สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 315 : หานเฉวี่ยไน่
บทที่ 315 : หานเฉวี่ยไน่
เจ้าเป็นใครหรือ?
ต้วนหลิงเทียนถึงกับหน้าชา ไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไรดี เมื่อได้ยินคำถามนี้….
ถ้ำนี้มันไม่ใช่สถานที่บ่มเพาะพลังที่เขาคนพบหรอกหรือ?
ทันใดนั้นเองเสียงร้องเบาๆ ที่คุ้นเคยก็ได้ดังขึ้นให้ต้วนหลิงเทียนได้ยิน นั่นทำให้ร่างของเขาสะท้านไปเล็กน้อย สองตารีบเบนมองตามเสียงไปทันที ความสุขเริ่มฉายออกมาบนใบหน้าเขาในทันใด
เมื่อเขาก้มไปมองที่แขนเสื้อของเด็กสาวตัวน้อยที่ขาวผ่องราวหยกเนื้อดี ก็พบว่ามีหัวน้อยๆโผล่ออกมาจากด้านใน
หัวของเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2!
หนึ่งในนั้นเป็นอสรพิษสีดำ มีลวดลายสีทองที่ลำตัว บนหัวมีเขาสีทองเล็กๆผุดออกมา
ส่วนอสรพิษน้อยอีกตัวมีสีขาว ลวดลายบนลำตัวสีน้ำเงิน เขาน้อยๆของมันเองก็เป็นสีเงินเช่นกัน
"เสี่ยวเฮย! เสี่ยวไป๋!" อารมณ์ต้วนหลิงเทียนเอ่อล้นออกมาโดยพลัน ยากนักที่จะบอกว่าเขาดีใจแค่ไหน ที่เห็นพวกมัน…เขาวิตกกังวลเรื่องนี้มานานเท่าไหร่แล้ว…
ในที่สุดเจ้าตัวน้อยทั้ง 2 ก็กลับมา!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ร่างหนึ่งขาวหนึ่งดำ พุ่งออกจากแขนเสื้อเด็กสาวด้วยความเร็วฉับไวไม่ต่างเส้นอัสนี ก่อนที่จะมาหยุดลงบนไหล่ของต้วนหลิงเทียน
อสรพิษน้อยทั้ง 2 แสดงความดีใจที่ได้เจอต้วนหลิงเทียนด้วยการระดมลิ้นน้อยๆของมันเลียไปทั่วไปหน้าของเขา นี่ทำให้เขารู้สึกจั๊กกะจี้แก้มไม่น้อย …
"ดีแล้ว ดีแล้ว พวกเจ้ากลับมาก็ดีแล้ว " รอยยิ้มดีใจฉายชัดออกมาบนใบหน้าของต้วนหลิงเทียน ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขามักจะพูดว่าเมื่อเจ้า 2 ตัวน้อยนี่กลับมาจะลงโทษให้เข็ดก็เถอะ
แต่พอเห็นพวกมันกลับมาจริงๆ อารมณ์ขุ่นเคืองก็ไม่มีเหลือ ทั้งหมดถูกความสุขแทนที่ไปจนหมดสิ้น ในใจไม่เหลือความคิดที่จะสั่งสอนทำโทษเจ้า 2 ตัวน้อยอีกต่อไป
ต้วนหลิงเทียนคว้าเจ้า 2 ตัวน้อยจากไหล่มาถือเอาไว้ในมือ ก่อนที่จะยกพวกมันขึ้นมาใกล้ๆใบหน้า พร้อมจ้องให้ละเอียด แล้วกล่าวว่า "ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะไม่ได้ตัดผ่านไปยังระดับครึ่งก้าวธรรมชาติ แต่ดูเหมือนว่าก็เหลืออีกไม่ไกลแล้วนี่นา …ท่าทางการเข้าป่าแรกเริ่มของพวกเจ้าครั้งนี้ จะได้ประโยชน์กลับมาไม่น้อยเลยนะ"
ถึงแม้เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 จะได้กินนมผา 10,000 ปีไปจนเต็มคราบ แต่นมผา 10,000 ปีนั้นมีความสามารถในการเพิ่มพูนยกระดับศักยภาพพรสวรรค์ในเชิงยุทธ์ให้สูงสุดเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มระดับบ่มเพาะแต่อย่างไร
ด้วยพลังวิญญาณอันเฉียบคมของเขากับประสบการณ์ตลอด 2 ช่วงชีวิตของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ต้วนหลิงเทียนสามารถรับรู้ได้ในทันทว่า ตอนนี้ระดับบ่มเพาะของเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 ได้ไปถึงระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 9 แล้ว!
หากเทียบกับเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มพูนขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ดังนั้นต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ทันที ว่าการเข้าป่าแรกเริ่มครั้งนี้เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 พวกมันต้องไปพานพบโชควาสนาเลิศล้ำอะไรมาแน่นอน! …
ที่แท้กลิ่นอายที่น่าสะพรึงทั้ง 2 ก่อนหน้านี้ก็เป็นของพวกมันนี่เอง
"ฟ่อ ฟ่อ~" เจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 พยายามชูคอเต็มที่ก่อนที่จะส่ายหัวไปมา ดวงตาสีทอง สีเงินของพวกมันทั้ง 2 แสดงท่าทางโอ้อวดออกมาราวกับเด็กน้อย
"ข้ารู้แล้วน่า ว่าพวกเจ้าทั้ง 2 น่าเกรงขามขนาดไหน" ต้วนหลิงเทียนส่ายหน้าพร้อมยิ้มออกมาบางๆ "เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋…ที่ผ่านมานี่พวกเจ้าอยู่ในป่าแรกเริ่มตลอดเลยหรือ?"
ต้วนหลิงเทียนเห็นได้ทันทีว่าเจ้าตัวน้อยทั้ง 2 ตัวส่ายหน้า… นั่นหมายความว่าพวกมันไม่ได้อยู่ที่ป่าแรกเริ่ม!
"อ๋า ที่แท้พวกเจ้าตัวจิ๋ว ชื่อเสี่ยวเฮย กับ เสี่ยวไป๋นี่เอง …ก็ว่าแล้วเชียว ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ถูกใจชื่อที่ข้าตั้งให้" น้ำเสียงไพเราะเจื้อยแจ้วดังขึ้นทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกสดชื่นไม่น้อย
ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนก็นึกขึ้นมาได้ ว่าตั้งแต่ที่เขาเห็นเจ้าตัวน้อยทั้ง 2 เขาก็มัวแต่สนใจพวกมัน จนลืมเด็กสาวตัวน้อยท่าทางร่าเริงในชุดสีเหลืองสดใสไปซะสนิท! …
ต้วนหลิงเทียนหันกลับมาสำรวจเด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าเขาอีกครั้ง
ดวงตากลมโตของเด็กสาวเองก็กำลังจับจ้องมาที่เขา ในแววตาของนางแฝงความซุกซนเอาไว้ไม่น้อย ซ้ำในความซุกซนยังแฝงความดื้อรั้นเอาไว้จางๆ
ผิวของเด็กสาวตัวน้อยก็ขาวกระจ่างราวกับหิมะแลบริสุทธิ์สดใสไร้มลทิน พวงแก้มเจือสีชมพูระเรื่อคล้ายดอกกุหลาบมองแล้วน่ารักน่าเอ็นดู เสน่ห์ของนางนับว่ามีไม่น้อย แต่มันเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้คนมองนางแล้วบังเกิดความเอ็นดูและอยากปกป้องดูแล
ทั่วร่างของนายเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาสดใสร่าเริง ซ้ำร่างของนางยังส่งกลิ่นหอมจางๆ กลิ่นหอมจางๆนี้น่าจะมาจากเครื่องหอมล้ำค่าที่นางพกมา กลิ่นของมันนับว่าเป็นเอกลักษณ์นัก บ่งบอกว่าผู้ที่สร้างมันย่อมมิใช่คนธรรมดาสามัญ
นางนับว่าเป็นสตรีตัวน้อยที่มีอายุ 15 -16 ปี ที่แลดูสดใสร่าเริงน่าเอ็นดูซ้ำยังบริสุทธิ์ราวกับดอกบัว นำพาให้ผู้ที่อยู่ใกล้รู้สึกสดชื่นเบิกบานไม่น้อย
และด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้ เกรงว่าอีกเพียงไม่กี่ปี นางต้องกลับกลายเป็นหญิงงามล่มเมืองอย่างแน่นอน …
"น้องสาวตัวน้อย แล้วเจ้าเป็นใครมาจากที่ไหนหรือ บอกพี่ชายได้หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะละสายตาออกมาจากการจับจ้องสำรวจเด็กสาวเบื้องหน้า แล้วกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เขาค่อนข้างมั่นใจอย่างมากว่า หากอสรพิษน้อยทั้ง 2 ไว้ใจนางจนพานางมาถึงที่นี่ได้ นางย่อมไม่ใช่คนไม่ดีอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ด้วยพลังวิญญาณของเขาที่เหนือกว่าคนปกติไปถึงระดับชั้นใหญ่ๆ ก็บอกได้ชัดเจนว่านางเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยธรรมดา ไม่มีระดับบ่มเพาะอะไรด้วยซ้ำ…เขาไม่อาจสัมผัสถึงพลังงานต้นกำเนิดจากร่างของนางได้
นั่นหมายความว่าที่เด็กสาวคนนี้มาปรากฏตัวที่นี่ได้ เป็นเพราะเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 พามาอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่า เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 จะพานางมาทำไมก็เถิด
เด็กสาวตัวน้อยในชุดสีเหลืองสดใสเผยรอยยิ้มไร้เดียงสา เต็มไปด้วยเสน่ห์หลังจากที่ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน นางกระพริบตาปริบๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยท่าทางร่าเริง ดวงตาของนางกลมโตกระจ่างราวหยาดน้ำค้างในฤดูใบไม้ผลิ ซ้ำยังทอประกายสดใสราวกับแสงอัสดงแรกฤดูเช่นกัน “พี่ใหญ่ ข้าเรียกว่า หานเฉวี่ยไน่”
"หานเฉวี่ยไน่?" ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมาบางๆ "เป็นชื่อที่ดี"
"ฮิฮิ" เด็กสาวตัวน้อยหัวเราะคิกคักอย่างร่าเริงเมื่อได้ยินคำชมของต้วนหลิงเทียน นางมองไปยังอสรพิษน้อยบนมือต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยแววตาสงสัย "พี่ใหญ่ เจ้าตัวจิ๋ว 2 ตัวนี้ติดตามท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ?"
เมื่อได้ยินเด็กสาวกล่าวถาม ต้วนหลิงเทียนเผยประกายอบอุ่นอ่อนโยนออกมา ก่อนที่จะกล่าวตอบ "ข้าเลี้ยงพวกมันมาตั้งแต่เกิด…นับไปก็ 4 ปีกว่าแล้ว … "
สายตาของต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนเป็นเลื่อนลอย ราวกับเขากำลังมองย้อนไปในวันวาน … ครั้งยังอยู่ที่เมืองออโรร่า
เจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 ตัวเกิดที่นั่น
"อว๋า ข้าก็ว่าแล้วเชียว เช่นนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพวกมันถึงไม่เต็มใจจากพี่ใหญ่ไปกับข้า " เด็กสาวกล่าวบ่นพึมพำเสียงเบา
"หืม? สาวน้อยเจ้าว่าอะไรนะ" ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเหม่อลอยเหมือนจะได้ยินเสียงเด็กสาวกล่าวคำ แต่เขาได้ยินไม่ชัด จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
"ไม่มีอะไรหรอกพี่ใหญ่" เด็กสาวส่ายหัวน้อยๆ ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้หัวเราะออกมา แต่ใบหน้าที่งดงามของนาง ก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มร่าเริงแจ่มใส ทำให้ยากนักที่ใครจะไม่ชอบ
‘แล้วนี่เจ้าตัวแสบทั้ง 2 ไปพาสาวน้อยคนนี้มาจากไหนกันนะ?’ ต้วนหลิงเทียนหันไปจ้องหน้าเด็กสาวด้วยความกังวลเล็กน้อย ขณะที่คิดในใจ
"พี่ใหญ่ ทานมองอะไรอยู่หรือ?" เด็กสาวกระพริบตาที่กร่างจ่างใสราวกับทะเลสาบ กล่าวถามเจื้อยแจ้วออกมาด้วยใบหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
"ไม่มีอะไรหรอก" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวเล็กน้อยก่อนที่จะละสายตา ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเด็กสาวทำให้ใจของเขารู้สึกสงบเหมือนสายน้ำยามมอง ยากนักที่ใจเขาจะสงสัยอะไรนางได้ เขาเพียงยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอีกครั้ง "น้องสาวตัวน้อย แล้วบ้านเจ้าอยู่ที่ใดหรือ? ให้พี่ใหญ่พาเจ้ากลับไปส่งบ้านดีหรือไม่"
"ข้าไม่ได้เรียกว่า น้องสาวตัวน้อยนะ ข้าชื่อเฉวี่ยไน่ หานเฉวี่ยไน่!" สาวน้อยเบ้ปากน้อยๆของนางอย่างน่าเอ็นดู นางโกรธแล้ว! แต่น่าเสียดายที่ท่าทางตอนนางโกรธนั้นไม่ได้น่ากลัวแม้แต่น้อย กลับกันมันช่างแลดูน่าเอ็นดูทะนุถนอมนัก!
"เอาล่ะๆ เฉวี่ยไน่ อย่าได้โกรธพี่ใหญ่แล้ว" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวแล้วยิ้ม เขาไม่ถือสาอะไรเด็กสาวตัวน้อย และค่อยๆกล่าวถามออกมาอย่างอดทน "เฉวี่ยไน่ บ้านของเจ้าอยู่ที่ไหนหรือ?"
"บ้านข้าเหรอ?" เฉวี่ยไน่พยายามทำท่าราวกับผู้ใหญ่ และเริ่มครุ่นคิดเมื่อได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของนาง และตอนนี้เองเขาก็มองไปยังอสรพิษน้อยทั้ง 2 ด้วยสายตาสงสัยราวกับจะกล่าวถามว่า เจ้าตัวแสบ พวกเจ้าไปลักพาตัวนางมาจากที่ไหนกัน?
ในที่สุดเฉวี่ยไน่ก็รู้สึกตัวหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน และนางเริ่มกล่าวตอบออกมาอย่างช้าๆ ภายใต้การจ้องมองอย่างใจจดจ่อของต้วนหลิงเทียน “พี่ใหญ่ บ้านข้าอยู่ไกลมาก ไกลมากกกกกก เลย”
ใบหน้าต้วนหลิงเทียนค้างไปทันที
ไกลมาก?
นี่มันต่างจากไม่บอกตรงไหนกัน?!
"เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ มานี่" ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนจะกล่าวถามต่อไป เฉวี่ยไน่ก็ยกมือขึ้นมาทั้ง 2 ข้างพร้อมกล่าวเรียก และพริบตานั้น อสรพิษน้อยทั้ง 2 ในมือของเขาก็พุ่งร่างไวดั่งแสง ไปพันที่ข้อมือของนางแล้วเริ่มนำหัวถูไถฝ่ามือของนาง
ภาพตรงหน้าทำให้ต้วนหลิงเทียนจำต้องตกตะลึง มองค้าง
ในหมู่สาวน้อยทั้ง 2 ของเขา มีเพียงเค่อเอ๋อเท่านั้น ที่สามารถทำให้เจ้าสองตัวน้อยนี่ ทำท่าทางเช่นนี้ได้
แม้แต่ลี่เฟยที่อยู่กับพวกมันมาหลายปียังไม่อาจทำให้พวกมันเป็นเช่นนี้ได้เลย
สาวน้อยชุดสีเหลืองคนนี้เป็นใครกันแน่?
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกว่าเขาอาจจะประเมินสาวน้อยคนนี้ผิดไปตั้งแต่แรก
“ฮิฮิ ที่แท้เจ้าสองตัวชื่อ เสี่ยวเฮย กับเสี่ยวไป๋นี่เอง” เฉวี่ยไน่ใช้มือที่ขาวดังหยกของนางลูบไล้ไปยังหัวน้อยๆ ของเจ้าอสรพิษทั้ง 2 พร้อมหัวเราะคิกคักออกมา หลังจากนั้นนางก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนแล้วกล่าวถามออกมา “พี่ใหญ่ ตอนข้าเรียกเสี่ยวไป๋ว่าเสี่ยว หยิน(เงิน) มันส่ายหัวออกมาอย่างไม่เต็มใจ… แต่พอข้าเรียกเจ้าเสี่ยวเฮยว่าเสี่ยวจิน(ทอง) ทำไมมันถึงแลดูต่อต้านซ้ำยังข่มขู่ข้าเล่า เจ้าเสี่ยวไป๋เองก็เช่นกัน พอได้ยินข้าเรียกเสี่ยวเฮยว่าเสี่ยวจินมันก็…”
"ฟ่อ ฟ่อ ~" เฉวี่ยไน่ยังกล่าวไม่ทันจบ อสรพิษน้อยที่อยู่ที่แขนของนาง ส่ายหัวอย่างไม่พอใจซ้ำยังส่งเสียงประท้วงออกมา
"พี่ใหญ่ท่านดูซี่ มันดุร้ายอีกแล้ว" เฉวี่ยไน่ส่ายหัวแล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
"เสี่ยวจิน?" ต้วนหลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฉวี่ยไน่
แน่นอนว่าเขาย่อมรู้เหตุผลดี
เสี่ยวจินเป็นชื่อของหนูสวรรค์นัยน์ตาหยก ที่อยู่กับเค่อเอ๋อ
และมันก็ไม่ถูกกันกับเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 นี่ กล่าวได้ว่าเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 โดนเสี่ยวจินรังแกมา พวกมันจึงมองเสี่ยวจินเป็นอริของพวกมัน ทำให้มันค่อนข้างอ่อนไหวกับชื่อนี้
ไปเรียกชื่อมันเช่นนั้น มันจะไม่พอใจและทำท่าต่อต้านก็ไม่นับว่าแปลกอะไร…
"เอาล่ะ เฉวี่ยไน่บ้านเจ้าอยู่ที่ใดกัน? บอกพี่ใหญ่มาเถิด พี่ใหญ่จะพาเจ้ากลับบ้าน" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังเฉวี่ยไน่พร้อมกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
เขานึกขึ้นได้ว่าป่านนี้ครอบครัวนางคงเป็นห่วงนางย่ำแย่แล้ว เพราะนางน่าจะออกจากบ้านมานานแล้ว
"ฮิฮิ พี่ใหญ่ ข้าบอกแล้วว่าบ้านข้าอยู่ไกลมาก มากมากกกก… ข้าออกมากับชิงหนู" เฉวี่ยไน่ขยับปากน้อยๆกล่าวคำออกมาอย่างน่ารัก
"ชิงหนู?" แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมรู้ว่าว่าชิงหนูที่นางกล่าว เป็นผู้รับใช้ที่คอยติดตามเฝ้าดูแลนาง
เพราะตั้งแต่แรกเขาก็สามารถบอกได้ว่าเฉวี่ยไน่นี้ หาใช่เด็กสาวที่มีฐานะธรรมดาอย่างแน่นอน ด้วยรูปร่างหน้าตา เครื่องแต่งกาย และถุงหอมอันเป็นเอกลักษณ์นั่น "เฉวี่ยไน่ แล้วตอนนี้ชิงหนูของเจ้าอยู่ที่ไหนหรือ พี่ใหญ่พาเจ้าไปหานางดีหรือไม่ ป่านนี้นางคงกังวลและเป็นห่วงเจ้ามากแล้ว"
"พี่ใหญ่ ชิงหนูรู้ว่าข้ามาหาท่านพร้อมกับเสี่ยวเฮยและเสี่ยวไป๋… ชิงหนูเองก็อยากมาด้วย แต่พอดีนางมีเรื่องด่วนต้องไปกระทำเดี๋ยวนั้น ข้าจึงมากับเสี่ยวเฮยและเสี่ยวไป๋เองคนเดียว " เฉวี่ยไน่กระพริบตาอย่างซุกซน พร้อมกล่าวออกมาช้าๆ
"มาหาข้าหรือ?" ใบหน้าต้วนหลิงเทียนชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าว
"ใช่แล้ว ข้าตั้งใจมาหาท่านพี่ใหญ่" เฉวี่ยไน่พยักหน้าออกมา "ชิงหนู ต้องการพาเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวไป๋ไปกับพวกข้า แล้วนางก็บอกว่าเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวไป๋เองก็อยากไปด้วยเหมือนกัน …แต่พวกมันกล่าวบอกชิงหนูว่าต้องถามความเห็นท่านก่อน ดังนั้นข้าจึงให้พวกมันพามาหาท่าน "
ใบหน้าของต้วนหลิงเทียนบิดเบี้ยวตั้งแต่เฉวี่ยไน่ยังกล่าวไม่ทันจบประโยค …
ต้องการพาเจ้า 2 ตัวน้อยไปจากเขา?
"ไม่! เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 ของข้าย่อมไม่มีทางอยากไปกับพวกเจ้าแน่" คำกล่าวของต้วนหลิงเทียนนั้นค่อนข้างชัดเจนและเด็ดขาด โดยไม่คิดพูดซ้ำ
ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่มีทางเชื่อในเรื่องที่เฉวี่ยไน่บอกอย่างเด็ดขาด! มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่เจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 อยากติดตามพวกนางไป!!
ล้อกันเล่นหรือไร!
เขาเฝ้าดูแลเจ้าอสรพิษน้อยทั้ง 2 ตั้งแต่ฟักออกจากไข่! และเลี้ยงมันมาตั้งแต่วันนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 จะเลือกจากเขาไป!