สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 321 : จิตสังหารอันไร้สิ้นสุด
บทที่ 321 : จิตสังหารอันไร้สิ้นสุด
"คนที่เจ้าควรขอร้องไม่ใช่ข้า แต่สมควรเป็นผู้อาวุโสจ้าวหลินเสียมากกว่า" ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองไปยังชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรงบึกบึนด้วยท่าทางสงบ ก่อนที่เขาจะกล่าวคำออกมาอย่างเฉยเมย
ตอนแรกเขาก็คิดจะข่มขู่สั่งสอนศิษย์เข้าใหม่คนนี้ให้รู้ขีดจำกัดเสียบ้าง แต่ในเมื่อจ้าวหลินยื่นมือเข้ามาสอดเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความไม่พอใจอยู่ไม่น้อย และจำต้องล้มเลิกความคิดนั้น
"ผู้อาวุโสจ้าวหลิน ข้าขอร้องท่าน อย่าให้ศิษย์พี่ผู้นี้ปล่อยข้าเลย!" ชายหนุ่มบึกบึนรีบมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยความร้อนรนและเริ่มตีโพยตีพายออกมาในทันใด หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน
ราวกับมันกำลังไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตมันได้
ประกายตาจ้าวหลินอยู่ๆกลับกลายเป็นเลื่อนลอยราวกับคุร่นคิดอะไรบางอย่าง… สุดท้ายมันพลันเบิกกว้างส่องประกายเรืองวูบขึ้นมา ทั้งยามนี้จิตสังหารหนาแน่นคละคลุ้งเริ่มเผยออกมาอย่างไม่คิดระงับ! มันจับจ้องมายังต้วนหลิงเทียนพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงกระหาย "ต้วนหลิงเทียน ลงมือสังหารศิษย์ร่วมนิกายอย่างไร้ความปราณี … ตามกฎนิกายกระบี่ 7 ดาว ฆ่าคนชดใช้ด้วยชีวิต!!"
สังหารศิษย์ร่วมนิกาย?
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะต้องตกตะลึงขึ้นมา เมื่อได้ยิงวาจานี้ของจ้าวหลิน! ย่ำแย่แล้ว!!
คนอื่นๆ รวมทั้งหลู่ชิวเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
ต้วนหลิงเทียนไปฆ่าใครตั้งแต่ตอนไหน เมื่อไหร่?
เรื่องนี้อาวุโสจ้าวหลินหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
เรื่องราวตรงหน้าบังเกิดขึ้นเร็วมาก ทุกคนยังไม่ทันได้รับคำอธิบายอันใด ทว่าการกระทำของจ้าวหลิน มันได้บ่งบอกออกมาแล้วว่าคำที่มันกล่าวหมายความว่าอย่างไร!!
วู้มม!
กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวเริ่มแผ่ซ่านทะลักออกมาจากร่างของจ้าวหลิน ร่างของมันดูราวกับจะแปรเปลี่ยนเป็นสายลม มันพุ่งวูบไปที่ต้วนหลิงเทียนด้วยความรวดเร็วสูง ลมกรรโชกห่าใหญ่พลันบังเกิดพัดผู้คนแทบปลิวตกสะพาน
พลังงานต้นกำเนิดมากมายสุดไพศาลเริ่มเอ่อล้นทะลักออกมา
ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม!
…
พลังงานต้นกำเนิดมากมายถูกควบรวมไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนที่มันจะใช้ออกด้วยกระบวนท่าฝ่ามือบางอย่าง ก่อเกิดเป็นพลังฝ่ามือพวยพุ่งออกจากมือของมัน ซัดไปทางต้วนหลิงเทียนจำนวนมากมาย พลังฝ่ามือปิดล้อมเอาไว้ทุกทิศทางไร้ซึ่งหนทางหลบหนีใดๆ!
ในเวลาเดียวกันนั้น เหนือศีรษะจ้าวหลินบังเกิดเงาร่างช้างแมมมอธโบราณฉายชัดขึ้นมา 2,000 ตัว!
เห็นได้ชัดว่ามันลงมือสุดกำลัง!
มันใคร่ลงมือจู่โจมสังหารต้วนหลิงเทียนอย่างชัดเจน!!
ทั้งหมดในที่นี้ล้วนจินตนาการเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นได้ในพริบตา เมื่อต้วนหลิงเทียนถูกพลังฝ่ามือของจ้าวหลินซัดทำร้าย เขาต้องตกตายอย่างแน่นอน และทีนี้ศิษย์ที่ต้วนหลิงเทียนคว้าจับเอาไว้ก็ต้องตกลงสู่หุบเหวอย่างไร้หนทางช่วยเหลือเป็นผลพลอยได้!
"ไม่!" ศิษย์เข้าใหม่ที่ถูกจับห้อยไว้กลางอากาศ กรีดร้องออกมาพร้อมใบหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นผู้อาวุโสจ้าวหลิน ซัดพลังฝ่า มือหมายทำร้ายต้วนหลิงเทียนถึงขั้นตกตาย!
มันรู้ดีหากต้วนหลิงเทียนตกตาย แล้วมันจะเป็นอย่างไร! มันทำได้เพียงหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง!!
ตอนนี้ทุกคนมั่นใจได้แล้ว และเห็นได้อย่างกระจ่างชัดว่า จ้าวหลินมีเจตนาสังหารต้วนหลิงเทียนลงตรงนี้ ที่นี่ และเดี๋ยวนี้! กระทั่งหาข้ออ้างอันบัดซบเหลวไหลเช่นนี้!!
และหลังจากต้วนหลิงเทียนตกตายศิษย์เข้าใหม่คนนั้นแน่นอนต้องร่วงหล่นลงไปตกตาย หลังจากนั้นจ้าวหลินย่อมกล่าวโบ้ยความผิด ว่าเป็นเพราะต้วนหลิงเทียนลงมือสังหารศิษย์ร่วมนิกายด้วยอำมหิต! เขาจึงจำเป็นต้องลงมือสังหารต้วนหลิงเทียน!!
ด้วยวิธีนี้นอกจาจ้าวหลินจะไม่มีความผิด มันยิ่งส่งเสริมให้จ้าวหลินดูเป็นผู้ผดุงคุณธรรมกำจัดศิษย์ชั่วร้ายให้นิกายอีกด้วย!
ใบหน้าต้วนหลิงเทียนพลันซีดเผือดลงในทันใด! ดั่งคำร้อยถี่มีหนึ่งห่างอย่างแท้จริง! ไม่ว่าเขาจะคิดเรื่องราวไว้ถี่ถ้วนแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดเลยสักครั้ง ว่าจ้าวหลินจะลงมือได้ไร้ยางอายเช่นนี้ต่อหน้าผู้คน!!
ยามนี้ร่องรอยความเย็นชาเหน็บหนาวเริ่มก่อเกิดในใจต้วนหลิงเทียน
บางทีตั้งแต่ที่เขาเริ่มจับศิษย์คนนี้ไปแขวนไว้นอกสะพาน จ้าวหลินก็อาจจะคิดแผนชั่วเช่นนี้เอาไว้แล้ว
จ้าวหลินมันคิดใช้โอกาสนี้กำจัดเขา!
สำหรับเป้าหมายของจ้าวหลินนั้น มันย่อมชัดเจนอย่างถึงที่สุด มันยังจะเป็นเรื่องอื่นไปได้อีก? นอกจากมันต้องการวิชาบ่มเพาะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก ที่เขาแต่งเรื่องขึ้นมาหลอกมัน!
ความคิดเหล่านี้บังเกิดขึ้นมาในหัวต้วนหลิงเทียนในชั่วเสี้ยวพริบตา!
และทันทีที่เขาคิดเรื่องราวเสร็จสิ้นเขาก็เห็นพลังฝ่ามือของจ้าวหลินพุ่งมาไม่ไกลจากเขา ซ้ำพลังฝ่ามือนี้มันยังซัดออกมามากมายปิดกั้นหนทางจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ที่ย่ำแย่ที่สุดคือพลังทำลายของพวกมันก็มีสูงถึง 2,000 ช้างแมมมอธโบราณ ต้วนหลิงเทียนไม่มีทางหลบลี้หนีรอดได้เลย!
ตอนนี้ไม่เพียงแต่เขาไม่มีหนทางหลบหนี หรือต้านรับมือพลังฝ่ามือ กระทั่งจะดึงร่างศิษย์เข้าใหม่เคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเครื่องมือของจ้าวหลิน กลับเข้ามาบนสะพานยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
ความเร็วของพลังฝ่ามือมันมาได้รวดเร็วเกินไป!
พลังฝ่ามือที่ควบแน่นไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดที่จ้าวหลินซัดออกมามันแทบจะปกคลุมผืนฟ้า มันพุ่งทะยานแหวกฝ่าอากาศมาด้วยความเร็วสูง บังเกิดเสียงอากาศระเบิดออกให้ได้ยินถี่ยิบ …
ใบหน้าจ้าวหลินกลับกลายเป็นบิดเบี้ยวเผยความบ้าคลั่งวิปริตออกมา!
มันเฝ้ารอมาเนิ่นนานแสนนาน ในที่สุดมันก็ได้โอกาส!
และทันทีที่มันซัดพลังฝ่ามือออกไป เรื่องแรกที่มันรีบร้อนกระทำอย่างเร่งด่วน ก็คือบีบอัดพลังงานต้นกำเนิดควบรวมไปกับเสียง ส่งตรงไปยังผู้อาวุโสหลู่ชิว “อาวุโสหลู่ชิว…ตราบใดที่วันนี้ท่าน ระงับมือเอาไว้! ไม่เข้ามายุ่งเรื่องราว ข้าจ้าวหลินจะถือว่าเป็นหนี้ท่านอย่างยิ่ง!!”
มันเชื่อว่าด้วยความสัมพันธ์ที่มันมีกับหลู่ชิว และการกำชับด้วยการส่งเสียงผ่านพลังงานต้นกำเนิดเช่นนี้ หลู่ชิวสมควรไม่สอดมือเข้ามาวุ่นวายอะไร! …
และตราบใดที่หลู่ชิวไม่สอดมือ….
เช่นนั้นแล้วก็ไม่ต้องสงสัยอะไรอีก! ต้วนหลิงเทียนต้องตกตายแน่นอน!!
"อาวุโสหลู่ชิว!!" ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา ครานี้มันใกล้ยิ่งกว่าครั้งใด! ใบหน้าของเขาซีดราวกับศพ ตอนนี้ความคิดเดียวในหัวที่ปรากฏขึ้นมาคือ หลู่ชิว!
เพราะห้วงเวลาเป็นตายนี้มีเพียงหลู่ชิวคนเดียวเท่านั้น ที่จะหยุดยั้งพลังฝ่ามือนี้ของจ้าวหลินได้!!
มุมปากของจ้าวหลินพลันกระตุก ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มแสยะออกมา เมื่อได้ยินเสียงต้วนหลิงเทียนเรียกขานอาวุโสหลู่ชิว
นี่ต้วนหลิงเทียนมันคิดจริงๆหรือว่า อาวุโสหลู่ชิวจะยื่นมือมาช่วยเหลือมัน?
ฝันเฟื่อง!!
แต่พริบตาต่อมา มุมปากที่แสยะยิ้มเย้ยหยันของจ้าวหลินพลันต้องชะงักค้างอย่างสมบูรณ์
วู้มมม! ฟุ่บบบบ!!
เงาร่างหนึ่งพลันระเบิดพลังออกมามหาศาล ร่างกระพริบวูบไหวด้วยความเร็วเหนือชั้นจนมองเห็นเป็นเพียงเงาลางๆ พุ่งมาด้วยความเร็วสูงเคลื่อนที่มาบังด้านหน้าต้วนหลิงเทียนในเสี้ยวพริบตา เมื่อมองให้ชัดพบว่าเป็นร่างของหลู่ชิว!
ภาพตรงหน้า ทำให้สีหน้าท่าทางของจ้าวหลินกลับกลายเป็นบิดเบี้ยว!
วู้มมมม!! ฟุ่บ!!
หลู่ชิวเพียงเร่งเร้าพลังงานต้นกำเนิดออกมา ก่อนที่จะควบรวมมันไว้ที่แขนขวา แล้วสะบัดออกไปอย่างไร้เรื่องราว… ทว่าบังเกิดคลื่นพลังไร้สภาพแผ่กลิ่นอายทรงพลังมหาศาลกวาดทะยานออกไปในอากาศ
เหนือศีรษะหลู่ชิวเงาร่างช้างแมมมอธโบราณนับพันๆ ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและหายไปในพริบตา!
เปรี๊ยงงงงงง!!
คลื่นพลังไร้สภาพจากแขนที่สะบัดออกด้วยพลังงานต้นกำเนิดมหาศาลนั้น กวาดทำลายพลังฝ่ามือของจ้าวหลินที่มากมายราวกับจะคลุมผืนฟ้าจนสลายหายไปหมดสิ้น ไม่เหลือแม้เพียงฝ่ามือเดียวที่เล็ดรอดมาทำร้ายต้วนหลิงเทียน
"ต้วนหลิงเทียน เจ้าสอนบทเรียนเขาพอแล้ว …ตอนนี้เราไปกันต่อเถอะ" ในขณะที่กล่าวคำกับต้วนหลิงเทียน ..หลู่ชิวใช้สายตาจริงจังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง จับจ้องไปยังจ้าวหลินที่กำลังแสดงสีหน้าแววตาบิดเบี้ยวอัปลักษณ์
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เมื่อครู่นี้เขาสัมผัสได้ถึงความตายที่กล้ำกรายเข้ามาได้อย่างชัดเจน อีกเพียงนิดเดียว…เขาก็จะต้องตกตายด้วยน้ำมือจ้าวหลินแล้ว!!
แม้ว่าเขาเองจะเป็นคนที่ลองขอความช่วยเหลือจากหลู่ชิว แต่เขายังอดทึ่งในใจขึ้นมาไม่ได้
เพราะเขารู้ว่าจ้าวหลินมีสัมพันธ์อันดีกับหลู่ชิวไม่น้อย เขาจึงไม่แน่ใจว่าหลู่ชิวจะช่วยเหลือเขาหรือไม่!
หากหลู่ชิวไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาแล้วล่ะก็ เขาต้องตกตายอย่างแน่นอน!
ต้วนหลิงเทียนเริ่มชักมือกลับเข้ามา หลังจากที่ได้ยินคำของหลู่ชิว เมื่อร่างชายหนุ่มในมือเขาอยู่บนสะพานแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็โยนมันลงไปนอนกองบนสะพานอย่างไม่แยแส
เมื่อร่างชายหนุ่มร่างบึกบึนแลดูแข็งแรงถูกโยนลงบนสะพาน แรงกระแทกก็ทำให้ตัวสะพานแขวนก็สั่นเล็กน้อย
ชายหนุ่มคนนั้นยังไม่อาจลุกขึ้นยืนได้อยู่นานสองนาน เหตุเพราะแข้งขาของมันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงไม่อาจ กระทั่งร่างยังสั่นระริก
ก่อนหน้านี้มันแทบตกตายแล้ว!
มันค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาจับจ้องไปยังร่างหนึ่งด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยโทสะ ทว่าสายตาของมันหาได้มองไปยังร่างต้วนหลิงเทียนไม่ แต่เป็นจ้าวหลิน …!
"มองข้าทำอะไร?" จ้าวหลินที่สัมผัสได้ว่า ศิษย์เข้าใหม่กล้าใช้สายตาเช่นนั้นมองเขา ทำให้มันยิ่งรู้สึกหงุดหงิดในใจมากขึ้นไปอีก ใบหน้าของมันลดต่ำลง ก่อนที่มันจะกล่าวคำออกมาเสียงดังด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ชายหนุ่มร่างบึกบึนคนนั้นทำได้เพียงก้มศีรษะลงต่ำ
ตอนนี้มันพึ่งนึกออกว่าจะอย่างไรจ้าวหลินก็เป็นผู้อาวุโสฝ่ายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียน
หากมันทำให้จ้าวหลินไม่พอใจแล้วล่ะก็ จ้าวหลินต้องส่งคนมาฆ่ามันโดยไม่มีใครเห็นแน่นอน ศิษย์ตัวเล็กๆเช่นมันจะเอาอะไรไปต่อต้าน! กระทั่งเมื่อครู่อีกฝ่ายยังคิดให้มันตกตายอย่างไม่แยแสด้วยซ้ำ!!
"หลู่ชิว!" จ้าวหลินมองไปยังหลู่ชิวพร้อมกล่าวคำออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่แยแส สายตาของมันมืดมนลงไม่น้อย ประกายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจถึงขีดสุด สภาวะทั่วร่างเต็มไปด้วยความคับแค้น
"จ้าวหลิน …ปรมาจารย์ขุนเขาเรียกตัวเขาไปพบ" หลู่ชิวหันกลับไปจ้องตาจ้าวหลินอย่างไม่หวั่นเกรง
"ดี!…เจ้า ดี! ดีมาก!" จ้าวหลินถอนสายตาจากหลู่ชิวก่อนที่จะหันไปกวาดสายตาเย็นชามองศิษย์เข้าใหม่ทั้ง 20 คน "ไป!"
เมื่อเห็นจ้าวหลินพาคนจากไป ต้วนหลิงเทียนจ้องเขม็งไปยังร่างของจ้าวหลิน และในแววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แน่นหนาอย่างน่าสะพรึงกลัว
ในช่วงชีวิตนี้คนเดียวที่ทำให้ต้วนหลิงเทียนบังเกิดจิตคิดฆ่าฟันมากมายมหาศาลขนาดนี้มีเพียง ต้วนหลิงซิ่ง จากตระกูลต้วนแห่งเมืองหลวงของอาณาจักรนภาล่องเท่านั้น … มันเป็นคนที่ทำให้ต้วนหลิงเทียนอยากฆ่าให้ตายมากที่สุด เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า สับร่างมันเป็นชิ้นๆเผาให้เหลือแต่ขี้เถ้า แล้วเอาขี้เถ้าไปเททิ้งให้กระจาย!
ตอนนี้เจตนาฆ่าฟันอันแรงกล้าได้บังเกิดขึ้นอีกครั้งในหัวใจ และเป้าหมายคือจ้าวหลิน!
ความรู้สึกที่ชีวิตถูกแขวนไว้บนเส้นด้าย เป็นอะไรที่ตัวเขาไม่อยากจะลิ้มรสมันอีกครั้งในชีวิต!
หน้าอกของต้วนหลิงเทียนเต็มไปด้วยเพลิงแค้นสุมไปด้วยเพลิงโทสะที่กระพือลุกโชน ราวกับมันจะระเบิดออกมาได้ทุกเวลา
"ต้วนหลิงเทียน นี่เจ้าไปล่วงเกินอันใดจ้าวหลินมากันแน่?" หลู่ชิวมองไปยังร่างของต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอย่างสงสัย
เพราะเมื่อครู่ก่อนหน้านี้ เขาย่อมสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของจ้าวหลินที่แลดูราวกับจะปะทุออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ จ้าวหลินทำอย่างกับว่าจะอย่างไรก็ต้องฆ่าต้วนหลิงเทียนให้ได้ กระทั่งเอ่ยคำมั่นยอมติดหนี้เขา
หากไม่ใช่เพราะว่าปรมาจารย์ขุนเขาต้องการพบเจอต้วนหลิงเทียน และเขาพึ่งได้รับรางวัลมามากมายจากปรมาจารย์ขุนเขาเพราะต้วนหลิงเทียนแล้วล่ะก็ …
บางทีเขาอาจจะเห็นด้วยและยอมทำตามสัญญาณที่จ้าวหลินส่งมาเมื่อครู่ ไม่เข้าไปยุ่งเรื่องนี้
ถึงแม้ว่าจ้าวหลินจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 1 ทว่าพื้นหลังของจ้าวหลินนั้นน่าสะพรึงกลัวไม่น้อย
เขายังเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความปรารถนาอันแรงกล้าก่อนหน้านี้ของจ้าวหลิน เห็นได้ชัดว่าตอนนี้จ้าวหลินเองก็แค้นเคืองเขาไปแล้วด้วยเช่นกัน นั่นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจ้าวหลินไม่เพียงสิ้นสุดลง กระทั่งต่อไปในอนาคตจ้าวหลินอาจจะหาโอกาสต่อต้านเขาก็เป็นได้
‘ข้าหวังว่า ข้าจะเลือกหนทางที่ถูกต้อง’หลู่ชิวมองไปยังบุรุษหนุ่มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ตรงหน้า ก่อนที่จะกล่าวออกมาเบาๆในใจ
"ข้างเองก็ไม่รู้เหมือนกัน…บางทีข้าอาจจะไปล่วงเกินเขาโดยไม่ตั้งใจก็เป็นได้" ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหัวกล่าวคำปฏิเสธออกมา เรื่องความขัดแย้งระหว่างเขากับจ้าวหลินนี้ แน่นอนว่าเขาไม่คิดกล่าวออกไป
หากเขาจำเป็นต้องเล่าขึ้นมา แล้วหากบอกออกไปว่าเขาไม่ได้มีวิชาบ่มเพาะคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกอะไรนั่น ใยมิใช่เขาต้องเปิดเผยเรื่องนมผา 10,000 ปีออกมาหรือ?
นมผา 10,000 ปีนั้น มันเป็นสมบัติที่มีแรงกระตุ้นมหาศาล เกรงว่าทุกคนย่อมอดใจไม่ไหวและลงมือเพื่อให้ได้มันมาแน่นอน ไม่เว้นแม้กระทั่งหลู่ชิว!
หลู่ชิวเพียงพยักหน้า "อ่า ไปกันเถอะ"
แน่นอนว่ามันย่อมไม่เชื่อคำ ที่ต้วนหลิงเทียนบอกกล่าวออกมา
แต่มันก็ยังแยะแยะได้ว่าเรื่องนี้คงสำคัญไม่น้อย และเป็นไปไม่ได้ ที่จะทำให้ต้วนหลิงเทียนเผยออกมา เช่นนั้นมันจึงไม่คิดเซ้าซี้หรือถามอะไรต้วนหลิงเทียนอีกต่อไป
ต้วนหลิงเทียนเดินเคียงไหล่กันไปบนสะพานโซ่จนถึงขุนเขาเทียนชู
ระหว่างทางต้วนหลิงเทียนได้กล่าวคำกับหลู่ชิวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผู้อาวุโสหลู่ชิว ข้าต้วนหลิงเทียนจะจดจำบุญคุณช่วยชีวิตครั้งนี้เอาไว้ในใจ…วันหน้าข้าต้องตอบแทนให้ท่านอย่างดี”
แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเล่าเรื่องราวความขัดแย้งทั้งหมดระหว่างเขากับจ้าวหลินให้หลู่ชิวฟัง แต่เรื่องที่หลู่ชิวช่วยชีวิตเขาเอาไว้ครั้งนี้เขาย่อมสลักลึกเอาไว้ในใจ
หลู่ชิวยิ้มบางๆ และไม่ได้ปฏิเสธอะไร
เพราะตัวมันรู้ดีว่าคำมั่นสัญญานี้ของต้วนหลิงเทียนมีค่ามากมายแค่ไหน
บางทีด้วยความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนในปัจจุบันอาจจะไม่สามารถทำอะไรให้มันได้
อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าในอนาคต ตัวตนของต้วนหลิงเทียน ยังคงเป็นอะไรที่มันต้องแหงนมองขึ้นไป …
แม้จะมีอายุเพียงเท่านี้ แต่ระดับบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียนกลับอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8! ด้วยพรสวรรค์และศักยภาพสูงล้ำขนาดนี้ แน่นอนว่าต่อไปเขาจะท่องทะยานไปทั่วชั้นฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่แน่นอนว่าเงื่อนไขเบื้องต้นเลย… ต้วนหลิงเทียนจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ให้ถึงวันนั้น…
หาไม่แล้วเกิดเขาตกตายไปทุกอย่างก็จบสิ้น! ไม่ว่าจะมีศักยภาพพรสวรรค์ยิ่งใหญ่สูงส่งแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์
หลังจากที่มาถึงขุนเขาเทียนชูไม่นาน หลู่ชิวก็เดินนำต้วนหลิงเทียนไปถึงยอดเขาเทียนชู และเมื่อขึ้นมาถึงยอดเขาเทียนชู เขาก็เห็นลานกว้างแห่งหนึ่ง
จำเป็นต้องกล่าวเลยว่า สภาพแวดล้อมบริเวณลานกว้างนี้เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก พลังงานต้นกำเนิดในร่างของต้วนหลิงเทียน ถึงกับสั่นไหวตอบรับเล็กน้อย
"ผู้อาวุโสหลู่ชิว ตรงนี้เป็นจุดชีพจรวิญญาณของขุนเขาเทียนชูหรือ?" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังหลู่ชิวด้วยสายตาลึกซึ้งก่อนีท่จะกล่าวถามออกมา
"หืม เจ้ารู้กระทั่งเรื่องจุดชีพจรวิญญาณด้วยหรือ?" หลู่ชิวประหลาดใจไม่น้อย
"ข้าเคยได้ยินผู้อาวุโสไป่ เคยกล่าวถึงมัน" ต้วนหลิงเทียนพักหน้ารับคำ เขาย่อมจดจำคำกล่าวที่อาวุโสไป่บอกได้ในวันนั้นที่ขุนเขาเหยากวง
สถานที่บ่มเพาะพลังที่ดีที่สุดของนิกายกระบี่ 7 ดาวย่อมเป็นยอดเขาเทียนชูแห่งนี้ ซึ่งมันมีจุดชีพจรวิญญาณอยู่ ทำให้แผ่พลังวิญญาณออกมามากมาย
ผู้ใดที่ได้บ่มเพาะในสถานที่แห่งนี้ ย่อมมีความก้าวหน้าที่รวดเร็วมากกว่าปกติ