คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 54 เล่นเกมต่อไป
ตอนที่ 54 เล่นเกมต่อไป
หลังจากที่ฉินห้าวตงปรากฏตัว ถึงแม้ว่าเขาจะมาพร้อมแสงอาทิตย์สีทองนวล แต่ร่างกายของเขากลับปล่อยรังสีอำมหิตเยือกเย็นออกมาปกคลุมไปทั่วห้อง ตงฟางเหลียงจึงอดที่จะขนลุกไม่ได้
“แก…แกมาที่นี่ได้อย่างไร? มันเป็นไปไม่ได้!”
เขาคิดว่าฉินห้าวตงต้องขับวนไปรอบทิศเหมือนกับมดที่อยู่บนกระทะร้อน ต่อให้เขาฝันไปก็ไม่คิดว่าจะหาที่นี่เจอได้เร็วขนาดนี้
“แกชอบเล่นเกมไม่ใช่เหรอ ? ฉันมาที่นี่เพื่อเล่นเกมกับแกแล้ว!”
ฉินห้าวตงพูดพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา แต่ทว่ารังสีแห่งความอาฆาตแค้นที่อยู่ในรอยยิ้มนั่น กลับทำให้ตงฟางเหลียงตัวสั่นเทา
“เขามาแล้ว! เขามาแล้วจริงๆ!”
เมื่อได้เห็นคนที่เธอรอคอยมาตลอดปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู หลินโม่โม่จึงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่เธอยังไม่รู้สึกว่าจะรอดไปได้อย่างมีความสุข ดังนั้นเธอจึงรีบตะโกนขึ้นว่า “ระวัง! พวกมันมีปืน!”
“ป่าป๊า! ป่าป๊ามาแล้ว! ป่าป๊ามาช่วยถังถังแล้ว!” แม่หนูน้อยตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ขณะเดียวกันตงฟางเหลียงที่ได้สติขึ้นมา พยายามยื่นมือไปคว้าปืนที่อยู่บนโต๊ะ
ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปถึง ฉินห้าวตงถีบเต็มแรงไปที่โต๊ะ จนทำให้โต๊ะแตกกระจุย ปืนที่อยู่บนโต๊ะปลิวไปตกตรงไหนแล้วก็ไม่รู้
“เป็นไงบ้าง? ราชาทหาร สนุกไหม?” ฉินห้าวตงมองไปที่ตงฟางเหลียงอย่างเยือกเย็น
ตงฟางเหลียงไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรมากมายแม้เขาจะไม่มีปืนก็ตาม ในทางตรงข้ามเขาสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้นกว่าเดิม
“ไอ้หนุ่ม แกแข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิดไว้จริงๆ แต่แกคิดเหรอว่าแกจะเอาชนะฉันได้ด้วยวิธีการแบบนี้ แกคิดว่าฉันซื้อฉายาราชาทหารมาเหรอไง?!”
เขาพูดจบ กระดูกทั่วทั้งร่างกายของเขาส่งเสียงดังกร็อบ จากนั้นพลังในร่างกายเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มาถึงขั้นหมิงขอบเขตที่หก ด้อยกว่าพวกกองกำลังเฉินปิงของเขาไปไม่เท่าไหร่
ท่าทางของฉินห้าวตงเริ่มเปลี่ยนไป เขายิ้มเยาะ “ฉันไม่คิดว่าแกจะซ่อนฝีมือไว้”
“เป็นไง ที่ผ่านมาฉันได้ซ่อนความแข็งแกร่งของฉันมาโดยตลอดเพื่อหลอกพวกโง่อย่างพวกแก เพื่อที่ฉันจะได้สามารถฆ่าหลินโม่โม่ และเสร็จสิ้นภารกิจของฉันไงล่ะ”
“นั่นคือกลยุทธ์ของฉัน ถ้าพูดตามภาษาจีนก็คือปฏิบัติตัวเยี่ยงหมูเพื่อล่อเสือ ไม่อย่างนั้นแกนึกว่าราชาทหารอย่างฉันจะสู้แพ้หมอกระจอกอย่างแกเหรอ?”
ตงฟางเหลียงพูดอย่างภูมิใจราวกับว่าเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดแล้ว “ถ้ารู้แล้วก็รีบเอาเงินสิบห้าล้านหยวนของฉันคืนมา และจ่ายฉันมาอีกสิบล้านเพื่อซื้อชีวิตของตัวแกเอง แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก”
ฉินห้าวตงมองไปที่ตงฟางเหลียง และทันใดนั้นเขาก็หัวเราะขึ้นมา
เสียงหัวเราะที่ออกมานั้นทำให้ตงฟางเหลียงขนลุก เขาตะโกนออกไปด้วยความโกรธ “แกหัวเราะอะไรของแก? ตลกมากหรือไง?”
ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้น “ฉันตลกแกไงละ แกไม่ต้องทำท่าทีเหมือนหมูหรอก เพราะแกน่ะเป็นหมูจริงๆ แกล่อเสือมากินไม่สำเร็จหรอก กระโดดเข้าไปในกองขี้ของตัวนายซะ! “
“ไปลงนรกซะ!”
ตงฟางเหลียงคำรามด้วยความโกรธแล้วพุ่งเข้าหาฉินห้าวตง ตั้งแต่เขามาถึงประเทศจีน เขาได้ซ่อนพลังที่แท้จริงของเขาด้วยวิธีพิเศษ
ในความคิดของเขา เขาสามารถล้มฉินห้าวตงได้สบาย ตราบใดที่เขาเปิดเผยระดับการฝึกฝนที่แท้จริงของเขาซึ่งอยู่ในขั้นหมิงขอบเขตที่หก แต่เขาไม่เคยคาดว่าฉินห้าวตงจะลงมือกับเขาโดยไม่ต้องใช้พลังอะไรเลยสักนิด
ดังนั้นแม้เขาจะบรรลุถึงขั้นหมิงขอบเขตที่หก แต่มันก็เทียบไม่ได้กับพลังที่แท้จริงของฉินห้าวตง
ตงฟางเหลียงพึ่งจะปล่อยหมัดไป ยังไม่ทันไปถึงชายเสื้อของฉินห้าวตง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บบริเวณหน้า เขาถูกฝ่ามือใหญ่ตบจนลอยออกไป
“นี่มัน……นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
ตงฟางเหลียงตะเกียกตะกายตัวเองให้ยืนขึ้นจากพื้น เขาตกตะลึง ตัวเองใช้พลังทั้งหมดที่มีและควรเป็นฝ่ายตรงข้ามที่ต้องนอนอยู่กับพื้นฟันร่วงจนหมดปากไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงถูกตีอีกแล้วล่ะ? ยังไม่ทันจะได้ปล่อยหมัดด้วยซ้ำ
ฉินห้าวตงพูดขึ้นอย่างเยือกเย็น “ฉันบอกแกแล้วไง แกน่ะเป็นแค่หมูตัวหนึ่ง มีความสามารถน้อยนิดแค่นี้ทำไมถึงกล้ามาที่ประเทศจีน อยู่ที่นั่นแกอาจเป็นราชาทหารผู้ยิ่งใหญ่ แต่อยู่ที่นี่แกไม่ได้เป็นอะไรเลย”
“ไอ้เด็กน้อย มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอที่แกจะภูมิใจในตัวเองเช่นนี้? ไม่ว่าแกจะทรงพลังขนาดไหน แกก็ไม่มีพลังเกินไปกว่าปืนหรอก” ตงฟางเหลียงพูดขณะที่เขาเอานิ้วตัวเองสอดเข้าไปในปากแล้วผิวปาก สิ่งนี้เป็นรหัสลับระหว่างเขากับลูกน้องทหารรับจ้างของเขา
ในความคิดของเขา ฉินห้าวตงต้องแอบลอบขึ้นมา ขอแค่ลูกน้องของเขาถือปืนพุ่งเข้ามา ฉินห้าวตงจะต้องถูกยิงเป็นรูพรุนแน่นอน
ฉินห้าวตงไม่ได้ตอบสนอง เขาแค่มองไปที่ตงฟางเหลียงเหมือนกับกำลังมองคนโง่
ตงฟางเหลียงผิวปากครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเขารู้สึกแสบคอ แต่ด้านนอกยังคงเงียบกริบไม่มีเสียงใดๆ
“อย่าพยายามเลย ต่อให้แกผิวปากจนถึงพรุ่งนี้เช้ามันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ลูกน้องของแกอยู่ในนรกกับซาตานแล้วและพวกมันกำลังรอแกอยู่ที่นั่น”
“อะไรนะ? แกฆ่าพวกเขาหมดเลยเหรอ?”
ตงฟางเหลียงไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง
“ฉันจะฆ่าแก!” เขาตะโกนออกไปแล้วพุ่งเข้าหาฉินห้าวตง แต่เพียงไม่ถึงครึ่งทางเขาก็เปลี่ยนทิศทางและพุ่งไปที่ประตู
ตงฟางเหลียงไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าวันนี้เขาไม่มีโอกาสชนะ และเขาจะถูกฆ่าถ้าเขายังยืนยันที่จะสู้ต่อไป ดังนั้นเขาจึงคิดจะหลบหนี
อย่างไรก็ตามฉินห้าวตงไม่ยอมปล่อยให้เขาไป เขาขยับนิ้วมือ เข็มเงินทั้งสองเล่มถูกยิงไปที่ขาของตงฟางเหลียง
ตงฟางเหลียงสูญเสียความสามารถในการเดินทันที ใบหน้าของเขากระแทกเข้าไปที่พื้น
ฉินห้าวตงเดินเข้าไป เตะเขาเข้าเต็มแรงจนตัวลอยไปติดบนเพดาน ก่อนจะตกลงมา ปากของเขาพ่นเลือดออกมากองใหญ่
เมื่อเห็นว่าตงฟางเหลียงไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป ฉินห้าวตงก็เดินไปแก้มัดเชือกให้กับหลินโม่โม่และแม่หนูน้อย
“ห้าวตง!” หลินโม่โม่โผเข้าหาอ้อมแขนของฉินห้าวตง เธอกลัวมากจนร้องไห้ออกมา เธอพึ่งจะถูกขังอยู่ในความสิ้นหวังของตนเอง เธอแทบจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้หลังจากที่เธอถูกช่วยเหลือไว้แล้ว มันเป็นทางเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่อถูกกอดโดยอ้อมแขนของชายคนหนึ่ง
“หม่าม๊า หม่าม๊า หนูอยากจะกอดป่าป๊าเหมือนกัน”
เสียงตะโกนของแม่หนูน้อยเตือนสติหลินโม่โม่จากอารมณ์ที่สะเทือนใจของเธอ เธอหน้าแดงรีบผลักฉินห้าวตกออกไป
“ป่าป๊า กอดหน่อย!” แม่หนูน้อยพูดขึ้นพลางยื่นมืออวบอ้วนสองข้างออกไป ฉินห้าวตงอุ้มเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขน
“ป่าป๊า สุดยอดไปเลย หนูรู้ว่าป่าป๊าจะมาช่วยหนูและหม่าม๊า!” แม่หนูน้อยพูดขณะที่หอมแก้มของเขา
“ป่าป๊า ชายชั่วคนนั้นรังแกหนูและหม่าม๊า ป่าป๊าต้องจัดการเพื่อพวกเรานะ!”
ฉินห้าวตงช่วยหลินโม่โม่และถังถังเอาไว้ได้ ตอนนี้เขารู้สึกโล่งอกมาก เขาส่งแม่หนูน้อยให้กับหลินโม่โม่แล้วพูดว่า “พาถังถังไปรอผมที่ประตู”
ในฐานะมหาเทพแห่งพงไพร เขาจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปเด็ดขาด เพราะว่าตงฟางเหลียงได้หลอกเขามานานมากแล้ว เขาไม่ต้องการให้แม่หนูน้อยของเขามาเห็นฉากนองเลือดเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงให้หลินโม่โม่พาเธอออกไปก่อน
หลินโม่โม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรต่อไป จึงพูดว่า “ได้สิ ฉันจะไปรอคุณอยู่ข้างนอกนะ”
หลังจากที่สองแม่ลูกออกไปแล้ว ฉินห้าวตงก็ก้าวไปหาตงฟางเหลียง เขานั่งยองแล้วเอ่ยถาม “แกรู้สึกอย่างไรบ้าง? รู้สึกสบายตัวไหม?”
“แก…….แกจะทำอะไร?”
ในเวลานี้สายตาของตงฟางเหลียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไร้ที่พึ่ง เขาพยายามออกห่างจากฉินห้าวตง แต่ขาทั้งสองข้างของเขาสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าเขาจะพยายามตะเกียกตะกายไรก็ไม่เป็นผล
“ฉันต้องการอะไร แกยังไม่รู้อีกเหรอ?” ฉินห้าวตงพูดอย่างเยือกเย็น “ฉันบอกแกไปแล้วว่าถ้าแกกล้าแตะต้องพวกเธอแม้แต่เส้นผม ฉันจะทำให้แกตายจนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”
“แต่ฉันไม่ได้แตะต้องพวกเธอแม้แต่เส้นผมจริงๆ นะ!” ตงฟางเหลียงตอบไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“อ้อใช่ ฉลาดมาก!”
ฉินห้าวตงพูดขณะยิ้มให้เขา
ตงฟางเหลียงพยายามประจบด้วยรอยยิ้มเหมือนกัน แต่รอยยิ้มของเขาดูน่าเกลียดกว่าตอนร้องไห้เสียอีก
“เพราะว่าแกฉลาดและชอบเล่นเกม ตอนนี้พวกเรามาเล่นเกมกันต่อเถอะ” ขณะที่พูดฉินห้าวตงคว้ามือซ้ายของตงฟางเหลียงขึ้นมา เขายิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “มาเดากันว่าฉันจะหักนิ้วไหนของแกก่อน?”
ตงฟางเหลียงหน้าซีดเผือด เขาจึงรีบพูดอ้อนวอนทันที “ไม่ ไม่ อย่านะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว……”
“ช่างเป็นผู้เล่นที่ไม่ให้ความร่วมมือเอาซะเลย ฉันจะเล่นเองละกัน!”
ฉินห้าวตงพูดแล้วคว้านิ้วชี้ของตงฟางเหลียงขึ้นมาบีบอย่างแรง เสียงกระดูกหักอันน่ากลัวดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนของตงฟางเหลียง นิ้วของมนุษย์เป็นส่วนที่บอบบางที่สุด ความเจ็บปวดแบบนี้เป็นความเจ็บปวดที่คนทั่วไปไม่สามารถทนได้ ดังนั้นเขาจึงหมดสติไป
อย่างไรก็ตามเมื่อเขามาอยู่ในน้ำมือของมหาเทพแห่งพงไพร ต่อให้อยากตายก็ยังเป็นไปได้ยาก
ตำนานเล่าว่ามังกรมีเกล็ดต้องห้ามและใครที่ไปสัมผัสกับมันจะต้องตาย
ตงฟางเหลียงที่ไม่รู้จักกลัวความตายได้สัมผัสเข้ากับเกล็ดต้องห้ามทั้งสองเกล็ดครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องทนรับกับความโกรธแค้นของมหาเทพแห่งพงไพรให้ได้
ฉินห้าวตงหักนิ้วอีกนิ้ว ตงฟางเหลียงรีบตื่นขึ้นมาทันที เขามองฉินห้าวตงราวกับกำลังมองปีศาจน่ากลัวแล้วตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว “ได้โปรด ฉันขอร้อง ได้โปรดฆ่าฉันให้ตายเถอะ!”
“ปล่อยแกตายงั้นเหรอ? มันจะไม่ง่ายแบบนั้นหรอก แกไม่อยากเล่นเกมแล้วเหรอ? เราพึ่งจะเริ่ม ฉันยังเล่นไม่หนำใจเลย”
ฉินห้าวตงพูดขณะที่บีบนิ้วหัวแม่มือของตงฟางเหลียง เขาใช้ลมปราณแห่งพงไพรปกป้องระบบหัวใจและสมองของตงฟางเหลียงไว้ ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถหมดสติได้
เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงดังออกไปข้างนอกจนทำให้แม่หนูน้อยตกใจ เขาจึงกดจุดหย่าเหมินไว้เพื่อทำให้เสียงของตงฟางเหลียงหายไป
หลังจากที่ฉินห้าวตงกดจุดไปแล้ว ร่างของตงฟางเหลียงกระตุก เขาทำสายตามุ่งร้าย แต่กลับพบว่าเสียงของเขาหายไปแล้ว ในที่สุดตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าอะไรที่เรียกว่ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายไปเสียยังดีกว่า
ในไม่ช้าฉินห้าวตงก็หักนิ้วทั้งหมดสิบนิ้ว ความโกรธในใจของเขาหายไปเล็กน้อย
เขายกมือขึ้นมากดจุดคลายให้ตงฟางเหลียงกลับมาพูดได้อีกครั้ง จากนั้นจึงถามเจือเสียงหัวเราะว่า “เป็นอย่างไรบ้าง? สนุกไหม?”
“ปีศาจ แกมันปีศาจ ฆ่าฉันให้ตายสักทีสิวะ!”
ตงฟางเหลียงทั้งตัวเริ่มไม่ไหวแล้ว เขาร้องขออย่างหมดเรี่ยวแรง
“แกนี่มันน่าเบื่อจริงๆ ตอนนี้แกไม่สนุกกับการเล่นเกมกับฉันแล้วเหรอ?” ฉินห้าวตงกล่าว “ในเมื่อแกไม่อยากจะเล่นแล้ว งั้นตอบคำถามของฉันมาก็พอ ใครเป็นคนว่าจ้างแกให้มาลักพาตัวโม่โม่?”
หากไม่รู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาคงรู้สึกเหมือนโดนหนามทิ่งแทงตัวตลอดเวลา แม่แต่ตอนนอนก็ยังรู้สึกนอนไม่หลับ
“ฉะ……ฉันไม่รู้!”
“อ้อเหรอ ลิ้นแกแข็งนักใช่ไหม? ดูเหมือนว่ามันยังสนุกไม่พอสินะ!”
“ไม่ใช่ ม่ใช่แบบนั้น!” ตงฟางเหลียงอธิบายด้วยความตื่นตระหนก “ชายที่จ้างฉันอยู่ในเครื่อข่ายลึกลับและเราทำได้แค่ติดต่อกับเขาทางโทรศัพท์เท่านั้น เราไม่เคยเจอกันและฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร”
“ชายคนนั้นก็ระวังตัวดีมาก เขาใช้ซอฟแวร์เปลี่ยนเสียงทุกครั้งที่เขาโทรมา และฉันไม่รู้เลยว่าเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง!”
ฉินห้าวตงมองออกว่าตงฟางเหลียงไม่ได้โกหก เขาจึงไม่ถามต่อแล้วพูดขึ้น “ในเมื่อเป็นแบบนั้น งั้นเรามาเล่นกันต่อดีกว่า”
เขายกมือขวาของเขา “เดาซิว่าฟันของแกจะร่วงกี่ซี่หลังจากที่ฉันต่อยไป?”
“ไม่ ได้โปรด อย่าทำแบบนั้น ได้โปรด! ได้โปรดฆ่าฉันเถอะ ไม่งั้นก็แจ้งตำรวจมาจับฉันเลย!”
ตงฟางเหลียงเสียสติไปแล้ว
อย่างไรก็ตามฉินห้าวตงกลับไม่ยอมหยุด เขาต่อยไปที่หน้าของตงฟางเหลียงจนเลือดกระจายไปทั่วและฟันของเขาก็ลอยไปทุกที่
“ไอ้ปัญญาอ่อนเอ้ย กำปั้นของฉันทำให้ฟันของแกร่วงหมดปากไง!”
ฉินห้าวตงดูเหมือนจะไม่พอใจกับท่าทางของตงฟางเหลียง ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น “ตอนนี้ฟันแกร่วงหมดปากแล้ว เราเล่นอะไรต่อดี?”
จบตอน