สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 314 : เด็กสาวตัวน้อยในชุดสีเหลืองสดใส
บทที่ 314 : เด็กสาวตัวน้อยในชุดสีเหลืองสดใส
10 ลมหายใจนั้น ไม่นานก็ผ่านพ้นหมดไปอย่างรวดเร็ว!
ทว่า หามีแม้แต่ผู้เดียวที่หาญกล้า ก้าวออกมาประลองกับต้วนหลิงเทียน …!
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าขอกล่าวอย่างเป็นทางการว่า ผู้ชนะเลิศการประลองศิษย์สายนอกอย่างเป็นเอกฉันท์โดยมิมีผู้ใดโต้แย้ง ได้แก่ต้วนหลิงเทียน" น้ำเสียงของ เจิ้งฝานปรมาจารย์ขุนเข่าไท่หยาง กล่าวออกมาอย่างสงบ
ต้วนหลิงเทียนเป็นผู้ชนะเลิศการประลองศิษย์สายนอกในวันนี้!
"ต้วนหลิงเทียน!"
"ต้วนหลิงเทียน!"
"ต้วนหลิงเทียน!"
…
หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ ไม่นานเสียงกู่ร้องเรียกชื่อต้วนหลิงเทียน ก็ดังกระหึ่มกึกก้องขึ้นมา คึกคักนัก!
เหล่าศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่ 7 ดาวทั้งหลายล้วนมีใบหน้าแดงก่ำยามตะโกนชื่อของต้วนหลิงเทียนออกมา!
พวกมันรู้ดีว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้วนหลิงเทียนคนนี้จะเป็นตำนานที่จะคงอยู่ไปชั่วกาลนานในหมู่ศิษย์สายนอก
ศิษย์สายนอกอันดับที่ 1 ที่มีอายุ 20!
ในประวัติศาสตร์นับพันกว่าปีของนิกายกระบี่ 7 ดาว ไม่เคยมีเรื่องราวอภินิหารเช่นนี้มาก่อน!
ต้วนหลิงเทียนยังคงยืนตระหง่านสงบนิ่งดั่งขุนเขาไท่ซาน สีหน้าเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงสักนิด แม้จะมีสายตาของคนมหาศาลจับจ้องมองมาพร้อมกู่ร้องตะโกนชื่อเขา….
"ไอหนูนี่มัน!" เจิ้งฝานที่ให้ความสนใจต้วนหลิงเทียนตั้งแต่แรก เมื่อมองต้วนหลิงเทียนใหม่อีกครั้งตอนนี้ก็อดไม่ได้ ที่จะรู้สึกว่า ร่างของต้วนหลิงเทียนแลดูดั่งขุนเขาสูงตระหง่าน!
"ต้วนหลิงเทียน!" ทันใดนั้นเจิ้งฝานก็เอ่ยชื่อต้วนหลิงเทียนด้วยเสียงดังลั่น ระงับเสียงเซ็งแซ่ของเหล่าศิษย์ชะงักงัน
ภายใต้การจับจ้องของสายตาหลายพันหมื่นคู่ของศิษย์สายนอก เจิ้งฟานยกมือขึ้นก่อนทีจะสะบัดเล็กน้อย บังเกิดประกายสายหนึ่งพุ่งออกไป
หมับ!
ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยินเสียงเรียกก็หันมาทันที และเมื่อเห็นว่าเจิ้งฝานซัดปาอะไรมาบางอย่าง เขาก็ยื่นมือไปคว้าเอาไว้ทันทีโดยไม่ได้ดู
เมื่อแบมือออกมาก็พบว่า มันเป็นแหวนมิติวงหนึ่ง
ตอนนี้เองเจิ้งฝานก็กล่าวต่อออกมาว่า "รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการประลองศิษย์สายนอกในวันนี้อยู่ในแหวนวงนั้น … นอกเหนือจากของรางวัลตามปกติแล้ว ยังมีผลกำเนิดลี้ลับเพิ่มเข้าไปอีกด้วย "
ผลกำเนิดลี้ลับ!
แม้ว่าก่อนการแข่งขั้นเหล่าศิษย์สายนอกทั้งหลายจะได้ยินมาแล้วว่า ของรางวัลผู้ชนะเลิศการประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้จะมีผลกำเนิดลี้ลับเพิ่มเข้ามา
แต่เมื่อถึงเวลาที่ได้เห็นว่าผลกำเนิดลี้ลับถูกมอบให้แก่ผู้ชนะจริงๆ ทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะอิจฉา!
สายตาของทุกผู้คนมองไปยังแหวนมิติของต้วนหลิงเทียนด้วยเพลิงปรารถนาอันร้อนรุ่ม
แหวนวงนั้นมีผลกำเนิดลี้ลับอยู่!
"ขอบคุณปรมาจารย์ขุนเขา" ต้วนหลิงเทียนหันกลับไปกล่าวกับเจิ้งฝานพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะเก็บแหวนมิติไป เขาคิดที่จะกลับไปเปิดดูเมื่อถึงที่พักแล้ว
แล้วต้วนหลิงเทียนก็เคลื่อนร่างกระพริบมายืนข้างลี่เฟย
"ตัวเลวร้าย" รอยยิ้มยินดีเผยออกมาจากใบหน้างดงาม ขับเน้นให้งามล้ำขึ้นไปอีกขีดขั้น ตอนนี้ลี่เฟยรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ต้วนหลิงเทียนชนะเลิศ
นี่เป็นบุรุษของนาง บุรุษของลี่เฟย!
ต้วนหลิงเทียนมองไปยังลี่เฟยที่กำลังแย้มยิ้มด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับสายน้ำ … เมื่อเห็นสีหน้าแววตาตอนนี้แล้ว อดไม่ได้ที่ผู้คนต้องประหลาดใจ มันช่างแตกต่างจากสีหน้าตอนปะทะกับฉีฮ่าวลิบลับ
"จุ๊ๆ ไฮย่า …ต้วนหลิงเทียนกับศิษย์ขุนเขาเหยากวงนางนั้น ช่างสมกันราวสวรรค์สร้าง!"
"มิผิด มีเพียงบุรุษอัจฉริยะอย่างต้วนหลิงเทียนเท่านั้น ที่คู่ควรกับเทพธิดาเช่นนาง"
"ช่างทำให้ผู้อื่นอิจฉาแทบตายแล้ว"
"เห็นแล้วข้าอยากกลับไปทุบตีอีเพิ้งที่บ้านให้ตายนัก"
…
เหล่าศิษย์สายนอกทั้งหมดทำได้เพียงถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์
"ฮึ่ม!"สีหน้าของหูเฉวี่ยฟงยิ่งมายิ่งบิดเบี้ยว
เมื่อครู่นี้ยามเห็นต้วนหลิงเทียนได้รับแหวนมิติบรรจุผลกำเนิดลี้ลับ เพลิงริษยาในใจมันก็ลุกโชนขึ้นมา สำหรับมันแล้วผลกำเนิดลี้ลับนี้ สมควรเป็นของมันที่สุด!
แต่ต้วนหลิงเทียน อยู่ๆก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ แย่งผลกำเนิดลี้ลับของมันไป!
แล้วยังตอนนี้ ต้วนหลิงเทียนยังได้กล่าววาจาซ้ำยังหยอกล้อกับสตรีงดงามที่มันหมายตาปรารถนาอีก! ทำให้เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นมาอย่างร้อนแรงอีกกอง!
"ต้วนหลิงเทียน!" เสียงกล่าวเล็ดรอดไรฟันดังขึ้น ตอนนี้หูเฉวี่ยฟงชิงชังต้วนหลิงเทียนเข้ากระดูกดำ !
ต้วนหลิงเทียนย่อมสัมผัสได้ถึงสายตาของหูเฉวี่ยฟง แต่เขาคร้านจะแยแสอะไรมัน
ทว่าเขากลับหันไปมองจ้าวหลิน!
ตอนนี้จ้าวหลินกำลังถลึงตามองมาที่เขาด้วยอำมหิต มันมองเขาอยู่นานก่อนที่จะเดินออกจากเวทีประลองขุนเขาไท่หยาง
ต้วนหลิงเทียนรู้ว่า มันมองเขาเพราะอะไร ในอนาคตเพื่อแย่งชิงวิชาบ่มเพาะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกที่เขาแต่งขึ้นมา จ้าวหลินคงกระทำทุกทางเท่าที่มันจะทำได้เพื่อแย่งชิงอย่างแน่นอน
"จ้าวหลิน!" เพลิงโทสะอันเกรี้ยวกราดในใจต้วนหลิงเทียนก็ปะทุขึ้นมาเช่นกัน ต้วนหลิงเทียนรำคาญที่จ้าวหลินไม่ยอมเลิกราเสียที
ตอนนี้เองนอกจากต้วนหลิงเทียนแล้ว ศิษย์สายนอกที่เหลืออีก 9 คน ก็ทำการประลองตัดสินกัน
แม้ว่าตำแหน่งผู้ชนะเลิศจะเป็นของต้วนหลิงเทียนแล้ว แต่ตำแหน่งอื่นๆยังไม่ได้ตัดสิน ทั้ง 9 คนยังต้องประลองตัดสินกันเอง เพื่อให้ได้ของรางวัลดีๆ
ในบรรดาศิษย์สายนอกทั้ง 9 คนนั้น สั่วฉิง,เหอตงและหูเฉวี่ยฟง เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด เมื่อทั้ง 3 ต้องประลองกับศิษย์สายนอกอีก 6 คนที่เหลือ ก็แทบจะเป็นการลงมืออยู่ฝ่ายเดียว …
ต้วนหลิงเทียนมองแล้วก็เห็นได้ชัดเจน ถึงสาเหตุที่ทั้ง 3 เหนือกว่าคนอื่นๆ นี่เพราะระดับวิชายุทธ์ของทั้ง 3 โดดเด่นเหนือชั้นกว่าศิษย์คนอื่นๆมากมายนัก
วิชากระบี่ของสั่วฉิงนั้นไร้รูปแบบ ผันแปรไปตามสภาวะคู่ต่อสู้ เปลี่ยนแปลงได้ไม่รู้จบ ซ้ำยังอ่อนช้อยงดงามแลดูราวกับเริงระบำ
วิชากระบี่ของเหอตง หนักแน่นและอันตรายมุ่งเน้นจู่โจมไปที่จุดตาย ทว่ายามออกกระบี่กลับไร้ซึ่งจิตสังหารเล็ดรอดมาแม้แต่เพียงนิด ทำให้ผู้ที่รับมือไม่อาจสัมผัสจับทางได้
ส่วนวิชากระบี่ของหูเฉวี่ยฟงนั้นมีทั้งหมด 13 กระบวนท่า ทุกๆการตวัดกระบี่พลังทำลายจะเพิ่มพูนเหนือกว่ากระบี่ที่ผ่านมา ซ้ำยังถาโถมดั่งระลอกคลื่น ยากรับมือ
สุดท้าย
หูเฉวี่ยฟงอาศัยความช่วยเหลือจากผลการเพิ่มพูนพลังจากกระบี่วิญญาณระดับ 7 ที่สูงถึง 29% จนมีความแข็งแกร่งยามจู่โจมออกถึง 129 ช้างแมมมอธโบราณ เอาชนะสั่วฉิงและเหอตงไป ได้อันดับที่ 2 ในการประลองครั้งนี้
ที่ 2 รองจากต้วนหลิงเทียน!
ส่วนที่ 3 นั้นเป็นของเหอตง
ที่ 4 คือสั่วฉิง
หลังจากนั้นไม่นาน เจิ้งฝานก็เริ่มมอบของรางวัลตามลำดับ และกล่าวกับศิษย์ทั้ง 9 ด้วยเสียงดังฟังชัด"การประลองศิษย์สายนอกวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับผู้ที่มิได้รับรางวัลใดๆ ก็อย่าได้ท้อแท้ ปีหน้าพวกเจ้ายังมีโอกาส"
จะอย่างไรการประลองศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่ 7 ก็จัดขึ้นปีละครั้งไม่เคยเปลี่ยนอยู่แล้ว
"ต้วนหลิงเทียน ตั้งใจให้ดีและเป็นศิษย์สายในให้ได้ในเร็ววัน … ข้าหวังกับเจ้าไว้มาก"เจิ้งฝานมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มพร้อมกล่าวออกมาอย่างอบอุ่น
ทีท่านี้ของเจิ้งฝานทำให้เหล่าผู้อาวุโสของขุนเขาไท่หยางถึงกับตกตะลึง
ในฐานะผู้อาวุโส แน่นอนพวกมันย่อมรู้อารมณ์ของปรมาจารย์ขุนเขาไท่หยางคนนี้ดี กระทั่งยามที่เขาเผชิญหน้ากับศิษย์สายในที่โดดเด่นยังมิได้มีทีท่าโอนอ่อนเช่นนี้
"ข้าจะตั้งใจ" ต้วนหลิงเทียนเพียงพยักหน้ารับพร้อมยิ้มบางๆ เขาจูงมือลี่เฟย ภายใต้สายตาอิจฉาของเหล่าศิษย์บุรุษทุกคน ก่อนที่จะเดินไปหาสั่วฉิงและเดินออกจากเวทีประลองไท่หยาง
พวกเขาเดินไปตามกระแสผู้คนจำนวนมาก จนถึงลานหินของขุนเขาไท่หยาง หลังจากนั้นก็ข้ามสะพานโซ่มุ่งหน้าไปยังขุนเขาเทียนชู
ต้วนหลิงเทียนเดินไปส่งลี่เฟยถึงที่พักของนางท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คน ในที่สุดก็ถึงบ้านพักลี่เฟย เขาจำต้องแยกจากนางอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร
"ผลกำเนิดลี้ลับ … เมื่อข้ากินผลกำเนิดลี้ลับนี้ลงไป ข้าจะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทันที ความแข็งแกร่งของข้าก็จะเท่าเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 กระทั่งเหนือกว่านิดหน่อย และยังมีพลังงานสั่นสะเทือนที่จะก้าวหน้าเพิ่มพูนไปอีก" ระหว่างเดินกลับจากขุนเขาเหยากวงมายังขุนเขาเทียนเฉวียน อารมณ์ของต้วนหลิงเทียนก็ฮึกเหิมขึ้นไม่น้อย
"และที่สำคัญที่สุด!! … เมื่อข้าตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 พลังงานต้นกำเนิดของข้าก็แข็งแกร่งพอที่จะยกระดับพัฒนาเปลวเพลิงหลอมโอสถและศาสตรา แล้วข้าก็จะกลายเป็นผู้หลอมโอสถและศาสตรา ระดับ 7!" ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนแทบอยากบินไปให้ถึงในถ้ำในบัดดล ไม่นานเขาก็ข้ามสะพานโซ่จากเขาเทียนชูกลับไปยังขุนเขาเทียนเฉวียน
"ศิษย์พี่ ต้วนหลิงเทียน!"
"ศิษย์พี่ ต้วนหลิงเทียน!"
…
ต้วนหลิงเทียนพึ่งก้าวลงลานหินหัวสะพานของขุนเขาเทียนเฉวียน ก็ต้องตกตะลึงไม่น้อย เพราะตอนนี้เขาได้รับการต้อนรับจากศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนอย่างสุภาพ
ในแง่ของอายุแล้วเหล่าศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนนั้นมากกว่าเขาทุกคน!
แต่ตอนนี้ทั้งหมดกลับเรียกต้วนหลิงเทียนว่าศิษย์พี่อย่างไม่ตะขิดตะขวงเลยสักนิด
"ในโลกที่ถือความแข็งแกร่งเป็นที่สุดเช่นนี้… ความแข็งแกร่งของคนๆหนึ่งนับเป็นรากฐานของอำนาจทุกสิ่ง ในตอนที่ข้ามาถึงขุนเขาเทียนเฉวียนหลังจากได้เข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาววันแรก ไม่มีใครรู้จักและคิดจะสนใจข้าสักคน แต่พอข้าได้ตำแหน่งชนะเลิศพวกนี้ถึงกับมารอต้อนรับข้าติดหนึบยังกับหนังหุ้มกระดูก" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างสะทกสะท้อน
นี่คือโลกที่นับถือเพียงผู้แข็งแกร่ง หากใครอยากได้รับความยอมรับจำเป็นต้องแข็งแกร่งเหนือผู้อื่น
หาไม่แล้วก็เป็นได้เพียงมดปลวกให้ผู้อื่นเหยียบย่ำ หรือหินรองเท้าให้ผู้อื่นก้าวเดินสูงขึ้นไป
ผู้เข้มแข็งนั้นยิ่งใหญ่ดั่งเซียนสวรรค์
ผู้อ่อนแอนั้นไร้ราคาดั่งเศษหญ้า!
ต้วนหลิงเทียนยิ้มให้เหล่าศิษย์ที่มารอต้อนรับเล็กน้อยหลังจากนั้นก็เดินจากไป
ในขณะที่เขาเดินจากมา ในใจบังเกิดความประหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย
"ไม่พ้นไอจ้าวหลินนั่น ต้องกำลังแอบสะกดรอยตามข้ามาแน่นอน … แต่คิดติดตามข้า ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!"ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อคิดถึงสายตาบ้าคลั่งของมันก่อนหน้านี้ก็อดรำคาญในใจขึ้นมาไม่ได้ ต้วนหลิงเทียนเริ่มเดินเข้าไปในฝูงชนทันที
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงต้วนหลิงเทียนก็ปรากฏร่างตรงทางขึ้นยอดเขาสายหนึ่ง
หลังจากเดินวนเป็นวงหลายตลบ ตอนนี้เขาไม่กลัวว่าจะมีใครตามมาแล้ว รีบมุ่งหน้าขึ้นเขาไปด้วยความเร็วทันที "เอาล่ะคราวนี้ข้าจะได้รีบกลับไปกินผลกำเนิดลี้ลับซะที จะได้ทะลวงไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ในทีเดียว!"
ระหว่างที่เดินขึ้นเขา ใจต้วนหลิงเทียนก็เริงร่าคิดนู่นนี่นั่นอย่างสนุกสนาน
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเดินขึ้นเขาไปนั้น …ในทางลงเขาสายหนึ่งปรากฏร่างจ้าวหลินยืนอยู่ตามเส้นทางเข้าหุบเขาสายหนึ่ง รอบๆไม่มีวี่แววผู้คนแม้แต่คนเดียว
ทันใดนั้นมันฟาดฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานต้นกำเนิด ใส่ศิลาขนาดใหญ่ด้านข้างอย่างแรงจน ศิลาเริ่มป่นกลายเป็นผง!
"บัดซบเอ๊ย! มันหนีไปได้อีกแล้ว!" สีหน้าจ้าวหลินบิดเบี้ยว ด้วยโทสะ ใจอยากกระชากร่างต้วนหลิงเทียนให้ขาด
หลังจากขึ้นมาถึงยอดเขา ต้วนหลิงเทียนก็กระโดดลงผาไปตามปกติ ปล่อยตัวให้ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงทะลุเมฆหมอกจนมาถึงต้นไม้เอียง
ทว่าทันทีที่เขาเริ่มก้าวเดินบนต้นไม้ สีหน้าของเขากลับกลายเป็นเคร่งเครียดจริงจังทันที
เพราะจิตสัมผัสของเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งอย่างชัดเจน ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายลึกลับ 2 ร่างอยู่ในถ้ำ …
กลิ่นอายทั้ง 2 น่าสะพรึงกลัวมาก
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่ากลิ่นอายทั้ง 2 นั้นเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าเริ่มดังขึ้นให้ได้ยิน
ต้วนหลิงเทียนเริ่มเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ สองตาจับจ้องไปยังปากถ้ำตาเขม็ง
และตอนนี้เอง สองตาต้วนหลิงเทียนถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เพราะเขากำลังเห็นร่างของเด็กสาวตัวน้อย ใช้สุดสีเหลืองสดใส กำลังเยื้องย่างออกมาจากถ้ำ
เด็กสาวตัวน้อยนางนี้มีอายุราวๆ 15 – 16 ปีเท่านั้น ใบหน้าของนางอ่อนหวานน่ารัก เรียบเนียนดั่งแกะสลักจากหยกเนื้อดี มุมปากมีรอยยิ้มบางๆฉีกยกขึ้นมาขับเน้นให้แลดูน่ารักน่าเอ็นดู ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสละเอียดลออ ชวนให้ผู้คนหลงใหล
"เจ้าเป็นใครหรือ?" กลิ่นอายเด็กสาวตัวน้อยนางนี้หอมราวกับกล้วยไม้ ยิ่งมองเท่าไรนางก็ยิ่งน่ารัก ล้วนทำให้ผู้คนไม่เต็มใจที่จะละสายตาไปจากนาง