สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 320 : ความขัดแย้งบนสะพานโซ่
บทที่ 320 : ความขัดแย้งบนสะพานโซ่
"อาวุโสหลู่ชิว พวกเราไปกันเถิด" ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มบางๆ กับอาวุโสหลู่ชิว
เขาไม่ได้คิดใส่ใจวาจาของศิษย์สายนอกเข้าใหม่ของนิกายกระบี่ 7 ดาวเหล่านี้แม้แต่น้อย …
หลู่ชิวหันไปมองจ้าวหลินด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อย หลังจากได้ฟังคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้ารับคำออกมา "แล้วกันไปเถอะ"
ตั้งแต่ที่ต้วนหลิงเทียนที่เป็นเจ้าทุกข์ ไม่คิดแยแสหรือสนใจจะมีเรื่องราวอะไร ตัวเขาเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเอะอะมะเทิ่งกับศิษย์สายนอกเข้าใหม่ของขุนเขาเทียนเฉวียน ที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเหล่านี้
"ทำไม กลัวพวกเรารับรู้ความสามารถที่แท้จริงหรือไร?"
"นี่ใช่ศิษย์พี่แต่ในนาม เริ่มบังเกิดความหวาดกลัวพวกเราหรือไม่?"
…
ศิษย์ใหม่บางคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะพร้อมกล่าวคำเย้ยหยันออกมา
ใบหน้าของต้วนหลงเทียนเริ่มก้มต่ำลง ตอนแรกเขาก็ไม่คิดที่จะไปสนใจหรือวุ่นวายอะไรกับศิษย์ใหม่พวกนี้ เพราะเรื่องพวกนี้มันไร้สาระอย่างถึงที่สุด ระดับที่เขายืนอยู่ตอนนี้มันสูงเกินกว่าจะลดตัวลงมาวุ่นวายอะไรกับพวกศิษย์เหล่านี้แล้ว ..
หากเขาบ้าจี้ไปกระทำการสั่งสอนพวกมันหลังจากที่ถูกกล่าวคำยั่วยุ ย่อมไม่ต่างอะไรกับการลดตัวลงต่ำแม้แต่น้อย
และไม่ต้องสงสัยเลย ว่าเรื่องราวมันต้องกลับกลายเป็นผู้เข้มแข็งรังแกคนอ่อนแอเป็นแน่
แต่ศิษย์เข้าใหม่พวกนี้ มันยังกล้าพล่ามวาจาไปเรื่อยมิคิดหยุดปาก …ซ้ำยังกล่าวท้าทายเขาเช่นนี้?
นี่พวกมันคิดจริงๆหรือไร ว่าเขาเป็นใครที่พวกมันสามารถล้อเล่นด้วยได้?
หากบนสะพานนี้ไร้ซึ่งผู้ใด เขาก็ยินดีที่จะให้พวกมันลงไปสำรวจพื้นดินเบื้องล่าง…
"กลัวตัวตนเปิดเผย ? กระทั่งกลัวพวกเจ้า?" ต้วนหลิงเทียนหันกลับไปเหลือบมองศิษย์เข้าใหม่ เขากวาดสายตาเย็นชามองหน้าพวกมันทั้ง 20 คน "อาศัย น้ำหน้าอย่างพวกเจ้าน่ะหรือ?"
อาศัยน้ำหน้าอย่างพวกเจ้า?
น้ำเสียงของต้วนหลิงเทียนนั้นเรียบเย็นไร้อารมณ์ไม่ได้แยแสอะไร แต่มันกลับดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าอยู่ในหู ของเหล่าศิษย์เข้าใหม่ ยังผลให้พวกมันตะลึงค้างไปไม่น้อย!
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งศิษย์เข้าใหม่ทั้งหมดก็กลับมารู้สึกตัว และยามนี้ในใจพวกมันบังเกิดโทสะอารมณ์ขึ้นมาไม่น้อย
"ไอหนู เจ้าคิดว่าเพียงแค่เจ้าเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวได้ก่อนเรา เจ้าจักมีคุณสมบัติเป็นศิษย์พี่พวกเราได้หรือ?" สีหน้าศิษย์สายนอกเข้าใหม่ที่มีอายุราวๆ 23 – 24 ปีเผยความดุร้ายและไม่สบอารมณ์ออกมา ประกายตาเย็นชาของมันจับจ้องมายังต้วนหลิงเทียนอย่างไร้ความเคารพ
"ทวีปเมฆาล่องแห่งนี้ สิ่งที่เที่ยงแท้ที่สุดย่อมเป็นความแข็งแกร่ง หากผู้ใดแข็งแกร่งย่อมควรค่าแก่การเคารพ … หากเจ้าคิดฝันเป็นศิษย์พี่ของพวกเรา อย่างน้อยความแข็งแกร่งของเจ้าต้องมีมากกว่าเรา แต่ไอหนูอายุไม่รู้จักถึง 20 ปีดีหรือยังเช่นเจ้า ยังกล้าเรียกตัวว่าศิษย์พี่ เจ้าเชื่อหรือไม่ ข้าอาศัยเพียงมือข้างเดียวก็จับเจ้าโยนลงสะพานได้อย่างง่ายดาย? " ศิษย์สายนอกเข้าใหม่อีกคนมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดูแคลน รอยยิ้มแสยะเผยขึ้นที่มุมปาก
แม้ว่าศิษย์สายนอกเข้าใหม่คนอื่นๆ จะไม่ได้กล่าวคำอะไรออกมา แต่พวกมันก็มองมายังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดุจเดียวกัน
พวกมันทั้งหมดดูแคลนต้วนหลิงเทียน!
พวกมันไม่คิดว่า ต้วนหลิงเทียนจะแข็งแกร่งกว่าพวกมัน
จะอย่างไรต้วนหลิงเทียนก็ยังเป็นเพียง ศิษย์สายนอก ที่มีอายุราวๆ 20 เท่านั้น!
ศิษย์สายนอกทั้ง 2 คนที่อยู่ด้านหลังจ้าวหลิน ถึงกับตะลึงในวาจาโง่งมของศิษย์เข้าใหม่!
ไอพวกเด็กน้อยเข้าใหม่เหล่านี้ สมองมันกลับไปแล้วหรือไร ถึงได้กล้าหยิ่งยโสต่อหน้าศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน? หรือบ่ามันเริ่มล้า จึงมิคิดประคองหัวสืบไปแล้ว?
แม้กระทั่งพวกมันทั้ง 2 ที่เป็นศิษย์สายนอกมาหลายปี ยังยกย่องเคารพศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนจากใจ พวกมันยังรู้สึกยินดีที่ได้ทำความเคารพต้วนหลิงเทียนยามต้องพบเจอด้วยซ้ำ …
แต่ไอ่พวกเด็กน้อยไม่ประสาพึ่งเข้าร่วมขุนเขาเทียนเฉวียนไม่ทันไร กลับกล้ากล่าววาจาลามปามศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่แข็งแกร่งที่สุด …ไม่ ยังต้องกล่าวว่าเป็นศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายกระบี่ 7 ดาว อีกด้วย!
เท่าที่พวกมันทั้ง 2 คิด ไอพวกศิษย์เข้าใหม่หัวร้อนทั้งหลายนี่ มันกำลังรนหาที่ตาย!
ตอนนี้พวกมันทั้ง 2 เองก็คิดจะกล่าวตะโกนตักเตือนเหล่าศิษย์เข้าใหม่ทั้งหลาย ให้รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ และอะไรที่ดีต่อตัวพวกมัน!
เป็นไปได้หรือไม่ที่เหล่าศิษย์เข้าใหม่พวกนี้ ไม่ได้ยินเสียงพวกมันทั้ง 2 คนกล่าวคำทักทายต้วนหลิงเทียน ด้วยความเคารพนับถือ ในฐานะศิษย์พี่ก่อนหน้านี้?
แต่ในขณะที่พวกมันทั้งคู่ จะเอ่ยปากกล่าวคำ ก็ถูกอาวุโสจ้าวหลินหยุดลงด้วยสายตาที่มองมาอย่างดุร้าย
ถึงแม้พวกมันทั้งคู่จะไม่รู้ว่าทำไมผู้อาวุโสจ้าวหลินต้องมาหยุดพวกมันเอาไว้ แต่ในเมื่อผู้อาวุโสจ้าวหลินสอดมือเข้ามาเช่นนี้ พวกมันก็จำต้องสงบปากเอาไว้
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะแข็งแกร่ง และเป็นถึงศิษย์สายนอกอันดับ 1 ของนิกายกระบี่ 7 ดาว แต่ในแง่ของความแข็งแกร่งด้านสถานะแล้ว ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเทียบกับผู้อาวุโสฝ่ายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียน
จะอย่างไรทุกคนก็รู้ดี ว่าตอนนี้อายุต้วนหลิงเทียนยังน้อยกว่าอาวุโสจ้าวหลินมาก ความแข็งแกร่งของอาวุโสจ้าวหลินยามในปัจจุบัน แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมไม่อาจนำมาเปรียบได้
บางทีสักวันหนึ่งในอนาคตต้วนหลิงเทียนย่อมก้าวข้ามอาวุโสจ้าวหลินไปได้ไม่ยาก แต่แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ดังนั้นหากให้เลือกระหว่างต้วนหลิงเทียนกับอาวุโสจ้าวหลินในตอนนี้ แน่นอนพวกมันทั้ง 2 ย่อมต้องเลือกอย่างหลัง
"ก่อนหน้านี้ใช่เจ้าบอกว่า เจ้าสามารถใช้มือข้างเดียวจับข้าโยนออกไปใช่หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังศิษย์สายนอกที่พึ่งเข้ามาใหม่ ด้วยสายตาและรอยยิ้มชั่วร้าย
หากใครรู้จักและคุ้นเคยกับต้วนหลิงเทียนดี มาอยู่ตรงนี้ และได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของต้วนหลิงเทียนแล้วล่ะก็ พวกมันรู้ดี…ว่ามีคนกำลังจะประสบหายนะแล้ว
อย่างไรก็ตาม คำลูกวัวไม่กลัวเสือนั้น นับว่าเป็นเรื่องจริง! ศิษย์สายนอกเข้าใหม่คนนั้นหาได้รู้เรื่องราวอันใด ยังคงกระทำการห้าวเป้งวางท่า ส่งสายตาดูแคลนไปยังต้วนหลิงเทียน พร้อมกล่าวเย้ยหยันออกมา "มิผิด เพียงเด็กน้อย อายุ 20 เช่นเจ้า ข้าใช้เพียงมือเดียวก็เพียงพอที่จะโยนเจ้าลงไปแล้ว!"
ศิษย์เข้าใหม่คนนี้ ลักษณะร่างของมันค่อนข้างใหญ่อกผายไหล่ผึ่ง ซ้ำยังกว้าง กล้ามเนื้อเองก็เผยออกมาเป็นมัด แค่ดูก็รู้ว่ามันเป็นบุรุษหนุ่มที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง
ด้วยพลังวิญญาณของต้วนหลิงเทียน หลังจากที่เขาได้ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบมัน เพียงพริบตาเขาก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่า ระดับบ่มเพาะของศิษย์เข้าใหม่ตรงหน้าสมควรอยู่ในระดับ กำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 3 เท่านั้น…
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 3 สามารถกล่าวว่าสามารถจับเขาโยนลงเหวได้?
ต้วนหลิงเทียนถึงกับต้องหัวเราะขบขันในใจ
ตอนนี้เองหลู่ชิวที่ยืนอยู่ข้างต้วนหลิงเทียน ก็แสยะยิ้มเย็นชาออกมา สำหรับเขาแล้ว ศิษย์สายนอกเข้าใหม่พวกนี้มันโอหังเกินตัว ไม่รับรู้ขีดจำกัดตัวเอง พวกมันคิดว่าต้วนหลิงเทียนเป็นศิษย์สายนอกธรรมดาๆ หรืออย่างไรกัน?
"โอ้ ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจในความแข็งแกร่งตัวเองไม่เบาเลยนี่…เช่นนั้นให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะจับข้าโยนลงจากสะพานนี่ยังไง" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังศิษย์เข้าใหม่ที่ท่าทางแข็งแรง ก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา
เมื่อกล่าววาจาจบคำ ร่างของต้วนหลิงเทียนก็กระพริบวูบด้วยความเร็วสูงส่ง เพียงพริบตาเดียวเขาก็มาปรากฏร่างตรงหน้าศิษย์คนดังกล่าว สายลมที่เกิดจากการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วพัดกรรโชกจนเสื้ออีกฝ่ายกระพือ!
เหนือศีรษะต้วนหลิงเทียน ปรากฏเงาร่างช้างแมมมอธโบราณ 110 ตัวก่อตัวฉายชัดขึ้นมา…
ภาพตรงหน้านี้แทบจะทำให้ศิษย์เข้าใหม่คนนั้นหวาดกลัวแทบขาดใจตาย ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวอย่างถึงที่สุด พลังงานต้นกำเนิดในร่างของมันที่คิดเร่งเร้าขึ้นมาจัดการอีกฝ่ายสลายหายไปจนหมดสิ้น …
ล้อกันเล่นหรือไร!
ยามต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 เช่นนี้ มันจะเอาปัญญาอันใดไปต่อต้าน
หมับ!
มือของต้วนหลิงเทียนคว้าจับไปยังไหล่ของอีกฝ่าย ก่อนที่จะบีบลงไปจนไหปลาร้ามันแทบหัก
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็ใช้มือเดียวยกร่างของมันขึ้นมา
วูบบ!
ต้วนหลิงเทียนใช้มือเดียวยกร่างอีกฝ่ายขึ้นมา ก่อนที่จะจับมันค้างไว้ที่นอกสะพานโซ่ กล่าวได้ว่ายามนี้หากไร้มือของต้วนหลิงเทียนที่ยึดจับร่างมันเอาไว้แล้วล่ะก็ จุดหมายปลายทางของมันย่อมเป็นพื้นดินด้านล่างที่ห่างออกไปแน่นอน
ต้วนหลิงเทียนมองไปที่มันที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยสายตาเย็นชา “ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าเจ้าสามารถใช้มือเดียวโยนข้าลงจากสะพานโซ่นี่ได้อยู่อีกหรือไม่?”
น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ของต้วนหลิงเทียน ทำให้ศิษย์คนนั้นบังเกิดความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ หน้าของมันซีดเซียวไร้สีเลือด ร่างที่ถูกหิ้วค้างกลางอากาศนิ่งไม่ไหวติงราวกับสติหลุดลอย แววตาเผยถึงความสิ้นหวังออกมาอย่างชัดเจน มันรีบกล่าววิงวอนร้องขอความเมตตาออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ศิษย์พี่! ได้โปรด อภัยให้ข้าเถิด… ศิษย์พี่ขอรับ ละเว้นข้าด้วย!"
ตอนนี้ขาของมันไม่รู้จะก้าวเหยียบอะไร ย่ำลงไปก็มีแต่อากาศ
มันสามารถนึกภาพออกได้เลย ว่าตราบใดที่ศิษย์พี่อันมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ทั้งๆที่ดูมีอายุเพียงราวๆ 20 ปีคนนี้ปล่อยมือ ร่างของมันจะหล่นวูบลงไปด้วยความเร็วสูงสุดท้ายมันต้องตกตายอนาถ กระดูกทั่วร่างคงแหลกเหลว กระทั่งซากร่างยังไม่อาจสมบูรณ์
เหงื่อเย็นๆเม็ดเขื่องผุดออกมาจากกลางหน้าผากของมันเม็ดแล้วเม็ดเล่า มันชิงชังตัวเองนักที่ไม่รู้ขีดจำกัดตัวเอง เหตุใดมันต้องสะเออะเป็นผู้นำออกมาเหยียดหยาม คนตรงหน้าด้วย!
"ระ…ระดับกำเนิดแก่นแท้ ขะ…ขั้นที่ 8!" ในขณะเดียวกันนั้นเองเหล่าศิษย์สายนอกที่พึ่งเข้าใหม่พลันบังเกิดความตื่นตระหนกตกใจอย่างถึงขีดสุดกับความแข็งแกร่งที่ต้วนหลิงเทียนเปิดเผยออกมา กว่าพวกมันจะฟื้นสติจากอาการตกตะลึงก็ใช้เวลานานไม่น้อย ตอนนี้แผ่นหลังพวกมันชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ สีหน้าของพวกมันซีดลงราวกับศพ สองตาฉายแววหวาดกลัวในขณะที่จับจ้องไปยังเรื่องราวตรงหน้า…
พวกมันไม่คิดเลยว่าศิษย์สายนอกที่อายุน้อยกว่าพวกมัน ซ้ำยังแลดูอายุน้อยกว่า 20 ปีด้วยซ้ำ! จะมีความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ด้วยวัยเพียง 20 …
ศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่ 7 ดาวใช่ผิดปกติเช่นนี้หมดหรือไม่?
ตอนนี้บรรดาศิษย์เข้าใหม่แทบทั้งหมดบังเกิดความหวาดกลัวจับขัวหัวใจ แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกมันก็ค่อยๆบังเกิดความรู้สึกยินดีประการหนึ่ง…รู้สึกยินดีที่พวกมันยังพอมีโชคอยู่บ้าง ที่ไม่ได้ลามปามศิษย์พี่ผู้นี้เกินไป และกระทำการหยามหยันอีกฝ่ายอย่างออกหน้าออกตาก่อนหน้านี้ หาไม่แล้วคนที่ถูกจับไปห้อยค้างกลางอากาศเช่นนั้นอาจจะไม่ใช่ศิษย์ที่ดูแข็งแรงคนนั้น แต่เป็นพวกมันก็ได้
ครู่ต่อมาพวกมันก็รู้สึกเสียใจกับชายหนุ่มท่าทางแข็งแรงคนนั้น
"ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8!" ใบหน้าของจ้าวหลินพลันบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เพราะมันไม่เคยคิดเลย ว่าหลังจากที่ต้วนหลิงเทียนใช้ผลกำเนิดลี้ลับไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนจะทะลวงผ่านไปยังระดับ 8 ได้ในครั้งเดียว
110 ช้างแมมมอธโบราณ ที่ฉายชัดกลางอากาศ นั่นเป็นเครื่องยืนยันความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนอย่างดี! มันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8!
หากเปรียบเทียบกับสีหน้าจ้าวหลินที่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์แล้ว สีหน้าหลู่ชิวกลับต่างกันมากนัก …หลู่ชิวเพียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจเท่านั้น
แม้ว่าตัวเขาจะรู้ว่าต้วนหลิงเทียนได้รับผลกำเนิดลี้ลับเป็นของรางวัลจากการประลอง และคาดว่าต้วนหลิงเทียนต้องตัดผ่านระดับได้แน่นอน …
แต่ทว่าช่องว่างระหว่างระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 กับ 7 นั้นมันมีความต่างกันใหญ่หลวง กล่าวกันตามตรงแล้วมันเป็นช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดในระดับกำเนิดแก่นแท้!
สำหรับที่เขารู้ หากต้วนหลิงเทียนกินผลกำเนิดลี้ลับไปแล้ว มากที่สุต้วนหลิงเทียนก็สมควรทะลวงผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ได้เท่านั้น
แต่เรื่องราวตรงหน้าหาได้เป็นเช่นนั้น
ต้วนหลิงเทียนกลับทะลวงผ่านไปถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ได้ในครั้งเดียว!
แต่หลู่ชิวจะไปรู้ได้อย่างไร ว่าอันที่จริงแล้วต้วนหลิงเทียนก็เพียงทะลวงผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ดังเช่นที่มันคิดเท่านั้น แต่เนื่องจากวิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ต้วนหลิงเทียนมีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปอยู่ 11 ช้างแมมมอธโบราณ
ในตอนที่ลงมือนี้ต้วนหลิงเทียนจงใจแสดงพลังความแข็งแกร่งของเขาออกมา ทว่าเขายังเลือกที่จะปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ 1 ช้างแมมมอธโบราณ
อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็นับว่าเขาสามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าเขามีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8
เรื่องนี้นับเป็นเป้าหมายบางประการของต้วนหลิงเทียน
ตอนนี้เขาต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่า เขาอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8!
ศิษย์สายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียน 2 คนที่ยืนอยู่หลังจ้าวหลินเองก็ตกตะลึง สีหน้าพวกมันล่องลอยราวกับคนบ้าเสียสติ "ผู้อาวุโสจ้าวหลินขอรับ …ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนเขาทะลวงผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ได้ในครั้งเดียวจริงๆหรือขอรับ?"
ทั้งคู่ตกใจอย่างมาก
"ศิษย์พี่ขอรับ ละเว้นข้าเถิดขอรับ ข้าผิดไปแล้ว!"ชายหนุ่มท่าทางแข็งแรงที่ถูกต้วนหลิงเทียนคว้าไหล่แล้วเอาไปหิ้วแขวนไว้กลางอากาศนอกสะพานตอนนี้ เสื้อผ้าทั้งร่างของมันชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อน้ำเสียงของมันฟังดูน่าเวทนาอย่างมาก ในขณะที่วิงวอนร้องขอเมตตาจากต้วนหลิงเทียน
"อะไร? ไม่ใช่เจ้าบอกว่าเจ้าจะจับข้าโยนลงสะพานหรอกหรือ ข้ากลัวว่า…หากข้าปล่อยเจ้าไป เกิดเจ้ามาจับเด็กน้อยอย่างข้าโยนลงสะพาน ข้าจะทำอย่างไรเล่า" แววตาของต้วนหลิงเทียนยามจับจ้องมามันแลมืดมิดราวกับชินชากับความตาย เขามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงบ ไม่ได้แยแสคำร้องขอชีวิตมันสักนิด ซ้ำยังกล่าวยอกย้อนให้มันเสียใจอย่างถึงที่สุดอีกต่างหาก
"มะ…มิกล้า ข้ามิกล้าขอรับศิษย์พี่ … ! ข้าเพียงล้อเล่นขอรับ ล้วนเป็นข้ากล่าววาจาเหลวไหลทั้งสิ้น!" ชายหนุ่มท่าทางแข็งแรง หวาดกลัวสายตาของต้วนหลิงเทียนจนใบหน้ามันไร้สีเลือดแล้ว มันกล่าวคำวิงวอนออกมาไม่หยุด
"ต้วนหลิงเทียน พอได้แล้ว!" ใบหน้าจ้าวหลินก้มต่ำลงเล็กน้อย สุดท้ายมันก็ต้องเข้ามาสอด มันมองไปที่ต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย็นชาไม่แยแส
"พอได้แล้ว?" ต้วนหลิงเทียนหันไปมองจ้าวหลิน เมื่อได้ยินคำกล่าวหยุดจากจ้าวหลิน แล้วก็หัวเราะออกมา"อาวุโสจ้าวหลิน ก่อนหน้านี้ทีพวกมันยั่วยุข้า ข้าก็ไม่เห็นท่านจะสนใจอะไร … ตอนนี้ข้าแค่ลงโทษพวกมันเล็กน้อย ท่านก็ทนดูไม่ไหวแล้วหรือ"
แม้ว่าความขัดแย้งบาดหมางระหว่างจ้าวหลินกับเขาจะมีไม่น้อย แต่การกระทำของจ้าวหลินก็อดทำให้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะเกรี้ยวกราดขึ้นมา
สำหรับเรื่องนี้จ้าวหลินนับว่าไร้ความยุติธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้อาวุโสฝ่ายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียนแม้แต่น้อย
"ปล่อยมันได้แล้ว!" จ้าวหลินมองไปยังต้วนหลิงเทียน ด้วยสายตาเย็นชาไม่แยแส พร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"อาวุโสจ้าวหลิน ท่านแน่ใจแล้วหรือ ที่จะให้ข้าปล่อยเขา?" ต้วนหลิงเทียนตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวของจ้าวหลิน เขาอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หลังจากหัวเราะจนน้ำตาแทบไหลเขาก็หันไปมองศิษย์ที่ถูกจับอยู่กลางอากาศ ด้วยสายตาสงสาร "เฮ่…ดูเหมือนผู้อาวุโสจ้าวหลินจะอยากให้เจ้าตายแล้วล่ะ…เจ้าบอกข้าทีว่าข้าควรเชื่อฟังอาวุโสจ้าวหลิน แล้วปล่อยเจ้าดีหรือไม่?"
"ไม่ … ไม่นะขอรับ ไม่นะขอรับศิษย์พี่! อย่าได้ปล่อยข้านะขอรับ! ข้าขอร้อง อย่าปล่อยข้านะขอรับ!" ชายหนุ่มท่าทางแข็งแรงยามนี้หวาดกลัวจนร่ำไห้น้ำตานองหน้าแล้ว!