คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 55 ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ 55 ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
“ปีศาจ แกมันปีศาจชัดๆ ฆ่าฉันเถอะ!”
สีหน้าของตงฟางเหลียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว น้ำสีเหลืองไหลผ่านจากร่างกายส่วนล่างขึ้นมาข้างบน กลิ่นของฉี่อบอวลไปทั่วห้องทันที
“ไอ้บ้าเอ้ย แกกลัวจนฉี่แตกเลยเหรอ!”
ฉินห้าวตงหมดความสนใจที่อยากจะเล่นเกมต่อทันที จึงกดจุดทำลายระบบไหลเวียนเลือดไปยังหัวใจของตงฟางเหลียง เพื่อจบชีวิตของเขา
ขณะที่เขากำลังจะออกไป เสียงริงโทนปริศนาดังขึ้น เขาหันกลับไปเพื่อตรวจสอบ พบว่าโทรศัพท์ของตงฟางเหลียงกำลังดังอยู่ที่มุมห้อง
เขาหยิบขึ้นมาเพื่อดู หน้าจอแสดงคำว่า ‘ผู้ว่าจ้าง 108’ ความคิดเข้ามาในหัวของเขาซึ่งนี่อาจเป็นสายจากผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
ฉินห้าวตงไม่ลังเลที่จะกดรับสาย เพราะเขาคิดว่าเขาอาจจะสามารถหาชายคนนี้ได้จากสายการคุยนี้
เมื่อเขารับสาย ชายที่อยู่ปลายสายพูดอย่างเร่งรีบ “ตงฟางเหลียง ฆ่าผู้หญิงนั่นเดี๋ยวนี้ ตระกูลหลินได้แจ้งตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วและตอนนี้ทั้งเมืองเจียงหนานกำลังตามล่าแก แกอย่าเล่นกับไฟเด็ดขาด!”
เป็นไปตามคาด สายนี้คือสายจากผู้บงการอยู่เบื้องหลังจริงๆ ด้วย ฉินห้าวตงอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ถ้าถามมากไปก็กลัวจะเผยพิรุจออกมา จนทำให้อีกฝ่ายสงสัยเอาได้
“ตกลง ผมจะฆ่าเธอเลยตอนนี้”
เสียงของฉินห้าวตงแทบจะเหมือนของตงฟางเหลียง เขาเป็นถึงมหาเทพแห่งโลกเซียน การเปลี่ยนเสียงถือเป็นเรื่องง่ายมาก
“ฆ่าเธอเสร็จแล้ว ฉันจะทำตามที่เราได้พูดคุยกันไว้ ฉันจะโอนเงินที่เหลือเข้าบัญชีของแกทันที”
ฉินห้าวตงรู้สึกเสียดาย เขาไม่น่าฆ่าตงฟางเหลียงเร็วเกินไปเลย ถ้ารู้เร็วกว่านี้ควรจะให้ตงฟางเหลียงถามแผนการต่อไปจากคนนั้น
“วางใจเถอะ ผมทำเรื่องนี้สำเร็จแน่นอน”
ปลายสายวางสายทันทีหลังจากที่ฉินห้าวตงพูดจบ เขารู้ว่ามีบางอย่างแปลกไปแต่เขาคิดไม่ออก
ในเมืองเจียงหนาน ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุราวยี่สิบกว่าปีกำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือยอร์ชที่ล่องอยู่บนแม่น้ำชิงหลง ในมือของเขาถือโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด สีหน้าของเขาดูโหดเหี้ยมจนทำให้คนตกใจกลัว
หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ เขาโยนโทรศัพท์ลงแม่น้ำโดยปราศจากความลังเล
“ลูก ทำไมลูกถึงโยนโทรศัพท์ของลูกลงไปล่ะ?” ในตอนนั้นมีหญิงวัยกลางคนเดินออกมาจากห้องโถงเรือ
“แผนของเราถูกเปิดโปงแล้ว ตงฟางเหลียง ไอ้ปัญญาอ่อนนั่นตายแล้ว!” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยใบหน้าขุ่นเคือง
“เป็นไปได้อย่างไร เขาเป็นราชาของเหล่ากองกำลังทหารรับจ้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยนะ เมื่อกี้ลูกไม่ได้คุยกับเขาอยู่เหรอ ?” หญิงวัยกลางคนถาม
“ชายคนนั้นเลียนแบบได้ดีมากเลย แต่ผมสามารถบอกได้ว่านั่นไม่ใช่ตงฟางเหลียงแน่นอน” ชายหนุ่มกล่าว “ตงฟางเหลียงเป็นคนโลภ ผมบอกว่าผมจะจ่ายเพิ่มให้อีกห้าล้านหยวนถ้าฆ่า หลินโม่โม่ในทันที”
“ถ้าเป็นตงฟางเหลียง มันจะขอเพิ่มอีกสิบล้านหรือไม่ก็ยี่สิบล้านหยวน แต่ชายที่อยู่ในสายนั้นตอบรับโดยปราศจากความลังเล”
“ลูกกำลังจะบอกอะไร?” เห็นได้ชัดว่าหญิงวัยกลางคนไม่ได้ฉลาดเหมือนกับชายหนุ่ม เธอก็ไม่ได้เข้าใจในทันที
“มันหมายความว่าตงฟางเหลียงอาจจะถูกจับไม่ก็ถูกฆ่าไปแล้ว และชายที่รับสายนั่นกำลังซักถามข้อมูลเพิ่มเติ่มเพื่อจะได้ตามรอยเรา”
“ลูก แล้วลูกจะทำอย่างไรต่อไป? เราจบแน่ถ้าตระกูลหลินรู้ว่าเราจ้างนักฆ่ามาลอบฆ่าหลินโม่โม่” หญิงวัยกลางคนถามมาอย่างร้อนรน
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเยือกเย็นและพูดว่า “ อย่ากังวลไปครับ ผมซื้อซิมโทรศัพท์จากต่างประเทศและไม่มีข้อมูลส่วนตัวใดๆ ในนั้นเลย ผมได้ขว้างมันลงแม่น้ำเรียบร้อยแล้ว และไม่มีใครสามารถหามันพบแม้ว่าพวกเขาจะรู้ตำแหน่งของโทรศัพท์นั่น”
“แล้วตงฟางเหลียงล่ะ? เขาจะทรยศเราไหม?”
“เขาจะทำทันทีที่เขาสามารถทำได้ แต่ผมได้เตรียมการนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว เขาไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใดๆ และไม่มีใครสามารถเค้นอะไรจากเขาได้ไม่ว่าเขาจะถูกทรมานแค่ไหนก็ตาม”
“งั้นก็ดี!” หญิงกลางคนตบที่กลางอกเบาๆ แล้วพูดขึ้น “ต่อไปจะเอายังไงต่อ? เราจะจ้างนักฆ่าคนอื่นที่มีฝีมือดีต่อไหม?”
“ไม่ครับ เราล้มเหลวมาหลายครั้งแล้ว หลินโม่โม่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว มันทำให้เราเสียเงินมามากเกินพอแล้ว นั่นหมายความว่ามันไม่เข้าท่าที่จะใช้วิธีนี้”
“ดูแล้วว่าเราคงต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อที่เราจะได้หลินชื่อกรุ๊ปมาครอบครอง”
“เราจะทำอย่างไรล่ะ?” หญิงวัยกลางคนถาม
“ผมได้เปลี่ยนกลยุทธ์ของผมนับตั้งแต่ชายคนนี้ทำพลาด ผมได้วางแผนมาเรียบร้อยแล้ว ผมจะเข้าไปดูแลหลินชื่อกรุ๊ปไม่ว่าหลินโม่โม่จะอยู่หรือจะตาย” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าน่ากลัว
ฉินห้าวตงได้ยินเสียงคลื่นแซกจากในโทรศัพท์มือถือ จึงกดวางสายไป ดูท่าว่าตอนนี้มีทางเดียวคือขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้ช่วยตรวจหาลักษณะเฉพาะของชายคนนั้น
ในตอนนี้เองเสียงไซเรนดังออกมาจากข้างนอก รถตำรวจหลายคันขับเข้ามาจอดที่ด้านหน้าตึก น่าหลันอู๋เซี๋ยรีบวิ่งขึ้นไปข้างบนอย่างเร่งรีบ เมื่อมาถึง เธอมองไปที่ศพของตงฟางเหลียง แล้วถามฉินห้าวตง “เกิดอะไรขึ้น?”
ฉินห้าวตงเล่าเรื่องให้เธอฟัง รวมถึงเรื่องที่ว่าที่ต้องขโมยรถ Honda ก็เพื่อมาช่วยเหลือชีวิตหลินโม่โม่และแม่หนูน้อย
ในที่สุดเขาก็พูดคำให้การ “พวกมันมีกันทั้งหมดเก้าคน บนตึกฝั่งตรงข้ามมีสองคน แต่ฉันฆ่าพวกมันไปแล้ว”
เขาฆ่าไปทั้งหมดเก้าคนแล้ว เขาคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าปล่อยให้ตำรวจจัดการส่วนที่เหลือ
น่าหลันอู๋เซี๋ยตกตะลึง เธอรู้ว่าฉินห้าวตงมีความสามารถ แต่เขาสามารถฆ่ากองกำลังที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนถึงเก้าคนในเวลาที่สั้นขนาดนี้ได้ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย แม้แต่เธอก็ยังทำไม่ได้
“ใช่แล้ว ทำไมเธอมาถึงที่นี่เร็วจัง?”
ฉินห้าวตงถามอย่างสงสัย ต้องรู้ว่าเขาใช้เคล็ดวิชาตามรอยเลือดเพื่อหาที่แห่งนี้ แต่น่าหลันอู๋เซี๋ยกลับมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็ว
“รถที่นายขโมยมามีระบบ GPS ติดตั้งอยู่ นายไม่เหรอคิดว่าทำไมจางต้าจื้อถึงหานายได้อย่างง่ายดาย?”
“อ้อ” ฉินห้าวตงพยักหน้าและเอ่ยถามต่อ “ เอาล่ะ เธอมีข้อมูลเกี่ยวกับชายหัวโล้นนั่นไหม? ฉันต้องเอารถไปคืนให้เขาและจ่ายค่าเสียหายให้ ยังไงซะฉันก็เป็นคนที่เอารถเขามาใช้อย่างกะทันหัน ฉันต้องขอบคุณเขา”
น่าหลันอู๋เซี๋ยกลอกตาแล้วพูดขึ้น “คนที่นายควรขอบคุณคือฉัน เพราะว่าฉันได้ซื้อรถคันนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว”
“เธอซื้อมันเหรอ? เธอจะซื้อรถพังๆ แบบนี้มาเพื่ออะไร?” ฉินห้าวตงถามตาโต
“นายจะว่าไงล่ะ นายเป็นคนที่ทำให้เรื่องนี้วุ่นวาย หรือว่านายคิดว่าฉันรวยเลยอยากจะซื้ออะไรก็ซื้อได้?” น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดอย่างไม่พอใจ “ นายขโมยรถคนอื่น ฉันเป็นตำรวจ ถ้าไม่จับนายแต่ดันปล่อยนายไป ฉันจะมีทางเลือกไหนอีกนอกจากซื้อรถคันนี้ไว้?”
“เอ่อ……” ฉินห้าวตงอับอายอย่างมาก มันไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้ ถ้าเขาอยู่ในสถานะอย่างน่าหลันอู๋เซี๋ย ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจ เขารู้สึกขอบคุณผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาจะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เลยถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากเธอ
“งั้นจ่ายไปเท่าไรล่ะ? ฉันจะจ่ายให้เธอตอนนี้เลย!”
“ลืมมันไปเถอะ ไม่เป็นไร นายช่วยเหลือฉันไว้ครั้งที่แล้ว ดังนั้นหยวนๆ กันไป” น่าหลันอู๋เซี๋ย พูดเหมือนเธอไม่สนใจอะไร ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงเพราะว่าเธอไม่ได้สนใจอะไรเลยเกี่ยวกับเงินแค่สามแสนหยวนอยู่แล้ว
“เอางี้แล้วกัน เอาเป็นว่าครั้งนี้ฉันติดหนี้น้ำใจเธอแล้วกัน”
ฉินห้าวตงรู้ว่าตระกูลน่าหลันนั้นร่ำรวยมาก ดังนั้นเขาจึงยอมรับมัน
จากนั้นเขาก็พูดต่ออีกว่า “ใช่แล้ว ฉันต้องการให้เธอช่วยอีกเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร พูดมาสิ!”
ฉินห้าวตงหยิบโทรศัพท์ของตงฟางเหลียงขึ้นมา จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่หมายเลขที่อยู่บนนั้นและพูดขึ้น “ ฉันแกล้งทำเป็นตงฟางเหลียง และพูดคุยกับผู้ว่าจ้างของเขา แต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย”
“เธอสามารถตรวจสอบที่มาของหมายเลขนี้โดยใช้เทคนิคพิเศษของสำนักสันติบาลได้ไหม? เพื่อหาว่าใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง?”
“นั่นคืองานของฉัน ให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกผลกับนายทีหลัง”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดจบแล้วเอาโทรศัพท์มือถือยัดเข้าไปในกระเป๋าของเธอ
ฉินห้าวตงปล่อยให้ตำรวจจัดการงานส่วนที่เหลือ เมื่อเห็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองแล้ว เขาจึงเดินออกไปข้างนอกประตู พาหลินโม่โม่และแม่หนูน้อยออกไปจากที่นี่
ที่คฤหาสน์ตระกูลหลิน หลินจื่อเยวียนเดินวนไปมารอบๆ เหมือนกับมดที่อยู่บนกระทะร้อน เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การหายตัวไปของลูกสาวและหลานสาวของเขา แม้ว่าเขาจะโทรหาตำรวจแล้ว แต่เขาก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
“คุณปู่ หนูกลับมาแล้ว!”
แม่หนูน้อยตะโกนแล้วโผไปหาหลินจื่อเยวียน
“ถังถัง หนูทำให้ปู่เป็นห่วงแทบแย่” หลินจื่อเยวียนอุ้มแม่หนูน้อยในอ้อมแขนของเขาไว้แน่น
แม่หนูน้อยจึงพูดขึ้น “คุณปู่ ชายคนนั้นเป็นคนนิสัยไม่ดี ป่าป๊าช่วยหนูกับหม่าม๊าเอาไว้”
หลินจื่อเยวียนมองไปที่หลินโม่โม่ที่พึ่งเดินเข้าประตูมาแล้วเอ่ยถามเธอ “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“หนูกับถังถังถูกลักพาตัว ตงฟางเหลียงเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาจากฝ่ายศัตรู……”
หลินโม่โม่บเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบว่าเธอกับถังถังถูกลักพาตัวไปอย่างไร
เมื่อเขาได้ยินว่าฉินห้าวตงต่อสู้เพื่อช่วยเหลือชีวิตลูกสาวและหลานสาวของเขาอีกครั้ง หลินจื่อเยวียนจึงพูดด้วยความซาบซึ้งว่า “คุณหมอฉิน ตระกูลหลินเป็นหนี้คุณมากมาย!”
“คุณหลิน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” ฉินห้าวตงโบกมือปัดและพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ที่จริงผมควรเป็นคนที่ต้องโดนตำหนิ ในครั้งนี้ผมประมาทมากไป ไม่อย่างนั้นตงฟางเหลียงก็ไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนี้”
“เห้อ……ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน สายตาของฉันนั้นแก่และมัวเกินไป ฉันได้นำหมาป่าเข้ามาในครอบครัว ฉันยังนึกว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดที่มีมูลค่าสูง แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นนักฆ่า!”
หลินจื่อเยวียนดูเหมือนจะโทษตัวเองเอามากๆ และเขาก็โกรธมากเมื่อเอ่ยชื่อของตงฟางเหลียง
เมื่อนึกถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เขาจึงกร่นด่า “ไม่รู้ว่าไอ้นรกที่ไหนที่ไล่ล่าโม่โม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า? ถ้าฉันรู้ว่ามันเป็นใคร ฉันจะสับมันเป็นชิ้นๆ”
ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้น “ไม่ต้องกังวลไปครับ ผมจะหามันให้เจอโดยเร็ว”
หลินจื่อเยวียนถอนหายใจอีกครั้งแล้วพูดขึ้น “แต่ถ้ามันลอยนวลไปได้หนึ่งวัน โม่โม่จะต้องตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้มันยากมากที่จะเชื่อใจบอดี้การ์ดที่เก่งๆ สักคน”
ฉินห้าวตงเข้าใจความรู้สึกของหลินจื่อเยวียนดี ผู้ชายรวยที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยบอดี้การ์ดมากมาย แต่พวกเขาถูกใช้เพื่อขู่คนธรรมดาเท่านั้น ถ้าหากให้เขาเผชิญหน้ากับนักฆ่าตัวจริง คงมีไม่กี่คนที่กล้าต่อสู้ด้วย
“คุณหลิน คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องบอดี้การ์ด ให้เป็นหน้าที่ผมเถอะ ผมจะหาบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้สำหรับโม่โม่ภายในเย็นวันพรุ่งนี้!”
หลินโม่โม่จึงถามขึ้น “ห้าวตง คุณพูดจริงเหรอ?”
แม้แต่หลินชื่อกรุ๊ปมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในเมืองเจียงหนาน ก็ยังล้มเหลวที่จะหาบอดี้การ์ดที่ที่เหมาะสมได้ หลินโม่โม่จินตนาการไม่ออกเลยว่านักศึกษาชั้นปีที่สี่อย่างฉินห้าวตงจะไปหาบอดี้การ์ดได้จากที่ไหน
“ตอนแรกผมอยากให้คุณแปลกใจ แต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่าได้แล้ว” ฉินห้าวตงเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับกองกำลังเฉินปิงและเรื่องก่อตั้งบริษัทความปลอดภัย
ในตอนท้ายเขาก็พูดเสริม “พรุ่งนี้ผมจะเตรียมยาไว้ฟื้นฟูร่างกายพวกเขา ในไม่ช้ากองกำลังเฉินปิงจะสามารถมาทำหน้าที่ได้ ส่วนคนอื่นคงใช้เวลาอีกไม่นานเช่นกัน”
หลินโม่โม่เข้าใจมันทันทีหลังจากที่ฉินห้าวตงพูดจบ เธอรู้ว่าเขาก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยเพื่อเธอ ในใจของเธอซาบซึ้งเป็นอย่างมาก เธอจึงพูดขึ้น “ห้าวตง ขอบคุณนะ!”
ฉินห้าวตงยิ้มแล้วพูดว่า “จะมาเกรงใจผมทำไม? ผมเคยพูดไปแล้วว่าจะไม่มีใครทำร้ายคุณและลูกได้ ตราบใดที่ผมอยู่กับคุณ ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง ผมพูดจริงทำจริง!”
จบตอน