สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 331 : ทุกวาจาช่างเสียดแทงจิตใจนัก!!
บทที่ 331 : ทุกวาจาช่างเสียดแทงจิตใจนัก!!
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นท่าทางระหว่างสั่วฉิงและเหอตง
ดูเหมือนว่าศิษย์พี่สั่วฉิงยังไม่อาจยอมรับความจริงได้โดยง่าย ว่าเป็นนางที่พ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของเหอตงในการแข่งขันประลองศิษย์สายนอก
ในตอนนั้น มันเป็นจังหวะที่สั่วฉิงเกิดก้าวพลาดจนลื่นเสียหลักเล็กน้อย และมันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตาเท่านั้นทว่าสุดท้ายพริบตานั้น ก็ถูกเหอตงฉวยโอกาสเอาไว้ได้ และเอาชนะนางได้ในที่สุด …
ไม่เช่นนั้นแล้วระหว่างทั้งคู่ย่อมยากที่จะหาผู้ชนะ
เหอตงหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มันหันมาหาต้วนหลิงเทียนเพื่อขอความช่วยเหลือ
ต้วนหลิงเทียนหันไปหาสั่วฉิงพร้อมยิ้มบางๆ "ศิษย์พี่สั่วฉิง มีบางอย่างที่ท่านอาจยังไม่ทราบ…ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เหอตงได้ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8"
สั่วฉิงอึ้งและเหม่อลอยไปชั่วขณะ หลังได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน…เห็นได้ชัดว่านางไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหอตงจะตัดผ่านระดับได้รวดเร็วกว่านาง
หลังจากนั้นครู่หนึ่งสั่วฉิงก็หันไปสบถเบาๆกับเหอตง
แม้ว่าจะไม่อยาก แต่นางก็ต้องยอมรับ
แม้ว่าเหอตงจะพึ่งพาโชคและจับโอกาสอันดีจนเอาชนะนางในการประลองมาได้ในวันนั้น แต่มาวันนี้เมื่อเหอตงตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้ว นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายหาได้อยู่ระดับเดียวกับนางอีกต่อไป มันย่อมสามารถเอาชนะนางได้ง่ายๆ
"ฮึ่ม!" ตอนนี้เองพลันมีเสียงสบถเย็นชาดังขึ้นไม่ไกล แล้วน้ำเสียงรำคาญหูพลันดังขึ้น "เหอตงข้ามิคิดเลยว่าเจ้าจักทะลวงผ่านระดับเช่นกัน… หากมีโอกาสพวกเราต้องมาประลองกันสักหน่อยแล้ว"
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว
นี่เพราะเขารู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียง
หูเฉวี่ยฟง!
ศิษย์ส่วนตัวของปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเชวียน
เขาย่อมเข้าใจความนัยวาจาหูเฉวี่ยฟงดี มันไม่ต่างอะไรกับบอกว่ามันได้ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้วเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าหูเฉวี่ยฟงเองก็พึ่งมาถึงลานทดสอบและบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างสั่วฉิงและเหอตง
มันก้าวอาดๆผ่านผู้คน จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าสั่วฉิง "สั่วฉิงดูเหมือนว่าในบรรดาพวกเรา จักมีเจ้าเพียงลำพังที่มิอาจตัดผ่าน…เจ้าต้องขยันให้มากเข้าไว้ ฮ่าๆ… " วาจาหูเฉวี่ยฟงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"หูเฉวี่ยฟง!" ใบหน้าที่สวยงามอ่อนโยนของสั่วฉิงลดต่ำลง แววตาคู่สวยของนางเองก็ดูเหมือนจะเริ่มมีโทสะขึ้นมาแล้ว
"อะไร?แสร้งมีโทสะกลบความละอายที่อ่อนด้อยหรือ?" หูเฉวี่ยฟงหัวเราะ "สั่วฉิงมิใช่ว่าข้าจักดูแคลนเจ้า …แต่ถึงแม้ข้าจะยังมิได้ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แต่เจ้าก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของข้า ถึงข้าหูเฉวี่ยฟงมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ข้าก็อาศัยกระบี่เดียวเอาชนะเจ้าได้! "
สั่วฉิงรู้สึกโมโหจนร่างบางสั่นระริก ท่าทางของนางแลดูเดือดดาลไม่น้อย สีหน้าของนางเผยความเกรี้ยวกราด กล่าวคำออกมาอย่างไม่กลัว "เจ้าก็เข้ามาลองดู!"
"อา…หากได้ลองกับเจ้าข้าคงมีความสุขยิ่งนัก" หูเฉวี่ยฟงหัวเราะเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย ความดูแคลนของมันฉายชัดออกมาจากหว่างคิ้ว ขณะมองไปยังสั่วฉิง
ตอนนี้เองศิษย์สายนอกที่มายังลานทดสอบก็ได้เห็นว่าบังเกิดเรื่องราวความขัดแย้งนี้ขึ้น พวกมันก็รีบมาชมดูอะไรสนุกสนาน …
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าสั่วฉิงจะต้องปะทะกับหูเฉวี่ยฟงแน่แล้วนั้น
"เหอะ!" เสียงสบถเย็นยะเยือกราวกับโผล่ออกมาจากหล่มน้ำแข็ง ทำให้ผู้คนที่ได้ฟังรูสึกว่าบังเกิดความเย็นกัดกินไปทั่วร่าง ไม่อาจระงับอาการสั่นเล็กน้อยได้
สักครู่ทุกสายตาของผู้คนก็หันมาจับจ้องร่างต้วนหลิงเทียนข้างๆสั่วฉิง
คำสบถยะเยือกนั่นมาจากต้วนหลิงเทียนไม่ผิดแน่
สั่วฉิงเป็นศิษย์พี่ของลี่เฟย
ลี่เฟยเป็นสตรีของต้วนหลิงเทียน
ด้วยความรักของเขาที่มีต่อลี่เฟย แน่นอนเขาย่อมนับถือสั่วฉิงว่าเป็นพี่สาวของเขาคนหนึ่ง และตอนนี้พี่สาวคนนั้นกลับถูกดูแคลนหยามหยันต่อหน้าต่อตาเขา …!
เขายังจะทนได้หรือเมื่อเห็นเช่นนี้?
คำตอบคือไม่
"หูเฉวี่ยฟง!" สายตาต้วนหลิงเทียนเย็นลงก่อนที่จะจับจ้องมายังหูเฉวี่ยฟง มุมปากของเขาเองยังเผยรอยยิ้มแสยะออกมา "ถึงแม้เจ้าจะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าข้าอาศัยกระบี่เดียวก็ฆ่าเจ้าได้!?"
เพียงอาศัยกระบี่เดียวฆ่าเจ้าได้!
วาจาของต้วนหลิงเทียนที่กล่าวนั้น เสียงดังฟังชัด หูเฉวี่ยฟงย่อมได้ยินเต็ม 2 รูหู นี่ทำให้ใบหน้าของมันแข็งกระด้าง ดวงตาเผยเพลิงโทสะลุกโชนขึ้นมา
หูเฉวี่ยฟงโมโหจนกระทั่งร่างสั่นระริกมันแทบจะถึงขีดสุดของความโกรธแล้ว
"ต้วนหลิงเทียน! เรื่องนี้เจ้ายังภูมิใจอะไร? ระดับบ่มเพาะของเจ้ายามนี้ เพราะเจ้าอาศัยผลกำนิดลี้ลับได้มาเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ ใยข้าหูเฉวี่ยฟงยังจักต้องกลัวศิษย์สายนอกระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 อย่างเจ้า! " สีหน้าของหูเฉวี่ยฟงเย็นชา พร้อมจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง
มันย่อมได้ยินเรื่องต้วนหลิงเทียนตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 เมื่อหนึ่งเดือนก่อน …
ตอนนั้นเพลิงโทสะของมันก็ลุกโชนราวกับจะแผดเผาชั้นฟ้า!
เพราะเท่าที่มันรู้ผลกำเนิดลี้ลับนี้สมควรเป็นของมัน! แต่ต้วนหลิงเทียนที่มาจากไหนไม่รู้ก็คว้าตัดหน้ามันไป!!
หาไม่แล้วหากมันได้รับผลกำเนิดลี้ลับนี้ล่ะก็ ตัวมันต้องตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9!
"ฮ่าๆๆ… " ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังลั่น เมื่อได้ยินคำกล่าวของหูเฉวี่ยฟง หลังจากหัวเราะเสร็จแล้วเขาก็จับจ้องมายังหูเฉวี่ยฟงตาเขม็ง “หูเฉวี่ยฟงในวันที่ประลองศิษย์สายนอก ตัวข้าก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระกับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 แล้วทำไมเจ้าที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ถึงไม่กล้าสู้กับข้าเล่า?”
"ตอนนี้แค่เพราะเจ้าตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 เจ้าจึงบังเกิดความมั่นใจ ว่าในตอนที่ข้ามีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 จะสู้เจ้าไม่ได้งั้นสิ? " เมื่อต้วนหลิงเทียนกล่าวจบ มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา
"แน่นอน!" หูเฉวี่ยฟงหัวเราะออกมา ประกายตาเผยให้เห็นร่องรอยเย็นชาไม่น้อย "ถ้าตอนนี้เจ้ายังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ข้าอาศัยกระบี่เดียวก็ข้าเจ้าได้!"
"ไร้ยางอายนัก!" สั่วฉิงอดไม่ได้เมื่อได้ยินวาจาเหลวไหลของหูเฉวี่ยฟง
ตอนนี้เหล่าศิษย์สายนอกทั้งหลาย ก็จับจ้องไปยังหูเฉวี่ยฟงราวกับมันเป็นตัวประหลาด
หูเฉวี่ยฟงผู้นี้ยามอยู่ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 กลับหวาดกลัวไม่กล้าลงมือต่อต้วนหลิงเทียนในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6…
แต่ตอนนี้เมื่อมันตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้ว มันยังมากล่าวคำเหลวไหลบัดซบว่าสามารถเอาชนะต้วนหลิงเทียนที่อยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6ได้…
เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ!
เจ้า! หูเฉวี่ยฟง! ตัดผ่านระดับไปแล้ว แต่ยังพาลไม่อยากให้ผู้อื่นตัดผ่านระดับ เพื่อที่จะให้เจ้าได้ทุบตีผู้อื่นได้?เช่นนั้นใยไม่บอกให้ต้วนหลิงเทียนพึ่งเกิดเลยเล่า เจ้าจะได้ทุบตีเขาตั้งแต่เป็นทารก?
มีแต่ตัวโง่งมสมองกลับเท่านั้น ที่จะกล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้!
"ฮ่าๆๆๆๆ … " ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาอย่างหนักอีกครั้ง ประกายตาของเขาเรืองวูบขึ้นมาเล็กน้อย “หูเฉวี่ยฟง เช่นนั้นที่เจ้ากล่าวนี่ ใช่หมายความว่า หากตอนนี้ข้ายังเหมือนก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ใช้ผลกำเนิดลี้ลับ เจ้าจะไม่ขลาดเขลาหรือหวาดกลัวที่จะต่อสู้กับข้า กระทั่งเจ้ายังมั่นใจว่าจะสังหารฆ่าในกระบี่เดียวงั้นหรือ?”
"เรื่องนั้นย่อมแน่นอน!" หูเฉวี่ยฟงเผยท่าทางหยิ่งยโสออกมา เมื่อมันตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ได้มันก็มั่นใจอย่างมาก
หากต้วนหลิงเทียนยังเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 อยู่ละก็มันมั่นใจว่าสามารถฆ่าต้วนหลิงเทียนได้ในกระบี่เดียว!!
"เช่นนั้นก็ได้" ต้วนหลิงเทียนหัวเราะสนุกสนานออกมา ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า "ในเมื่อเจ้ามั่นใจ และพูดถึงขนาดนี้แล้ว…เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า!"
คำกล่าวของต้วนหลิงเทียนทำให้ผู้คนรอบๆ ถึงกับสับสนแล้ว
เพราะพวกเขาสงสัยว่าวาจานี้ของต้วนหลิงเทียนมีความหมายว่าอะไร
สั่วฉิงกับเหอตงมองไปยังต้วนหลิงเทียนราวกับคิดอะไรได้บางประการ …
ส่วนหูเฉวี่ยฟงเอง เริ่มหน้าม้านลง ในใจบังเกิดสังหรณ์อันตรายประการหนึ่งขึ้นมา
"หู เฉวี่ย ฟง!" ต้วนหลิงเทียนพลันจับจ้องไปยังหูเฉวี่ยฟงเขม็ง ซ้ำยังเริ่มก้าวเดินไปยังหูเฉวี่ยฟงช้าๆ จิตต่อสู้ของเขาพุ่งสูงขึ้น สภาวะพร้อมลงมือแผ่ซ่านออกมาทะลุฟ้า ในประกายตาเผยความดุร้ายไม่น้อย
"ข้าต้วนหลิงเทียนยินดีที่จะลดความแข็งแกร่งของตัวเองให้อยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6! เพื่อเข่นฆ่ากับเจ้าบนเวทีประลองเป็นตาย หากข้าต้วนหลิงเทียนใช้ความแข็งแกร่งเกินกว่าระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ข้ายินดีปลิดชีพตัวเองต่อหน้าทุกคน! ข้าขอไถ่ถามเจ้ากล้าหรือไม่? "
เจ้ากล้าหรือไม่!
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจานี้ ทุกคนถึงกับขนลุก สายตาที่ทั้งหมดมองไปยังต้วนหลิงเทียนนั้นไม่ต่างกับมองผู้สูงส่ง
ราวกับเขาได้กลายเป็นเทพสงครามไร้พ่าย!
ห้าวหาญเด็ดเดี่ยวและเหนือชั้น!
"สหายน้อยผู้นี้!" เหอตงมองไปยังต้วนหลิงเทียน ด้วยสายตาที่ไม่อาจระงับความนับถือเอาไว้
มันสัมผัสได้ว่ายามนี้ต้วนหลิงเทียนเหนือกว่ามันทุกด้านและมันเองก็ยอมศิโรราบทั้งกายใจ ยากนักที่จะคิดนำตัวไปเปรียบกับต้วนหลิงเทียน
"ศิษย์น้อง!เสียดายนัก…ใยเจ้ามิมาชมดูการทดสอบกับข้า? นี่คือบุรุษของเจ้า!" สายตาของสั่วฉิงเต็มไปด้วยความซับซ้อน ระคนอิจฉาเล็กน้อย
หากสตรีคนหนึ่งได้รับความรักจากบุรุษเช่นนี้ ชั่วชีวิตนี้ต่อให้ตายก็ไม่เสียดายแล้ว!!
"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน นี่ช่างเป็นคนจริงนัก!"
"นับจากนี้ข้าขอเอาศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนเป็นแบบอย่างชั่วชีวิต"
…
ใบหน้าเหล่าศิษย์สายนอกหลายคนล้วนแดงฉานราวกับบังเกิดความฮึกเหิม ทำราวกับว่าคนที่ยืนประจันหน้ากับหูเฉวี่ยฟงยามนี้ไม่ใช่ต้วนหลิงเทียน แต่เป็นพวกมันเอง
เวลาต่อมาสายตาทุกคู่ก็หันไปจับจ้องหูเฉวี่ยฟง
ก่อนหน้านี้หูเฉวี่ยฟงกล่าววาจาเป็นมั่นเหมาะ ว่าจักสามารถสังการต้วนหลิงเทียนได้ในกระบี่เดียวหาก ต้วนหลิงเทียนยังอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 …
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนยินดีระงับระดับบ่มเพาะให้เหลือระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 และท้าหูเฉวี่ยฟงขึ้นเวทีประลองเป็นตาย ให้มันมีโอกาสเข่นฆ่าเขาได้สมใจ!
หูเฉวี่ยฟงกล้ารับคำท้าประลองหรือไม่?
สีหน้าท่าทางของหูเฉวี่ยฟงแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนปั้นยาก
ที่มันกล้ากล่าววาจาเช่นนี้ก่อนหน้าเพราะว่ามันยังหลงระเริงในระดับบ่มเพาะของตัวอย่างหน้ามืดตามัว และมันรู้สึกว่าหากต้วนหลิงเทียนยังอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 มันย่อมสังหารต้วนหลิงเทียนได้ง่ายดาย…
แต่ตอนนี้พอต้วนหลิงเทียนยินดีระงับระดับบ่มเพาะให้เหลือเพียงระกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 และยังท้ามันขึ้นเวทีประลองเป็นตาย ขึ้นมาจริงๆ …
ใจมันกลับบังเกิดความโลเลและหวาดกลัว! เมื่อมองไปยังร่างของต้วนหลิงเทียน ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ และเต็มไปด้วยความพร้อมต่อสู้ที่พุ่งทะยานทะลุฟ้า…ขามันสั่นแทบอยากถอยหลังหลบหนี
มันจะสามารถสังหารต้วนหลิงเทียนที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้หรือไม่?
ถึงแม้ว่าตอนนี้มันยังเชื่อว่าตัวกระทำได้ แต่มันก็ไม่กล้ารับคำท้าประลองเป็นตายของต้วนหลิงเทียน …ความลังเลในใจมันหนักหนาราวมรสุม
ความมั่นใจของต้วนหลิงเทียนที่เผยออกมา ทำให้ในใจของมันบังเกิดร่องรอยแห่งความหวาดกลัว มันมีเพียงหนึ่งชีวิตเท่านั้น…
หากไม่มั่นใจถึงที่สุดใยต้วนหลิงเทียนจึงแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาได้?
หูเฉวี่ยฟงมองต้วนหลิงเทียนอย่างกริ่งเกรง และบังเกิดความรู้สึกว่าอีกฝ่ายลึกลับอันตรายกลับกลายเป็นน่ากลัวมากยิ่งขึ้น บางทีต้วนหลิงเทียนอาจใช้ความแข็งแกร่งระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 สังหารมันในตอนนี้ได้จริงๆ!
เพราะในวันนั้นต้วนหลิงเทียนก็ใช้ระดับบ่มเพาะระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 สังหารฉีฮ่าวที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ได้ในพริบตา!
การกระทำของต้วนหลิงเทียนมันประหลาดเกินไป
"ฮ่าๆ … " ต้วนหลิงเทียนแน่นอนว่าย่อมรับรู้สภาวะและความคิดในใจของหูเฉวี่ยฟงยามนี้ดี เมื่อเห็นสีหน้ามันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซ้ำยังเริ่มมีเหงื่อผุดซึม "หูเฉวี่ยฟง ศิษย์ส่วนตัวของปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเชวียนงั้นหรือ? ก็แค่สวะขี้ขลาด! หน้าตัวเมีย!!"
สวะขี้ขลาด หน้าตัวเมีย?
วาจานี้ของต้วนหลิงเทียนทำให้ในใจของหูเฉวี่ยฟงเดือดดาลถึงขีดสุด มันจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนอย่างดุร้าย
“ยังจะจ้องข้าหาอะไร? ไม่ใช่เจ้าปากกล้ากล่าววาจาว่าสามารถสังหารข้าที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้ในกระบี่เดียวหรอกหรือ? ตอนนี้ข้าก็บอกเจ้าแล้วไงว่าข้าจะระงับระดับบ่มเพาะให้เหลือระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 และขึ้นเวทีประลองเป็นตายกับเจ้า แต่เจ้ากลับหวาดกลัวและไม่กล้ายอมรับ…นี่ยังไม่ใช่สวะขี้ขลาด หน้าตัวเมียหรือไร?”มุมปากต้วนหลิงเทียนเผยรอยยิ้มแสยะ วาจาดูถูกเหยียดหยามนี้ดั่งเหล็กแหลมทะลวงกลางใจหูเฉวี่ยฟง ทำให้ใบหน้าของหูเฉวี่ยฟงยามนี้เริ่มกลับกลายเป็นม่วงคล้ำน่าเกลียดน่ากลัวแล้ว