หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 328 : ฟ่านเจี้ยน

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 328 : ฟ่านเจี้ยน
Prev
Next

บทที่ 328 : ฟ่านเจี้ยน

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกับหลู่ชิวเดินทางออกจากหอเทียนเฉวียนแล้วนั้น  ทั้งคู่ก็เดินเคียงไหล่ไปด้วยกันตามเส้นทางลงเขาก่อนหน้าเพื่อเดินทางกลับ

"ต้วนหลิงเทียนเจ้า … " ในระหว่างทางหลู่ชิวกล่าวคำออกมาแล้วก็หยุดไป ราวกับว่ามันมีความลังเลและลำบากใจบางประการที่จะกล่าวออกมา

"อาวุโสหลู่ชิวท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ครั้งหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับท่านมอบชีวิตใหม่ให้ข้า…หากท่านมีคำใดคิดกล่าว ก็ว่ามาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจแล้ว" ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำออกมาพร้อมรอยยิ้ม แลดูช่างอ่อนโยนราวกับสายลมแรกฤดูใบไม้ผลิ

หลู่ชิวพยักหน้าก่อนเล็กน้อย ค่อยกล่าวออกมา "ถึงแม้ว่าข้าเองก็มิล่วงรู้ว่าเจ้าใช้วิธีการเลิศล้ำอันใด ถึงสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งทั้งๆที่เจ้าอ่อนแอกว่ามาก  สังหารฉีฮ่าวลงได้กระทั่งถึงขั้นเอาชนะบุตรชายบุญธรรมของปรมาจารย์ขุนเขาอย่างอู๋หย่งเฉียน ได้ในกระบวนท่าเดียวเช่นนี้… แต่เจ้าอย่าได้ลืมว่า มีคำกล่าวเอาไว้…คนมิผิด ผิดที่ครอบครองหยก …วันนี้เจ้าได้เปิดเผยความสามารถอันเลิศล้ำต่อหน้าปรมาจารย์ขุนเขา…ข้าเกรงว่า "

"ท่านกลัวว่าปรมาจารย์ขุนเขา จะบังเกิดจิตคิดละโมบ และต้องการความสามารถที่ข้ามีใช่หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำต่อจากหลู่ชิวที่เงียบไปไม่กล้าเอ่ยออกมา มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มลี้ลับออกมาเล็กน้อย

หลู่ชิวเองก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

"ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงของท่าน อาวุโสหลู่ชิว  แต่วันนี้ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จำต้องกระทำเช่นนั้นออกไป" ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำพร้อมหรี่ตาจนเหลือเพียงเส้น

แน่นอนว่าเขาไร้หนทางอื่น แล้วจริงๆ

หากเขาไม่ใช้พลังสั่นสะเทือนแล้วล่ะก็ ไม่มีทางไหนเลยที่เขาจะเอาชนะอู๋หย่งเฉียนได้

หากตัวเขาต้องพ่ายแพ้ด้วยน้ำมืออู๋หย่งเฉียนแล้วล่ะก็… เช่นนั้นตามข้อตกลงระหว่างเขากับอู๋เต้า ตัวเขาก็ต้องกลายเป็นศิษย์ส่วนตัวของมัน

เพื่อแก้ไขปัญหาและปฏิเสธข้อเสนอของอู๋เต้า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก เอาชนะอู๋หย่งเฉียน!

เพราะมีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนั้นได้

"ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดเจ้าถึงไม่รับข้อเสนอของปรมาจารย์ขุนเขาไปเสีย เพราะอย่างน้อยหากเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัวของปรมาจารย์ขุนเขา เจ้าก็จักได้รับความคุ้มครองในระดับหนึ่ง อย่างน้อยๆนี่ย่อมทำให้จ้าวหลินกริ่งเกรงและไม่กล้าลงมือต่อเจ้าอย่างผลีผลามอีก" หลู่ชิวส่ายหัวไปมา แน่นอนว่าเขาย่อมไม่เข้าใจความคิดของต้วนหลิงเทียนแม้แต่นิดเดียว

เท่าที่เขารู้หากต้วนหลิงเทียนยอมรับข้อเสนออู๋เต้า ต้วนหลิงเทียนมีแต่ได้กับได้ ไม่มีอันใดต้องเสีย!

ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มบางๆยามได้ยินคำกล่าวของหลู่ชิว  แต่เขาไม่ได้ตอบคำอะไรกลับไป

เขามีเส้นทางชีวิตของเขาเอง

นอกจากนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาได้รับสืบทอดความทรงจำจากจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด จนไม่อยากรับใครที่อ่อนแอกว่าจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดเป็นอาจารย์ด้วยซ้ำ

เพราะเหตุผลที่อู๋เต้าต้องการรับเขาเป็นศิษย์นั้น เขาย่อมเห็นแจ้งถึงเจตนาของมันได้อย่างชัดเจน

อู๋เต้าไม่ได้ต้องการรับเขาเป็นศิษย์ส่วนตัวเพราะอยากประสิทธิประศาสตร์วิชาให้แก่เขา …

แต่อู๋เต้ามันต้องการรับเขาเป็นศิษย์ส่วนตัวเพื่อสนองความพึงพอใจของตัวเอง เพื่อหน้าตาของมันเองในอนาคต!

ต้วนหลิงเทียนเชื่อว่าตราบใดที่เขาตั้งใจหาอาจารย์  แม้กระทั่งประมุขนิกายกระบี่ 7 ดาวยังต้องลงมาต่อสู้แย่งชิงเพื่อรับเขาไปเป็นศิษย์ส่วนตัว

เพราะพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่เขาเปิดเผยออกมานั้น อยู่เหนือผู้ใดในอาณาจักรพนาครามแห่งนี้

ในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพนาคราม ไม่มีตัวตนใดที่มีระดับบ่มเพาะเทียบเท่าเขา ในขณะที่มีอายุเท่าเทียมกับเขาปรากฏตัวมาก่อน

"เป็นเจ้านั่นเอง!" ทันใดนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ราวกับอัสนีลั่นในรูหูของต้วนหลิงเทียน  ทำให้เขาถึงกับหลุดออกจากภวังค์ทันที

ต้วนหลิงเทียนเงยหน้าขึ้นมามองไป ก็พบว่ามีคนๆ หนึ่งกำลังเดินสวนขึ้นมาบนทางเดินขึ้นเขาเทียนชูสายนี้

มันเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดแสดงตัวเป็นศิษย์สายในของนิกายกระบี่ 7 ดาว อายุของมันดูแล้วมีราวๆ 25 – 26 ปี

เพียงมองผ่านแวบเดียวต้วนหลิงเทียนบังเกิดความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา ราวกับว่าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน แต่เขาเองก็ไม่อาจนึกออก

ศิษย์สายในคนนั้นกำลังจับจ้องมายังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง  ราวกับว่ามันไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าลงมือจู่โจมต้วนหลิงเทียนโดยตรง และสังหารเขาทิ้งซะ

"ฟ่านเจี้ยน?" หลู่ชิวที่ยืนอยู่ข้างๆต้วนหลิงเทียน ย่อมจดจำออกว่าศิษย์สายในคนนี้เป็นใคร

ตอนนี้เองที่ศิษย์สายในคนนั้นก็สังเกตเห็นหลู่ชิวเช่นกัน มันสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวคำกับหลู่ชิว "อาวุโสหลู่ชิว สบาย"

"อะไรกัน นี่เจ้ารู้จักต้วนหลิงเทียนด้วยหรือ?" หลู่ชิวมองไปยังฟ่านเจี้ยนด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย

เพราะเมื่อครู่นี้มันย่อมเห็นได้ชัดเจนว่าในแววตาของฟ่านเจี้ยนยามจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนนั้น มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและโทสะ

อดไม่ได้ที่ตัวมันจะบังเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา

เพราะเท่าที่มันรู้ฟ่านเจี้ยนผู้นี้ได้ออกเดินทางไกลไปฝึกฝนหาประสบการณ์นอกนิกายกระบี่ 7 ดาวตั้งแต่ 6 เดือนก่อน  ซ้ำยังก่อนีท่จะมีการดสอบรับศิษย์สายนอก และมองดูจากสภาพอิดโรยของฟ่านเจี้ยน ทำให้มันรู้ว่าอีกฝ่ายต้องพึ่งกลับมาถึงนิกายไม่ผิดแน่

ในขณะเดียวกัน ต้วนหลิงเทียนก็พึ่งเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ซ้ำเขายังเป็นคนที่มาจากอาณาจักรเล็กๆ ภายใต้การปกตรองของอาณาจักพนาครามด้วยซ้ำ

พอกล่าวเช่นนี้แล้ว มันย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ฟ่านเจี้ยนจะรู้จักมักคุ้นกับต้วนหลิงเทียน

"ยิ่งกว่ารู้จักอีก!" ฟ่านเจี้ยนจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียน แววตาของมันยามจับจ้องต้วนหลิงเทียนนั้น เผยประกายดุร้ายรุนแรง ใบหน้าของมันเองก็เผยความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"ข้ารู้จักเจ้าด้วยหรือ?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว ตอนนี้เขารู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย…สมองศิษย์สายในคนนี้ใช่มีอะไรผิดปกติหรือไม่?

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกคุ้นๆหน้าตาของศิษย์สายในคนนี้อยู่บ้าง

แต่เขาย่อมจดจำได้ดีว่าตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมานี้ตัวตัวเขาไม่ได้ติดต่อกับศิษย์สายในใดๆ แม้แต่คนเดียว

"ดูเหมือนเจ้าจักหลงลืมข้าไปเสียแล้วจริงๆ  เช่นนั้นให้ข้าเตือนความทรงจำเจ้าสักเล็กน้อยดีหรือไม่… ครึ่งปีก่อน ณ เหลาอาหาร เมืองไผ่ทมิฬ!" หลินฟ่านกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเล็ดรอดไรฟัน เด็กบัดซบตรงหน้าใช้ให้ผู้ติดตาม โยนมันกับศิษย์น้องอีก 2 คนออกจากเหลาอาหาร  ทำให้มันต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย  แต่ตอนนี้ตัวบัดซบนี้กลับลืมมันไปแล้วจริงๆ!

ฟ่านเจี้ยนเองก็คิดว่าโยนเรื่องราวความแค้นเหล่านั้นทิ้งไปและลบความอัปยศครั้งนั้นออกไปจากใจได้แล้ว

แต่ไม่คิดเลยว่าพอมาได้พบพานกับชายหนุ่มคนนี้อีกครั้ง  ความไม่พอใจและคับแค้นใจของมันยังคงเต็มเปี่ยม…ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย

ครึ่งปีก่อน?

เหลาอาหาร เมืองไผ่ทมิฬ?

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ "ที่แท้เจ้าคือศิษย์สายในคนนั้นที่อยู่ด้วยกันกับ ฮั่วซินและเหวียนหวู่ ตอนที่คิดบีบบังคับให้ข้าขายหนูขนทองนั่นเอง”

“ดูเหมือนว่าในที่สุด เจ้าก็จดจำได้แล้ว” ฟ่านเจี้ยนหัวเราะเย้ยหยันออกมาเมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนจดจำมันได้

แต่มันเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ชายหนุ่มผู้นี้ได้กลายเป็นศิษย์สายนอก ดั่งที่ตัวมันเองกับฮั่วซินและเหวียนหวู่ได้คาดเดากันเอาไว้ไม่มีผิด

พวกมันคาดเดากันไปว่าชายหนุ่มแปลกหน้าที่พบพานในเหลาอาหารเมืองไผ่ทมิฬวันนั้น  ตั้งใจมาทดสอบเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาว

นอกจากนี้ชายหนุ่มตรงหน้ามันยังดูเหมือนว่าจะรู้จักกับฮั่วซินและเหวียนหวู่แล้วด้วย …

เป็นไปได้หรือไม่ที่เหวียนหวู่กับฮั่วซินสั่งสอนบทเรียนให้มันแล้ว?

ฮั่วซิน? เหวียนหวู่?

มุมปากของหลู่ชิวที่อยู่ด้านข้างของต้วนหลิงเทียนถึงกับกระตุกเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้

ตอนนี้เขาพลันเข้าใจได้ถึงบางสิ่ง

เขายังคงจำได้ดี เมื่อครึ่งปีที่แล้ว  หลังจากต้วนหลิงเทียนเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวได้ไม่นาน ต้วนหลิงเทียนก็มีความขัดแย้งกับฮั่วซินและเหวียนหวู่ จนกระทั่งขึ้นไปตัดสินกันบนเวทีประลองเป็นตาย …

และสุดท้ายฮั่วซินกับเหวียนหวู่ ก็ต้องตกตายบนเวทีประลองของขุนเขาเทียนเฉวียนภายใต้ 1 กระบี่ของต้วนหลิงเทียน!

หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้นต้วนหลิงเทียนก็เริ่มมีชื่อเสียงไปทั่วขุนเขาเทียนเฉวียน!

ในเวลานั้นเขาเองก็คิดว่ามันประหลาดไม่น้อย ว่าเหตุใดคนที่พึ่งเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวอย่างต้วนหลิงเทียนนั้นจะไปมีเรื่องราวขัดแย้งอะไรถึงขั้นต้องขึ้นเวทีประลองเป็นตายเช่นนั้น  นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง  ตามตรรกะแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนพึ่งรู้จักกันจะไปแค้นกันจนถึงขั้นอยากฆ่ากันให้ตาย

แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียนตัวมันพลันเข้าใจเรื่องราวได้ในที่สุด

ที่แท้เรื่องราวก็เป็นเพราฮั่วซินเหวียนหวูและฟ่านเจี้ยนนี่ ไปใช้กำลังบีบบังคับ เพื่อจะซื้ออะไรบางอย่างจากต้วนหลิงเทียน …

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ทั้งหมดจึงเกิดความขัดแย้งกันมาแต่แรก

"ตอนนั้นฟ่านเจี้ยนเองก็ลงมือร่วมกับฮั่วซินและเหวียนหวู่จนมีความขัดแย้งกับต้วนหลิงเทียนเช่นนั้นรึ?" ใจของหลู่ชิวเริ่มสั่นๆเล็กน้อย มันเริ่มบังเกิดสังหรณ์บางประการ

"อ่าใช่ ข้าจดจำได้แล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับอย่างเฉยเมย เขามองตาฟ่านเจี้ยนด้วยแววตาสงบไร้กังวล

"ฮึ่ม!" ฟานเจี้ยนเริ่มบังเกิดโทสะเล็กน้อย เมื่อเห็นทีท่าราวกับไม่แยแสของต้วนหลิงเทียน  มันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าเรียกว่าต้วนหลิงเทียนใช่หรือไม่  ตั้งแต่ที่เจ้ารู้ว่าศิษย์สายนอกข้างกายข้าวันนั้นคือ ฮั่วซินและเหวียนหวู่ นี่หมายความว่าพวกมันมาสั่งสอนบทเรียนให้แก่เจ้าบ้างแล้วใช่หรือไม่? …”

"แต่จะอย่างไรนี่ก็เป็นสิทธ์ของพวกมันที่จักสั่งสอนบทเรียนให้แก่เจ้า และถึงแม้เจ้าจักรับบทเรียนจากพวกมันทั้งคู่ไปแล้ว  แต่เจ้ายังไม่ได้ชำระหนี้ของข้า ฟ่านเจี้ยน!" ฟ่านเจี้ยนจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนเขม็ง สายตาของมันเริ่มเย็นชาลงราวกับจะกลายเป็นน้ำแข็ง

"ก็จริงที่ ข้าได้รับบทเรียนเล็กน้อยจากทั้งคู่" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำก่อนที่จะมองไปยังฟ่านเจี้ยนด้วยแววตาลี้ลับ ก่อนที่จะแอบกล่าวออกมาต่อในใจ ‘แต่สุดท้ายพวกมันที่ต้องการสั่งสอนบทเรียนให้ข้า ก็ตกตายเป็นผีที่คอเกือบขาดล่ะนะ’

"ดียิ่ง" ใบหน้าของฟ่านเจี้ยนเริ่มมืดลง "วันนั้นในเมืองไผ่ทมิฬ เจ้ามีผู้ติดตามระดับวิญญาณแรกก่อตั้งคอยคุ้มครองอยู่ด้านข้าง … แต่ยามนี้เจ้าอยู่ในนิกายกระบี่ 7 ดาว หามีผู้ใดสามารถปกป้องเจ้าได้ไม่!"

"โอ้! แล้วยังไงหรือ?" ต้วนหลิงเทียนเริ่มหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน

ตอนนี้เขาเองก็รู้แล้วว่า ท่าทางฟ่านเจี้ยนจะพึ่งกลับมายังนิกายกระบี่ 7 ดาว

เขาจำได้ว่าฮั่วซินและเหวียนหวู่เคยกล่าวเรื่องราวทำนองว่า ฟ่านเจี้ยนออกจากนิกายกระบี่ 7 ดาวเพื่อเดินทางไกลไปไหนสักแห่ง

จากสภาพท่าทางแล้วมันน่าจะพึ่งกลับมาถึงด้วยซ้ำ

"แล้วยังไง?" ใบหน้าของฟ่านเจี้ยนลดต่ำลงโดยพลันเมื่อเห็นรอยยิ้มไร้เรื่องราวบนใบหน้าของต้วนหลิงเทียน ในตามันทอประกายวูบวาบขึ้นมา "ต้วนหลิงเทียนเจ้าทำให้ข้าต้องอับอายขายหน้าผู้คนมากมายในวันนั้น … วันนี้ข้าจักให้โอกาสเจ้าได้ขอขมาลาโทษต่อข้า โดยการคลานลอดหว่างขาของข้า แล้วเรื่องของเราทั้งคู่จักเป็นอันยุติ!"

รอยยิ้มบนใบหน้าของต้วนหลิงเทียนพลันค้างไปในทันใด เมื่อได้ยินวาจาของฟ่านเจี้ยน

คลานลอดหว่างขามัน?

ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงได้ลุกโชนในแววตาของต้วนหลิงเทียน ราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ …

ต้วนหลิงเทียนบังเกิดโทสะแล้ว!

ตัวบัดซบฟ่านเจี้ยนนี่ คิดว่าเขากลัวมันจริงๆงั้นหรือ?

ท่าทางของหลู่ชิวที่อยู่ข้างๆต้วนหลิงเทียนเองก็มืดลงโดยพลัน มันรีบกล่าวตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "ฟ่านเจี้ยนรีบขอขมาต้วนหลิงเทียนซะ  เดี๋ยวนี้!"

หลู่ชิวเองยังรู้สึกโมโหแทนต้วนหลิงเทียน

ฟ่านเจี้ยนย่อมตกใจกับเสียงตะโกนของหลู่ชิว มันขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความไม่พอใจโดยพลัน

ถึงแม้ว่าตัวมันเองก็มาจากขุนเขาเทียนเฉวียน และกล่าวได้ว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับอาวุโสหลู่ชิว ทว่าการที่หลู่ชิวทำเช่นนี้ ก็แทบไม่ต่างอะไรกับขอให้มันทำเรื่องขายหน้าต่อผู้คน

"อาวุโสหลู่ชิว … " ใบหน้าของฟ่านเจี้ยนลดต่ำลง และมันคิดจะกล่าววาจาอะไรบางอย่าง  แค่ทว่ามันก็ไม่ได้กล่าวคำอะไรออกมา เพราะใบหน้าของมันต้องกลับกลายเป็นตะลึงค้าง และแววตาของมันเผยให้เห็นร่องรอยยากจะเชื่อและความหวาดกลัว

เพราะเมื่อครู่นี้มันได้รับข้อความเสียงผ่านพลังงานต้นกำเนิดของอาวุโสหลู่ชิว

"ฟ่านเจี้ยนเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ยามที่ต้วนหลิงเทียนพึ่งเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาว เขาได้สังหารฮั่วซินและเหวียนหวู่ในเวทีประลองเป็นตาย และต่อมาเขาก็ได้สังหารศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6  และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในการประลองศิษย์สายนอก ต้วนหลิงเทียนก็ได้สังหารอดีตศิษย์สายนอกอันดับ 1 อย่างฉีฮ่าวอย่างง่ายดาย! "

"และก่อนหน้านี้ไม่นาน บุตรชายบุญธรรมของปรมาจารย์ขุนเขาอย่าง อู๋หย่งเฉียน ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต้วนหลิงเทียน! กระทั่งพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว!  หากเจ้ามิคิดสร้างปัญหาหรือแสวงหาที่ตายอย่างฮั่วซินและเหวียนหวู รีบกล่าววาจาขอขมาต้วนหลิงเทียนซะ! " น้ำเสียงของหลู่ชิวนี้ ไม่ต่างอะไรกับพายุขนาดใหญ่โหมกระหน่ำในใจของฟ่านเจี้ยน ทำให้มันบังเกิดความท้อแท้ไม่น้อย

ต้วนหลิงเทียนพึ่งเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวได้เพียงแค่ครึ่งปี …กลับทำเรื่องราวน่าตกตะลึงมากมายถึงเพียงนี้แล้ว?

นอกจากนี้กระทั่งศิษย์พี่อู๋หย่งเฉียนยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลยเช่นนั้นหรือ?

ลืมเรื่อง ฮั่วซิน,เหวียนหวู่ และฉีฮ่าวไปได้เลย เพราะพวกมันเป็นเพียงศิษย์สายนอก  ไม่ได้อยู่ในสายตาของมันแม้แต่น้อย

แต่สำหรับอู๋หย่งเฉียนนั้น …เป็นถึงศิษย์สายในที่มีอาวุโสมากกว่ามัน! กระทั่งตัวมันเองยังรู้สึกด้อยกว่า!!

ทว่าตอนนี้กระทั่งอู๋หย่งเฉียนนั่น ยังต้องแพ้พ่ายภายใต้1 กระบวนท่าของต้วนหลิงเทียน!  เช่นนั้นมันย่อมล่วงรู้จุดจบของการที่ตัวมันต้องปะทะกับต้วนหลิงเทียนได้อย่างดี

ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ฟ่านเจี้ยนยากที่จะเชื่อ เพราะในใจมันคิดว่าเรื่องราวดั่งอภินิหารเช่นนี้ยากนักที่จะเป็นไปได้  แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกันที่อาวุโสหลู่ชิวจะต้องกล่าววาจามากมายขนาดนี้เพื่อหลอกลวงมัน

"ฮึ่ม!" สายตาของต้วนหลิงเทียนดุร้ายขึ้นเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นหลู่ชิวตะโกนเรียกฟ่านเจี้ยน ก่อนที่ฟ่านเจี้ยนจะมีอาการเหมือนถูกผู้ใดบีบคอ ไม่อาจกล่าวคำออกมาได้

เขาย่อมคาดเดาเรื่องราวได้ทันที นี่ต้องเป็นผู้อาวุโสหลู่ชิวส่งเสียงผ่านพลังงานต้นกำเนิดไปเตือนฟ่านเจี้ยนเป็นแน่!

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 328 : ฟ่านเจี้ยน"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The Divine Nine-Dragon Cauldron
The Divine Nine-Dragon Cauldron
พฤษภาคม 17, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz