สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 309 : สู้ให้มันสมใจอยาก!!
บทที่ 309 : สู้ให้มันสมใจอยาก!!
ทำไมเขาถึงมั่นใจมากอย่างนั้นหรือ?
ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มตอบเหอตง แต่ไม่ได้กล่าวคำอธิบายอะไรออกไป
จะอย่างไรอีกไม่นานเหอตงก็ได้รู้อยู่แล้ว
ความประหลาดใจเริ่มเผยวูบวาบอยู่ในแววตาคู่สวยของสั่วฉิง เมื่อนางได้ยินคำกล่าวเหอตง หลังจากนั้นนางก็หันไปจับจ้องต้วนหลิงเทียนอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่ง สุดท้ายนางทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับและไม่คิดที่จะพยายามเกลี้ยกล่อมต้วนหลิงเทียนอีกต่อไป
เพราะนางเองก็สัมผัสได้ว่าต้วนหลิงเทียนเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจอย่างมาก!
นางคิดในใจ
บางทีบุรุษอันเป็นคนรักของศิษย์น้องนางคนนี้ คงจะสร้างวีรกรรมที่ทำให้ทุกคนได้ตกตะลึงอีกครา!
หลังจากนั้นไม่นานในที่สุดศิษย์สายนอกที่อยู่บนเวทีก็จับฉลากหมายเลขเสร็จสิ้น
"เอาล่ะตอนนี้พวกเจ้าทั้ง 29 คนคงได้หมายเลขของตัวเองแล้ว" เจิ้งฝานมองไปรอบๆ ก่อนที่จะกล่าวสืบต่อ "ตอนนี้ให้หมายเลขที่ 2 และ 3 ไปทำการประลองกันที่ เวทีประลองย่อยหมายเลข 1 หมายเลขที่ 4 และ 5 ไปทำการประลองบนเวทีประลองย่อยหมายเลข 2 … กระทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงหมายเลข 19 "
เวทีประลองย่อยมีทั้งสิ้น 10 เวที
ตอนนี้นอกเหนือจากเวทีประลองใหญ่ตรงกลางแล้ว เวทีย่อยเล็กๆล้วนมีร่างศิษย์ 2 คนยืนประจันหน้ากันอยู่
ผู้อาวุโส ทั้ง 9 คนของขุนเขาไท่หยาง ก็แยกย้ายไปควบคุมการประลองทั้ง
"ศิษย์พี่สั่วฉิง"
ต้วนหลิงเทียนยามนี้กำลังยืนอยู่บนเวทีใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานอะไร เขามองไปยังร่างสั่วฉิงที่ยืนอยู่บนเวทีประลองที่ 4
ทันใดนั้นเอง
"ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้!" มีเสียงหนึ่งเอ่ยออกมาทันที…ทั้งๆที่เริ่มประลองไม่ถึง 2 ลมหายใจ! นั่นทำให้รอบๆเวทีประลองขุนเขาไท่หยางเต็มไปด้วยความเงียบ!
ศิษย์บนเวทีประลองย่อยที่ 7 คนหนึ่งกล่าวคำยอมแพ้?
“ใยศิษย์พี่ฉีฮ่าวถึงกล่าวยอมแพ้ออกมากันเล่า กระบี่ยังมิทันได้ชักออกด้วยซ้ำ?” เหล่าศิษย์สายนอกล้วนจับจ้องไปยังร่างฉีฮ่าวที่เดินออกจากเวทีประลองหมายเลข 7 อย่างไม่เชื่อสายตา
พวกเขาก็ไม่คิดว่ามันแปลกหากจะมีใครยอมรับความพ่ายแพ้…
แต่นี่คนที่ยอมรับความพายแพ้กลับเป็นศิษย์พี่ฉีฮ่าว!
คนที่ได้รับการขนานนามว่าศิษย์สายนอกอันดับหนึ่งของนิกายกระบี่ 7 ดาว!
"ใยศิษย์พี่ฉีฮ่าวจึงยอมแพ้เสียเล่า? นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว" ศิษย์สายนอกบางส่วนแสดงความสับสนออกมา พวกมันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแม้แต่น้อย เนื่องจากเรื่องราวตรงหน้ามันเหนือความเข้าใจของพวกมัน
"เจ้าไม่รู้หรือ? เช่นนั้นข้าจะบอกให้ ที่ศิษย์พี่ฉีฮ่าวกล่าวคำยอมแพ้เช่นนี้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องประลองอะไรอีก และไปรอกล่าวท้าชิงเลยอย่างไรเล่า … และหากข้าเดาไม่ผิด เขาคิดจะท้าชิงต้วนหลิงเทียน!"
"เอ๋ แล้วใยเขาต้องท้าชิงต้วนหลิงเทียนกันล่ะ?"
"เพราะว่าเขาต้องการสังหารต้วนหลิงเทียนน่ะสิ!"
"อะไรนะ! แล้วนี่เจ้ารู้ได้อย่างไร?"
“เฮ่อ…ข้าเองก็เป็นศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนเรื่องนี้จึงมิค่อยอยากพูดสักเท่าไร เอาเถอะจะอย่างไรวันนี้ก็ต้องยุติแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า…ศิษย์พี่ฉีฮ่าวนั้นเขาได้มาตามหาตัวต้วนหลิงเทียนแทบทุกวันเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว และเขาก็ได้กระจายคำท้าประลองเป็นตายกับต้วนหลิงเทียนไปทั่วทั้งขุนเขา หมายให้ต้วนหลิงเทียนขึ้นมาตัดสินกับเขาบนเวทีประลองเป็นตาย…แต่น่าเสียดายที่ต้วนหลิงเทียนนั้นแอบซ่อนตัวอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้ศิษย์พี่ฉีฮ่าวไม่อาจหาโอกาสสังหารเขาได้ ยามนี้เมื่อโอกาสมาถึงที่แล้ว เจ้าคิดว่าเขาจะยอมพลาดหรือ”
“อะไร? กลับมีเรื่องเช่นนี้ด้วย แล้วใยศิษย์พี่ฉีฮ่าวถึงไปมีเรื่องบาดหมางกับต้วนหลิงเทียนได้เล่า?”
"ตอนแรกข้าเองก็ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร แต่เมื่อข้าไปสืบดูจากหลายๆที่ จึงได้รับรู้ว่า ที่แท้ต้วนหลิงเทียน ได้ไปทำลายตันเถียนของฉีเยี่ยนน้องสาวศิษย์พี่ฉีฮ่าว!! …และเรื่องนี้ไม่ว่าผู้ใดในศิษย์สายนอกก็รู้ดีว่า ศิษย์พี่ฉีฮ่าวรักและตามใจน้องสาวมากมายเพียงใด เช่นนี้เจ้ายังคิดว่าศิษย์พี่ฉีฮ่าวยังไม่คิดฆ่าต้วนหลิงเทียนอีกหรือ? "
"อะไร ต้วนหลิงเทียนทำลายตันเถียนฉีเยี่ยนงั้นรึ?"
…
บทสนทนาระหว่างศิษย์สายนอกคู่นี้กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักศิษย์ทกคนรอบๆ เวทีประลองไท่หยางล้วนรับรู้เรื่องราวหมดสิ้น
ต้วนหลิงเทียนทำลายตันเถียนฉีเยี่ยน ที่เป็นน้องสาวสุดที่รักของฉีฮ่าว…
ฉีฮ่าวแค้นต้วนหลิงเทียนเข้ากระดูกดำ และไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าฆ่าต้วนหลิงเทียนให้ตาย!
"ต้วนหลิงเทียน เจ้า … " เหอตงที่ยืนข้างๆต้วนหลิงเทียนเผยท่าทางประหลาดใจไม่น้อยออกมา แม้เขารู้ว่าฉีฮ่าวนั้นต้องการสะสางกับต้วนหลิงเทียน แต่เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเป็นเรื่องนี้
ต้วนหลิงเทียนยักไหล่ ก่อนที่จะยิ้มออกมาบาง ๆ "อะไร มันน่าแปลกใจมากหรือไง?"
เหอตงพยักหน้า “จะไม่ให้น่าแปลกใจอย่างไรเล่า ไม่ว่าใครก็ตามขอเพียงเป็นศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่ 7 ดาวย่อมรู้เรื่องที่ฮ่าวนั้นรักและทะนุถนอมน้องสาวมากเพียงใด ซ้ำยังตามใจนางทุกอย่าง …แต่เจ้ากลับลงมือทำลายตันเถียนนาง มันก็คงแปลกมากจริงๆ หากฉีฮ่าวไม่คิดเอาชีวิตเจ้า”
"แต่เจ้าก็ดูมิเหมือนคนทำอะไรไม่มีเหตุผล …เช่นนั้นใยเจ้าถึงทำลายตันเถียนนางเล่า?" เหอตงมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยความสงสัย
"จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรมากนักหรอก ฉีเยี่ยนนั่นมันกล้ารังแกสตรีของข้า! พอข้าไปช่วย นางก็ขู่จะทำลายตันเถียนข้า … เช่นนั้นข้าก็เลยลองให้นางลิ้มชิมรสยาขมของตัวเองดูบ้าง ก็แค่นั้นล่ะ"ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างสบายๆ ราวกับกล่าวเรื่องไม่ได้สลักสำคัญอะไร
เหอตงเองก็เข้าใจได้ในทันที "ข้าเองก็ได้ยินมานานแล้วว่าฉีเยี่ยนมักใช้อิทธิพลของพี่ชายรังแกศิษย์ขุนเขาเหยากวงอยู่บ่อยครั้ง … เช่นนี้กล่าวได้ว่านางโชคร้ายเองแล้วล่ะ ที่ดันมาข่มขู่เจ้า"
บทสนทนาของทั้งคู่ก็ไม่ได้ดังอะไรมากมาย แต่เจิ้งฝานที่อยู่ไม่ไกล ย่อมได้ยินชัดเจน
มุมปากของเจิ้งฝานกระตุกเล็กน้อย
ต้วนหลิงเทียนนี่นับว่าเป็นคนจริงนัก!
ความกล้าของเขาเองก็มิได้ธรรมดา!
เขาไม่หวั่นการล้างแค้นของฉีฮ่าวสักนิด
ทุกคนล้วนเห็นได้ชัดเจนแล้วยามนี้ว่าฉีฮ่าวเพ่งเล็งไปที่ต้วนหลิงเทียน
ยามนี้มันกำลังมองต้วนหลิงเทีนด้วยแววตาอำมหิต จิตสังหารแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่คิดจะเก็บเอาไว้ …
"ฉีฮ่าว มันเป็นของข้า" หูเฉวี่ยฟงจับจ้องไปยังฉีฮ่าวด้วยแววตาเย็นชา น้ำเสียงกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง
"ฮึ่ม!" ฉีฮ่าวเพียงเหลือบมองหูเฉวี่ยฟงอย่างไม่แยแส พร้อมสบถออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่จะเลิกใส่ใจแล้วหันมาจ้องต้วนหลิงเทียนต่อ
ใบหน้าของหูเฉวี่ยฟงลดต่ำลงเล็กน้อย ประกายตาเรืองขึ้นมาวูบหนึ่ง ราวกับในใจเต็มไปด้วยโทสะ"ฉีฮ่าววันนี้นอกจากข้าจะฆ่าต้วนหลิงเทียนแล้ว ข้าจะฆ่าเจ้าด้วย!…หลังจากวันนี้ข้าจะกลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 ของนิกายกระบี่ 7 ดาว!"
ในขณะเดียวกันนั้น การต่อสู้บนเวทีประลองย่อยอีก 8 เวที ก็กำลังเต็มไปด้วยความดุเดือด
"โฮ่ ไม่เบาเลยนี่ แข็งแกร่งนัก" ต้วนหลิงเทียนเห็นสั่วฉิงในเวทีประลองย่อยที่ 4 เอี้ยวตัวหลบคมดาบอย่างสวยงาม ก่อนที่นางจะตวัดกระบี่ใช้กระบวนท่าเลิศล้ำ จนบังเกิดเงากระบี่พร่างพราวดั่งพิรุณโปรยคลุมท้องฟ้า รุกไล่คู่ต่อสู้จนอับจนหนทาง ต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ กระทั่งจำต้องโดดลงจากเวที
แม้กระบวนท่าจะดุร้าย ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบนางไม่ได้ทำร้ายคู่ต่อสู้จนบาดเจ็บอะไรแม้แต่น้อย
"ขอบคุณเจ้ามาก ที่เมตตา" ศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ที่ถูกบีบบังคับให้หลบหนีออกนอกสนาม หน้าผากของมันเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเขื่อง ขณะกล่าวคำยอมรับความพ่ายแพ้ ก่อนที่จะเดินออกจากเวทีประลอง ที่ 4 ไป
สั่วชิงเป็นผู้ชนะและรอประลองต่อไป!
ไม่นานหลังจากนั้นผลลัพธ์ในเวทีประลองที่หลือก็ปรากฏ
มี 7 คนที่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างขาดลอย
และรอบนี้ก็มีคนเจ็บบ้าง แต่ยังไม่ถึงกับมีใครตกตาย
ถึงแม้ว่าการประลองศิษย์สายนอกครานี้จะยกเลิกข้อห้ามเป็นตาย แต่ในสายตาศิษย์สายนอกแล้ว อีกฝ่ายก็ล้วนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมนิกายเดียวกันทั้งสิ้น หากไม่โกรธแค้นกันจริงๆ ก็คงไม่มีใครคิดฆ่าแกงอีกฝ่าย เพราะจะอย่างทั้งหมดก็ล้วนเป้นคนนิกายเดียวกัน
"เอาล่ะกระทำเหมือนกับรอบเมื่อกี้ … ศิษย์สายนอกอีก 10 คนที่เหลือไปจับคู่ประลองกันซะ!" เจิ้งฝานกล่าวออกมา
"ต้วนหลิงเทียน ข้าไปก่อน" เหอตงกล่าวกับต้วนหลิงเทียนแล้วก็เดินไปยังเวทีประลองไกลๆ
"ข้ายอมรับความพ่ายแพ้!"ทันใดนั้นเองมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นในทันที
หูเฉวี่ยฟง!
เนื่องจากมีฉีฮ่าวเป็นตัวอย่างแล้ว ศิษย์ทั้งหลายก็ไม่ค่อยแปลกใจมากสักเท่าไรที่มีคนกล่าวยอมแพ้ทันที แต่ทว่าเมื่อพบว่าเป็นหูเฉวี่ยฟงที่เอ่ยคำยอมแพ้ พวกมันก็สงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่ากับฉีฮ่าวในตอนแรก
"ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงยอมแพ้ไปอีกคนแล้ว? แล้วนี่มันเป็นเพราะต้วนหลิงเทียนอีกหรือไม่? "
"ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ ตอนแรกก็ล่วงเกินศิษย์พี่ฉีฮ่าวไปคนนึงแล้ว นี่เขายังกล้าล่วงเกินศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงอีกหรือ … เว้นเสียแต่ว่าเขาจะรีบกล่าวคำยอมรับความพ่ายแพ้ หาไม่แล้ววันนี้เขาตายแน่ๆ !"
…
ศิษย์สายนอกบางคนหันไปมองต้วนหลิงเทียนแล้วอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
ต่อมาไม่นาน อีก 8 คนที่ประลองกันอยู่ก็ได้ผู้ชนะ
เหอตงเองก็ชนะ!
หลังจากนั้นการแข่งขันศิษย์สายนอกก็ดำเนินต่อทันที
นอกจากต้วนหลิงเทียนแล้ว อีก 14 คน จะทำการประลองกันเองอีกครั้งตามลำดับ
และเมื่อได้ผู้ชนะ 7 คน พวกมันจะกลายเป็นคนถือครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราวเช่นเดียวกับต้วนหลิงเทียน
ไม่นานการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น
ทั้ง 7 เวทีประลองย่อย เต็มไปด้วยรังสีดาบกระบี่ พลังงานต้นกำเนิดแผ่ซ่านออกมาหนาแน่นกดดันในบรรยากาศ
ทุกคนล้วนเป็นศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้งนั้น ไม่ว่าจะสั่วฉิงหรือเหอตงล้วนเผยความสามารถอันน่าทึ่งออกมา วิชากระบี่งดงามต่างๆ ถูกใช้ออกอย่างแยบคาย ผู้คนชมดูกันจนละลานตา
ผ่านไปไม่นานเวทีประลองทั้ง 7 ก็ได้ผู้ชนะ
สั่วฉิงและเหอตงชนะ และได้กลายเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราว!
นอกจากทั้ง 2 แล้ว ศิษย์อีก 5 คนก็ได้ถือครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราว!
คราวนี้ 7 คนที่พ่ายแพ้เมื่อครู่ จะมาทำการจับฉลากกันอีกครั้ง
และคราวนี้คนที่จับได้ฉลากหมายเลข 1 จะถือครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราวทันที เป็นคนที่ 9
ส่วนอีก 6 คนที่เหลือ จะประลอง เพื่อหาผู้ชนะสูงสุด ที่จะได้ถือครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราว เป็นคนสุดท้าย…
หลังจากนั้นไม่นาน ตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราว ก็ครบ 10 คน
ต้วนหลิงเทียน,สั่วฉิง และเหอตงค่อนข้างได้รับความสนใจอย่างมาก
"เอาล่ะ ดีมาก … คราวนี้ก็นับว่า 10 คนนี้เป็นผู้แข็งแกร่ง 10 อันดับแรกชั่วคราวแล้ว หากในหมู่พวกเจ้า 19 คน มีอันใดไม่พอใจ และคิดว่าสามารถเอาชนะ 1 ใน 10 คนนี้ได้ ให้ก้าวออกมาท้าประลองเพื่อแย่งชิงอันดับ”
“หากพวกเจ้าสามารถท้าชิงแล้วเอาชนะได้พวกเจ้าจะกลายเป็นผู้ถือครองตำแหน่ง 10 อันดับแรกชั่วคราวแทน แต่หากเจ้าแพ้ เจ้าจะถูกคัดออก”
"พวกเจ้าทุกคนล้วนมีโอกาสเลือกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เช่นนั้นก็เลือกให้ดีๆ"
เจิ้งฝานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ "เอาล่ะ ตอนนี้คนที่เหลืออีก 19 คนออกมาท้าชิงได้ อ่อเรื่องลำดับผู้ท้าชิงให้ดูจากหมายเลขฉลากตอนแรกสุด เรียงจากน้อยไปมาก"
ใบหน้าของหูเฉวี่ยฟงตกลงเล็กน้อย เขาเหลือบมองฉลากในมือ
ฉลากของเขาหมายเลข 25
ตามที่เจิ้งฝานบอก เขาต้องรอให้ผู้อื่นทีได้หมายเลขก่อนหน้าท้าประลองให้จบสิ้นก่อน
คนอื่นๆ ก็ไม่ได้สำคัญอะไร ทว่าฉีฮ่าวดันได้หมายเลขก่อนหน้าเขา!!
…
คนที่ได้สิทธิ์ท้าชิงคนแรก เป็นศิษย์สายนอกเพศชายคนหนึ่ง ที่จับฉลากครั้งแรกได้หมายเลข 2
สายตาของเขาไล่มองตั้งแต่ต้วนหลิงเทียนไปจนครบทั้ง 10 คน เมื่อครบแล้วเขาก็หันกลับมามองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง…จากที่เขามองอย่างถี่ถ้วนแล้ว …คนเดียวที่เขาพอจะเอาชนะได้มีเพียงต้วนหลิงเทียนเท่านั้น
"ฮึ่ม!" แต่ในขณะที่จะกล่าวคำนั้นเอง ก็มีเสียงสบถเย็นชาดังขึ้น และเขาก็สังเกตเห็นว่ายามนี้ฉีฮ่าวกำลังจ้องมาด้วยแววตาเย็นชาไม่แยแส นั่นทำให้เขารู้สึกราวกับมีกระบี่จี้คอหอยอยู่
ตอนนี้เขาพึ่งนึกออก ว่าสาเหตุที่ฉีฮ่าวกล่าวยอมแพ้นั้นเป็นเพราะต้วนหลิงเทียน! …
เขาหายใจเข้าลึกๆ สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าเลือกต้วนหลิงเทียน
นี่เพราะเขาไม่กล้าล่วงเกินฉีฮ่าว!
เขาทำได้เพียงเลือกคนอื่น
และสุดท้ายผลลัพธ์ก็คือ เขาพ่ายแพ้ในการท้าชิงและสูญเสียคุณสมบัติที่จะกลายเป็น 10 อันดับแรกของการประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้
ต้วนหลิงเทียนแน่นอนย่อมเฝ้าดูเรื่องราวทุกอย่างด้วยสายตาเย็นชา
เขารู้ดีว่าการประลองครั้งแรกวันนี้ของเขา ต้องเผชิญหน้ากับฉีฮ่าว!
ก็เป็นดังคำที่เขากล่าวกับเหอตงก่อนหน้านี้
ที่ควรมา จะอย่างไรก็ต้องมา …!
ในเมื่อเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้ ก็ทำได้เพียงสู้ให้มันสมใจอยาก!