สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 317 : ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7!
บทที่ 317 : ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7!
"ฟ่อ ฟ่อ ~" อสรพิษน้อยทั้ง 2 ที่รัดพันอยู่ที่มือของเฉวี่ยไน่ พยายามพยักหน้าบอกลาต้วนหลิงเทียนอย่างไม่หยุด ในแววตาของพวกมันแฝงไปด้วยความลังเลไม่อยากแยกจากไปไหน
แต่น่าเสียดายแม้กระทั่ง พวกมันลอยห่างออกไป จนลับสายตาต้วนหลิงเทียนแล้ว …ต้วนหลิงเทียนยังคงสนใจแต่เฉวี่ยไน่ไม่ได้มองมาที่พวกมันสักนิดเดียว…
เพราะตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกำลังยืนตะลึงงันอยู่บนต้นไม้เอียง
"เฉวี่ยไน่ …เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับธรรมชาติหรือ?" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะนี่มันสุดขีดความตื่นตะลึงของเขาแล้ว
ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวตัวน้อยอย่างหานเฉวี่ยไน่ จะน่าตกตะลึงพรึงเพริดถึงเพียงนี้!
ตอนแรกที่เขาเห็นหานเฉวี่ยไน่ พลังวิญญาณของเขาไม่อาจจับสัมผัส พลังงานต้นกำเนิดในร่างของนางได้แม้แต่น้อย นั่นทำให้เขาตัดสินว่าหานเฉวี่ยไน่เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาๆ เท่านั้น …
แต่ภาพตรงหน้าเมื่อครู่ ที่หานเฉวี่ยไน่ควบคุมกระแสอากาศเหินร่างขึ้นไป ทำให้เขารู้ซึ้งว่าเขาประเมินนางต่ำไปไกลโข!
หานเฉวี่ยไน่ไม่เพียงแต่เป็นเด็กสาวธรรมดาสามัญ แต่นางเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับธรรมชาติ ที่น่าเกรงขาม!
"หากจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ด้วยพลังวิญญาณของข้าตอนนี้ หากข้าต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ…กระทั่งต่อให้เป็นระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 9 ก็ตาม ข้ายังสมควรมองเห็นระดับบ่มเพาะและความแข็งแกร่งได้อยู่บ้าง…แต่นี่ข้าไม่อาจสัมผัสได้ถึงระดับบ่มเพาะ และความผันผวนของพลังงานต้นกำเนิดจากเฉวี่ยไน่ได้เลย ดูท่าแล้วอย่างน้อยๆ นางต้องอยู่ในระดับหยั่งรู้ธรรมชาติหรือเหนือกว่านั้น … ไม่อย่างนั้นนางก็คงมีทักษะลับหรืออะไรบางอย่าง ที่สามารถปกปิดกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติของนางได้หมดจด" ตอนนี้ในหัวของต้วนหลิงเทียนครุ่นคิดเรื่องราวไปมากมาย และในใจของเขายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากอาการตื่นตระหนก
เมื่อคิดถี่ถ้วนดูแล้วเขาก็สรุปได้เช่นนี้
หานเฉวี่ยไน่ เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ และนางได้ใช้ทักษะลับหรืออะไรบางอย่างปกปิดระดับบ่มเพาะเอาไว้ จนพลังวิญญาณของเขาไม่อาจใช้จิตสัมผัสตรวจสอบดูได้
หากเป็นแต่ก่อนในอดีต เรื่องเช่นนี้คงเป็นอะไรเหนือจินตนาการ และความเชื่อของเขา
เพราะจากช่วงชีวิตที่ยาวนานของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครสักคนจะตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ ตั้งแต่มีอายุเพียง 15 – 16 ปีเช่นนี้
แต่แน่นอนโลกนี้เหนือฟ้ายังมีฟ้า ต้องยังมีตัวตนและขุมอำนาจอันทรงพลังที่ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของทวีปเมฆาล่องอย่างแท้จริง ทรัพยากรบ่มเพาะของพวกมันต้องมีมากมายเหลือเฟือ และสมบัติล้ำค่าของสวรรค์และโลกพวกมันก็สมควรมีสะสมเอาไว้ไม่น้อย
แม้แต่คำว่ามั่งคั่งร่ำรวยก็ยังไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้อธิบายขุมพลังเหล่านี้
ความมั่งคั่งที่พวกมันครอบครอง เกรงว่ากระทั่งจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดยังต้องอิจฉา…
และแน่นอนขุมพลังอำนาจเหล่านี้ย่อมไม่มีใครหยั่งรู้ถึงพลังอำนาจทั้งหมดได้!… ด้วยสมบัติล้ำค่าของสวรรค์และโลกมากมายในครอบครอง พวกมันย่อมไม่ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิอย่างแน่นอน
หากขุมพลังน่าพรั่นพรึงเหล่านี้มีใครที่ให้ความสำคัญต่อลูกหลานแล้วล่ะก็ พวกมันย่อมไม่ลังเลที่จะมอบทรัพยากรล้ำค่าของสวรรค์และโลกเช่นนี้ ให้แก่ลูกหลานของมัน …ดังนั้นการที่จะมีใครสักคนก้าวเข้าไปเหยียบระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ ตั้งแต่อายุ 15 หรือ 16 ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้…
แม้ว่าจะหาได้ยากมากๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติที่มีอายุเพียง 15 – 16 ปี จะไม่ได้มีอยู่จริง!
อย่างไรก็ตามในความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดนั้น การที่ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอายุเพียง 15 – 16 ปี จะเยื้องย่างไปเหยียบระดับหยั่งรู้ธรรมชาติ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพราะการตัดผ่านจากระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ ไปยังระดับ หยั่งรู้ธรรมชาติ หาใช่มีความเปลี่ยนแปลงในแง่ของความแข็งแกร่งจากพลังงานต้นกำเนิดเท่านั้น แต่มันต้องมีความเปลี่ยนแปลงในแง่ของ พลัง ด้วย
ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติที่มีอายุเพียง 15 – 16 ปียังอาจปรากฏตัวขึ้นมาได้ แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับ หยั่งรู้ธรรมชาติตอนอายุ 15 – 16 ปีนั้นเป็นไปไม่ได้!
เพราะการเปลี่ยนแปลง พลัง นั้น ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ
ความเข้าใจโดยปกติแล้ว ที่รู้กันก็คือความเข้าใจในเชิงยุทธ์
ความเข้าใจในเชิงยุทธ์นี่นับว่าแตกต่างจากพรสวรรค์ในเชิงยุทธ์ แต่ทั้งสองอย่างล้วนสำคัญอย่างยิ่งไม่อาจขาดอย่างใดไปได้ …
ยกตัวอย่างเช่นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับต่ำกว่าแรกสัมผัสธรรมชาติลงมา หากใครมีความสามารถในความเข้าใจสูง แล้วล่ะก็ ความเร็วในการฝึกฝนวิชายุทธ์ต่างๆของพวกมันย่อมรวดเร็วมากกว่าผู้อื่น กลับกันหากความเข้าใจของมันต่ำความเร็วในการฝึกฝนวิชายุทธ์ของมันก็จะช้าตามไปด้วย นั่นทำให้กว่าจะก้าวหน้าแต่ละขั้นตอนย่อมเชื่องช้าอย่างมาก!
และสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขึ้นไป ระดับความสามารถในความเข้าใจนี้ จะส่งผลอย่างมากมายมหาศาล ในเรื่องการทำความเข้าใจในเรื่อง พลัง!
ดังนั้นในหนทางของการบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธ์ ไม่ว่าจะศักยภาพพรสวรรค์ตามธรรมชาติ หรือความสามารถในความเข้าใจ ย่อมเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้
ระดับบ่มเพาะของคนๆ หนึ่งอาจจะถูกเพิ่มพูนได้ง่ายดายด้วยสมบัติล้ำค่าของสวรรค์และโลก … แต่มันก็สามารถช่วยได้มากมายที่สุดจนบรรลุถึงระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 9 เท่านั้น
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ฝึกยุทธ์เยื้องย่างไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 9 แล้ว แต่ยังไม่อาจทำความเข้าใจในเรื่องของพลังได้ถึงระดับหนึ่ง มันก็ไม่อาจทะลวงผ่านไปยังระดับ หยั่งรู้ธรรมชาติ ได้!
ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ต้วนหลิงเทียนค้นพบจากความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด
และด้วยความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดนี้เอง ต่อให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอายุเพียง 15 – 16 ปี มีความเข้าใจสูงมากก็ตาม แต่ยังคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความเข้าใจมากพอที่จะเข้าในใจใน เรื่องของ พลัง จนบรรลุระดับหยั่งรู้ธรรมชาติได้
ดังนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้วนหลิงเทียนจะตัดสินว่า หานเฉวี่ยไน่ยังสมควรเป็นตัวตนในระดับ แรกสัมผัสธรรมชาติ และยังไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญหยั่งรู้ธรรมชาติ
หลังจากทั้งหมดนั้น กล่าวได้ว่า หานเฉวี่ยไน่ ยังเด็กเกินไป!
เด็กจนถึงจุดที่น่าตกตะลึง
แต่ถึงจะรู้เช่นนั้น ในใจของต้วนหลิงเทียนก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เขาตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเป็นการยากที่จะสงบใจลงได้ในเวลาอันสั้น
แรกสัมผัสธรรมชาติ ด้วยอายุ 15 – 16 ปี …
รอยยิ้มอันขื่นขมเริ่มปรากฏที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน เพราะหากนำระดับบ่มเพาะของเขาไปเทียบ กับหานเฉวี่ยไน่แล้ว… เขาไม่อาจนับเป็นตัวอะไรได้! แต่เขาก็ไม่ท้อ ทั้งหมดคือแรงผลักดันให้เขาก้าวเดิน!
“ไม่แปลกใจเลย ที่หานเฉวี่ยไน่บอกว่าบ้านของนางอยู่ไกลมาก… ขุมพลังที่สามารถช่วยให้เด็กสาวตัวน้อยเพียงเท่านี้บรรลุระดับแรกสัมผัสธรรมชาติได้ ย่อมเป็นขุมพลังในดินแดนรอบนอกแน่นอน! พอคิดว่าเบื้องหลังของนางเป็นเพียงขุมพลังระดับสูงๆของอาณาจักรพนาครามแล้ว ข้าก็อดขำความคิดตื้นเขินตัวเองขึ้นมาไม่ได้” เมื่อคิดจนเข้าใจเรื่องราวได้อย่างถ่องแท้แล้ว ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง ทั้งหมดเป็นเขาที่ประเมินหานเฉวี่ยไน่ต่ำไป
“ข้าก็ว่าแล้วเชียว… แบบนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเจ้าอสรพิษน้อย 2 ตัวนั่น ถึงอยากติดตามนางไปนัก… ความแข็งแกร่งของหานเฉวี่ยไน่ยังมากมายถึงเพียงนี้ สัตว์อสูรปีศาจชิงหนู ที่ได้รับมอบหมายให้ติดตามนาง ไม่พ้นต้องเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งเป็นแน่!”
"บางทีอาจเป็นสัตว์อสูรปีศาจระดับหยั่งรู้ธรรมชาติ …หรือบางทีอาจเป็นสัตว์อสูรปีศาจระดับหลอมรวมธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งสัตว์อสูรปีศาจระดับผันแปรธรรมชาติ!!"
ต้วนหลิงเทียนระบายลมหายใจออกมาอย่างหนาวเหน็บ เขาตระหนักดีว่าเบื้องหลังของหานเฉวี่ยไน่เป็นอย่างไร
"เด็กสาวตัวน้อยเฉวี่ยไน่นั่นเป็นใครกันแน่? นางมีฐานะอันใดกันแน่?" แม้ในใจของต้วนหลิงเทียนจะเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่เขาก็ยังเต็มไปด้วยความอยากรู้
เฉวี่ยไน่ ลึกลับเกินไป
ลึกลับจนถึงจุดที่ทำให้ ใครบางคนช็อคจนหัวใจวายได้ง่ายๆ …
หลังจากนั้นไม่นานต้วนหลิงเทียนก็ฟื้นความรู้สึกจากอาการตะลึงงัน เขาระบายลมหายใจออกมายาวๆอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับไปในถ้ำหินย้อย
แต่จะอย่างไร เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความขมขื่นประการหนึ่ง
วันนี้เขาได้แยกจากเจ้าตัวน้อยทั้ง 2 ไปเช่นนี้ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรเขาจะได้พบเจอพวกมันอีกครั้ง
"ถึงเวลานั้น พวกมันจะเติบโตขึ้นถึงเพียงไหนกันนะ" ร่องรอยความคาดหวังบังเกิดขึ้นในใจของต้วนหลิงเทียน… ความคาดหวังที่จะเห็นเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 อีกครั้งในอนาคต
หลังจากนิ่งเงียบงันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็กลับมามีสติอยู่กับปัจจุบัน สายตาของเขามองไปยังแหวนมิติในมือ
"ผลกำเนิดลี้ลับ!" โดยไม่คิดลังเลอะไรอีก ต้วนหลิงเทียนหยิบผลกำเนิดลี้ลับ ที่เป็นรางวัลล้ำค่าที่สุดในการประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้ออกมา
สำหรับของรางวัลอื่นๆในตำแหน่งชนะเลิศ ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย พวกมันเป็นแค่โอสถเสริมความแข็งแกร่งและโอสถรักษาอะไรเทือกนั้น
ในสายตาของศิษย์สายนอกคนอื่นๆ โอสถเสริมความแข็งแกร่ง กับโอสถรักษาเหล่านี้มันอาจจะมีค่ามากมายมหาศาล แต่ในสายตาต้วนหลิงเทียน ทั้งหมดเป็นได้เพียงขยะ!
มันเป็นแค่กองขยะ โอสถที่มีความบริสุทธิ์ต่ำตม! จนเขาไม่อาจกระเดือกมันลงคอได้ด้วยซ้ำ!
"ช่างเถอะจะอย่างไรก็ยังมีราคาอยู่ไม่น้อย ไว้ข้าจะเอามันไปขายแล้วกัน" หลังจากคิดอะไรอีกครู่หนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็หันมาพิจารณาผลกำเนิดลี้ลับในมือ
ผลไม้วิญญาณอย่างผลกำเนิดลี้ลับนี้…มีสีขาวราวกับน้ำนม ผิวของมันเงาเป็นมันส่งผลให้ยามต้องแสง ก็บังเกิดแสงสะท้อนเป็นประกายสวยงาม เพียงใครได้มองชมดูก็สมควรรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ธรรมดา
ต้วนหลิงเทียนหยิบผลกำเนิดลี้ลับขึ้นมาก่อนที่จะกัดลงไป 1 คำ
เมื่อผลกำเนิดลี้ลับถูกกัดไป ต้วนหลิงเทียนแทบไม่ต้องเคี้ยวด้วยซ้ำเพราะมันนุ่มจนแทบจะละลายในปาก น้ำผลไม้เย็นสดชื่นชุ่มฉ่ำทะลักออกมา ยามกลืนลงไปให้รู้สึกโล่งสบายลำคอไม่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานต้วนหลิงเทียนก็กินผลกำเนิดลี้ลับจนหมดสิ้น เขากัดไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้น และตอนนี้เองในท้องของเขาก็มีพลังงานความร้อนสายหนึ่งเริ่มแผ่ซ่านออกมา เขารีบชักนำให้มันโคจรไปตามรูปแบบนาคาพิโรธทันที
เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง …
ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ว่าพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาจากผลกำเนิดลี้ลับ ได้ถูกควบรวมผสมผสานเข้ากับพลังงานต้นกำเนิดเขาได้อย่างสมบูรณ์ แม้มันจะเข้มข้นเป็นอย่างมากแต่เขากลับหลอมผสานมันได้อย่างรวดเร็ว!
หลังจากที่พลังงานต้นกำเนิดของเขาหลอมผสานเข้ากับพลังงานจากผลกำเนิดลี้ลับแล้ว มันก็ทวีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ระดับบ่มเพาะกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ของเขานี้ เขาเองก็พึ่งตัดผ่านระดับมาไม่นานเท่านั้น …แต่ตอนนี้พลังงานต้นกำเนิดกำลังก่อตัวสั่งสมด้วยความเร็วที่สูงล้ำ …
ไม่นานมันก็สั่งสมจนถึงขีดจำกัดคอขวดของระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 รอให้เขาทะลวงผ่าน!
เนื่องจากระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 กับระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 เป็นช่วงแบ่งระดับครั้งใหญ่ ดังนั้นกล่าวได้ว่าคอขวดนี้นับว่ามีความยากลำบากในการทะลวงผ่านมากที่สุดในระดับกำเนิดแก่นแท้
เพราะเมื่อเขาสามารถทะลวงผ่านคอขวดนี้ไปได้ ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มพูนถึง 20 ช้างแมมมอธโบราณ!
ถึงแม้ว่าการทดลองโคจรพลังไปกระแทกคอขวดครั้งแรกของต้วนหลิงเทียนจะล้มเหลว แต่เขาก็ไม่ค่อยกังวล
เพราะเพียง 1 ใน 3 ของพลังงานต้นกำเนิดที่ได้รับจากผลกำเนิดลี้ลับนั้นก็กล่าวได้ว่ามากพอให้เขาใช้นับสิบครั้ง …
การทะลวงครั้งที่ 2!
คอขวดเริ่มถูกกรุยจนคลายลงไปบ้าง แต่ยังยากที่จะทะลวง
การทะลวงครั้งที่ 3!
คอขวดเริ่มถูกกรุยจนคลี่คลาย
…
แม้ต้วนหลิงเทียนจะจำไม่ได้ว่าเขาสั่งสมพลังทะลวงคอขวดไปกี่ครั้ง แต่พลังงานของผลกำเนิดลี้ลับก็หายไปเพียงแค่ 2 ใน 3 จากพลังทั้งหมดเท่านั้น …และตอนนี้พลังงานต้นกำเนิดมากมายมหาศาลก็โคจรพุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของต้วนหลิงเทียน ก่อนที่เขาโคจรมันด้วยความเร็วสูงและใช้มันพุ่งทะลวงคอขวดอีกครั้ง!
ปง!
และในที่สุดคอขวดก็ถูกทะลวงผ่าน! พลังงานต้นกำเนิดในร่างกายของต้วนหลิงเทียนพลันเปลี่ยนแปลงยกระดับครั้งใหญ่อีกครั้ง
พลังงานต้นกำเนิดทั้งหมดโคจรอยู่รอบหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มไปควบรวมกับแกนพลังงานต้นกำเนิดภายในตันเถียนจนบังเกิดความเปลี่ยนแปลง …มันขยายตัวออกไม่น้อย!
ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7!
อารมณ์ของต้วนหลิงเทียนพุ่งทะยานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
เขาไม่คิดเลยว่าเขาพึ่งจะตัดผ่านระดับมาไม่กี่วันเท่านั้น แต่เขาก็ได้รับสมบัติล้ำค่าของสวรรค์และโลก ที่มีโอกาสพบพานด้วยโชควาสนา ยากไขว่คว้าอย่างผลกำเนิดลี้ลับนี้มา นั่นทำให้เขาตัดผ่านไปอีก 1 ระดับด้วยความเร็วสูงเช่นนี้
เรื่องราวทั้งหมดแทบจะเหมือนฝัน
แต่ในใจต้วนหลิงเทียนย่อมกระจ่างชัดดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
เขายังไม่คิดจะออกจากสภาวะบ่มเพาะ เพราะพลังงานของผลกำเนิดลี้ลับยังเหลืออีกกว่า 1 ใน 3 …
ถึงแม้ผลกำเนิดลี้ลับจะเป็นผลไม้วิญญาณที่น่าอัศจรรย์ราวปาฏิหาริย์ แต่ความแข็งแกร่งของพลังมันมีความผันผวนและเสื่อมถอยรวดเร็วอย่างมาก หากต้วนหลิงเทียนไม่อาจดูดซับพลังงานของมันได้ในตอนนี้ พรุ่งนี้มันอาจจะเหลือสรรพคุณไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
ผลกำเนิดลี้ลับยังไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับสุราวานร และสุราวานรจักรพรรดิได้
เพราะอย่างหลังนั่นมันเกิดจากการที่วานรศิลาได้สกัดกลั่นแก่นแท้ของสมุนไพรออกมามากมายและนำมาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน บ่มพวกมันจนกลายเป็นสุรา นั่นทำให้มันแทบไม่แตกต่างอะไรกับ เม็ดยาแม้แต่น้อย
แต่ผลกำเนิดลี้ลับ มันเป็นผลไม้วิญญาณที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และยังไม่ได้ถูกปรุงแต่งใดๆ
หากผลไม้เช่นนี้ถูกบริโภค ต้องรีบดูดซับสรรพคุณมันทันที ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ต้วนหลิงเทียนยังคงบ่มเพาะสั่งสมพลังอย่างต่อเนื่อง!
พลังงานต้นกำเนิดในร่างของต้วนหลิงเทียนค่อยๆเพิ่มพูนแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ และไม่นานเขาก็สั่งสมพลังมากพอที่จะไปแตะคอขวดระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ทว่าพลังของผลกำเนิดลี้ลับก็หมดลง เขาดูดซับมันได้สมบูรณ์แล้ว น่าเสียดายที่เหลือไม่มากพอจะทะลวงระดับอีกครั้ง
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนก็ลืมตาขึ้นมา
ในแววตาบังเกิดประกายคมกล้าเรืองขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7!" รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของต้วนหลิงเทีย