สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 330 : การทดสอบศิษย์สายใน!
บทที่ 330 : การทดสอบศิษย์สายใน!
หลังจากที่หยิบวัตถุดิบที่ต้องใช้ออกมา ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มจัดเรียงเป็นระเบียบ และมองดูพวกมันทั้งหมดอีกรอบว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือไม่
ฟู่ววว!
และทันใดนั้นเขาก็หงายฝ่ามือออกมา ก่อนที่จะบังเกิดเปลวเพลิงเล็กๆปะทุลุกขึ้นกลางฝ่ามือ เปลวเพลิงนี้เมื่อลุกโชนขึ้นมาพรึบหนึ่ง มันก็เริ่มขยายตัวออกและเริ่มขยายออกกลายเป็นเพลิงขนาดใหญ่ มันลุกโชนโหมกระหน่ำอย่างร้อนแรง!
เปลวเพลิงนี้มีสีทองอ่อนและมันยังทอประกายแวววาว สวยงามน่าชมดูไม่น้อย
มันเป็นเปลวเพลิงหลอมศาสตราระดับ 7!
วัตถุดิบที่ต้วนหลิงเทียนจัดเตรียมออกมาเริ่มถูกเขาหลอมละลายอย่างรวดเร็ว สุดท้ายวัตถุดิบทั้งหลายที่ถูกพลังงานต้นกำเนิดยกตัวให้ลอยอยู่เหนือเปลวเพลิงก็ถูกหลอมจนเริ่มกลายเป็นของเหลวบริสุทธิ์ สิ่งปนเปื้อนต่างๆถูกหลอมสลายหายไป…
ของเหลวจากวัตถุดิบแต่ละชิ้นเริ่มถูกต้วนหลิงเทียนชักนำมาหลอมรวมกันอย่างช้าๆ หลังจากนั้นไม่นานทั้งหมดก็ผสานเข้าด้วยกันไม่อาจแยกออกจากกันได้อีก
ในเวลาต่อมาต้วนหลิงเทียนก็เริ่มหยิบเตาหลอมโอสถระดับ 8 ขึ้นมา และเริ่มหลอมมันจนกลายเป็นของเหลวบริสุทธิ์เช่นกัน ขั้นตอนนี้ก่อให้เกิดกลิ่นแปลกๆเล็กน้อย
หลังจากนั้น ของเหลวบริสุทธิ์ 2 ก้อนที่ลอยตัวอยู่เหนือเปลวเพลิงหลอมศาสตราของเขา ก็ถูกชักนำให้มาหลอมรวมผสานกันอย่างช้าๆ จนในที่สุดมันก็หลอมผสานเข้ากันอย่างสมบูรณ์ก่อเกิดเป็นของเหลวก้อนโต
กระบวนการที่ว่ามานี้ทั้งหมดกินเวลาไปมากกว่า 1 ชั่วโมง
เปลวเพลิงหลอมศาสตราของต้วนหลิงเทียนยังคงลุกโชนต่อไปอีกระยะหนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าของเหลวอันเป็นแก่นแท้ของวัตถุดิบได้ผสานหลอมรวมเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มควบคุมมันด้วยพลังงานต้นกำเนิดอย่างแยบยล และเริ่มก่อร่างของเหลวที่ว่าให้เป็นรูปลักษณ์ของเตาหลอมโอสถอย่างแม่นยำราวกับเครื่องพิมพ์
เค้าโครงของเตาหลอมโอสถค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างช้าๆ ไม่นานมันก็กลับกลายเป็นเตาหลอมโอสถที่สมบูรณ์แบบชั้นเลิศเตาหนึ่ง
รอบเตาหลอมโอสถนี้ ยังมีลายมังกรที่เสมือนจริงราวกับมีชิวิตอยู่ถึง 9 ตัว! แน่นอนว่านี้เป็นความชอบส่วนตัวของต้วนหลิงเทียน!!
"เอาล่ะ ในอนาคตข้าจะเรียกมันว่าเต้าหลอม 9 มังกร แล้วกัน" รอยยิ้มเริ่มเผยขึ้นมาที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน ในขณะที่เขามองไปยังเตาหลอมโอสถนาม 9 มังกรนี้อีกครั้งอย่างละเอียด ไม่นานเปลวเพลิงหลอมศาสตราระดับ 7 บนฝ่ามือเขาก็ค่อยๆดับลง เตาหลอม 9 มังกรเองก็ค่อยๆร่วงหล่นลงมาสู่มืออย่างช้าๆ
นี่นับเป็นครั้งแรกที่ต้วนหลิงเทียนหลอมศาสตราวิญญาณระดับ 7 …
เนื่องจากในหัวเขามีความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดที่เป็นผู้หลอมศาสตราระดับราชวงศ์ แน่นอนว่าย่อมไม่เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ในการหลอมสิ่งของง่ายๆเช่นนี้..
ทุกอย่างจึงแลดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีขั้นตอนติดขัดหรือลำบากอะไร
และตอนนี้เนื่องจากเขามีเตาหลอม 9 มังกรอันเป็นเตาหลอมโอสถ ระดับ 7 แล้ว! ก็ได้เวลาที่เขาจะเริ่มหลอมกลั่นโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 ได้เสียที!!
โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 นับว่ามีสรรพคุณมากพอที่จะกำจัดพิษปรสิตกลืนกำเนิดที่ฉงเฉวียนได้รับจนหมดสิ้น และสามารถฟื้นฟูระดับบ่มเพาะของฉงเฉวียนให้กลับไปสมบูรณ์พร้อมได้
หลังจากที่ฉงเฉวียนฟื้นตัวแล้ว มันก็จะกลายเป็นความช่วยเหลือที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ต้วนหลิงเทียนมี…
และเป็นเพราะเหตุนี้ หลังจากที่เขาสามารถตัดผ่านมายังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ได้ไม่ทันไร เขาจึงรีบยกระดับเปลวเพลิงหลอมศาสตราและโอสถระดับ 8 ให้กลายเป็นระดับ 7 และรีบเดินทางออกจากนิกายกระบี่ 7 ดาวเพื่อมายังเมืองไผ่ทมิฬแห่งนี้ และช่วยเหลือฉงเฉวียนกำจัดพิษปรสิตกลืนกำเนิด
สำหรับวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการหลอมกลั่นโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 นั้น แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียน ได้จดมันไว้ในรายการวัตถุดิบ ที่ขอให้เหล่าขุมอำนาจต่างๆ ในอาณาจักรนภาล่องช่วยกันค้นหาแล้ว
กล่าวได้ว่าตอนนี้เขาสามารถหลอมโอสถได้ในทันที!
ฟู่มม
ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงสีทองพลันถูกจุดขึ้นมากลางฝ่ามือของเขาอีกครั้ง
ทว่าเปลวเพลิงสีทองนี้กลับไม่ได้เป็นสีทองอ่อนส่องประกายดั่งเปลวเพลิงหลอมศาสตราระดับ 7 เมื่อครู่ เปลวเพลิงนี้มันมีสีทองทว่ากลับเป็นสีทองที่มีความเข้มมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
มันคือเปลวเพลิงหลอมโอสถระดับ 7!
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็หยิบสมุนไพรต่างๆออกมาจากเรียงและ เริ่มนำบางส่วนใส่ลงไปในเตาหลอมโอสถระดับ 7 หลังจากนั้นเขาก็ดำเนินตามขั้นตอน และใช้เวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อหลอมกลั่นโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 จนเสร็จสมบูรณ์
ผลที่ได้ก็คือ โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ 3 เม็ด!
ต้วนหลิงเทียนเมื่อหลอมเสร็จสิ้นเขาก็สะบัดมือเก็บเตาหลอมโอสถกลับลงแหวนมิติ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องและ ส่งมอบโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 ให้ฉงเฉวียนที่เฝ้าคอยอย่างใจจดจ่อด้านหน้า และกล่าวบอกเรื่องราวกไปพร้อมๆกัน “เอาละฉงเฉวียน หลังจากนี้ 3 เดือน ระดับบ่มเพาะของเจ้าสมควรฟื้นฟูกลับมาดังเดิม… และตอนนั้นข้าตั้งใจที่จะเดินทางไปยัง ยอดเขาเดียวดาย”
ช่างกวนหยาง ยอดเขาเดียวดาย
บุคคลที่นายน้อยของนิกายไร้สิ้นสุด กล่าวคำสั่งเสียให้ต้วนหลิงเทียนไปพบ
มีหยกบันทึกเสียงชิ้นหนึ่งในความครอบครองของต้วนหลิงเทียน… และนั่นเป็นสิ่งของที่นายน้อยนิกายไร้สิ้นสุดคนนั้น ได้ไหว้วานร้องขอเอาไว้ก่อนตาย เขาต้องการให้ต้วนหลิงเทียนนำมันไปมอบแก่ ชายชรานามว่าช่างกวนหยาง ที่อาศัยอยู่บนยอดเขาเดียวดาย
"ขอรับ" ฉงเฉวียนกล่าวรับคำอย่างสุภาพ ในแววตาเผยให้เห็นร่องรอยสำนึกบุญคุณไม่น้อย
ฉงเฉวียนเองก็เคยเป็นคนของนิกายไร้สิ้นสุด และมีตำแหน่งเป็นถึงผู้พิทักษ์! ต้วนหลิงเทียนยังคงจดจำคำสั่งเสียของนายน้อยนิกายคนเก่าที่มันเคยรับใช้ได้เช่นนี้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแล้ว… นั่นทำให้ฉงเฉวียนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกบุญคุณอย่างสุดซึ้ง
"เอาล่ะ เจ้าก็ค่อยๆรักษาตัวฟื้นฟูพลังบ่มเพาะไปแล้วกัน อีก 3 เดือนให้หลังข้าจะกลับมาหาเจ้าอีกครั้ง พวกเราจะออกเดินทางไปด้วยกัน" ต้วนหลิงเทียนกล่าวกับฉงเฉวียนอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ออกจากบ้านในเมืองไผ่ทมิฬและมุ่งหน้าเดินทางกลับนิกายกระบี่ 7 ดาว
เมื่อกลับมาถึงนิกายกระบี่ 7 ดาว เขาก็ย้อนกลับขึ้นไปยังขุนเขาเทียนเฉวียน
เมื่อมาถึงขุนเขาเทียนเฉวียนแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อเดินวนไปมาปะปนกับฝูงชนที่มากมายดั่งสายน้ำ และมั่นใจได้ว่าไม่มีใครติดตามเขามาได้ ต้วนหลิงเทียนก็รีบพุ่งร่างเป็นเส้นแสงบนทางขึ้นเขาสายหนึ่งที่ไร้ผู้คน มุ่งหน้ากลับมายังยอดเขาเทียนเฉวียนด้วยความเร็วสูงสุด
เมื่อพบพานกับความบ้าคลั่งอย่างไม่เลือกวิธีการของจ้าวหลินวันนี้ ทำให้ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ถึงอันตรายใหญ่หลวง ไม่กล้าประมาททุกฝีก้าว
เขาเริ่มยึดหลัก ระแวงพันครั้งไม่เป็นไร วู่วามครั้งเดียวนับว่าใหญ่หลวง ..และไม่คิดเผยช่องว่างอะไร
เพราะหากเขาเปิดโอกาสแม้จะเพียงเล็กน้อยให้จ้าวหลินได้ลงมือล่ะก็ เขาได้จบสิ้นแน่!
หลังจากที่กลับมาถึงถ้ำหินย้อยแล้วต้วนหลิงเทียนก็ทำการนั่งลงกำหนดลมหายใจเล็กน้อยเพื่อสงบสติอารมณ์ หลังจากนั้นก็เริ่มทำการบ่มเพาะสั่งสมพลัง รอคอยเวลาทดสอบคัดเลือกศิษย์สายในที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีก 1 เดือน…
นอกจากบ่มเพาะพลังแล้ว ต้วนหลิงเทียนยังเดินทางไปยังป่าแรกเริ่ม และทดสอบพลังสั่นสะเทือนกับสัตว์อสูรเพื่อให้รู้ถึงขอบเขตพลังงานสั่นสะเทือนที่เขามีในตอนนี้
…
เขายังจำได้อย่างดีว่า ในยามที่ตัวเขาอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 นั้น ขอบเขตที่พลังงานสั่นสะเทือนยังมีผล ก็คือ ช่วงความแข็งแกร่ง 10 ช้างแมมมอธโบราณ
ในยามที่ตัวเขาอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 นั้น ขอบเขตที่พลังงานสั่นสะเทือนยังมีผล ก็คือ ช่วงความแข็งแกร่ง 20 ช้างแมมมอธโบราณ
ในยามที่ตัวเขาอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 นั้น ขอบเขตที่พลังงานสั่นสะเทือนยังมีผล ก็คือ ช่วงความแข็งแกร่ง 30 ช้างแมมมอธโบราณ
แต่ทว่าตอนนี้เมื่อเขาตัดผ่านระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 มาได้แล้วนั้น ขอบเขตที่พลังงานสั่นสะเทือนมีผลกลับเพิ่มพูนขึ้นครั้งใหญ่ จนกระทั่ง ยังแสดงผลได้ในขอบเขตความแข็งแกร่ง 50 ช้างแมมมอธโบราณ!!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากศัตรูของเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเขาถึง 50 ช้างแมมมอธโบราณล่ะก็ พลังสั่นสะเทือนของเขา ยังสร้างผลกระทบอันหนักหนาต่อฝ่ายตรงข้าม! และสามารถเอาชนะพลังงานต้นกำเนิดของวิชาป้องกันทั่วร่าง เข้าไปป่นกระดูกอีกฝ่ายได้! หากลงมือสำเร็จ!!
"เมื่อระดับบ่มเพาะของข้าบรรลุไปถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 รูปแบบบ่มเพาะ นาคาพิโรธเองก็คงสามารถฝึกฝนให้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ พลังสั่นสะเทือนก็จะบรรลุขีดจำกัดสูงสุด … ข้าสงสัยว่า ยามนั้นพลังสั่นสะเทือน จะก้าวหน้าไปถึงขีดขั้นใด! "
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ประกายตาของเขาเรืองวูบขึ้นมาด้วยประกายเจิดจ้า เต็มไปด้วยวามคาดหวัง
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปรวดเร็วดั่งวิหคเหินบิน ในที่สุดวันที่ทำการทดสอบศิษย์สายในก็มาถึง
ต้วนหลิงเทียนก็ชำระล้างร่างกายด้วยน้ำค้างที่รองเอาไว้ ก่อนที่จะเดินทางออกจากถ้ำหินย้อย ก่อนที่จะเดินออกจากยอดเขาเทียนเฉวียนจนมาถึงสะพานโซ่ใกล้ๆหอแลกเปลี่ยน
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนจะข้ามสะพานโซ่ไปยังขุนเขาเทียนชูนั้นเอง
"ต้วนหลิงเทียน!" ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนพลันได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยชื่อเขาออกมาจากด้านหลัง แต่เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังจดจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงใคร
สุดท้ายเขาก็หันมาดู ก่อนที่จะพบร่างชายหนุ่มคนหนึ่ที่กำลังก้าวเดินมาหาเขา
ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
"เหอตง!" ต้วนหลิงเทียนเองก็ยิ้มตอบกลับไป
ที่แท้คนที่มาถึงก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นศิษย์สายนอกระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 นามว่าเหอตงนั่นเอง
"หืม?" เพียงพริบตาเดียว ด้วยความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด และพลังวิญญาณที่แหลมคม ต้วนหลิงเทียนสามารถจับสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเหอตง …ในใจเขาพลันล่วงรู้ความลับของอีกฝ่ายประการหนึ่ง
"ต้วนหลิงเทียน วันนี้ใช่เจ้าคิดไปเข้าร่วมการทดสอบศิษย์สายในหรือไม่?" เหอตงเดินมาหาต้วนหลิงเทียน ก่อนจะกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
เขาอาจจะวางตัวหยิ่งยโสต่อหน้าศิษย์สายนอกคนอื่นๆ แต่ยามอยู่ต่อหน้าต้วนหลิงเทียน เขาย่อมไม่กล้าแสดงท่าทีอะไรเช่นนั้นออกมาแม้แต่น้อย
เพราะในแง่พรสวรรค์ในเชิงยุทธ์แล้ว…เขาไม่อาจเปรียบเทียบกับชายหนุ่ม ตรงหน้าที่แลดูจะมีอายุน้อยกว่า 20 คนนี้ได้ด้วยซ้ำ!
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับคำ
"ข้าได้ยินมาว่า เจ้าสามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ในครั้งเดียว หลังจากที่ได้รับผลกำเนิดลี้ลับ … ข้าต้องขอแสดงความยินดีต่อเจ้าด้วย" เหอตงกล่าวคำแสดงความยินดีพร้อมยิ้มบางๆ
ต้วนหลิงเทียนไม่ค่อยแปลกใจอะไร ที่เหอตงจะคิดว่าเขามีระดับบ่มเพาะเช่นนั้นในปัจจุบัน
เพราะหลังจากที่เขาแสดงออกมาตอนนั้น หลายคนย่อมเห็นว่าพลังของเขาว่าเทียบเท่าระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 และป่านนี้คงแพร่กระจายไปทั่วขุนเขาเทียนเฉวียนแล้ว
"ข้าก็ขอแสดงความยินดีกับเจ้าเช่นเดียวกัน" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ ก่อนที่จะกล่าวคำแสดงความยินดีออกมาด้วย
"เช่นเดียวกับข้า?" เหอตงตกตะลึงและไม่อาจฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น
ต้วนหลิงเทียนมองไปที่เหอตงก่อนที่จะยิ้มออกมา "ไม่ใช่ว่าตอนนี้เจ้าก็ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้วหรือไง เจ้าถึงตั้งใจมาร่วมการทดสอบศิษย์สายในครั้งนี้ด้วย"
"เจ้า …นี่เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน?" เหอตงรู้สึกตะลึงไม่น้อย
ต้วนหลิงเทียนสามารถรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
หลังจากที่ไม่กี่วันที่แล้วเขาพึ่งจะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8! และเขายังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้กับใคร กระทั่งไปแสดงความแข็งแกร่งให้ผู้คนเห็นว่าเขามีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้วสักครั้งก็ไม่มี! มันสมควรเป็นความลับที่เขาล่วงรู้เป็นคนเดียวเท่านั้น!!
ตอนนี้เขาจึงรู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงอย่างมาก ที่อยู่ๆ ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวคำเปิดเผยความลับของเขาออกมาราวกับตาเห็นเช่นนี้
ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มอย่างลี้ลับออกมา
"ต้วนหลิงเทียน ยิ่งมองเจ้ามากเท่าไร ข้ายิ่งไม่อาจหยั่งรู้ถึงความสามารถเจ้า " เหอตงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ว่าตอนที่เขาเห็นต้วนหลิงเทียนสังหารอดีตศิษย์สายนอกอันดับ 1 อย่างฉีฮ่าวด้วยสองตาในวันนั้น หรือกระทั่งคราวนี้ที่ต้วนหลิงเทียน สามารถหยั่งรู้ถึงระดับบ่มเพาะของเขาได้ในระยะเวลาอันสั้น เรื่องราวทั้งหมดนี่ ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความลึกลับยากหยั่งถึงของต้วนหลิงเทียน
ดูเหมือนชายหนุ่มนามต้วนหลิงเทียนนี้ จะมีความลับซ่อนอยู่มากมายนัก
"เอาล่ะ ในเมื่อพวกเราทั้งคู่ก็คิดจะไปทดสอบเข้าร่วมศิษย์สายในเหมือนกัน เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันดีหรือไม่?" เหอตงมองไปยังต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวคำชวนออกมา
"ข้าย่อมไม่รังเกียจอยู่แล้ว" ต้วนหลิงเทียนยักไหล่ออกมาอย่างสบายๆ
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนกับเหอตงก็เดินข้ามสะพานโซ่มุ่งหน้าออกจากขุนเขาเทียนเฉวียน และเมื่อพวกเขามาถึงขุนเขาเทียนชูแล้ว พวกเขาก็เดินทางไปยังลานทดสอบ
ต้วนหลิงเทียนเคยมาลานทดสอบนี่ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อ 7 เดือนก่อน
ในตอนนั้นเขาพึ่งมาถึงนิกายกระบี่ 7 ดาวเป็นครั้งแรก และผ่านการทดสอบศิษย์สายนอก จนกลายเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่ 7 ดาวได้สำเร็จ
ตอนที่ต้วนหลิงเทียนกับเหอตงมาถึงลานทดสอบนี้ ก็มีผู้คนไม่น้อยมายืนรอกันเต็มไปหมดแล้ว
"ต้วนหลิงเทียน!" น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้งสายหนึ่งที่คุ้นหูดังขึ้น และเมื่อเขาหันไปมองก็พบสตรีคนหนึ่งที่แยกตัวไปยืนอยู่ผู้เดียวกำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้าๆ
รูปลักษณ์ของนางแลดูอ่อนโยน ดวงตากลมแววตาทอประกายสว่างไสวเล็กน้อย ใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆเผยขึ้นมาให้เห็น
"ศิษย์พี่ สั่วฉิง" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ พร้อมกล่าวทักทายศิษย์สตรีร่างบางและสวยงามผู้นี้
ศิษย์สตรีร่างบอบบางและสวยงามคนนี้คือศิษย์พี่ของลี่เฟย สั่วฉิง
"ต้วนหลิงเทียน ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ตั้งแต่เดือนที่แล้ว…ดูเหมือนว่าเจ้าจักสามารถดูดซับสรรพคุณของผลกำเนิดลี้ลับได้สมบูรณ์และใช้ประโยชน์จากมันได้ถึงขีดสุด"
เห็นได้ชัดว่า กระทั่งสั่วฉิงเองก็ได้ยินเรื่องราวของต้วนหลิงเทียนมาก่อนแล้ว
"ข้าแค่มีโชคน่ะ" ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหน้าเล็กน้อยกล่าวออกมาอย่างสุภาพ
"เรื่องนี้มันเกี่ยวอันใดกับโชคเล่า" สั่วฉิงเองก็ส่ายหน้าพร้อมกล่าวออกมา "หลังจากที่ได้ยินว่าเจ้าสามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ได้แล้ว ศิษย์น้องข้าก็ตั้งใจบ่มเพาะพลังเป็นการใหญ่ ..ข้าเกรงว่าอีกไม่นาน นางก็คงตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้แน่นอน"
ในขณะที่สั่วฉิงกล่าวถึงลี่เฟย ในแววตาของนางเผยประกายอบอุ่นเล็กน้อย
ดูเหมือนนางจะมีความรักและความเอ็นดูต่อศิษย์น้องคนนี้ของนางอย่างแท้จริง
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะยักคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา
ดูเหมือนสาวน้อยของเขาจะทุ่มเทและพยายามอย่างหนักเลยทีเดียว …
"สั่วฉิง เจ้าเองก็มาเข้าร่วมการทดสอบศิษย์สายในครั้งนี้เช่นกันหรือ? หรือว่าเจ้าเองก็ตัดผ่านระดับไปแล้วเช่นกัน?” เหอตงมองไปยังสั่วฉิงพร้อมกล่าวถามออกมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
สั่วฉิงส่ายหัว "ใครบอกเจ้าเล่า ว่าข้าตัดผ่านระดับไปแล้ว? ถึงการทดสอบเข้าร่วมศิษย์สายในนี้ จะนับว่ายากสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะมิมีโอกาสเลย…"
เมื่อกล่าวจบสั่วฉิงก็เผยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจออกมา
"ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อขนาดเจ้ายังมาได้ แล้วใยข้าจักมาบ้างไม่ได้เล่า?" สั่วฉิงมองไปยังเหอตง ก่อนที่จะกล่าววาจาเป็นเชิงไม่ยินยอมง่ายๆออกมา
ปล.สำหรับคนที่สงสัยว่านิกายฉงเฉวียนชื่ออะไรกันแน่ เพราะตอน 94 ผมพิมพ์ว่าเลิศภพจบแดน(ครั้งแรกสุดเลย) ต่อมาดันไปใช้ ไร้สิ้นสุด! บอกตรงๆ ผมลืม! ว่าเคยพิมพ์ไว้ว่ายังไง!! เลยใช้ ไร้สิ้นสุด มาในช่วงตอนที่ 100 กว่า 200 กว่า แล้วก็ตอนนี้…และจะใช้ต่อไป เรียนมาเพื่อทราบบบบ