หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 329 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 329 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7!
Prev
Next

บทที่ 329 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7!

"ต้วนหลิงเทียน ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย!" ใบหน้าของฟ่านเจี้ยนยามนี้สั่นระริกซ้ำยังบิดเบี้ยวไปไม่น้อย สุดท้ายมันก็จำต้องสะกดข่มทุกอารมณ์ ขบเคี้ยวจนฟันแทบแตก กลั้นใจเอ่ยคำขอขมาลาโทษต่อต้วนหลิงเทียน

ใบหน้าของมันนั้นเห็นได้ชัดว่าไร้ซึ่งความเต็มใจ ซ้ำน้ำเสียงยังไร้ความจริงใจอย่างเห็นได้ชัด

"วันนี้ด้วยความเคารพที่ข้ามีต่ออาวุโสหลู่ชิว ข้าจักปล่อยวางความแค้นระหว่างเราให้มันหายไปดั่งน้ำแข็งละลาย… แต่สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับฉันท์ใด วาจาที่กล่าวพ่นออกมา ก็ไม่อาจย้อนคืนได้ฉันท์นั้น!"

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังฟ่านเจี้ยน ด้วยสายตาที่เย็นลงดั่งน้ำแข็ง "และบางคำที่เจ้ากล่าวพ่นออกมา  มันมีราคาที่เจ้าต้องจ่าย!!"

และในทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ  สีหน้าของหลู่ชิวและฟ่านเจี้ยนพลันแปรเปลี่ยนในทันใด! เพราะต้วนหลิงเทียนลงมือออกมาอย่างกะทันหัน

ฟึ่บ!!

กระบี่ระดับ 7 ปรากฏออกมากลางอากาศที่ว่างเปล่า ต้วนหลิงเทียนพลันสะบัดข้อมือรับกระบี่ พร้อมทั้งตวัดวาดออกไปด้วยความเร็วสูงล้ำราวกับกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายอัสนี แหวกฝ่าอากาศดังหวีดหวิว

และทันใดนั้นเอง ฉัวะ!!

"อ๊าคคคค!" ฟ่านเจี้ยนร่ำร้องออกมา มันไม่อาจมองเห็นกระบี่ของต้วนหลิงเทียนได้ทัน และเมื่อรู้อีกที นิ้วก้อยมือขวาของมันก็ถูกต้วนหลิงเทียนสะบั้นจนร่วงหล่นไปบนพื้นเสียแล้ว

นี่เป็นราคาที่ฟ่านเจี้ยนต้องชำระจ่ายออกให้ต้วนหลิงเทียน!!

ฟ่านเจี้ยนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าของมันพลันแดงก่ำ พลังงานต้นกำเนิดถูกโคจรไปห้ามเลือดบริเวณบาดแผลที่ถูกคมกระบี่สะบั้น

ฟ่านเจี้ยนก้มไปมองนิ้วก้อยขวาบนพื้นที่ร่วงหล่นลง  มันคิดหยิบกลับคืนมา เพื่อให้ผู้หลอมโอสถทำการเชื่อมต่อในภายหลัง

วูบ!

ราวกับว่ารู้ซึ้งถึงเจตนาที่ฟ่านเจี้ยนคิดกระทำ กระบี่ระดับ 7 ในมือต้วนหลิงเทียนพลันสะบัดวูบอีกครั้ง เขาตวัดฟันนิ้วก้อยนั้นจนกระเด็นหลุดออกไปจากทางเดินขุนเขาเทียนชู ร่วงตกเหวหายลับไป…

ถึงแม้ตอนนี้ฟ่านเจี้ยนจะรีบวิ่งลงไปค้นหามากแค่ไหนก็ไม่มีทางที่มันจะค้นพบนิ้วได้ทันเวลา…นั่นหมายความว่านิ้วก้อยขวานี้หมดหนทางเชื่อมต่อได้แล้ว…

"ต้วนหลิงเทียน!" เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาของฟ่านเจี้ยนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เส้นโลหิตฝอยในตามันแตกอย่างน่าสะพรึงกลัว มันทำได้เพียงจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนอย่างอาฆาต

ตอนนี้แลไปคล้ายฟ่านเจี้ยนกลับกลายเป็นสัตว์อสูรตัวหนึ่ง เห็นท่าทางมันแล้วดูราวกับมันใคร่คิดอ้าปากเขมือบร่างต้วนหลิงเทียนลงคอ

หน้าอกของมันก็กระเพื่อมอย่างหนักด้วยโทสะอารมณ์ที่มากล้น  พร้อมปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ

"เอาล่ะ เช่นนี้เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเรา จึงถือว่าเป็นอันจบสิ้น!" ต้วนหลิงเทียนไม่ได้แยแสกริยาอาการของฟ่านเจี้ยนเขาเพียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส กระทั่งไม่รอฟังคำตอบของฟ่านเจี้ยนด้วยซ้ำ  เพียงโยนกระบี่ระดับ 7 เก็บกลับไปในแหวนมิติแล้วเริ่มออกเดินทางต่อทันที

ตอนนี้เองศิษย์สายในบางคนที่ได้รับชมเรื่องราว ก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  กระทั่งมองตามหลังต้วนหลิงเทียนจนเขาเดินหายลับตาไป…

“ศิษย์สายนอกคนนั้นเป็นผู้ใดกัน?”

“ใยเขาถึงกล้าลงมือเด็ดขาดถึงเพียงนั้น!”

“สวรรค์ เขากล้าตัดนิ้วก้อยของศิษย์สายใน กระทั่งปัดมันตกลงไปในหุบเหวลึกไม่เห็นก้น นี่มิใช่ทำให้อีกฝ่ายสิ้นไร้โอกาสเชื่อมต่อนิ้วก้อยอีกต่อไปงั้นหรือ!?”

"ฟ่านเจี้ยน ยังนับว่าโชคดีอย่างยิ่งแล้ว" หลู่ชิวหันกลับไปมองฟ่านเจี้ยนที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะและความไม่ยินยอมด้วยแววตาเฉยชา ก่อนที่จะส่ายหน้าและถอนหายใจ

ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกิดขึ้นเพราะปากสุนัขที่กล่าววาจาเหลวไหลของมันทั้งสิ้น

มันสามารถรับรู้ได้เลยว่าในตอนที่ต้วนหลิงเทียนจดจำเรื่องราวความแค้นระหว่างเขากับฟ่านเจี้ยนได้ก่อนหน้านี้ …อารมณ์ของเขายังคงสงบ ไม่ได้มีโทสะอะไรแม้แต่น้อย

กล่าวได้ว่าในยามนั้นต้วนหลิงเทียนยังไม่ได้คิดจะทำอะไรกับฟ่านเจี้ยนสักนิด

จนกระทั่งฟ่านเจี้ยนกลับกล้าเอ่ยปากกล่าววาจาบัดซบ  อย่างให้ต้วนหลิงเทียนเสียศักดิ์ศรีด้วยการคลานลอดหว่างขามันนั่นล่ะ!!  พริบตานั้นจิตสังหารที่ต้วนหลิงเทียนเปิดเผยออกมา กระทั่งตัวมันเองยังถึงใจสั่น บังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา!!

ตัวมันย่อมรู้ดีหากไม่ใช่วันนี้เป็นตัวมัน ที่ได้ช่วยชีวิตของต้วนหลิงเทียนเอาไว้บนสะพานโซ่แล้วล่ะก็  ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่คิดปล่อยให้ฟ่านเจี้ยนมีชีวิตรอดสืบไป! กระทั่งคิดบั่นคออีกฝ่ายต่อหน้ามันอย่างไม่หวั่นเกรงผลกระทบด้วยซ้ำ!

ในทวีปเมฆาล่องนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งล้วนได้รับการยอมรับนับถือ

ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนล้วนมีเกียรติและศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจของตัวเองกันทั้งสิ้น

ต้วนหลิงเทียนเองก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์สูงล้ำเหนือยิ่งกว่าผู้ใดในอาณาจักรพนาครามแห่งนี้!  แน่นอนว่าศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของต้วนหลิงเทียนย่อมมีวันน้อยกว่าใคร!!

คนที่กล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเขาแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่ได้นั้น…นับว่าโชคดีอย่างใหญ่หลวงแล้ว!

ฟ่านเจี้ยนจับจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย็นชา จนกระทั่งแผ่นหลังของต้วนหลิงเทียนหายไป

เรื่องราวความแค้นระหว่างมันกับต้วนหลิงเทียน…จำเป็นต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ และให้มันยินยอมรับหรือ?

ไม่!!

มันไม่เต็มใจยอมรับ!

แต่พอมันคิดถึงความแข็งแกร่งที่ต้วนหลิงเทียนมี… มันก็เริ่มตระหนักได้ถึงผลกระทบในใจ

ในที่สุดมันก็คิดเรื่องราวอย่างมีเหตุผลและเลือกที่จะระงับโทสะในใจเอาไว้…ไม่กล้าทำอะไรอีก

เมื่อฟ่านเจี้ยนกลับมารู้สึกตัวหลังจากยืนเหม่อคิดฟุ้งซ่าน มันก็เห็นว่ารอบๆตัวเต็มไปด้วยศิษย์สายในที่ยืนชมดูเรื่องราว ใบหน้าของมันพลันลดต่ำลงก่อนที่จะตะโกนออกมา “พวกเจ้าจักมองหาอันใดกัน?”

เหล่าศิษย์สายในทั้งหลายก็รีบจากไปทันทีเมื่อเห็นฟ่านเจี้ยนเริ่มบันดาลโทสะและเผยทีท่าดุร้ายออกมา

เมื่อต้วนหลิงเทียนและอาวุโสหลู่ชิวเดินมาถึงสะพานโซ่ที่นำออกจากขุนเขาเทียนชู ต้วนหลิงเทียนพลันหยุดลงแล้วหันไปกล่าวคำกับอาวุโสหลู่ชิวพร้อมรอยยิ้ม “อาวุโสหลู่ชิว ข้ามีเรื่องราวสำคัญบางประการที่ต้องไปกระทำ คงไม่ได้กลับไปพร้อมท่านแล้ว”

"งั้นรึ เช่นนั้นเจ้าไปเถอะ"หลู่ชิวพยักหน้าก่อนที่จะเดินข้ามสะพานโซ่ไปคนเดียว

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังผู้คนรอบๆที่เดินกันมากมาย เขาก็เริ่มเดินวนไปทั่วๆ อยู่หลายรอบ เพื่อปะปนเข้าไปในกลุ่มผู้คนของขุนเขาเทียนชู จนในที่สุดหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงและมั่นใจว่าไม่มีใครสะกดรอยตามมาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เลือกเส้นทางหนึ่งเดินลงเขาเทียนชูไป

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินลงมาถึงคอกม้าใกล้ๆกับประตูทางออกของนิกายกระบี่ 7 ดาว

นิกายกระบี่ 7 ดาวนั้นมีคอกม้าอยู่และก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลแม้คอยรับหน้าที่ดูแลม้าเอาไว้อย่างดี อาชาเหงื่อโลหิตของต้วนหลิงเทียนเองก็ถูกนำมาฝากเลี้ยงไว้ที่นี่ได้ครึ่งปีแล้ว …

"เฮ่ ข้ามารับม้าของข้าน่ะ ต้องทำอย่างไรบ้าง" ต้วนหลิงเทียนเดินเข้ามาในคอกม้า ก่อนที่จะยิ้มให้กับศิษย์สายนอกคนหนึ่งที่กำลังขัดตัวให้ม้าอยู่

"ป้ายหมายเลขม้าท่าน เล่า" ศิษย์สายนอกคนนั้นกล่าวคำออกมา ก่อนที่จะเงยหน้ามองต้วนหลิงเทียน

และทันใดนั้นเอง เมื่อศิษย์สายนอกเงยหน้ามาเห็นต้วนหลิงเทียน มันก็ขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ "ท่าน… ท่านคือศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนใช่หรือไม่ขอรับ?"

ต้วนหลิงเทียนหยิบแผ่นป้ายที่มีหมายเลขอยู่ออกมาจากแหวนมิติ ก่อนที่จะส่งผ่านไปให้ศิษย์สายนอกคนนั้นพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย "มิผิด เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?"

"แน่นอน ขอรับ!" ศิษย์สายนอกที่ทำหน้าที่เลี้ยงม้ารีบพยักหน้าอย่างเร็วและเผยท่าทางตื่นเต้นออกมา "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ข้าเองก็ได้ไปชมดูการประลองศิษย์สายนอกวันนั้นด้วยเช่นกันขอรับ…ท่านช่างน่าเกรงขามเกินไปแล้วกระทั่งศิษย์พี่ฉีฮ่าวยังมิใช่คู่ต่อสู้ของท่าน!!"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ

"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนขอรับ นี่เป็นม้าตามหมายเลขที่ระบุไว้ ท่านตรวจสอบดูสิขอรับ ว่าใช่ม้าของท่านหรือไม่?" ทันใดนั้นศิษย์สายนอกคนนั้นก็รีบไปนำม้าออกมาจากคอกหนึ่ง และพามาให้ต้วนหลิงเทียนตรวจสอบพร้อมกล่าวถามด้วยความเคารพ

"ใช่แล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า

"แหะๆ … ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ต่อไปข้าจะให้อาหารม้าของท่านและดูแลมันอย่างดีเลยขอรับ คราต่อไปยามท่านนั่งมันต้องว่องไวดั่งมีปีก" ศิษย์สายนอกคนนั้นค่อยกล่าววาจาออกมากับต้วนหลิงเทียนพร้อมหัวเราะ

"อ่า เช่นนั้นข้าคงตอบขอบคุณเจ้าล่วงหน้าแล้ว" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ "เจ้าชื่ออะไร?"

ศิษย์สายนอกคนนั้นเผยท่าทางตื่นเต้นออกมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อได้ยินต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามชื่อของตัว "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ข้าชื่อ โม่อี้ขอรับ โม่ที่แปลว่าหมึก ส่วนอี้ ที่แปลว่าหยกขอรับ"

"อ่าข้าจำได้แล้ว โม่อี้" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า "เอาล่ะ ไปเตรียมม้าให้ข้าเถอะ"

"ขอรับ" โม่อี้รีบไปติดอานม้าและพอพามาให้ต้วนหลิงเทียน

"โม่อี้ นี่เจ้าตั้งใจมาดูแลม้าที่คอกนี่โดยเฉพาะเลยหรือ?" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังศิษย์สายนอกที่มีอายุพอๆกันกับเขาก่อนที่จะกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะเห็นอีกฝ่ายแลดูพอใจกับการเลี้ยงม้านัก

"แหะๆ ใช่แล้วขอรับ" โม่อี้พยักหน้าก่อนที่จะหัวเราะออกมา "ครอบครัวข้ามีฐานะปานกลาง หาได้ร่ำรวยอันใด อีกทั้งความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้าก็ยังนับว่าอ่อนด้อย…มิได้เข้มแข็งมากพอที่จักเข้าไปล่าสัตว์อสูรในป่าแรกเริ่ม …เช่นนั้นข้าจึงขอมาทำหน้าที่ดูแลม้าที่นี่เองขอรับ  หากทำเช่นนี้แล้ว ข้าก็ยังพอได้รับเงินเดือนอยู่บ้างขอรับ"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับม้า เหงื่อโลหิตของเขา

หากเปรียบเทียบกับเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ดูเหมือนอาชาเหงื่อโลหิตของเขาจะอ้วนพีขึ้นไม่น้อย ดูท่ามันคงอยู่อย่างสบาย กินดีอยู่ดีจนแทบจะกลายเป็นหมูไปแล้ว!

ต้วนหลิงเทียนกระโดดขึ้นไปขี่หลังอาชาเหงื่อโลหิตทันทีพร้อมหันไปกล่าวกับโม่อี้ "เอาล่ะ ข้าไปก่อน"

"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน เดินทางปลอดภัยนะขอรับ!" ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาอย่างเคารพจากโม่อี้ ต้วนหลิงเทียนก็ควบอาชาเหงื่อโลหิตออกจากนิกายกระบี่ 7 ดาวมุ่งหน้าไปยังเมืองไผ่ทมิฬ

"อา ข้าสงสัยยิ่งนักว่าเมื่อไหร่ข้าจักแข็งแกร่งได้สักเพียงครึ่ง ของศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน" แววตาของโม่อี้เต็มไปด้วยความคาดหวังและความตั้งใจ

หลังจากครึ่งปีผ่านไป ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็กลับมายังเมืองไผ่ทมิฬอีกครั้ง

และในไม่ช้าเขาก็กลับมาถึงบ้านที่เขาได้ซื้อเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น

"นายน้อย" ฉงเฉวียนเองก็ยังคงเหมือนเมื่อก่อน เคารพต้วนหลิงเทียนอย่างไรก็ยังคงเคารพเช่นนั้น

"อืม เจ้าสบาย" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำทักทาย ก่อนที่จะกล่าวออกมาช้าๆ "ฉงเฉวียนที่ข้ามาหาเจ้าครั้งนี้ เพราะว่าข้าจะมาหลอมโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 ให้เจ้า…หลังจากนั้นอีก 3 เดือน ระดับบ่มเพาะของเจ้าสมควรฟื้นฟูกลับมาดังเดิม! "

ระดับบ่มเพาะของข้าฟื้นฟูกลับมาดังเดิม

ฉงเฉวียนรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ฟังคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน  ดวงตาที่คมกล้ามีความดุร้ายไม่น้อยกลับกลายเป็นพร่าเลือนดั่งมีม่านหมอกปกคลุม

"ขอบคุณนายน้อย ขอบคุณท่านขอรับนายน้อย!" ฉงเฉวียนย่อมรู้สึกขอบคุณต้วนหลิงเทียนอย่างถึงที่สุด

ในที่สุดระดับบ่มเพาะของเขาก็จักฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม …

ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 6!

นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ถึงแม้ระดับบ่มเพาะของมันจะไม่ได้สมบูรณ์ดังเดิม แต่มันก็ไม่เคยหย่อนคล้อยและยังคงฝึกฝนอย่างตั้งใจเพื่อหวังวาสักวันจะได้กลับมาแข็งแกร่ง ซ้ำยังต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม

มันมั่นใจอย่างยิ่งว่าหากระดับบ่มเพาะของมันฟื้นฟูกลับมาดังเดิมได้เมื่อไหร่  ด้วยความเพียรพยายามในช่วงเวลาที่ผ่านมา อีกไม่นานตัวมันย่อมสามารถทะลวงผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 7 ได้อย่างแน่นอน!!

หลังจากตื่นเต้นดีใจอยู่ครู่หนึ่ง ฉงเฉวียนพลันคืนสติและตระหนักได้ว่า มันเผลอลืมต้วนหลิงเทียนศะสนิท! และยังปล่อยให้ต้วนหลิงเทียนยืนตากลมหนาวอยู่ด้านนอก!!  ความสำนึกผิดเริ่มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าทันที "นายน้อย…ข้าต้องขออภัยท่าน ข้าตื่นเต้นมากเกินไป"

"เอาล่ะ ข้าเข้าใจไม่เป็นไร" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า และไม่ได้ว่าอะไร

"เอ๊ะ! นายน้อยท่านสามารถหลอมกลันโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 ได้เช่นนี้ … ใยมิใช่หมายความว่าท่านตัดผ่านไปยังระดับ … " และในที่สุดฉงเฉวียนก็ตระหนักถึงเรื่องราวบางประการที่สำคัญยิ่ง และกล่าวถามออกมาด้วยความตื่นตะลึง

เพราะจากความรู้ของมันผู้หลอมโอสถที่สามารถหลอมกลั่นโอสถระดับ 7 ได้ ต้องมีเปลวเพลิงหลอมโอสถระดับ  7 เสียก่อน และผู้ที่จะมีเปลวเพลิงระดับนั้นได้ก็ต้องตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ซะก่อน!!

"อ่า เป็นอย่างที่เจ้าคิดนั่นล่ะ ข้าตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 แล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับและไม่ได้คิดปิดบังอะไร

"ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ นายน้อย!" ตอนนี้เองฉงเฉวียนรีบแสดงความยินดีกับต้วนหลิงเทียนอย่างตื่นเต้น มวลอารมณ์คุกรุ่นในใจเริ่มเอ่อล้นออกมา…

แค่เพียงครึ่งปีเท่านั้น แต่นายน้อยตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 แล้ว!

นายน้อยดูเหมือนจะยังมีอายุไม่ถึง 21 ปีเลยมิใช่หรือไร?

กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ด้วยวัยที่ต่ำกว่า 21 ปี …

พอได้คิดถึงเรื่องนี้ หนังศีรษะของฉงเฉียนยิ่งมายิ่งด้านชาแล้ว

"เอาล่ะ เจ้าเองก็มายืนเฝ้าหน้าห้องข้าให้ดี อย่าได้ให้ใครมารบกวนเด็ดขาด ข้าจะเริ่มหลอมโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7 ให้เจ้าตอนนี้เลย" ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำกำชับฉงเฉวียนสั้นๆ ก่อนที่จะเดินไปยังห้องเก่าของเขา

ห้องของเขายังคงสะอาดไร้ซึ่งฝุ่นใดๆ เห็นได้ชัดว่าฉงเฉวียนให้คนมาคอยทำความสะอาดอยู่เสมอ

ตุบ!

ต้วนหลิงเทียนหยิบเตาหลอมโอสถออกมา แต่เขายังไม่ได้เริ่มหลอมโอสถ

สิ่งที่เขาต้องการหลอมคือโอสถระดับ 7 ทว่าเตาหลอมโอสถนี้ยังเป็นระดับ 8 เท่านั้น มันย่อมใช้การไม่ได้

เพราะเปลวเพลิงหลอมโอสถระดับ 7 มันอาจทำให้เตาหลอมโอสถระดับ 8 หลอมละลายได้อย่างง่ายดาย!

เช่นนั้นสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือหลอมสร้างเตาหลอมโอสถระดับ 7 เสียก่อน!

เตาหลอมโอสถอันนับเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 8 นี้เขาได้รับมาจากปู่ของลี่เฟยตั้งแต่หลายปีก่อน  และมันเป็นเตาหลอมโอสถที่ส่งต่อมาจากอาจารย์ของปู่ลี่เฟย  ซ้ำวัตถุดิบที่ใช้ก็นับว่ามีคุณภาพสูงเกินระดับ 8 ไปไกล!

ต้วนหลิงเทียนเพียงต้องใช้วัตถุดิบบางอย่างเพิ่มเติมเท่านั้น  เขาก็สามารถยกระดับเตาหลอมโอสถนี้ให้อยู่ในระดับ อาวุธวิญญาณระดับ 7 ได้ง่ายๆ

และนี่ก็เป็นเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนเอง ได้วางแผนเอาไว้เนิ่นนานแล้ว

ตอนนั้น ก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากอาณาจักรนภาล่อง  เขาก็ได้ใส่วัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างเตาหลอมโอสถระดับ 7 ไว้ในรายการวัตถุดิบที่เขาต้องการ ด้วยเช่นกัน

เช่นนั้นแล้วตอนนี้เขาก็แค่เพียงหลอมกลั่นเพื่อยกระดับเตาหลอมโอสถนี่เท่านั้น

เมื่อเตาหลอมโอสถยกระดับไปเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 7 แล้ว เขาก็สามารถหลอมโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ที่มีระดับ 7 ได้!

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 329 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 7!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
Godly Empress Doctor
Godly Empress Doctor
มีนาคม 12, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz