คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 53 เคล็ดวิชาตามรอยเลือด
ตอนที่ 53 เคล็ดวิชาตามรอยเลือด
“เอ่อ……”
จางต้าจื้อไม่กล้าหือกับน่าหลันอู๋เซี๋ย ดังนั้นเขาจึงถอยออกไป อย่างไรก็ตามเขาไม่ปล่อยฉินห้าวตงไปโดยไม่ต่อสู้อะไรเลย ดังนั้นเขาจึงแอบสะกิดชายหัวล้านที่อยู่ข้างเขา
ชายวัยกลางคนหัวล้านอ่านสัญญาณของเขาออกได้ในทันที ไม่ว่าน่าหลันอู๋เซี๋ยจะเป็นใครก็ตาม เธอเป็นตำรวจและเขาเป็นเหยื่อที่สูญเสียรถไป
เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้น “คุณตำรวจ นั่นเป็นรถของผมนะ ชายคนนั้นได้ขโมยไป ดังนั้นคุณจะปล่อยเขาไปแบบนี้ไม่ได้”
จางต้าจื้อแอบสะใจ ในใจเขาคิดว่าเธอจะจัดการกับเรื่องตรงหน้านี้อย่างไร เธอคือตำรวจ และตำรวจจะไม่ยอมปล่อยให้ผู้เสียหายได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างแน่นอน
“รถของคุณราคาเท่าไหร่?” น่าหลันอู๋เซี๋ยถามอย่างเย็นชา
“สองแสนห้าหมื่นหยวน!” ชายหัวล้านตอบอย่างไม่คิด
“ในบัตรนี้มีเงินสามแสนหยวน ฉันซื้อรถคันนี้แล้วกัน ตอนนี้ถอยออกไปซะ!”
เมื่อพูดจบ หลังจากนั้นน่าหลันอู๋เซี๋ยก็ยื่นบัตรใส่มือชายหัวโล้น แล้วเธอก็ผลักเขาออกไปและรีบเคลียร์ทาง
ฉินห้าวตงไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไป เขาเหยียบคันเร่ง รถ Honda พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
จางต้าจื้อโกรธมาก ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขาแปลกใจว่าผู้ชายขายตัวคนนี้ใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไร ทำให้สองพี่น้องจากตระกูลน่าหลันหลงใหลได้ถึงขนาดนี้ จนทำให้น่าหลันอู๋เซี๋ยยอมควักเงินสามแสนหยวนจ่ายให้โดยไม่ลังเล
ชายหัวล้านได้ใช้เงินสองแสนห้าหมื่นหยวนซื้อรถคันนั้นจริง แต่นั้นมันเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนนี้รถคันนั้นมีค่าอย่างมากก็แค่สองแสนหยวนหยวน ตอนนี้เขาได้รับเพิ่มมาอีกหนึ่งแสนหยวน ทำให้เขาพอใจอย่างมากจนเขาแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ และแน่นอนว่าเขาจะไม่พูดอะไรเพิ่มอีกต่อไป
ฉินห้าวตงเหยียบเร่งความเร็วถึงลิมิตสูงสุดของรถ ขับรถมาไม่ถึงห้านาที โทรศัพท์ที่อยู่ข้างเขาก็ดังขึ้น
เขาลดความเร็วและรับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
ตงฟางเหลียงยังคงพูดอย่างเย่อหยิ่งมาจากปลายสาน “ฉินห้าวตง เป็นอย่างไรบ้าง? แกสนุกกับเกมนี้ไหม?”
“ที่โทรมาคงไม่ใช่จะคุยแค่เรื่องนี้ใช่ไหม?” ฉินห้าวตงถามอย่างเยือกเย็น
“ก็ไม่เชิง ฉันแค่พยายามจะบอกแกว่าเราอยู่ที่ทะเลสาบมังกรหยกอีกครั้งแล้ว แกรีบมาสิ แกมีเวลาแค่ยี่สิบนาที รีบหน่อยแล้วกัน ไม่งั้นแกจะได้เห็นรูปเปลือยเปล่าของสาวสวย”
ตงฟางเหลียงวางสายหลังจากพูดจบ ฉินห้าวตงเหยียบเบลกและหยุดรถกลางถนนกระทันหัน ทำให้รถที่อยู่ข้างหลังพากันด่าสาปแช่งเขา
ความรู้สึกที่โดนคนอื่นจูงจมูกเช่นนี้ทำให้ฉินห้าวตงเกือบจะบ้าแล้ว ยิ่งกว่านั้นเขายังไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหน แต่เขามั่นใจว่าที่อยู่ที่ตงฟางเหลียงให้เขามาครั้งนี้ยังคงเป็นที่อยู่ปลอมเช่นกัน ชายคนนั้นกำลังพยายามจะปั่นหัวเขา
ถ้ายังโดนหลอกอยู่แบบนี้ มันไม่มีทางใดเลยที่เขาจะสามารถช่วยชีวิตหลินโม่โม่และลูกสาวของเขาได้ เขาต้องคิดหาวิธีสักทาง
เขาตระหนักได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้เขาหุนหันมากไป ทำให้เขาสูญเสียความคิดและเหตุผล ดังนั้นเขาจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ และสงบสติอารมณ์ พยายามคิดหาวิธีเกี่ยวกับสถานการณ์ตรงหน้านี้
เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดก็เข้ามาในหัวของเขา เมื่อย้อนกลับไปตอนที่เขาอยู่ในโลกเซียน เขาเคยเรียนรู้วิชาลับที่ชื่อว่าเคล็ดวิชาตามรอยเลือดจากเจ้าสำนักโลหิต
วิชาลับชนิดนี้มีประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือ สามารถที่จะตามหาคนที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเขาไม่เคยใช้มันมาก่อน ดังนั้นเขาจึงเกือบลืมมันไปแล้ว
ตอนนี้เขาได้เกิดใหม่ในร่างอื่นแล้ว แต่วิญญาณที่ซ่อนอยู่ในเลือดเนื้อยังเป็นของชาติที่แล้วอยู่ เขาไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถเชื่อมต่อกับแม่หนูน้อยผ่านเคล็ดวิชาตามรอยเลือดได้หรือไม่
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขากัดปลายนิ้วตัวเองอย่างไม่สงสัยและเริ่มใช้เคล็ดวิชาตามรอยเลือด
หลังจากที่เลือดไหลออกมาจากปลายนิ้วมือ มันไม่ได้ไหลลงอย่างน่าอัศจรรย์ แต่มันกลับลอยขึ้นไปอยู่ในอากาศ
ฉินห้าวตงงอนิ้วร่ายคาถาแล้วชี้ไปที่ก้อนเลือดที่ลอยอยู่ในอากาศ แสงสีแดงเปล่งประกายขึ้นอย่างฉับพลัน จากนั้นใบหน้าของแม่หนูน้อยก็ปรากฏในก้อนเลือด
“มันได้ผล!”
เขาดีใจเป็นอย่างมาก เขาสามารถเชื่อมต่อกับแม่หนูน้อยผ่านเคล็ดวิชาตามรอเยเลือดได้ ตอนนี้เขารู้อย่างแจ่มแจ้งแล้วว่าถังถังอยู่ที่ไหน
“แกมันสมควรตาย ไอ้สารเลวตงฟางเหลียง! ที่แท้พวกแกซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ นี่เองแต่กลับหลอกให้ฉันอ้อมเป็นวงกลม”
ตอนนี้เขารู้ที่อยู่ของแม่หนูน้อยแล้ว เขาจะไม่โดนตงฟางเหลียงหลอกอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ภายในห้อง ดูเหมือนแม่หนูน้อยจะรับรู้ได้ถึงลมหายใจของฉินห้าวตง เธอกระซิบกับหลินโม่โม่อย่างเบาๆ ว่า “ ไม่ต้องกลัวนะคะหม่าม๊า ป่าป๊ากำลังมาช่วยเรา”
“อืม ป่าป๊าจะต้องมาอยู่แล้ว ถังถังเป็นเด็กดีนะ”
หลินโม่โม่พยายามปลอบใจแม่หนูน้อย ที่จริงแล้วความหวังในใจของเธอเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าตงฟางเหลียงไม่ได้บอกที่อยู่จริงกับฉินห้าวตง และก็ไม่มีทางที่ฉินห้าวตงจะพบพวกเธอ เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นพระเจ้า
แม้ว่าพวกเธอจะพูดอย่างเงียบๆ แต่ตงฟางเหลียงกลับได้ยินมัน เขาหัวเราะและเดินไปที่สองคนแม่ลูก จากนั้นจึงพูดขึ้น “ทำไม ยังไม่ยอมแพ้เหรอ? ? เธอกำลังรอให้หวานใจของเธอมาช่วยเหลือเธองั้นเหรอ? หยุดฝันสักทีเถอะ! ตราบใดที่ฉันไม่ต้องการให้มันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ มันก็จะไม่มีวันหาเจอ!”
เขามั่นใจมาก ในฐานะที่เขาเป็นทหารรับจ้างมาหลายปี เขามีความสามารถในการปกปิดการติดตามได้ เขาจะปิดโทรศัพท์มือถือทุกครั้งที่เขาโทรเสร็จ ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ตำรวจจะระบุตำแหน่งของเขาได้
ตงฟางเหลียงยืนขึ้นและมองไปที่ร่างกายอวบอิ่มของหลินโม่โม่ด้วยสายตาหื่นกระหาย จากนั้นเขาก็กลืนน้ำลายแล้วพูดขึ้น “สิบนาทีจากนี้เราจะได้แนบชิดกันแบบเปลือยเปล่า ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้ว!”
“ไม่ใช่อีกยี่สิบนาทีเหรอ?” หลินโม่โม่พูดด้วยความวิตกกังวล
“ยี่สิบนาทีมันนานเกินไป ฉันรอไม่ไหว สิบนาทีกำลังดี พอไอ้เด็กหนุ่มนั่นมันมาถึงก็จะได้เห็นฉากบรรเลงรักของเราพอดี”
ตงฟางเหลียงพูดจบ เขาก็หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
ที่นี่คือเขตเผิงหู่ ตั้งอยู่ชานเมืองของเมืองเจียงหนาน ที่ที่นี่กลายเป็นเขตรื้อถอนตามคำสั่งของรัฐบาล ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ทั้งหมดได้ย้ายออกไป มันไม่มีอะไรเลยนอกจากตึกเก่าๆ ที่โดนทำลาย
ที่ด้านบนของตึกหลังหนึ่ง ทหารรับจ้างสองคนกำลังนั่งดื่มกินกันอยู่ที่นั่น ห่างจากตัวพวกเขาไม่ไกล มีปืนสไนเปอร์สีดำสองกระบอกวางไว้อยู่
“พี่สาม ฉันคิดว่านี่มันเกินพอแล้ว พวกเราไม่ควรดื่มมากไป เรามีภารกิจต้องทำให้เสร็จต่อนะ”
ทหารรับจ้างนายหนึ่งที่สวมเสื้อลายพรางพูดขึ้น
“น้องห้า นายจะรีบอะไรขนาดนั้น? ลูกพี่พูดแล้วว่าไอ้หนุ่มนั่นจะไม่มาถึงที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้เรายังเหลืออีกสิบห้านาที และมันก็ไม่ใช่งานยากสำหรับเราที่จะฆ่าหมอกระจอกนั่น หยุดกังวลแล้วและมาดื่มอีกสองแก้วเถอะ”
“พี่สาม ฉันได้ยินมาว่าไอ้หนุ่มนี่มันเก่งมาก ฉันคิดว่าเราควรระวังหน่อยดีกว่า”
“ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย มันไม่รู้อะไรไปมากกว่ากังฟูหรอก เราเป็นถึงพลซุ่มยิงและเราสามารถส่งมันไปลงนรกได้เพียงแค่กระสุนนัดเดียว ไม่ว่ามันจะทรงพลังแค่ไหนก็ตาม”
“จริงเหรอ? หรือจะให้ฉันส่งนายไปลงนรกก่อนล่ะ?”
ทันทีที่ทหารรับจ้างนายนั้นพูดจบ เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นก็ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังเขา ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป คอของเขาก็ถูกหักทันที
“แก……แก……”
พลซุ่มยิงอีกคนที่ชื่อน้องห้าร้องออกมาด้วยความกล้วราวกับเห็นผีเมื่อเขาเห็นฉินห้าวตงปรากฏอยู่บนยอดตึก เขาแปลกใจว่าชายคนนี้หาที่นี่เจอได้อย่างไร
เขายื่นมือออกไปเพื่อควานหาปืน แต่ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมานั้น คอของเขาก็ถูกบีบด้วยฝ่ามือขนาดใหญ่ เขาตายคามือของฉินห้าวตงในทันที
ในตอนนี้ฉินห้าวตงโกรธแค้นมาก เขาไม่แสดงความปราณีใดๆ ทั้งสิ้น เขาฆ่าพลซุ่มยิงทั้งสองคนในเวลาชั่วพริบตาเดียว
หลังจากจัดการกับสองคนนี้แล้ว เขายังคงไม่หยุด เขากระโดดลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วราวกับเงา
ด้านหน้าของตึกเก่า ทหารรับจ้างผมทองเดินฮัมเพลงมาที่มุมตึก จากนั้นเขาก็ถกกางเกงลงและเริ่มฉี่
เช่นเดียวกับพลซุ่มยิงสองคนที่อยู่ชั้นบนตึก เขาคิดว่าฉินห้าวตงคงหาที่นี่ไม่เจอเพราะมันยังไม่ถึงเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่ตื่นตัวอะไร
ขณะที่เขาควักน้องชายออกมาและเริ่มจะฉี่ เขาก็ได้ยินเสียงดังกร็อบ จากนั้นเขาก็ตายทันที
หลังจากหักคอทหารรับจ้างแล้ว ฉินห้าวตงก็ค่อยๆ วางศพลงบนพื้น จากนั้นเขาย่องเข้าไปในตึกอย่างไร้ซุ่มเสียง
เนื่องจากฉินห้าวตงมีการรับรู้ที่เกินกว่าคนทั่วไป จึงทำให้เขาสามารถฆ่าทหารรับจ้างที่ไม่ระวังตัวเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
บนตึกชั้นสอง ทหารรับจ้างสองคนกำลังยืนถือปืนเฝ้าเวรยามและสูบบุหรี่อยู่ ทันใดเข็มเงินเย็นยะเยือกสองเล่มพุ่งผ่านควันบุหรี่ ปักเข้าที่กลางขมับคิ้วของพวกเขาอย่างรวดเร็วราวแสงแฟลช
ทหารรับจ้างทั้งสองคนล้มลงข้างหลังแล้วตายในทันที ฉินห้าวตงเข้าไปพยุงร่างของพวกเขาอย่างรวดเร็วและวางพวกเขาลงกับพื้นอย่างเงียบๆ
ฉินห้าวตงฆ่าทหารรับจ้างสองคนนั้นด้วยเข็มเงิน เขาคำนวณแล้วว่าตงฟางเหลียงมีทหารรับจ้างแปดคนเป็นลูกน้อง ตอนนี้เขาฆ่าไปแล้วห้าคน ยังเหลืออีกสามคน
บนตึกชั้นสาม ทหารรับจ้างสามคนกำลังเล่นไพ่โป๊กเกอร์กันอยู่ ทหารรับจ้างหนุ่มคนที่พึ่งจะยืนอยู่ข้างฉินห้าวตงในตอนแรกพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ลูกพี่บอกว่า ให้ผ่านไปสักพักหนึ่งก่อนเราค่อยไปเล่นสนุกกับสาวน้อยคนนั้น ให้เขาเล่นสนุกกับเธอให้พอก่อนแล้วถึงจะเป็นตาพวกเรา ตอนนี้พวกเรามาเล่นไพ่โป๊กเกอร์กัน คนที่ชนะจะได้ไปก่อน”
ทหารรับจ้างที่อยู่ข้างเขาพูดขึ้น “ดีเลย ฉันน้ำลายไหลตั้งแต่ฉันเห็นเธอเมื่อวานนี้แล้ว ในที่สุดฉันก็จะได้สัมผัสเธอสักที……”
เขาพึ่งจะพูดจบ ยังไม่ทันที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะจางหายไป จู่ๆ เขาก็เหลือกตา แล้วล้มลงไปข้างหน้า
“พี่หก พี่เป็นอะไร ?”
ทหารรับจ้างอีกสองคนรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตอบสนอง ฉินห้าวตงก็คว้าไปที่คอของพวกเขาและจับหัวของพวกเขากระแทกเข้าหากันอย่างแรงจนแตกละเอียดเหมือนลูกแตงโมแตก
ภายในห้อง ตงฟางเหลียงที่มีศักดิ์เป็นหัวหน้าของทหารรับจ้างพวกนั้นกำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัด
เขามองไปที่หลินโม่โม่และแม่หนูน้อยที่หลบอยู่ในมุมห้องด้วยสายตาหื่นกระหาย ก่อนจะหัวเราะร่าออกมา
“สาวน้อย เลิกหวังเถอะ หวานใจของเธอเป็นมนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า ไม่มีทางที่เขาจะหาเราเจอได้!”
แม้ว่าแม่หนูน้อยจะมองไปที่ตงฟางเหลียงด้วยความรู้สึกกลัว แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะโต้เถียงเมื่อเธอได้ยินเขาพูดถึงฉินห้าวตงในทางที่ไม่ดี “คนโง่ พูดจาเหลวไหล ป่าป๊าจะมาช่วยพวกเราอย่างแน่นอน!”
“เด็กน้อย เธอช่างเด็กเสียเหลือเกิน พ่อของเธอโดนหลอกให้วิ่งไปรอบๆ เหมือนกับหมาถูกจูงจมูก ฉันจะโทรหาเขาให้ ถ้าเธอไม่เชื่อ”
หลังจากนั้นตงฟางเหลียงก็หันไปมองที่หลินโม่โม่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มแสนหวาน “โทรหาเขา แล้วให้เขาได้ยินว่าเราสนุกกันขนาดกันไหนดีกว่า”
เขาหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะขึ้นแล้วกดหมายเลขของฉินห้าวตง
เมื่อโทรติดแล้ว เสียงริงโทนที่ชัดแจ๋วดังมาจากหน้าประตู ตงฟางเหลียงตัวสั่นและหัวไปมองที่ประตูด้วยความตื่นตระหนก
“ใคร? ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?”
เมื่อเขาพูดจบ ประตูก็ถูกเตะจนปลิวออกไป รูปร่างที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นที่ประตู ยืนตัวตรงราวกับหอก แสงพระอาทิตย์สีนวลทองเปล่งประกายอยู่ด้านหลังเขา ทำให้เขาดูเหมือนเทพเจ้า
จบตอน