สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 313 : ภาพสุดท้าย
บทที่ 313 : ภาพสุดท้าย
ตอนนี้ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและงดงามของสั่วฉิง ที่ยืนอยู่ใกล้ๆเหอตงนั้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก!
หัวใจของนางเองยังเต้นระรัวขึ้นมาเล็กน้อย!
ศิษย์น้องของนางได้พานพบบุรุษอันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง …
เขาสามารถสังหารฉีฮ่าวได้จริงๆ!
เขาสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง!
"ไม่จริง … เป็นไปไม่ได้ … เป็นไปไม่ได้ … " ผู้อาวุโสสายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียนอย่างจ้าวหลิน เมื่อได้สติจากการตกตะลึง ก็ทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา สองตายังคงมองค้างไปยังร่างไร้วิญญาณของฉีฮ่าวที่นอนทอดกายบนเวทีประลองอย่างเงียบงัน มันไม่เต็มใจจะเชื่อว่าเรื่องราวทั้งหมดนี่ เป็นเรื่องจริง
ต้วนหลิงเทียน ที่มันมั่นใจนักหนาว่าจะต้องตายด้วยน้ำมือฉีฮ่าวแน่ๆ กลับลงมือสังหารฉีฮ่าวแทนเสียอย่างนั้น!
ความไม่ยินยอมและไม่เต็มใจอย่างสุดซึ้งบังเกิดในหัวใจมัน
แม้ว่าตัวมันเองจะไม่ได้แยแสอะไรเรื่องที่ฉีฮ่าวต้องตกตาย …แต่เพราะฉีฮ่าวตกตายลงแล้ว นั่นก็หมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันพยายามทำมาทั้งหมด กลับกลายเป็นสูญเปล่า!
ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง!
"ต้วนหลิงเทียน นับว่าข้ายังดูเจ้าต่ำไป" หลังจากนั้นไม่นานจ้าวหลินก็สงบลงหายใจลงได้ มันมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย็นชา
ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนเหนือชั้นกว่าที่มันคาดคิดเอาไว้!
"ไม่! …ข้ามิได้ประเมินเจ้าต่ำไป! แต่เป็นข้าประเมินวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกต่ำไป!!" ตอนนี้ในใจของจ้าวหลินนั้นยิ่งมายิ่งโหยหาวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก ความรู้สึกปรารถนาในใจของมันกู่ไม่กลับแล้ว
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่บนเวทีประลองย่อยที่ 1 พลันจับสัมผัสบางอย่างได้ และเมื่อหันไปดู ก็พบว่าเป็นจ้าวหลินที่กำลังจ้องมาตาเขม็ง …
ความปรารถนาอย่างโหยหาคลั่งไคล้ในสายตาของจ้าวหลิน ทำให้ใจของต้วนหลิงเทียนสั่นเล็กน้อย
ใบหน้าของเขาลดต่ำลง
จ้าวหลินบัดซบนี่ ดูท่ายังไม่คิดเลิกรา …
ต้วนหลิงเทียนทำได้เพียงระบายลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนที่จะเคลื่อนร่างออกจากเวทีประลองย่อยที่ 1 ด้วยวิชาท่าร่างวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกาย
ตอนนี้เองเหล่าศิษย์ทั่วเวทีประลองไท่หยางเองก็เริ่มฟื้นคืนสติจากอาการตกตะลึง
"สวรรค์ ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียน ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก"
"ศิษย์สายนอกอันดับ 1 ของนิกายกระบี่ 7 ดาวเรา ถูกเขาฆ่าตายง่ายดายนัก!!"
"สังหารฉีฮ่าวได้แล้วเช่นนี้ ต่อไปต้วนหลิงเทียนก็กลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 แทนแล้ว"
"หากต้วนหลิงเทียนได้ตำแหน่งชนะเลิศของการประลองศิษย์สายนอกนี้ได้ เขาก็นับว่าเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 อย่างแท้จริง!"
"ข้าว่าเขาต้องทำได้!"
…
ทุกสายตาของผู้คนจับจ้องไปยังร่างของต้วนหลิงเทียน
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เคลื่อนร่างกลับมาถึงเวทีประลองหลัก และกลับมายืนที่เดิม
"มิเลวเลย" เจิ้งฝานมองไปที่ต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะยิ้มให้เขาบางๆ
ต้วนหลิงเทียนเองก็ส่งยิ้มกลับไปเช่นกัน
"ต้วนหลิงเทียน เจ้ามอง ดาบสังหารของวิชาดาบ 9 ชุด 9 กระบวน ของฉีฮ่าวออกได้อย่างไร?" เหอตงก้าวสั้นๆมายืนข้างต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
สั่วฉิงเองก็หันมามองต้วนหลิงเทียนด้วยความอยากรู้เช่นกัน
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ ก่อนที่จะกล่าวตอบไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "เรื่องนี้ต้องโทษว่าฉีฮ่าวมันโชคร้ายนัก… วิชาดาบของมันอาจจะเลิศล้ำและเป็นเรื่องยากที่ผู้อื่นจะมองออก แต่น่าเสียดายที่ข้าเคยศึกษาเรื่องการจารึกอาคมมาอยู่บ้าง ทำให้ข้าเรียนรู้วิธีใช้พลังวิญญาณในการแผ่จิตสัมผัสออกไปรอบๆ และนั่นทำให้ข้าสามารถมองวิชาดาบสังหารของมันออกได้อย่างง่ายดาย "
ฟืด!
เหอตงถึงกับสูดลมหายใจเขาด้วยความหนาวเหน็บ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความทึ่ง "เจ้ามีระดับบ่มเพาะสูงส่งถึงขั้นนี้ด้วยอายุเพียงเท่านี้…ตอนแรกข้ายังคิดว่าเจ้าจะอุทิศเวลาทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะพลัง แต่นี่เจ้ายังกลับใช้เวลาไปศึกษาศาสต์จารึกอาคมอีกหรือร?"
ผู้ที่บ่มเพาะพลังนั้น สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือการเสียสมาธิ และต้องเสียเวลาไปกับการทำอย่างอื่น
เหมือนดั่งตัวเหอตงเอง มันก็นับได้ว่ามีพรสวรรค์ทางด้านผู้หลอมศาสตราอยู่ไม่น้อย แต่มันก็ไม่คิดที่จะเสียเวลาไปศึกษาฝึกฝนศาสตร์ของผู้หลอมศาสตรา เพราะแรงบันดาลใจและเป้าหมายของมันอยู่ในหนทางแห่งยุทธ์
ดังนั้นมันจึงเลือกเพิกเฉยต่อพรสวรรค์ทางด้านผู้หลอมศาสตราที่นับว่าไม่ธรรมดา ไปทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะพลังยุทธ์อย่างแน่วแน่
"ฮ่าๆ ข้าลองศึกษาเรียนรู้มันอยู่ไม่กี่วันเอง" ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมาบางๆ
ทว่าเหอตงไม่เชื่อคำที่ต้วนหลิงเทียนกล่าว
ถึงขั้นที่ต้วนหลิงเทียนสามารถใช้จิตสัมผัส ตรวจจับดาบสังหารที่แท้จริงของฉีฮ่าวได้! เหอตงมั่นใจว่าความสำเร็จในด้านการจารึกอาคมของต้วนหลิงเทียนต้องมิใช่ชั่ว!
ถึงแม้ว่าสั่วฉิงจะเงียบไม่ได้กล่าวคำใด แต่ในใจนางเต็มไปด้วยระลอกแห่งความตะลึง
ตอนนี้นางอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความชื่นชมต้วนหลิงเทียนจับใจ
ทั้งนางยังรู้สึกชื่นชมศิษย์น้องที่สามารถพบพานบุรุษเช่นนี้ได้
ประกายตาเหอตงเรืองวูบไปด้วยอารมณ์ "ฉีฮ่าวนั้นอาศัยวิชายุทธ์ระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงอย่างวิชาดาบ 9 ชุด 9 กระบวนนี้ ไต่เต้าจนกลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 …เพราะมันมีวิชานี้ จึงทำให้มันเหนือกว่าข้า, สั่วฉิงและหูเฉวี่ยฟง…วันนี้ก็หาใช่เรื่องอยุติธรรมอันใดไม่ ที่มันต้องพ่ายแพ้และตกตายด้วยน้ำมือเจ้าบ้าง"
อันที่จริงแล้ว สิ่งที่เหอตงอยากรู้และคันปากอยากถามต้วนหลิงเทียนมากที่สุดคือ วิธีที่ต้วนหลิงเทียนใช้ในการสังหารฉีฮ่าว…
เท่าที่เขารู้วิธีนี้ของต้วนหลิงเทียน ได้ฉีกทุกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับความแข็งแกร่งที่ตัวเขาได้เรียนรู้มาทั้งหมด
ในอดีตนั้นเขามองว่าขอเพียงมีความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นกว่าย่อมสยบและทำลายอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน!
แต่วันนี้หลังจากที่ได้ประจักษ์ด้วยสองตาว่าต้วนหลิงเทียนสามารถใช้ความแข็งแกร่งเพียง 101 ช้างแมมมอธโบราณ สยบ ฉีฮ่าวที่มีความแข็งแกร่ง 127 ช้างแมมมอธโบราณลงได้ … นั่นทำให้เขาเข้าใจว่าความแข็งแกร่งไม่ใช่ทุกอย่าง!
ในอดีตเขาเป็นเพียงกบที่แหงนมองฟ้าจากก้นบ่อน้ำเท่านั้น…
ถึงกระนั้นเหอตงก็คงคิดไม่ถึงว่า ไม่ใช่แค่มันคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์รอบๆเวทีทุกคน หรือกระทั่งผู้อาวุโส กระทั่งปรมาจารย์ขุนเจิ้งฝานเองก็กำลังคิดเช่นเดียวกันนี้…
และแน่นอนแม้ว่าเหอตงจะอยากรู้กลวิธีที่ต้วนหลิงเทียนใช้มากมายสักเพียงใด แต่มันก็ไม่ได้กล่าวถามออกมา
เพราะมันรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรกระทำ!
วิธีการของต้วนหลิงเทียนนับว่าเหนือล้ำยิงกว่าวิชายุทธ์และความแข็งแกร่งเสียอีก …
วิธีการเลิศล้ำเช่นนี้มันนับได้ว่าเป็นไพ่ตายของผู้ถือครอง!
และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครเปิดเผยไพ่ตายให้คนอื่นล่วงรู้
"ฮึ่ม!" หูเฉวี่ยฟงที่ยืนอยู่ห่างๆนั้นยามนี้สีหน้าของมันเริ่มมืดมนไม่น้อย มันเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าต้วนหลิงเทียนจะสามารถฆ่าฉีฮ่าวได้จริงๆ
นี่เป็นสิ่งที่ตัวมันไม่เคยคิดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย …
เท่าที่มันคิดการที่ต้วนหลิงเทียนเลือกที่จะขึ้นไปปะทะกับฉีฮ่าวนั้น ก็ไม่ต่างจากการที่มันเดินไปเจอทางตัน
ทว่าผลลัพธ์นี้เกิดความคาดหมายไปไกลโข!
ต้วนหลิงเทียนกระทั่งลงมือตอบโต้ได้อย่างเหนือชั้น และสังหารอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย!
ถึงมันจะไม่อยากยอมรับสักเท่าไร แต่มันก็ต้องย้อมรับว่าหากเป็นมันเองคงไม่อาจสังหารฉีฮ่าวได้ง่ายดายเช่นนั้น
"บัดซบ! มันใช้วิธีบัดซบอันใดกันแน่?" หูเฉวี่ยฟงพบว่ายามนี้มันเริ่มบังเกิดความกริ่งเกรงและความหวาดกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียน
นี่ทำให้มันรู้สึกละอายและขายหน้า
มันกำลังหวาดกลัว เด็กน้อยอายุเพียง 20! …
บัดซบ!
"เอาล่ะ ผู้ท้าชิงคนต่อไป!" ไม่นานเจิ้งฝานก็กล่าวออกมาอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ท้าชิงหลังฉีฮ่าวเริ่มเลือกคู่ต่อสู้
การท้าชิงตำแหน่งยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด …
ทว่าไม่มีผู้ท้าชิงแม้แต่คนเดียวที่คิดท้าชิงตำแหน่งกับต้วนหลิงเทียน!
ล้อกันเล่นหรือไร!
ต้วนหลิงเทียนพึ่งทะลวงขั้วหัวใจศิษย์สายนอกอันดับ 1 อย่างฉีฮ่าวจนตายตาไม่หลับมาหมาดๆ แม้ทั้งหมดจะมั่นใจในตัวเอง แต่ก็ยังสำเหนียกตัวเองดีว่ายังไม่ได้แข็งแกร่งมากไปกวาฉีฮ่าว
นอกจากนี้พวกมันยังเห็นได้ชัดและประจักษ์แจ้งแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบกระทั่งเวลากล่าวคำยอมแพ้หรือร้องขอชีวิต ฉีฮ่าวยังไม่มีด้วยซ้ำ ต้วนหลิงเทียนลงมือได้เด็ดขาดและรวดเร็วเกินไป
และเมื่อไหร่ที่พวกมันคิดถึงฉากตวัดกระบี่ทีหลังถึงก่อน พร้อมกระบวนท่าจ้วงแทงอันเรียบง่ายนั้นแต่ว่องไวจนไร้เวลาจะเอ่ยคำยอมแพ้นั่น…พวกมันพลันหนาวขึ้นมาจับขั้วหัวใจ …ยิ่งเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนสามารถยันดาบฉีฮ่าวด้วยกำลังที่ด้อยกว่านั่นอีก
วิธีที่ต้วนหลิงเทียนใช้นั้นมันเลิศล้ำพิสดารเกินไป!
ไม่นานการท้าชิงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องก็สิ้นสุดลง เมื่อผู้ท้าชิงคนที่ 19 ท้าชิงเสร็จสิ้น ศิษย์สายนอกที่ถือครองตำแหน่ง 10 อันดับผู้แข็งแกร่งชั่วคราวก็ได้รับการยืนยัน
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียน,สั่วฉิง,เหอตง,หูเฉวี่ยฟงและอีก 6 คน… ก็กลายเป็นศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุด 10 อันดับแรกอย่างแท้จริง!
"เอาละตอนนี้ ก็ได้ศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุด 10 คนแล้ว…ต่อไปจะเป็นการประลองเพื่อจัดอันดับความแข็งแกร่ง … " เมื่อได้ฟังคำกล่าวนี้ของเจิ้งฝาน ทุกคนก็รู้ว่า การประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้ กำลังจะเข้าสู่ฉากสุดท้ายแล้ว
"เอาล่ะ พวกเจ้าทั้ง 10 ต้องทำการต่อสู้กันเอง…. กล่าวง่ายๆ พวกเจ้าต้องทำการสู้กับอีกทั้ง 9 คนที่เหลือ! จะมีผู้อาวุโสคอยลงทะเบียนและบันทึกการประลองของพวกเจ้า ผู้ที่สามารถชนะรวด 9 ครั้งแน่นอนว่าย่อมเป็นผู้ชนะเลิศ!”
"ผู้ที่ชนะการประลอง 8 ครั้งจะได้รับอันดับที่ 2 ผู้ที่ชนะ 7 ครั้งจะได้รับอันดับที่ 3 และอันดับอื่นๆก็ลดหลั่นกันไปตามจำนวนครั้งที่ชนะ"
เจิ้งฝานมองไปยังต้วนหลิงเทียน ก่อนที่กวาดมองอีก 9 คนที่เหลือ ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง
ต้วนหลิงเทียนเองก็คิดในใจขึ้นมาทันที ‘ใช้วิธีประลองแบบพบกันหมดเช่นนี้…ก็นับว่ายุติธรรมไม่น้อย’
"เอาล่ะต้วนหลิงเทียน เริ่มที่เจ้าเป็นคนแรกแล้วกัน" ทันใดนั้นเองเสียงเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นมา ต้วนหลิงเทียนมองไปก็พบว่าเป็นเจิ้งฝานที่เรียกเขา
ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เขาพยักหน้าและขึ้นไปรอบนเวทีประลองหลัก
"เอาล่ะตอนนี้ในหมู่พวกเจ้า ผู้ใดที่มีความมั่นใจว่าสามารถเอาชนะต้วนหลิงเทียนได้ ก็ขึ้นเวทีประลองไปได้เลย " เจิ้งฝานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พร้อมหันไปมองสั่วฉิง,เหอตง ,หูเฉวี่ยฟงและคนอื่นๆ
แต่ทว่าไม่มีใครคิดขึ้นไปประลอง
ก่อนหน้านี้ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนที่เปิดเผยออกมา กระทั่งสังหารฉีฮ่าวลงได้อย่างง่ายดาย ทำให้ทุกคนหวาดกลัวไม่น้อย และไม่มีใครกล้าที่จะขึ้นไปประลองกับเขา
กระทั่งหูเฉวี่ยฟง…ตอนนี้ยังยืนขาแข็งราวกับมีรากงอกเงย! ไม่กล้าแม้แต่สบตาต้วนหลิงเทียนด้วยซ้ำ!
มันไม่กล้าขึ้นไปต่อสู้!
วิธีของต้วนหลิงเทียนเลิศล้ำพิสดารเกินไป กระทั่งฉีฮ่าวยังตกตายด้วยน้ำมือต้วนหลิงเทียนอย่างง่ายดาย
ถึงแม้ว่ามันจะมั่นใจในตัวเองไม่น้อยและเชื่อมั่นว่าสามารถเอาชนะฉีฮ่าว ได้หากใช้กระบี่ระดับ 7 ที่สามารถเพิ่มพูนพลังได้ 29% …
แต่มันก็ไม่คิดว่าจะเอาชนะฉีฮ่าวได้ง่ายดายเช่นนั้น…
"มิใช่ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟง บอกให้ศิษย์พี่ฉีฮ่าวหลีกทางให้เขาได้ประลองกับต้วนหลิงเทียนหรอกหรือ? ยามนี้เขาก็มีโอกาสอันดีงามแล้ว…ใยยังไม่ขึ้นเวทีไปอีกเล่า?"
"ฮายเจ้าแกล้งโง่หรือไร ตอนแรกศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงนั้นมิได้ล่วงรู้ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียน! พอเขาได้เห็นต้วนหลิงเทียนเผยความแข็งแกร่งน่าสะพรึงจนสังหารศิษย์พี่ฉีฮ่าวได้ง่ายดายเช่นนั้น เขายังจะเหลือความคิดไปสู้กับต้วนหลิงเทียนอีกหรือ?"
"ดูเหมือนศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงก็ทำได้แค่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าเช่นนั้นสินะ"
“ผู้ใดกล่าวว่า ให้อิสตรีปกป้องอะไรแล้วนะ….”
…
เสียงของเหล่าศิษย์สายนอกรอบๆ ดังสะท้านในรูหูของหูเฉวี่ยฟง ทำให้ยามนี้ร่างของมันสั่นระริกราวกับถูกอัสนีบาตฟาดผ่า สีหน้าของมันบิดเบี้ยวอย่างหนัก แลดูมิค่อยจะสู้ดีสักเท่าไร…
"ต้วนหลิงเทียน!" หูเฉวี่ยฟงทำได้เพียงมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยความเคียดแค้นชิงชัง และปรารถนาจะฆ่าให้ตาย!
ต้นเหตุทั้งหมดของเรื่องนี้คือต้วนหลิงเทียน!
มันผลักความผิดทั้งหมดไปลงกับต้วนหลิงเทียน!
แต่ถึงมันอยากฆ่าต้วนหลิงเทียนแค่ไหนมันก็ไม่กล้าขึ้นไปประลองกับต้วนหลิงเทียน … เพราะมันกลัวต้วนหลิงเทียนฆ่ามันมากกว่า…!
ต้วนหลิงเทียนเพียงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเวทีประลองอย่างสงบนิ่งไม่ต่างอะไรจากขุนเขาไท่ซาน ราวกับเขากลายเป็นเทพสงคราม ไร้ผู้หาญกล้าต่อกร
เจิ้งฝานแน่นอนไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ กล่าวสืบต่อออกมาทันที "หากยังมิมีผู้ใดขึ้นไปประลองกับต้วนหลิงเทียนภายใน 10 ลมหายใจ … เช่นนั้นอีก 9 คนที่เหลือจะได้รับการพิจารณาว่าพ่ายแพ้ต้วนหลิงเทียนทุกคน … และคะแนนของพวกเจ้าทั้ง 9 คนจะหายไป 1 คะแนน! "
ในช่วงเวลา 10 ลมหายใจนี้ บรรยากาศบนเวทีประลอง มีเพียงความเงียบงันเท่านั้น …ไร้ซึ่งสำเนียงสรรพเสียงใด