สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 319 : คำเชื้อเชิญจากปรมาจารย์ขุนเขา
บทที่ 319 : คำเชื้อเชิญจากปรมาจารย์ขุนเขา
ทันทีที่อี้เสี่ยวเป่ยกล่าวจบคำ เหล่าศิษย์รอบๆ พลันปั่นป่วนในทันใด
บรรดาศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนรู้สึกอึ้งไปอย่างแท้จริง
แม้ว่ารางวัลผู้ชนะการประลองศิษย์สายดอกลำดับที่ 1 จะไม่เลวนัก แต่หากไร้ซึ่งผลกำเนิดลี้ลับแล้ว …ทั้งหมดสมควรมีราคาเต็มที่เพียงแค่ 10,000 เหรียญทองเท่านั้น …
แต่ตอนนี้อี้เสี่ยวเป่ยกำลังคิดใช้เงิน 10,000,000 เหรียญทอง ซื้อของราคา 10,000 เหรียญทอง!
"อี้เสี่ยวเป่ยนั่น มันเสียสติไปแล้วหรือไร?" ความคิดของศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนส่วนมากล้วนเป็นเช่นนี้ เท่าที่พวกมันรู้ มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่ยินดีเสียเงินอย่างสูญเปล่าเช่นนี้! คนปกติที่ไหนเขาจะกระทำอะไรเช่นนี้กันเล่า!!
แม้ว่าจะร่ำรวยมีเงินมากแค่ไหน แต่การใช้จ่ายเช่นนี้มันนับว่าเกินไปแล้ว!
แต่แน่นอนว่าพวกมันกล้าเพียงคิดในใจ แต่ไม่กล้ากล่าวคำใดออกมา…
ทว่ากลับมีศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนบางส่วน ที่มองไปยังอี้เสี่ยวเป่ยด้วยแววตาชื่นชม
พวกมันรู้ว่าเรื่องที่อี้เสี่ยวเป่ยต้องการซื้อของรางวัลจากต้วนหลิงเทียนไม่ใช่เป้าหมายจริงๆของเขา สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แน่นอนว่าย่อมเป็นมิตรภาพจากต้วนหลิงเทียน! …
ด้วยพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่ต้วนหลิงเทียนเผยออกมายามนี้ แน่นอนว่าในอนาคตเมื่อเขาเติบโตแล้ว เขาจะเป็นบุรุษที่ ยากจะหาผู้ใดเปรียบได้ภายในอาณาจักรพนาครามแห่งนี้!!
และในวันที่ต้วนหลิงเทียนยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของอาณาจักรพนาคราม…
อย่าได้กล่าวถึงเงินเพียงแค่ 10,000,000 ทอง
กระทั่ง 100,000,000 ทอง ต้วนหลิงเทียนอาจจะไม่สนใจด้วยซ้ำ!
การสร้างมิตรภาพกับต้วนหลิงเทียนในตอนนี้ นับเป็นเรื่องดีที่สุด
เช่นนั้น 10,000,000 เหรียญทองนี่ กล่าวได้ว่า…เป็นเงินเดิมพันอย่างหนึ่ง ที่อี้เสี่ยวเป่ยใช้มันเพื่อลงทุนกับต้วนหลิงเทียน!
ในอนาคตยามที่ต้วนหลิงเทียนเติบโต พวกมันทั้งหมดย่อมจินตนาการได้อย่างดี ว่าในฐานะที่เขาเป็นสหายของต้วนหลิงเทียน อาจจะไม่มีใครในอาณาจักรพนาครามกล้าล่วงเกิน หรือมีเรื่องราวกับเขา …
"อ่า…เงิน 10,000,000 เหรียญทองนี่เจ้าเก็บไว้เถอะ" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆให้อี้เสี่ยวเป่ย
แน่นอนว่าเขาย่อมคาดเดาจุดประสงค์ของอี้เสี่ยวเป่ยได้ในพริบตา เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา อย่าทึ่งๆ สำหรับความกล้าหาญนี้ของอี้เสี่ยวเป่ย
10,000,000 เหรียญทอง!
แม้กระทั่งเงินที่เขาเก็บสะสมเอาไว้ทั้งหมด ยังมีไม่ถึง 40,000,000 เหรียญทองด้วยซ้ำ …
และมากกว่าครึ่ง นั่นก็มาจากเซี่ยกวงผู้นำกลุ่มการค้าอวี้หลันสาขาประจำเมืองวายุทมิฬ!
อี้เสี่ยวเป่ยรู้สึกทึ่งไปไม่น้อยเมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนกล่าวคำปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม เขามองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกซึ้ง "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนนับว่าหาใช่คนธรรมดาไม่ ท่านยังคงสงบนิ่งกระทั่งยามปฏิเสธเงิน 10,000,000เหรียญทองเช่นนี้ แต่ท่านอย่าได้คิดอันใดมาก ถือซะว่า 10,000,000 เหรียญทองนี้เป็นของขวัญจากข้าที่มอบให้เนื่องในโอกาสได้พานพบศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนจักได้หรือไม่ ข้าหวังว่าท่านจักรับมันไว้ "
ในแง่ของอายุแล้วอี้เสี่ยวเป่ยนับว่ามีอายุมากกว่าต้วนหลิงเทียน 1 – 2 ปี แต่ตอนนี้มันวางตัวเป็นผู้น้อง
มันย่อมเห็นได้ชัดว่าต้วนหลิงเทียนมีคุณสมบัติให้มันนอบน้อมเช่นนั้น!
"ของขวัญในการพบพานรึ?" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม "ข้าคงไม่อาจรับของขวัญมูลค่าขนาดนี้ได้… แต่หากเจ้าสนใจ ใยไม่ใช้เงิน 10,000 เหรียญทองซื้อโอสถที่เป็นของรางวัลชนะเลิศนี้เล่า?"
อี้เสี่ยวเป่ยดูเหมือนจะรับรู้ถึงเจตนาของต้วนหลิงเทียน จึงพยักหน้าออกมา "เช่นนั้น ข้าจักเชื่อฟังศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน "
ต่อมาต้วนหลิงเทียนก็หยิบโอสถอันเป็นของรางวัลจากตำแหน่งชนะเลิศออกมา ก่อนที่จะยื่นส่งให้อี้เสี่ยวเป่ย หลังจากนั้นก็รับตั๋วเงิน 10,000 เหรียญทองมา พร้อมยิ้มให้แล้วกล่าวคำ “เอาล่ะ ข้าไปก่อน”
"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน!" ทันใดนั้นอี้เสี่ยวเป่ยก็กล่าวคำรั้งตัวต้วนหลิงเทียนไว้
"หืม? เจ้ามีอะไรอีกรึ?" ต้วนหลิงเทียนหันกลับมามองอี้เสี่ยวเป่ยด้วยสายตาสงสัย
"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ในอนาคตหากท่านต้องการความช่วยเหลืออะไร ท่านสามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ … แม้ข้าจักมิอาจช่วยเหลือท่านได้ทุกเรื่อง แต่หากเป็นปัญหาที่สามารถใช้เงินแก้ได้แล้วล่ะก็ …มันย่อมมิใช่ปัญหาสำหรับข้า อี้เสี่ยวเป่ย! " อี้เสี่ยวเป่ยมองไปยังต้วนหลิงเทียนพร้อมกล่าวคำออกมาอย่างช้าๆ
ท่าทางของมันยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ!
ตราบใดที่ปัญหานั้นยังสามารถแก้ไขได้ด้วยเงิน ล้วนมิใช่ปัญหา?
จำเป็นต้องบอกเลยว่า อี้เสี่ยวเป่ยผู้นี้เองก็หยิ่งยโสนัก!
แต่ศิษย์ทั้งหลายที่อยู่รอบๆ ก็รู้ดีว่าอี้เสี่ยวเป่ยมีดีพอที่จะหยิ่งยโส
ไม่เพียงแต่อี้เสี่ยวเป่ยจะโยนเงิน 10,000,000 เหรียญทองมาปาใส่หน้าศิษย์คนนั้น กระทั่งเขายังกล้าขมขู่โดยการถามว่าอยากมันยังเห็นอีก 10,000,000 เหรียญทองหรือไม่! คิดได้เลยว่าหากศิษย์คนนั้นตอบอยากเห็นจริง อี้เสี่ยวเป่ยคงควักเงินออกมาปายัดหน้ามันอีก 10,000,000 เหรียญทองเป็นแน่!
กล่าวง่ายๆ ว่าเงินตราความมั่งคั่งที่อี้เสี่ยวเป่ยมีติดตัว อาจจะมากกว่า 20,000,000 เหรียญทอง
"อ่า ขอบคุณเจ้า" ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองอี้เสี่ยวเป่ยเล็กน้อยก่อนที่จะจากไป
จะอย่างไรอี้เสี่ยวเป่ยก็กล่าววาจาถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็ยอมรับข้อเสนอของมันเอาไว้
นอกจากนี้ลักษณะท่าทางของอี้เสี่ยวเป่ยก็ถูกใจเขาไม่น้อย
ไม่นานอี้เสี่ยวเป่ยก็เก็บเงิน 10,000,000 เหรียญทองกลับมา
ส่วนศิษย์ที่ถูกเงินปาหน้า กระทั่งยังต้องช่วยอี้เสี่ยวเป่ยเก็บเงิน …ตอนนี้ก็ยืนอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะกลัวอี้เสี่ยวเป่ยจะให้เขาจ่ายราคา หลังจากที่เขาเสร็จเรื่องจากต้วนหลิงเทียน
อย่างไรก็ตามอี้เสี่ยวเป่ยไม่ได้คิดจะหาเรื่องอะไรศิษย์คนนี้อีกครั้ง เพียงเหลือบมองด้วยหางตาแล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชาไม่แยแส “เจ้าไปได้แล้ว”
ศิษย์คนนั้นเมื่อได้ฟังก็รีบจากไปด้วยความหวาดกลัวทันที
และตั้งแต่นี้ไป ศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนทั้งหมดก็ย่อมจดจำอี้เสี่ยวเป่ยเอาไว้ และพิจารณาให้มันเป็นคนที่ไม่สมควรตอแย เพราะมันน่าจะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา
ไม่กี่วันต่อมา
อารมณ์ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มดีขึ้นหลังจากที่ต้องแยกจากเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2
“เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ พวกเจ้าต้องพยายามให้มากเข้าล่ะ … มิฉะนั้นข้าอาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าแล้ว ในยามที่ได้พบกันอีกครั้ง” ต้วนหลิงเทียนตอนนี้กำลังยืนอยู่บนต้นไม้เอียง ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย สายตามองทอดยาวออกไปยังทิศทางที่เฉวี่ยไน่พาอสรพิษน้อยจากไป มุมปากของเขาเริ่มเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวังออกมา
เขาคาดได้ว่าจะอย่างไรสักวันต้องได้พบพานกับอสรพิษน้อยทั้ง 2 อีกครั้ง
ในตอนนั้นพวกมันสมควรเติบโตแล้ว
"ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของข้า ข้าน่าจะสามารถสอบผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นศิษย์สายในได้แล้ว" ต้วนหลิงเทียนเงยหน้ามองฟ้าเล็กน้อย ก่อนที่คิดจะลงเขาไปสอบถามเรื่องราวการสอบเข้าเป็นศิษย์สายใน
ทว่าไม่คาดคิดเลยว่า พึ่งเขาลงมายังหอแลกเปลี่ยนไม่ทันไร ก็มีผู้อาวุโสตามหาตัวเขาพอดี …
ผู้อาวุโสคนนี้ก็ไมใช้คนแปลกหน้าอะไร
เป็นผู้อาวุโสฝ่ายนอก ของขุนเขาเทียนเฉวียน หลู่ชิว
"ต้วนหลิงเทียน" ใบหน้าของหลู่ชิวยามนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้เห็นต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง
เขาย่อมได้ยินเรื่องราวที่ต้วนหลิงเทียนสังหารฉีฮ่าว กระทั่งได้รับตำแหน่งศิษย์สายนอกอันดับที่ 1 จากการประลองศิษย์สายนอกมาแล้ว…
เขายังจำได้ดีว่ายามที่ได้ยินข่าวนี้เขาตกตะลึงแค่ไหน!
ในตอนนั้นใจของเขามีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น ‘เหลือเชื่อยิ่งนัก!’
ศิษย์สายนอกที่เขาไปรับตัวกลับมาวันนั้น เพียงครึ่งปีผ่านไป ยามนี้กลับกลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 ซะแล้ว!! …
กล่าวได้ว่าเกียรติยศครั้งนี้ของขุนเขาเทียนเฉวียนเป็นเพราะเขาสร้างผลงานยิ่งใหญ่ด้วยการรับตัวต้วนหลิงเทียนเข้ามา! และนี่ทำให้เขาได้รับรางวัลจากปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเฉวียนไม่น้อย!
เขาซึ้งอยู่แก่ใจว่ารางวัล ทั้งหมดที่เขาได้รับ เป็นเพราะต้วนหลิงเทียนนำพามาให้เขาทั้งสิ้น! ดังนั้นยามที่เขาพบเจอต้วนหลิงเทียนอีกครั้งเช่นนี้ เขาจึงปฏิบัติกับต้วนหลิงเทียนอย่างดีไม่วางตัวเหนือกว่าอะไร
"อาวุโสหลู่ชิว" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ ให้หลู่ชิว
"ต้วนหลิงเทียน ข้าล่ะคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าความแข็งแกร่งของเจ้าจะน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้… "หลู่ชิวอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมา พร้อมจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาซับซ้อน
หลังจากนั้นหลู่ชิวก็กล่าวต่อออกมาว่า "ข้ามารอเจ้าได้ 2 วันแล้ว แต่เจ้าก็ไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที ข้าไปไล่ถามศิษย์ ก็มิมีผู้ใดรู้ว่าสถานที่บ่มเพาะเจ้าอยู่ที่ใดสักคน! … ดูเหมือนเจ้าจักปกปิดสถานที่บ่มเพาะเอาไว้มิดชิดยิ่งนัก" ขณะที่กล่าวหลู่ชิวก็มองต้วนหลิงเทียนอย่างลึกซึ้ง
ต้วนหลิงเทียนเพียงหัวเราะ แต่ไม่ได้กล่าวคำอธิบายอะไรออกมา เขายังถามกลับไปด้วยความสงสัย "อาวุโสหลู่ชิว ท่านว่าท่านมารอข้าอยู่ 2 วันแล้วหรือ? ที่ท่านมองหาข้าเช่นนี้ มีอะไรเร่งด่วนหรือไม่?"
"ไม่ใช่ข้าหรอก ที่กำลังหาตัวเจ้า" หลู่ชิวส่ายหัว
"แล้ว … " ต้วนหลิงเทียนบังเกิดความรู้สึกแปลกๆ
"เป็นปรมาจารย์ของขุนเขาเทียนเฉวียน ที่ต้องการพบเจ้า" หลู่ชิวไม่คิดอ้อมค้อม กล่าวออกมาโดยตรง
"ปรมาจารย์ขุนเขา?" คิ้วต้วนหลิงเทียนขมวดเป็นปม "ปรมาจารย์ขุนเขาไหนหรือ?"
หลู่ชิวยิ้ม "แน่นอนว่าต้องเป็นปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเฉวียนของเรา … ตอนนี้เจ้าว่างหรือไม่เล่า? หากว่างข้าจะพาเจ้าไปพบปรมาจารย์ขุนเขาที่ห้องโถงของขุนเขาเทียนเฉวียนบนยอดเขาเทียนชู …ตั้งแต่ปรมาจารย์รู้ว่าเจ้าสังหารฉีฮ่าวและกลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 ได้ เขาก็คิดอยากเจอตัวเจ้า เขาจึงใช้ให้ข้ามาตามตัวเจ้าตั้งแต่ 2 วันก่อนแล้ว "
ปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเฉวียน?
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าออกมา "ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนไปทำอะไรสักเท่าไร ในเมื่อปรมาจารย์ขุนเขาอยากเจอข้า เช่นนั้นรบกวนผู้อาวุโสหลู่ชิวนำทางแล้ว"
ถึงแม้เขาจะอยู่ในขุนเขาเทียนเฉวียนมาครึ่งปีแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นหน้าปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเฉวียนเลยสักครั้ง จะว่าไปไม่เคยได้ยินใครกล่าวถึงเลย…
เขาเองก็อยากรู้จักปรมาจารย์ขุนเขาที่แลดูท่าทางลึกลับคนนี้เช่นกัน
"ดี" หลู่ชิวพยักหน้า ก่อนที่จะเดินเคียงไหล่กับต้วนหลิงเทียน ไปยังสะพานโซ่เพื่อออกจากขุนเขาเทียนเฉวียนมุ่งหน้าไปยังขุนเขาเทียนชู
ในระหว่างทางต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังเดินข้ามสะพานโซ่มายังขุนเขาเทียนเฉวียน
และคนที่เป็นผู้นำกลุ่มคนเหล่านั้นก็คือ “สหายเก่า” ของต้วนหลิงเทียน
ผู้อาวุโสฝ่ายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียน จ้าวหลิน!
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นจ้าวหลิน จ้าวหลินเองก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน
แต่ละคนต่างจับจ้องกันอย่างไม่เกรงกลัว ไม่มีใครคิดยอมหลบตา …
ผลปรากฏว่าเสมอกัน!
ศิษย์สายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียนที่ติดตามมาไม่ห่างจากจ้าวหลิน เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนกับผู้อาวุโสหลู่ชิว พวกมันก็พยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ผู้อาวุโสหลู่ชิว"
"จ้าวหลิน…แล้วศิษย์ด้านหลังนั่นเป็นศิษย์สายนอกที่พึ่งเข้ามาใหม่รึ?" สายตาของหลู่ชิวมองผ่านจ้าวหลินและศิษย์ 2 คนไป ยังเหล่าศิษย์หน้าใหม่ทั้ง 20 คนที่อยู่ด้านหลัง
ตอนนี้ชายหนุ่มทั้ง 20 คนก็ยังอยู่ในชุดลำลอง และกำลังหันรีหันขวางชมดูทุกสิ่งรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ
มุมปากของต้วนหลิงเทียนเผยรอยยิ้มออกมา ยามมองดูท่าทางของศิษย์พวกนี้ อดที่เขาจะนึกถึงตัวเองเมื่อครึ่งปีที่แล้วเสียไม่ได้ ตอนนั้นเขาก็เหม่อมองวิวทิวทัศน์ไม่น้อยทีเดียว
"มิผิด" จ้าวหลินพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเบนสายตาเย็นชาไปจับจ้องต้วนหลิงเทียน ค่อยหันกลับไปยังเหล่าศิษย์ใหม่ทั้งหลายด้านหลัง "พวกเจ้าจดจำเอาไว้ นี่เป็นผู้อาวุโสฝ่ายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียนเรา ผู้อาวุโสหลู่ชิว! ยังไม่รีบทำความเคารพอีก"
ชายหนุ่มกว่า 20 คนที่เพิ่งผ่านการทดสอบศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่ 7 ดาวที่กำลังเหม่อมองวิวทิวทัศน์อยู่พลันสะดุ้งตกใจ ก่อนที่จะรีบทำความเคารพผู้อาวุโสหลู่ชิวอย่างรีบร้อน "ทักทานท่านผู้อาวุโสหลู่ชิว"
หลู่ชิวพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่จะแนะนำต้วนหลิงเทียนที่อยู่ด้านข้าง "นี่คือ ศิษย์พี่ของพวกเจ้า นามต้วนหลิงเทียน"
"ศิษย์พี่?" ครู่ต่อมาเหล่าชายหนุ่มเข้าใหม่ทั้งหลาย ต่างหันไปมองต้วนหลิงและพวกมันก็เริ่มเผยทีท่าประหลาดใจสงสัยออกมา…
"อะไร ศิษย์พี่? เขายังมีอายุราวๆ 20 ปีใช่หรือไม่?
"เขาเพียงเข้านิกายก่อนเราเท่านั้น …ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะยังมิเท่าเราด้วยซ้ำ แล้วใยอาวุโสยังให้เราเรียกเขาว่าศิษย์พี่อีก ยากจะยอมรับนัก"
"เด็กหนุ่มเช่นนี้น่ะหรือ ที่จะเป็นศิษย์พี่พวกเรา เหอะ!"
…
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียน ชายหนุ่มทั้ง 20 คนรู้สึกไม่ยอมรับ จะให้พวกมันเคารพนับถือชายหนุ่มอ่อนวัย ที่แลดูไม่ได้มีความสามารถมากไปกว่าตัวเป็นศิษย์พี่น่ะหรือ?
หลู่ชิวขมวดคิ้วก่อนที่จะหันไปมองจ้าวหลิน ดูเหมือนหลู่ชิวหวังให้จ้าวหลินสอนบทเรียนให้พวกศิษย์สายนอกเข้าใหม่ทั้ง 20 คนที่ไม่รู้ความเสียหน่อย พวกมันกล้าคิดสร้างปัญหาต่อต้วนหลิงเทียนกระทั่งคิดปีนเกลียว! ไอเด็กพวกนี้มันประเมินตัวสูงไปแล้ว!!
ทว่าจ้าวหลินเพียงยิ้มบางๆ ไม่ได้ลงมือทำอะไร
ขอให้เขาช่วยสั่งสอนบทเรียนศิษย์ใหม่ เพื่อช่วยเหลือต้วนหลิงเทียนน่ะหรือ?
เรื่องเช่นนี้ยังเป็นไปได้ด้วย?