สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 318 : อี้เสี่ยวเป่ย
บทที่ 318 : อี้เสี่ยวเป่ย
ประกายตาของต้วนหลิงเทียนแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน เขาเริ่มชักกระบี่ออกมาฟาดไปในอากาศทดสอบพลังอย่างรวดเร็ว ประกายกระบี่ไหววูบแรงอัดอากาศทำให้ชุดปลิวไสวไม่น้อย
ขณะเดียวกันนั้น
วู้มมมมม
บนอากาศที่ว่างเปล่าเหนือศีรษะต้วนหลิงเทียน บังเกิดงานร่างช้างแมมมอธโบราณ 111 ตัว! …
หากเทียบกับความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ตัวไป เขามีความแข็งแกร่งมากกว่าอีกฝ่ายอยู่ 11 ช้างแมมมอธโบราณเช่นเคย และยังนับได้ว่ามีความแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 อยู่ 1 ช้างแมมมอธโบราณ!
"ถึงจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ที่อยู่ในระดับแนวหน้า จะอย่างไรมันก็ยังมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 120 ช้างแมมมอธโบราณเท่านั้น … ถึงแม้ตอนนี้ข้าจะไม่รู้ว่าพลังสั่นสะเทือนก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว แต่ข้าก็มั่นใจว่าต่อให้พลังสั่นสะเทือนจะยังมีความแข็งแกร่งเท่าเดิม ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ก็ไม่ใช่คู่มือของข้าอย่างแน่นอน!" ต้วนหลิงเทียนบ่นพึมพำออกมา มุมปากเผยรอยยิ้มแสยะเล็กน้อย
ถึงแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 และครอบครองอาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่มีความสามารถในการเพิ่มพูนพลังสูงสุดถึง 30% พวกมันก็สมควรถือครองความแข็งแกร่งได้มากที่สุด 156 ช้างแมมมอธโบราณเท่านั้น!
และแม้ตวนหลิงเทียนจะใช้เพียงอาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่ไม่ได้มีความสามารถขึ้นสูงสุด เขาก็ยังถือครองความแข็งแกร่งอยู่ถึง 140 ช้างแมมมอธโบราณ!
นับได้ว่าต่างจากระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 เพียง 16 ช้างแมมมอธโบราณเท่านั้น
และความแตกต่างนี้ ล้วนถูกพลังสั่นสะเทือนกลบจนเสียสิ้น!
"ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันและ การใช้พลังสั่นสะเทือน ที่ได้จากรูปแบบนาคาพิโรธ …ข้ากล้าพูดได้เต็มปากว่าภายใต้ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งไม่มีใครพอมือข้า!" ต้วนหลิงเทียนรู้สึกมั่นใจในเรื่องนี้อย่างยิ่ง!
"ตอนนี้ข้าสงสัยนัก ว่าพลังงานสั่นสะเทือนจะก้าวหน้าไปเท่าไร …สงสัยต้องหาเวลาไปทดสอบกับสัตว์อสูรที่ ป่าแรกเริ่มสักครา" ต้วนหลิงเทียนลุกขึ้นยืน และตั้งใจจะออกจากถ้ำหินย้อย
ติ๋ง!
ทันใดนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนพลันได้ยินเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน
และเมื่อหันมา ต้วนหลิงเทียนก็พบว่า นมผา 10,000 ปี ได้หยดลงมาแล้ว
"อา กว่านมผา 10,000 ปีจะหยดลงมาได้สักหยด กลับกินเวลาไปกว่า ครึ่งปี!" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม หลังจากนั้นเขาก็หยิบขวดโอสถเล็กๆ ว่างเปล่าออกมา 1 ขวด และเก็บนมผา 10,000 ปีนั้นไป ราวกับสมบัติล้ำค่า …
หลังจากนั้นเขาก็ออกจากถ้ำ และลงจากยอดเขาเทียนเฉวียน
ครู่ต่อมา ต้วนหลิงเทียนก็เดินมาถึง หอแลกเปลี่ยน
ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียน พวกมันจะหันมาจับจ้องเขาด้วยแววตาร้อนแรง และก้มหัวทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน"
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้าตอบรับทุกคนมาตลอดทาง
นี่ทำให้เหล่าศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนทุกคนรู้สึกสดชื่นราวพวกมันได้เปลือยเปล่าอาบไล้สายลมแรกฤดูใบไม้ผลิอย่างไรอย่างนั้น ทั้งหมดล้วนเผยรอยยิ้มแจ่มใสชื่นมื่นออกมา
"อา ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนช่างเป็นคนดียิ่ง กับพวกเราเขายังพยักหน้าตอบคำพร้อมยิ้มให้เช่นนี้"
"มิผิด ตำแหน่งศิษย์สายนอกอันดับที่ 1 นี่ ช่างเหมาะสมกับเขายิ่งแล้ว ไม่ว่าจะความแข็งแกร่งหรือนิสัยล้วนเลิศล้ำหาผู้ใดเปรียบทั้งสิ้น เขามิมีความเย่อหยิ่งถือดีแม้แต่น้อย"
"ข้ายังจำได้ดียามที่ฉีฮ่าวถือครองตำแหน่งศิษย์สายนอกอันดับที่ 1 มันช่างวางท่านัก! ในด้านความแข็งแกร่งมันยังนับว่าไม่อาจเทียบศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนได้ แต่มันช่างหยิ่งยโสไม่เห็นหัวผู้คน ทำราวกับใต้ฟ้านี้มันเป็นใหญ่!! แต่อย่างไร? สุดท้ายก็ได้แคที่ 2…! "
"เฮอะ ฉีฮ่าวนั่นมันตกตายไปแล้ว! ศิษย์สายนอกอันดับ 1 หรือ…มันยังกังวลอะไรได้อีก?"
"หากศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวเราเร็วกว่านี้สัก 2 ปี ข้าว่าฉีฮ่าวคงไม่มีวันได้เป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 แน่นอน"
…
เหล่าศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนกระตือรือร้นราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชน พวกมันสรรเสริญต้วนหลิงเทียนอย่างไม่หยุดหย่อน
แม้ต้วนหลิงเทียนจะเดินจากไปนานแล้ว แต่เขายังคงได้ยินเสียงพวกนั้น
กับเรื่องเช่นนี้ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม
เขาสงบมาก
เพราะในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาเป็นราชันย์สรรพาวุธรวมถึงทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุด เขาก็ได้ยินคำกล่าวชื่นชมทำนองนี้มาไม่น้อย
เขาชินกับมันนานแล้ว
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินมาถึงด้านนอกหอแลกเปลี่ยน ศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียน ไม่ว่าจะอยู่มานานแล้วหรืออย่างไร ล้วนทักทายเขาอย่างสุภาพทั้งสิ้น
ต้วนหลิงเทียนเพียงพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะกล่าวปราศถึงเหตุผลในการมาวันนี้ "ข้าตั้งใจที่จะขายรางวัลของผู้ชนะเลิศการประลองศิษย์สายนอกทั้งหมด…มีใครสนใจบ้าง?"
รางวัลของผู้ชนะเลิศการประลองศิษย์สายนอก?
เขาขายจริงหรือ?
ผู้คนที่ล้อมรอบอยู่ถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน
"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน นี่ใช่ท่านหมายความว่าท่านคิดขายผลกำเนิดลี้ลับด้วยใช่หรือไม่?" หนึ่งในศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนกล่าวถามออกมา พร้อมจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาร้อนแรงดั่งเพลิงผลาญ
"ผลกำเนิดลี้ลับ?" เมื่อได้ยินคำกล่าวของศิษย์คนนั้น ต้วนหลิงเทียนก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาลืมบอก…
และพริบตาต่อมาไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวตอบว่าเขาไม่มีผลกำเนิดลี้ลับ เขาก็สัมผัสได้ถึงแววตาร้อนแรงจับจ้องมาจากทุกคน ตอนนี้ในตาของทุกคนล้วนราวกับมีกองไฟลุกโชติช่วงอยู่ทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดสนใจผลกำเนิดลี้ลับ
ผลกำเนิดลี้ลับนี้ มันคือผลไม้วิญญาณที่สามารถช่วยเหลือผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ให้ทะลวงผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ได้ง่ายๆเลยด้วยซ้ำ!
หากผู้ที่ได้รับมันยังเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นต่ำๆ แม้กระทั่งทะลวงผ่านไป 2 ระดับก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
"ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน หากท่านขายผลกำเนิดลี้ลับด้วยจริงๆ ข้ายินดีที่จะจ่ายให้ท่าน 300,000 เหรียญทอง!" ไม่นานก็มีศิษย์สายนอกคนหนึ่งกล่าวเสนอราคาออกมา
ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนี้ หน้าตาเรียบร้อย ผิวพรรณกระจ่าง แลดูเป็นนายน้อยตระกูลใหญ่ แค่ดูก็รู้ว่าพื้นหลังไม่ธรรมดา
300,000 เหรียญทอง นั่นหมายถึง 30,000,000 เหรียญเงิน นับเป็นเงินไม่ใช่น้อยๆ!
“บัดซบ! เจ้าคิดปล้นชิงศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนหรือไร ผลกำเนิดลี้ลับ มันเป็นผลไม้วิญญาณ ที่พบพานได้ด้วยวาสนา หากไขว่คว้ามิพบเจอ เจ้ายังกล้าให้ราคาต่ำเช่นนั้น! ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนอย่าไปสนใจมัน ข้าให้ท่าน 1,000,000 เหรียญทอง” ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนอีกคนพลันกล่าวโพล่งขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนี้เองก็มีพื้นหลังไม่ธรรมดาเช่นกัน หาไม่แล้วคงไม่กล้าหยิบเงินจำนวน 1,000,000 เหรียญทองจ่ายออกมาได้ง่ายๆ เช่นนี้
1,000,000 เหรียญทอง?
พริบตานี้เองศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนรอบๆ ถึงกับปั่นป่วน
1,000,000 เหรียญทอง นั่นเท่ากับ 100,000,000 เหรียญเงิน!
"เหลวไหล" ตอนนี้เองศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนอีกคน หนึ่งพลันกล่าวออกมาอย่างไม่เห็นด้วย มันมองไปยังศิษย์ที่เสนอราคา 1,000,000 เหรียญทองพร้อมยิ้มเย้ย แล้วกล่าวออกมา “ก่อนหน้าเจ้ากล่าวต่อศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนว่า 300,000 มันไร้ค่าราวถูกปล้นชิง… แล้วเจ้าคิดว่า 1,000,000 เหรียญทองมันมากพอแล้วหรือ มันก็นับว่าด้อยค่าไม่ต่างกัน! นี่เป็นผลกำเนิดลี้ลับที่หาได้ยากยิ่ง!”
ในขณะที่กล่าวถึงตรงนี้ ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนั้นพลันเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา "ข้ายังจำได้ดีเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โรงประมูลประจำเมืองหลวงของอาณาจักรพนาคราม ได้มีผลกำเนิดลี้ลับเข้าประมูล และสุดท้ายมันถูกประมูลไปด้วยราคา 3,000,000 เหรียญทอง!"
3,000,000 เหรียญทอง!
ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนรอบๆ หน้าซีดไปเล็กน้อย
ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่ถูกเย้ยหยันก่อนหน้าพลันหัวเราะ ออกมาบ้างพร้อมกล่าวประชดประชัน "เฮอะ! เจ้าบอกว่า 1,000,000 เหรียญทองของข้าด้อยค่า… ข้าสงสัยนักว่าราคาอันใดที่เจ้าจักเสนอ"
"ข้าหรือ?" ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่หัวเราะผู้อื่นเมื่อครู่ หัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวออกมาพร้อมมองไปยังต้วนหลิงเทียน "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ตราบใดที่ท่านตกลง ข้า อี้เสี่ยวเป่ย ยินดีหยิบจ่ายออกด้วย 10,000,000 เหรียญทองทันที เพื่อซื้อของรางวัลทั้งหมด!"
10,000,000 เหรียญทอง!
รอบๆข้างพลันเงียบกริบทันทีหลังสิ้นคำ อี้เสี่ยวเป่ย
กระทั่งต้วนหลิงเทียนที่จะกำลังอธิบายว่า เขากินผลกำเนิดลี้ลับไปแล้ว ก็ตกใจไม่น้อย จนลืมกล่าวออกมา
หยิบจ่าย 10,000,000 เหรียญทองได้ทันที!
"อุฟ!" ศิษย์ที่เสนอ 1 ล้านเหรียญทอง เมื่อได้ยินคำกล่าวอี้เสี่ยวเป่ยมันหัวเราะออกมาทันที “เพียงวาจาพล่อยๆผู้ใดคิดกล่าวก็กล่าวได้ เจ้ากล่าว 10,000,000 เหรียญทอง งั้นหรือ แล้วมีหลักฐานอันใดยืนยันหรือไม่ว่าเจ้าสามารถจ่ายออกได้? หากกล่าวเล่นๆเช่นนั้น ข้าเองก็กล่าวได้ ว่าจักจ่ายออกด้วย 20,000,000 เหรียญทองทันที เพื่อซื้อของรางวัลชนะเลิศจากศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน!”
เมื่อศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนั้นกล่าวจบ ศิษย์รอบๆ ล้วนพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ใครจะไปรู้ว่า อี้เสี่ยวเป่ยผู้ นี้มีปัญญาหยิบทองออกมาจ่ายได้เท่าไร?
"วาจาพล่อยๆ ไร้หลักฐาน?" ใบหน้าของอี้เสี่ยวเป่ยลดต่ำลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าว สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะไม่น้อย
"อะไร เจ้าโกรธเพราะข้าทำให้เจ้าลำบากหรือไร? มิมีเงินก็เงียบปากไป!" ศิษย์คนนั้น ยังคงมองไปยังอี้เสี่ยวเป่าพร้อมหัวเราะเยาะ
"เจ้าบอกว่าข้ากล่าววาจาพล่อยๆ … ไร้หลักฐานอันใด… เจ้าคิดว่าข้าไม่อาจจ่ายออกด้วย 10,000,000 เหรียญทองทันทีใช่หรือไม่?" อี้เสี่ยวเป่ยมองไปยังศิษย์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เริ่มเย็นลง มันยกมือขึ้นก่อนที่จะปรากฏตั๋วเงิน 10,000 เหรียญทองออกมาปึกหนึ่ง ปึกนี้แน่นอนว่ามีตั๋วเงินอยู่ร้อยใบ!
ฟุ่บ!
อี้เสี่ยวเป่ยลงมือได้รวดเร็วมาก มันปาปึกตั๋วเงินใส่หน้าศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่มีเรื่องกับมัน ดังผัวะ! โลหิตจากปากของศิษย์คนนั้นสาดกระจายลงบนลานหิน
ตั๋วเงินปึกนั้นก็ตกอยู่ใกล้ๆ
"เจ้า!" ศิษย์คนนั้นโมโหไม่น้อยเมื่อถูกกระทำ มันคิดจะลงมือตะบันหน้าอี้เสี่ยวเป่ยสักครา
"นั่น 1,000,000! และนี่…เป็น 2,000,000!" ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนั้นไม่ทันได้ลงมือทำอะไร ก็ถูกอี้เสี่ยวเป่ยหยิบตัวเงินซัดใส่หน้ามันดัง ผัวะ! อีกครั้ง
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!
…
ไม่นานอี้เสี่ยวเป่ยก็หยิบตั๋วเงินเป็นปึกๆ จำนวน 10,000,000 เหรียญทอง ซัดใส่หน้าศิษย์คนนั้นจนครบถ้วน
ในขณะเดียวกันศิษย์ที่ถูกเงินปาใส่หน้า ก็หาได้โกรธแค้นอะไรอีกฝ่ายแล้วไม่.. ตอนนี้มันมีเพียงความประหวั่นและหวาดกลัว
หัวใจของมันสะท้านไปไม่น้อย ยามมองปึกตั๋วเงิน 10,000 เหรียญทอง ทั้ง 10 ปึก ที่หล่นบนพื้น!
ผู้ที่สามารถหยิบจ่ายออกมา 10,000,000 เหรียญทองได้ในทันที หาใช่คนที่มันสามารถไปล่วงเกินได้!!
"ตอนนี้เจ้าเชื่อแล้วหรือไม่? ยังต้องการให้ข้าหยิบออกมาอีกสัก 10,000,000 เหรียญทองเพื่อให้เจ้าดูหรือไม่?" อี้เสี่ยวเป่ยมองไปยังศิษย์ ที่เลือดกบปาก ด้วยสายตาเย็นชาไม่แยแส
"ไม่ … ไม่ต้อง … ไม่ต้องแล้ว … " ศิษย์คนนั้นหาได้เหลือความคิดต่อต้านอะไร มันเพียงรู้สึกหวาดกลัวเท่านั้น
ต้วนหลิงเทียนที่อยู่ใกล้ๆ เองก็ตกใจกับเรื่องราวตรงหน้าไม่น้อย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่บอกมูลค่าที่แท้จริงช่วยเขา แค่การกระทำโต้กลับยามถูกดูแคลนของอี้เสี่ยวเป่ย ก็นับว่าถูกใจเขาพอสมควร
และเสียงยามปึกตั๋วเงินซัดใส่หน้าดัง ผัวะๆ นี้ ก็นับว่าน่าขบขันไม่น้อย อดไม่ได้ที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ นี่เป็นคำกล่าวใช้เงินฟาดผู้คนอย่างแท้จริง
ศิษย์ที่ถูกกระทำนั้นหาได้น่าสงสารไม่ เป็นมันที่ไปดูแคลนหาว่าผู้อื่นไม่มีปัญญาก่อนเอง
ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียน รอบๆก็เงียบไปเป็นเวลานาน
ตอนนี้บนพื้นเต็มไปด้วยปึกตั๋วเงิน 10,000 เหรียญทองทั้ง 10 ปึก พวกมันมีมูลค่า 10,000,000 เหรียญทอง …
นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกมันหลายๆคน ที่มีโอกาสเห็นเงินจำนวนมากมายมหาศาลเท่านี้ด้วยซ้ำ
ครู่ต่อมาทุกคนล้วนมองไปยังอี้เสี่ยวเป่ย ด้วยทัศนคติที่แตกต่างจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
เป็นไปไม่ได้เลยคนที่หยิบจ่ายเงินทองออกมา ถึง 10,000,000 เหรียญทองเช่นนี้จะเป็นคนธรรมดา
"ยังไม่รีบเก็บเงินมาให้ข้าอีก?" ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยโทสะของอี้เสี่ยวเป่ย ศิษย์ที่ถูกปาเงินใส่จนเลือดกบปาก รีบกุลีกุจอเก็บตั๋วเงินมาคืนพร้อมกับมือที่สั่นเทา
"เจ้าอี้เสี่ยวเป่ยใช่หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนหันไปมองอี้เสี่ยวเป่ยพร้อมยิ้มออกมาบางๆ "พอดีก่อนหน้านี้ข้าลืมบอกไป อันที่จริงข้ากินผลกำเนิดลี้ลับไปแล้ว ที่ข้าขายจึงเป็นเพียงของรางวัลที่เหลืออย่างอื่นเท่านั้น …และราคาโอสถต่างๆมันก็ไม่ได้มีค่าขนาดนี้"
สิ่งที่ทำให้ต้วนหลิงเทียนต้องประหลาดใจอีกครั้งพลันบังเกิด สีหน้าท่าทางของอี้เสี่ยวเป่ยไม่เพียงไม่เปลี่ยนแปลง มันยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสออกมา "ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน ท่านเกรงใจไปแล้ว … แม้จะไม่มีผลกำเนิดลี้ลับ ข้าก็ยังยินดีเสนอ 10,000,000 เหรียญทองเพื่อซื้อรางวัลตำแหน่งชนะเลิศศิษย์สายนอก ขอเพียงท่านให้โอกาสข้า คบหากับท่านเป็นสหาย ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นเช่นไร? "