สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 307 : ผลกำเนิดลี้ลับ
บทที่ 307 : ผลกำเนิดลี้ลับ
"ขี้ขลาด!" ในขณะที่ฉีฮ่าวกล่าวตะโกนออกมานั้น ตัวมันเองก็กระวนกระวายใจไม่น้อย
ถึงแม้ว่ามันจะไม่รู้จักต้วนหลิงเทียน และไม่เคยแม้กระทั่งเห็นต้วนหลิงเทียนมาก่อน แต่มันก็มั่นใจว่าในกลุ่มศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ที่ยืนอยู่บนเวทีนี้ไม่มีใครเป็นต้วนหลิงเทียน
กล่าวง่ายๆว่า เป้าหมายที่มันคาดหวังไว้วันนี้ อย่างต้วนหลิงเทียนไม่กล้าขึ้นมา!
และน่าจะเป็นเพราะต้วนหลิงเทียนกลัวตาย จนเลือกที่จะถอนตัว!
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็น!
หลังจากฉีฮ่าวตะโกนเหล่าศิษย์ที่อยู่รอบๆเวทีไท่หยางก็เงียบไป
กลุ่มศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียน อดไม่ได้ที่จะมองไปยังต้วนหลิงเทียน…
ครู่ต่อมาเหล่าศิษย์นิกายกระบี่ 7 ดาวที่เหลือล้วนหันมองไปทางที่ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนมองไป เพื่อชมดูต้วนหลิงเทียนที่ว่า
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขากำลังจะขึ้นไปบนเวทีอยู่แล้ว แต่เสียงนี้กลับดังขึ้นมาซะก่อน…
ตอนนี้เมื่อฉีฮ่าวกล่าวคำ ขี้ขลาด ด่าเขาออกมา ทำให้เขากลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของผู้คนในทันที มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะบังเกิดรอยยิ้มเย็นชาขึ้นมา
"สวรรค์ เขาน่ะหรือต้วนหลิงเทียน?" เหล่าศิษย์ของนิกายกระบี่ 7 ดาวที่ไม่เคยเห็นต้วนหลิงเทียนตัวจริงมาก่อน อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงพร้อมสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ…ทั้งหมดล้วนสงสัย ต้วนหลิงเทียนนี่อายุ 20 แล้วแน่หรือ ใยยังดูเยาว์วัยกว่าข่าวลือนัก
บุรุษหนุ่มคนนี้น่ะหรือ สามารถสังหารเช่าอิงศิษย์ที่มีระดับบ่มเพาะกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้บนเวทีประลองเป็นตาย?
เหลือเชื่อ!
"ถึงแม้ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนจะมิเลว แต่การประลองแข่งขันครั้งนี้ ก็มิต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นเวทีของศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 …แม้ว่าเขาจะเข้าร่วม ก็มิอาจทำอันใดได้ กระทั่งยังจักถูกสังหารด้วยซ้ำ"
"ข้าคิดว่าการที่เขาถอนตัวไป ยามนี้ เป็นเรื่องประเสริฐสุดแล้ว"
"เขายังเยาว์วัยนัก เพียงมีอายุ 20 เท่านั้นเอง แม้จะถอนตัวไป ยังจะมีผู้ใดกล่าว่าเขาได้ เพราะคู่แข่งล้วนเป็นศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้งสิ้น แล้วพวกมันตอนอายุ 20 ใช่ว่าจะทำได้เท่าต้วนหลิงเทียน"
…
เหล่าศิษย์ของนิกายกระบี่ 7 ดาวล้วนพูดคุยออกความเห็นกันเซ็งแซ่
ตอนนี้เอง ปรมาจารย์ขุนเขาไท่หยางพลันกล่าวคำออกมาอีกครั้ง "เหล่าศิษย์ที่ติดอันดับ 10 ผู้แข็งแกร่งวันนี้ จักได้รับรางวัลจากนิกายมากเป็นพิเศษ…และผู้ที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศ จักได้รับ ผลกำเนิดลี้ลับ อันเป็นผลไม้วิญญาณที่มีค่ามหาศาล เป็นการพิเศษ”
ผลกำเนิดลี้ลับ?
หนึ่งหินก่อเกิดพันระลอก!
ฟืดดด! อา! อา! โอ! สวรรค์! ไม่น่าเชื่อ!
…
เสียงผู้คนสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง พร้อมคำอุทานดังกระหึ่มขึ้น
ผลกำเนิดลี้ลับคืออันใดน่ะหรือ?
ถึงแม้เหล่าศิษย์นิกายกระบี่ 7 ดาวส่วนมากจะไม่เคยเห็น แต่พวกมันย่อมเคยได้ยินเรื่องนี้มา
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้แล้ว ผลกำเนิดลี้ลับนี้เพียงพบได้เพราะโชควาสนานำพา หาได้พานพบเพราะไขว่คว้าตามหาไม่…
ซ้ำกล่าวได้ว่า กระทั่งระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 หากได้ใช้ผลกำเนิดลี้ลับนี้ มันจะสามารถทะลวงคอขวดตัดผ่านไปยัง ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ได้ในทันที!!
และถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 หากได้ใช้ผลกำเนิดลี้ลับ พลังงานต้นกำเนิดของมันก็จะเพิ่มพูนขึ้นไปจนใกล้ทะลวงคอขวด ตัดผ่านไปยังระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นแรก!
“สวรรค์ ผลกำเนิดลี้ลับเช่นนั้นหรือ”
“ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้แล้ว มันช่างมีค่ามหาศาลนัก เสียดาย มันเพียงพบพานด้วยโชควาสนานำพา หาใช่สามารถพบได้เพราะออกไปตามหาไขว่คว้า”
“หากผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ใช้มันแล้วล่ะก็ สมควรตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ในพริบตา!…อาจแม้กระทั่งทะลวงไปจนเกือบถึงคอขวดระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ก็เป็นได้”
…
ศิษย์ที่อยู่บนเวทีประลองเองยามนี้ทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความเปลี่ยนแปลง
ฉีฮ่าวและ ศิษย์บนเวทีทั้ง 28 คนที่อยู่ข้างเจิ้งฝาน ล้วนมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย พวกมันเต็มไปด้วยความต้องการ อยากได้ผลกำเนิดลี้ลับทั้งสิ้น
"ผลกำเนิดลี้ลับนี้ ข้าต้องเอามันมาให้ได้!" ใบหน้าหล่อเหลาของหูเฉวี่ยฟงเต็มไปด้วยความเย็นชา "ไม่ว่าจักเป็นผู้ใด หากขัดขวางหนทางสู่ตำแหน่งชนะเลิศของข้า … ฆ่าไม่ละเว้น!"
คำกล่าวของหูเฉวี่ยฟงเต็มไปด้วยความมั่นใจและหยิ่งยโส
"เฮอะ! นั่นต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถมากพอหรือไม่" ฉีฮ่าวสบทออกมาอย่างมีโทสะด้วยน้ำเสียงเย็นชา
มันเองก็ตั้งใจจะนำผลกำเนิดลี้ลับนี้มาให้ได้!
เหอตงและสั่วฉิงเองก็หันหน้ามามองกันด้วยประกายตาที่ร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิง …
ผลกำเนิดลี้ลับ นี้กระตุ้นให้ทุกผู้คนบังเกิดความปรารถนาอันแรงกล้า…
"หืม? ข้าเองก็คิดไม่ถึงจริงๆ ว่านิกายกระบี่ 7 ดาวจะใจป้ำ ถึงขั้นนำผลกำเนิดลี้ลับนี้ออกมาเป็นของรางวัล การประลองศิษย์สายนอกแบบนี้… " ต้วนหลิงเทียนเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าผลกำเนิดลี้ลับมีค่ามากขนาดไหน
หากมีคนถามว่าก่อนหน้านี้เขาต้องการคว้าตำแหน่งชนะเลิศนี้เพราะอะไร เขาคงตอบไปว่าทำเพราะคำมั่นที่ให้ไว้กับหูลี่ แต่ตอนนี้เขาคงต้องบอกจุดประสงค์อื่นเพิ่มไป
เขาต้องการผลกำเนิดลี้ลับด้วย!
"หากข้าได้ผลกำเนิดลี้ลับนั่นมา … ข้าจะทะลวงผ่านระดับได้ในทันที!"แววตาของต้วนหลิงเทียนเองก็ลุกโชนด้วยเพลิงปรารถนาอันร้อนรุ่ม ราวกับจะแผดเผาได้ทุกอย่าง
ลี่เฟยย่อมรับรู้ได้ถึงความปรารถนาของต้วนหลิงเทียน นางกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ตัวเลวร้าย การประลองศิษย์สายนอก ห้ามใช้ความแข็งแกร่งภายนอกอื่นใดนอกจากอาวุธวิญญาณ เช่นนั้นเจ้าไม่อาจใช้อาคมจารึกได้ … หากเจ้าไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้ เจ้าต้องรีบหนีลงจากเวทีนะ ข้ากับเค่อเอ๋อ อยู่ไม่ได้หากไม่มีเจ้า " กล่าวจบลี่เฟยก็มองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาจริงจังแฝงไว้หมื่นพันอารมณ์
แม้นางจะรู้ดีว่าต้วนหลิงเทียนมีความแข็งแกร่งให้พึ่งพามากมายไม่ว่าจะเป็นอสรพิษตัวน้อยหรืออาคมจารึก แต่ทั้งหมดนั่นไม่อาจใช้ในการประลองแข่งขันศิษย์สายนอกนี้ได้
เขาทำได้เพียงพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น!
ต้วนหลิงเทียนยื่นมือออกไปลูบไล้พวงแก้มที่สวยงามอ่อนละมุนของลี่เฟย พร้อมกล่าวออกมาเบาๆ ด้วยรอยยิ้มบางๆ “ลี่เฟย เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวบุรุษของเจ้า หากเจ้ายังกล้าสงสัยข้าอีกล่ะก็ข้าจะตีก้นเจ้า”
ในขณะที่กล่าวคำนี้นั้น ต้วนหลิงเทียนจงใจลดเสียงให้มีเพียงลี่เฟยได้ยินเพียงผู้เดียว
ลี่เฟยไม่คิดเลยว่า ต้วนหลิงเทียนจะกล้าหยอกนางในเวลาเช่นนี้ พวงแก้มของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ราวกับโลหิตจะผุดซึมออกมาอย่างไรอย่างนั้น
"ฮึ่ม!" บนเวทีประลอง หูเฉวี่ยฟงที่มองลี่เฟยจากที่ไกลๆ เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนหยอกเย้าลี่เฟย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นลี่เฟยเผยสีหน้าท่าทางเขินอายออกมา เพลิงแห่งความริษยายากจะกล่าวประการหนึ่งก็ลุกโชนในหัวใจ!
เขานั้นไม่อาจหลับลงหากปราศจากอิสตรีข้างกาย…และสายตาของเขานั้นนับว่าอยู่สูงนัก
สตรีคนนี้นับว่าเป็นสตรีที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยพานพบมาในนิกายกระบี่ 7 ดาว!
ตั้งแต่ที่เขาเห็นนางครั้งแรก เขาก็ปรารถนาจะได้ตัวนาง หมายให้นางเป็นคนพิเศษคอยเคียงข้างเขา!
แต่ไม่ทันไรเขาก็ต้องพบว่านางมีเจ้าของแล้ว!
ต้วนหลิงเทียน!
"ตราบใดที่ข้าฆ่าต้วนหลิงเทียนได้ … เจ้าจะเป็นของข้า!" หูเฉวี่ยฟงมองไปยังลี่เฟยด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างท่วมท้น ทำราวกับลี่เฟยเป็นของเขาแล้วอย่างไรอย่างนั้น
"ต้วนหลิงเทียน!" สายตาหูเฉวี่ยฟงพลันเบนไปจับจ้องต้วนหลิงเทียน พร้อมกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้ลงมือสังหารเช่าอิง อันเป็นศิษย์ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 เมื่อ 3 เดือนก่อน จากความเห็นข้า เช่าอิงผู้นี้สมควรอยู่ห่างจากระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 เพียงมิกี่ก้าว… เมื่อเจ้าสังหารมันได้ ข้าเดาว่าตัวเจ้าเองน่าจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้กับศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7!”
"ตอนนี้มันก็ผ่านมาตั้ง 3 เดือนแล้ว ความแข็งแกร่งเจ้าสมควรเพิ่มไม่น้อย เจ้าคงมิคิดยอมแพ้ อย่างเช่นคนขี้ขลาดใช่หรือไม่?"ในขณะกล่าวคำนี้ น้ำเสียงหูเฉวี่ยฟงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"หูเฉวี่ยฟง ไม่ว่าต้วนหลิงเทียนจะประลองหรือไม่ประลองมันก็เป็นเรื่องของเขา เขาสามารถเลือกเองได้ หาได้มีอันใดเดี่ยวข้องกับเจ้าไม่" สั่วฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างมีหรือจะไม่รู้ว่าหูเฉวี่ยฟงคิดอ่าน และต้องการอะไร ใบหน้าของนางเย็นชาราวน้ำแข็งเคลือบอีกครั้ง ขณะกล่าวคำเย้ยหยันมัน
หูเฉวี่ยฟงไม่คิดตอบคำสั่วฉิง มันเพียงมองไปยังต้วนหลิงเทียนอย่างดูแคลน "ฮ่าๆ … ต้วนหลิงเทียน เจ้าทำเป็นเพียงหลบอยู่หลังสตรีแล้วรอคอยให้สตรีปกป้องเช่นนั้นหรือ เช่นนั้นก็นับว่าเสียชาติเกิดมาเป็นบุรุษแล้ว ช่างน่าอัปยศนัก!”
ความอัปยศของลูกผู้ชาย!
คำที่หูเฉวี่ยฟงกล่าว นับได้ว่าเป็นคำด่าที่ไร้ปรานีอย่างแท้จริง
"ต้วนหลิงเทียน ดูเหมือนเจ้าจักล่วงเกินผู้คนมากมายนัก … " ฉีฮ่าวกล่าวออกมาเบาๆ อย่างกระหายเลือด มันเฝ้ารอโอกาสที่จะกลืนต้วนหลิงเทียนลงคออย่างใจจดจ่อ
เมื่อหูเฉวี่ยฟงกล่าวออกมา ทำให้ต้วนหลิงเทียนกลายมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง
แต่ตอนนี้มันต่างกันเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้คำที่ฉีฮ่าวกล่าวกระตุ้นนั้น ผู้คนยังคิดว่าการที่ต้วนหลิงเทียนไม่ขึ้นไปบนเวที ไม่นับว่าเป็นเรื่องน่าอับอายอะไร
และคงไม่มีใครกล้าดูถูกเขาในเรื่องนั้น
เพราะความสามารถทั้งหมดที่ต้วนหลิงเทียนแสดงออกมา บ่งบอกให้รู้ว่า เขามีพรสวรรค์สูงส่งขนาดไหน และอีกไม่กี่ปี เขาจะต้องกลายเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่มีบทบาทอันสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อนิกายกระบี่ 7 ดาว
แต่ตอนนี้หูเฉวี่ยฟงได้กล่าวคำ ตีรวนต้วนหลิงเทียนเอาไว้อย่างยากจะถอน
หากต้วนหลิงเทียนยอมแพ้ไป นั่นหมายความว่าเขาหลบหลังอิสตรีและพึ่งพาการปกป้องจากอิสตรี …
นั่นมันเสียศักดิ์ศรีของบุรุษนัก!
ทุกคนอยากรู้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้ต้วนหลิงเทียนจะเลือกอะไร
เพลิงโทสะเริ่มลุกโชนในแววตาลี่เฟย เมื่อได้ยินคำกล่าวหูเฉวี่ยฟง ยามนี้แววตานางแทบจะแผดเผาผู้คนให้ตกตาย
เมื่อเห็นแววตาของลี่เฟย ต้วนหลิงเทียนเพียงกุมมือนางเอาไว้พร้อมกล่าวคำ "เสี่ยวเฟย ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหน บนโลกใบนี้ก็ไม่เคยขาดสุนัขบ้า …เจ้าอย่าได้ลดตัวไปใส่ใจพวกมัน"
แม้ว่าเสียงของต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้ดังมากมายอะไร แต่เมื่อครู่รอบเวทีประลองล้วนตกอยู่ในความเงียบ เช่นนั้นคำกล่าวนี้ของต้วนหลิงเทียนก็ดังไปทั่ว
สุนัขบ้า?
เหล่าศิษย์ทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะ สะอึกกับคำกล่าวนี้
ต้วนหลิงเทียนผู้นี้กล้ามองหูเฉวี่ยฟงเป็นเพียงสุนัขบ้า!
ทั้งหมดรู้สึกเสมือนหนังศีรษะด้านชา!
ต้วนหลิงเทียนผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือไร!
"ต้วนหลิงเทียน ต้องตายแน่นอน!" นี่คือความคิดของศิษย์นิกายกระบี่ 7 ดาวรอบๆเวทีประลอง
ครู่ต่อมาหูเฉวี่ยฟงกลับกลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของทุกคนแทนต้วนหลิงเทียน
ร่างของหูเฉวี่ยฟงพลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาของมันเริ่มเผยเจตนาฆ่าฟันออกมาอย่างท่วมท้น แต่ทั้งหมดนี่ก็ถูกมันระงับเอาไว้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นมันก็มองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง
"ข้าเองก็ไม่รู้สินะ ว่าขยะตัวใดมันยังกล้าออกเสียง ขยะที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมการประลองรอบที่ 2 แท้ๆ แต่ยังกล้ากล่าววาจายโสโดยไม่แม้แต่จะกล้าลงประลองด้วยซ้ำ… ขยะที่ไร้ความกล้าเช่นนี้ ยังมีหน้ามากล่าวโอหังเช่นนั้นหรือ?" น้ำเสียงของหูเฉวี่ยฟงนั้นเย็นจับใจ โดยเฉพาะคำว่า ขยะ นั้นดังชัดถ้อยชัดคำนัก
คำกล่าวของหูเฉวี่ยฟงครานี้มีผู้เห็นด้วยจำนวนไม่น้อย
และส่วนมากจะเป็นศิษย์สตรีจากขุนเขาเหยากวง “ถูกแล้วเจ้าค่ะ ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟง คำกล่าวของท่านนั้นถูกต้องยิ่งนัก ผู้ที่ไร้ความกล้ากระทั่งเข้าร่วมการประลองรอบที่สองนั้น หาได้มีคุณสมบัติที่จะทำตัวโอหังเช่นนั้นเจ้าค่ะ”
"ต้วนหลิงเทียนหากเจ้ายังเป็นลูกผู้ชาย ใยไม่ขึ้นมาบนเวที เข้าร่วมการประลองรอบที่ 2 นี้เล่า"
“หากมิกล้าเจ้าก็เป็นเพียงตัวขี้ขลาดดั่งเช่นคำที่ศิษย์พี่ฉีฮ่าวกล่าวไว้ และเป็นดั่งเช่นขยะ ที่คอยหลบหลังอิสตรีดังที่ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงกล่าวไว้มิมีผิด”
…
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตกมาอยู่ในกำมือของตน หูเฉวี่ยฟงก็หรี่ตามองไปยังต้วนหลิงเทียนพร้อมเผยรอยยิ้มขึ้นมา
ราวกับกำลังจะกล่าวบอกต้วนหลิงเทียนว่า ‘เด็กน้อยคิดที่จะปะทะคารมกับข้า เจ้ายังห่างชั้น’
"ฮ่าๆ… " ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ประกายตาของเขาเรืองวูบขึ้นมาด้วยความอำมหิต หันไปมองฉีฮ่าว แล้วก็หูเฉวี่ยฟง ก่อนที่จะค่อยๆกล่าวออกมา "ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ข้าต้วนหลิงเทียนบอกว่าจะยอมแพ้? หากข้าจำไม่ผิด ดูเหมือนปรมาจารย์เจิ้งฝานยังไม่ได้ยกเลิก เรื่องให้ศิษย์ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมไม่ใช่หรือไง?"