โม่เข้ามาในอ้อมแขนของเขานั้น โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้นมาอย่างไม่รู้เวร่ำเวลา
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อดูว่าใครโทรมา เป็นสายของน่าหลันอู๋เซี๋ย เมื่อรู้ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับหมายเลขโทรศัพท์นั้น เขาจึงกดปุ่มรับสาย
“เป็นไงบ้าง? ได้ผลหรือยัง?” ฉินห้าวตงถามด้วยความกระตือรือร้น
“เมื่อกี้แผนกเทคนิคคตรวจสอบมันไปแล้ว หมายเลขนั้นลงทะเบียนที่ต่างประเทศและมันไม่ได้ใช้ชื่อจริง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง!”
“แล้วระบุตำแหน่งได้ไหม? เธอรู้ที่อยู่ตอนนี้ของคนนั้นไหม?”
น่าหลันอู๋เซี๋ยตอบ “ตอนนี้โทรศัพท์ปิดเครื่องอยู่ ไม่มีสัญญาให้ตรวจสอบแม้แต่นิดเดียวเลย ทางเราจึงส่งคนไปที่สถานที่ที่สัญญาณปรากฏล่าสุด มันอยู่ที่บนแม่น้ำชิงหลง”
“นายน่าจะรู้จักแม่น้ำชิงหลงนะ ในแต่ละวันมีเรือยอร์ชและเรือสินค้าแล่นผ่านเป็นพันลำ และมีผู้โดยสารบนเรือนับไม่ถ้วน ดังนั้นมันจึงระบุขอบเขตไม่ได้”
“ฉันเดาว่าเมื่อตอนนายคุยกับคนนั้น เขาต้องสังเกตได้ถึงบางอย่างไม่ชอบมาพากล ดังนั้นจึงโยนโทรศัพท์ทิ้งลงแม่น้ำ”
“บ้าชิบ เจ้าเล่ห์เสียจริง!” ฉินห้าวตงพูดอย่างโกรธเคือง
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดต่อ “ก่อนลงมืออีกฝ่ายต้องมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพราะมีเบาะแสเพียงน้อยนิดให้เราได้ตรวจสอบ การตรวจสอบต้องใช้เวลาและไม่สามารถเร่งรีบได้”
ฉินห้าวตงไม่มีทางเลือก หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำเขาก็วางสายไป
แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเขากับหลินโม่โม่จะอบอุ่นขึ้นมาก แต่เขาก็ยังคงถูกไล่กลับไปทุกคืน เขาได้แต่ถอนหายใจคนเดียวอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่าการได้ร่วมเตียงนอนกับหลินโม่โม่คงไม่ต่างอะไรจากความฝัน
เช้าวันต่อมา ฉินห้าวตงกับหลินโม่โม่ไปส่งแม่หนูน้อยที่โรงเรียนอนุบาล แม่หนูน้อยได้ก้าวออกมาจากความกลัวในเหตุการณ์เมื่อคืนนี้แล้ว เธอกำลังฮัมเพลงของโอวหยางชานชานอย่างมีความสุข
หลังจากร้องเพลงจบ เธอก็พูดขึ้นว่า “ป่าป๊า หวางเสี่ยวหมิงมีรูปภาพลายเซ็นของโอวหยางชานชานด้วย เมื่อไหร่ถังถังจะมีบ้างละคะ?”
“ถังถัง หนูยังเด็กเกินไปที่จะไล่ตามดารานะลูก” หลินโม่โม่พูด
“แต่ว่าหนูชอบโอวหยางชานชาน หนูเลยอยากได้รูปภาพลายเซ็นของเธอ”
แม่หนูน้อยทำสีหน้าเศร้าทำให้คนอดที่จะสงสารไม่ได้ อีกอย่างในความคิดเห็นของเธอ ป่าป๊าทำได้ทุกอย่าง จะต้องหาลายเซ็นมาให้เธอได้อย่างแน่นอน
ฉินห้าวตงไม่สามารถปฏิเสธลูกสาวของเขาได้ ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น “ถังถังเด็กดี ป่าป๊าจะหามาให้หนึ่งใบภายในสองสามวันนี้แหละ “
“ป่าป๊าดีกับถังถังตลอดเลย”
แม่หนูน้อยหอมแก้มของฉินห้าวตง หลังจากรถจอดแล้วเธอจึงเดินเข้าไปในโรงเรียนอนุบาลอย่างมีความสุข
หลินโม่โม่หันไปพูดกับฉินห้าวตง “คุณตามใจเธอมากเกินไป เราจะไปเอารูปภาพลายเซ็นได้จากที่ไหน?”
“ถังถังขอแค่นี้เอง คนเป็นพ่ออย่างผมต้องทำให้เธอพอใจอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้จริงๆ ผมก็จะเข้าไปหาซื้อในเว็บเถาเป่า ในนั้นมีขายทุกอย่าง”
จากนั้นฉินห้าวตงไม่ได้ไปบริษัทกับหลินโม่โม่ เขาขับมาที่ตลาดขายส่งสมุนไพรแทน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เขาออกมาจากตลาดพร้อมกับถุงขนาดใหญ่ที่บรรจุไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด
เขาเอาเงินห้าล้านหยวนให้หลงหู่เซิงและเอาเงินสิบห้าล้านหยวนของตงฟางเหลียงให้กับฉางเตาเพื่อก่อตั้งบริษัทความปลอดภัย ดังนั้นเขาจึงเหลือเงินติดตัวเพียงสองแสนหยวนที่เป็นเงินจากค่ารักษาของไป๋จื่อผิง และเงินกว่าครึ่งของสองแสนหยวนนั้นได้ถูกใช้จ่ายไปในตลาดขายส่งยาสมุนไพรไปเรียบร้อยแล้ว
แต่มันไม่มีทางอื่นแล้ว เขาต้องการยาสมุนไพรเป็นอย่างมาก ที่เขาซื้อนั้นเป็นยาสมุนไพรโบราณจากในป่าทั้งหมด ซึ่งต้องแพงเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขามีโสมหิมะกับโสมเกาหลีอยู่แล้ว เงินสองแสนหยวนก็คงไม่เพียงพอ
เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขาเริ่มหลอมยาโอสถเป่ยหยวน เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว เขาใช้วิธีง่ายๆ ในการสกัดส่วนที่จำเป็นของสมุนไพรยาโดยไม่มีกากเสียเลยแม้แต่น้อย ประสิทธิภาพจึงสูงกว่าและไม่สิ้นเปลือง
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป การหลอมยาโอสถเป่ยหยวนจำนวนห้าสิบเม็ดเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นเขาสกัดน้ำมันครีมซ่อมแซมเนื้อเยื่อและผงสลายศพ
น้ำมันครีมซ่อมแซมเนื้อเยื่อเป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้รักษาบาดแผล เป็นสิ่งที่ควรมีติดตัวไว้มากที่สุด ส่วนผงสลายศพใช้อย่างเช่นในกรณีของตงฟางเหลียง ต่อไปนี้คงไม่สามารถให้ตำรวจมาคอยตามเก็บกวาดให้ทุกครั้ง อีกอย่างบางเรื่องไม่สะดวกที่จะให้คนอื่นรับรู้
หลังจากหลอมยาโอสถแล้ว เขาก็ขับไปที่พักของกลุ่มกองกำลังเฉินปิง
หลังจากเข้ามาในบ้าน เขาเรียกฉางเตาและคนอื่นมารวมตัว แล้วยื่นโอสถเป่ยหยวนให้พวกเขาคนละเม็ด “กินยาเม็ดนี่ไป ร่างกายของพวกคุณจะฟื้นตัวทันทีและช่วยบรรลุในการฝึกตนด้วย”
“ขอบคุณครับเถ้าแก่!”
ฉางเตาและคนอื่นดีใจมาก พวกเขานั่งขัดสมาธิทันทีและกินยาโอสถเป่ยหยวนเข้าไป
สาเหตุที่ฉินห้าวตงคอยตรวจดูอยู่ข้างๆ พวกเขาทั้งหกคนนั้น หนึ่งเป็นเพราะต้องการคุ้มกันพวกเขา สองคือเพื่อช่วยให้พวกเขาบรรลุ
ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นฉางเตามีการพัฒนาที่มากที่สุด ด้วยการช่วยเหลือของยาโอสถเป่ยหยวน ทำให้เขาไปถึงจุดสูงสุดของขั้นหมิงขอบเขตที่เจ็ด จนก้าวข้ามไปถึงขั้นหมิงขอบเขตที่แปด
แต่ระดับคอขวดของแต่ละขอบเขตนั้นบรรลุได้ยากมาก มิเช่นนั้นชาวยุทธในมณฑลเจียงหูคงไม่หายากเช่นนี้หรอก ฉางเตาพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวในการข้ามผ่านด่านสุดท้าย
ฉินห้าวตงเดินมาที่ด้านหลังของเขาและกดนิ้วลงที่จุดฝังเข็มกลางหัวพลางตะโกน “จงบรรลุ!”
ทันใดนั้นฉางเตาก็รู้สึกถึงพลังลมปราณที่บริสุทธิ์หลั่งไหลเข้ามาในร่างกายของเขาและพุ่งไปที่คอขวดที่เขายังไม่บรรลุ จากนั้นในหูของเขาได้ยินเสียง ‘ซ่า’ร่างกายของเขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“ขั้นหมิงขอบเขตที่แปด ในที่สุดฉันก็บรรลุมัน!”
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติ ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้นเสียงเรียบว่า “อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไป ใจเย็นๆ ทำให้การฝึกตนอยู่ในระดับที่มั่นคงก่อนแล้วค่อยพูด”
ฉางเตารีบรวมจิตให้เป็นหนึ่ง เขาใช้ยาโอสถเป่ยหยวนมาช่วยให้การบรรลุของเขามีเสถียรภาพ
จากนั้นฉินห้าวตงช่วยจ้านฝู่ เฉินเปียนและคนอื่นในการบรรลุ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ในโลกนี้มีชาวยุทธขั้นหมิงขอบเขตที่แปดเพิ่มขึ้นมาอีกหกคน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉางเตาและคนอื่นเสร็จสิ้นการฝึกตน พวกเขายืนขึ้นด้วยความดีใจ
“เถ้าแก่ พวกเราไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณอย่างไรเลย นับแต่นี้ไปพวกเราทั้งหกคนเป็นตายอยู่ที่เถ้าแก่แล้ว!”
พวกเขาต่างสำนึกบุญคุณและแสดงความเคารพต่อฉินห้าวตง ที่ผ่านมาพวกเขาติดอยู่ที่ขั้นหมิง ขอบเขตที่เจ็ดเป็นเวลานานก่อนที่พวกเขาจะถูกทำร้ายและพวกเขาไม่สามารถหาวิธีเพื่อบรรลุได้ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากที่เจอกับฉินห้าวตง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะได้รับการรักษาจนหายดี แต่ฉินห้าวตงยังช่วยให้พวกเขาบรรลุได้อีกด้วย
“เอาล่ะ ตอนนี้มีงานสำคัญมอบหมายให้พวกคุณ พวกคุณจำเป็นต้องไปที่หลินชื่อกรุ๊ป เพื่อไปรับงานรักษาความปลอดภัยมาให้ได้” ฉินห้าวตงพูด
“จะบอกความจริงให้พวกคุณฟังแล้วกัน หลินโม่โม่ประธานหลินชื่อกรุ๊ปเป็นแฟนของผม พวกคุณต้องรับประกันความปลอดภัยของเธอ”
ฉางเตากล่าว “เถ้าแก่วางใจได้ จะไม่มีใครแตะต้องคุณหนูหลินได้แม้เพียงเส้นผม ตราบใดที่กองกำลังเฉินปิงยังอยู่ที่นี่ “
“งั้นก็ดี ตอนนี้ผมจะพาพวกคุณไปที่นั่น อย่างแรกต้องรับประกันความปลอดภัยของโม่โม่ให้ได้และต่อมาต้องจัดการกับงานความปลอดภัยของบริษัทใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นธุรกิจแรกของบริษัทรักษาความปลอดภัยของพวกเรา เราต้องทำมันอย่างดี!”
ฉางเตาและคนอื่นพยักหน้าตอบรับ นี่เป็นงานที่ง่ายที่สุดสำหรับกองกำลังทหารที่ติดสามอันดับแรกในโลกนี้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พวกเขาเป็นชาวยุทธขั้นหมิงขอบเขตที่แปดแล้ว
เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉินห้าวตงจึงพาทั้งหกคนไปที่หลินชื่อกรุ๊ป
ที่หลินชื่อกรุ๊ป รถออฟโกรดสีเขียวขี้ม้าสิบคันขับเข้ามา หลังจากเสียงเบรกอันบาดหูดังขึ้น มีบอดี้การ์ดสวมเครื่องแบบจำนวนสามสิบคนโดดลงมาจากบนรถ
คนที่เดินนำบอดี้การ์ดเหล่านี้มาคือชายวัยกลางสวมชุดสูทและสูบซิก้าไว้ในปาก ผมของเขาถูกจัดแต่งทรงด้วยเจลพาดไปด้านหลัง เขามีสีหน้าดุดันดูไร้ที่ติ
หลังจากลงจากรถ ชายที่เซ็ตผมก็เดินเข้าไปในหลินชื่อกรุ๊ป
หลังจากยามรักษาความปลอดภัยสองคนตรงประตูบริษัทเห็นคนพวกนั้น เขาเริ่มรู้สึกกลัวจนขนหัวลุก แต่เมื่อมีภาระหน้าที่ ดังนั้นหนึ่งในยามรักษาความปลอดภัยจึงเดินเข้าไปถาม “คุณครับ ไม่ทราบว่ามาหาใคร……”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างหลังชายเซ็ตผมก็เดินไปหาเขาและตบหน้าเขา “แกอยากตายหรือไง? กล้าหยุดได้แม้กระทั่งประธานเว่ยแห่งบริษัทรักษาความปลอดภัยเหลยเฉิน ไปให้พ้น!”
หลังจากบอดี้การ์ดคนนั้นพูดจบ มีชายสองคนเดินมาจากด้านหลังของเขาแล้วผลักยามรักษาความปลอดภัยของหลินชื่อกรุ๊ปไปติดตรงมุมผนัง
ชายเซ็ตผมยิ้มเยาะ จากนั้นเขาเดินตรงเข้าไปที่ห้องโถงของหลินชื่อกรุ๊ป
โดยปกติแล้วหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของหลินชื่อกรุ๊ปคือจางต้าเปียว แต่เขาถูกไล่ออกโดยหลินโม่โม่หลังจากที่เขาตามจางหงเม่าไปต่อสู้ครั้งที่แล้ว ตอนนี้ รองหัวหน้าจ้าวเหลียงเป็นคนรับผิดชอบงานความปลอดภัยของหลินชื่อกรุ๊ปทั้งหมด
หลังจากที่จ้าวเหลียงเห็นชายเซ็ตผมที่ดูมีพลังเหลือล้น เขาตกใจกลัวจนเหงื่อโชก เขารู้จักชายคนนี้ เขาคือเถ้าแก่บริษัทรักษาความปลอดภัยเหลยเฉินแห่งเมืองเจียงหนาน มีชื่อว่าเว่ยเทียนเหลย
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจ้าวเหลียงถึงกลัว เพราะเว่ยเทียนเหลยเป็นที่รู้จักดีในวงการบริษัทรักษาความปลอดภัย บริษัทของเขามีขนาดใหญ่มากและลูกน้องของเขามาจากโลกใต้ดินทั้งหมด
คนพวกนี้เป็นนักสู้ชั้นยอดที่ทั้งสู้เก่งและโหดเหี้ยม มีข่าวลือว่ามาตรฐานของการคัดบอดี้การ์ดเข้าทำงานของเว่ยเทียนเหลยคือต้องเคยติดคุกมาก่อน เป็นเพราะเหตุนี้เอง ทำให้คนคุ้นเคยต่างก็ต้องหวาดกลัวบริษัทรักษาความปลอดภัยของเขากันทั้งนั้น
เมื่อเห็นว่าเว่ยเทียนเหลยเดินตรงมายังเขา จ้าวเหลียงกลัวจนสั่นไปทั้งตัว แต่จะหลบก็หลบไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงคลานไปหลบใต้โต๊ะ
เว่ยเทียนเหลยเดินมาโดยไม่มีใครกล้ากีดขวาง ถ้าหากมียามรักษาความปลอดภัยคนไหนกล้าเข้ามาขวางทางเขา เขาก็จะใช้ความรุนแรงด้วยทันที ดังนั้นไม่นานเขาก็มาถึงหน้าห้องทำงานของประธาน
หลินโม่โม่กำลังจัดการงานภายในห้องทำงาน ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก เธอขมวดคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้นมองเห็นเว่ยเทียนเหลยเดินเข้ามา ด้านหลังของเขายังตามมาด้วยบอดี้การ์ดรูปร่างสูงโปร่งอีกสองคน
“คุณหนูหลิน กำลังยุ่งอยู่เหรอ!”
เว่ยเทียนเหลยนั่งบนที่โซฟาข้างหน้าด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
“คุณเป็นใคร?”
หลินโม่โม่ถามอย่างใจเย็น
“คุณหนูหลินนี่ช่างหยิ่งซะเหลือเกิน ขนาดคนอย่างเว่ยเทียนหนานคุณยังไม่รู้จักอีกเหรอ ผมบอกให้ลูกน้องของผมติดต่อไปหลายครั้งว่าผมต้องการดื่มชาหรือไปกินข้าวเย็นกับคุณหนูหลิน แต่คุณหนูหลินก็ไม่สนใจคำเชิญของผม ดังนั้นผมจึงต้องมาด้วยตัวเอง “
ก่อนหน้านี้เว่ยเทียนเหลยได้ขอพบหลินโม่โม่อยู่หลายครั้ง เขาอยากเข้าควบคุมงานรักษาความปลอดภัยของหลินชื่อกรุ๊ปทั้งหมด แต่หลินโม่โม่รู้ว่าเว่ยเทียนเหลยกำลังดำเนินบริษัทความปลอดภัยใต้ดินอยู่ ถ้าหากมอบหมายงานรักษาความปลอดภัยให้แก่เขาคงไม่ต่างอะไรกับหาเรื่องตาย ดังนั้นเธอจึงปฏิเสธอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินว่าชายคนนี้คือเว่ยเทียนเหลย หลินโม่โม่จึงพูดอย่างใจเย็น “ประธานเว่ย มาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“ผมได้ยินมาว่าประธานของหลินชื่อกรุ๊ปเป็นสาวสวย ดังนั้นผมจึงอยากมาดูให้เห็นกับตา” เว่ยเทียนเหลยสูบซิก้าพ่นควันหนาออกมา เขาพูดด้วยน้ำเสียงหัวเราะว่า “ยิ่งไปกว่านั้นผมคิดว่าบริษัทของพวกเราสองคนน่าจะมีความร่วมมือได้หลายงาน ดังนั้นผมจึงมาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจกับคุณหนูหลิน “
“ในทางตรงกันข้าม ฉันไม่คิดว่าจะมีอะไรที่เราจะสามารถร่วมมือกันได้นะ” หลินโม่โม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
“เป็นไปได้ยังไงล่ะ? บริษัทของเรามีความชำนาญในการแก้ปัญหาให้ผู้คน ตอนนี้ทุกคนต่างทำตัววุ่นวายในสังคม จะไม่มีปัญหาได้อย่างไร เมื่อมีปัญหาย่อมต้องมีความร่วมมือเป็นธรรมดา”
“ขอโทษนะ หลินชื่อกรุ๊ปของเราจะร่วมมือกับธุรกิจที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เราไม่ต้องการที่จะมีส่วนร่วมใดๆ กับบริษัทของคุณ” หลินโม่โม่พูดขึ้น
“คุณหนูหลินหมายความว่าอะไร? คุณกำลังจะบอกว่าผมไม่น่าเชื่อถืองั้นเหรอ?” เว่ยเทียนเหลย หัวเราะร่า ดวงตาเล็กราวกับหนูทั้งสองข้างของเขากวาดมองไปที่หลินโม่โม่อย่างจริงจัง
หลินโม่โม่จึงพูดด้วยท่าทีขยะแขยง “ประธานเว่ย ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็เชิญออกไป ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่”
ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินอะไรเลย เว่ยเทียนเหลยจึงเริ่มพูดต่อไป “คุณหนูหลิน คุณยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทของเรา ที่จริงแล้วการบริการที่เราได้จัดหาให้นั้น เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก เราจัดหาบริการด้านการรักษาความปลอดภัยและปล่อยเงินกู้ สามารถตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของคุณได้ในราคาที่สมเหตุสมผล”
“พวกเราไม่ต้องการ!” หลินโม่โม่พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ
จบตอน