สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 305 : หูเฉวี่ยฟง
บทที่ 305 : หูเฉวี่ยฟง
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะร่าออกมาเมื่อได้ยินคำที่สั่วฉิงกล่าว เขาไม่ได้ติดใจอะไรสักนิดในเรื่องระดับบ่มเพาะของลี่เฟย หากนางไล่ทันเขาได้ยิ่งดี
"ศิษย์พี่หญิงข้าตัดผ่านระดับแล้วจะอย่างไรเล่า กระทั่งรอบแรกของการประลองศิษย์สายนอกข้าก็ยังไม่ผ่านเลย" ลี่เฟยกล่าวออกมา น้ำเสียงแฝงความเสียใจไม่น้อย
สั่วฉิงส่ายหัวพร้อมยิ้ม "ศิษย์น้องเรื่องนี้โทษเจ้าไม่ได้หรอก ผู้ใดใช้ให้กฎการประลองเปลี่ยนไปกันเล่า …หากกฎการประลองมิเปลี่ยน อย่าว่าแต่รอบแรกเลย ด้วยระดับบ่มเพาะของเจ้ากระทั่งรอบที่ 2 ยังนับว่าโดดเด่นนัก! "
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้สั่วฉิงหันไปมองต้วนหลิงเทียนเล็กน้อย ราวกับจะบอกว่าเรื่องนี้ทั้งหมดเพราะต้วนหลิงเทียน ‘หากไม่ใช่เพราะเจ้ากฎยังจักต้องเปลี่ยนเช่นนี้หรือ’
ต้วนหลิงเทียนทำได้เพียงยิ้มแห้งๆออกมาอย่างช่วยไม่ได้
เรื่องนี้เขาเองก็คิดไม่ถึงเช่นกัน
"ตัวเลวร้าย เจ้ากับศิษย์พี่ต้องทำให้ดีที่สุด และจักดีมากหากพวกท่านนำอันดับที่ 1 กลับมาได้!" ลี่เฟยย่อมไม่คิดอะไรมากนางฟื้นจากความเสียใจอย่างรวดเร็ว หันมากล่าวคำต่อต้วนหลิงเทียนและสั่วฉิงอย่างคาดหวัง ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางนี้อดให้ผู้อื่นอยากจุมพิตเสียไม่ได้
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับ
ที่เขาเข้าร่วมการประลองศิษย์สายนอกนี่แน่นอนว่าเพราะต้องการชนะเลิศ!
"ศิษย์น้อง" สั่วฉิงส่ายหัวพร้อมยิ้ม "มันมิใช่เรื่องง่าย … ในบรรดาศิษย์สายนอกที่เข้าร่วมประลองครั้งนี้ อย่างน้อยๆ ก็มีฉีฮ่าวคนนึงแล้วที่ข้ามิอาจเอาชนะได้"
"ฉีฮ่าว?" คิ้วคู่ส่วยของลี่เฟยขมวดเล็กน้อย "ใยแซ่นี้คุ้นหูข้านัก?"
ต้วนหลิงเทียนยักไหล่เมื่อเห็นลี่เฟยสงสัยคำกล่าวของสั่วฉิง "ฉีฮ่าวนั่นก็เป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 ที่ฉีเยี่ยน เคยกล่าวถึง"
"อะไร พี่ชายของฉีเยี่ยน?" ใบหน้าที่งามพร้อมของลี่เฟยอดไมได้ที่จะก้มลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึง สตรีอัปลักษณ์ที่จิตใจวิปริตบิดเบี้ยวนามฉีเยี่ยนคนนั้น
"ข้าได้ยินมาว่า ฉีฮ่าวมันไปหาเจ้าที่ขุนเขาเทียนเฉวียนเลยมิใช่หรือ?" สั่วฉิงมองไปยังต้วนหลิงเทียนพร้อมถามออกมาอย่างกังวล
"ศิษย์พี่ เรื่องนี้ท่านก็รู้ด้วย!" ต้วนหลิงเทียนประหลาดใจเล็กน้อย ที่สั่วฉิงรู้เรื่องนี้ด้วย
…จะอย่างไรเขาก็เป็นคนของขุนเขาเทียนเฉวียน
ในสายตาของศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนนั้น เรื่องที่เขาไม่ออกมา พวกมันย่อมคิดว่าเป็นเพราะเขาหวาดกลัวฉีฮ่าว!
มีคำกล่าวว่า เรื่องราวน่าอับอายในบ้าน ไม่ควรแพร่งพรายออกนอกบ้าน
นั่นทำให้ศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนย่อมเก็บเรื่องนี้เอาไว้ไม่คิดพูดออกไป!
"อะไร ตัวเลวร้าย ฉีฮ่าวไปหาเรื่องเจ้าหรือ?" ลี่เฟยบังเกิดความกังวลขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเรื่องนี้ นางรีบสำรวจมองดูทั่วร่างของต้วนหลิงเทียน ว่าเขาได้รับบาดเจ็บอะไรมาหรือไม่ …
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวออกมาพร้อมยิ้มอย่าสุขใจเมื่อเห็นว่าลี่เฟยห่วงใจและกังวลในตัวเขาอย่างมาก จนลืมว่าเขาทำอะไรได้ "เสี่ยวเฟย หรือเจ้าคิดว่าข้าต้องกังวลกับฉีฮ่าวนั่น?"
ลี่เฟยเองเมื่อได้ฟังตอนนี้ก็ค่อยนึกขึ้นมาได้ แววตานางเปลี่ยนเป็นมั่นใจในตัวบุรุษของนางทันที นางพึ่งนึกออกว่าบุรุษของนางนั้นมีที่พึงพิงมากมาย…
ไม่ต้องกล่าวถึงอสรพิษน้อยทั้ง 2 ที่มีระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นสูงด้วยซ้ำ ลำพังต้วนหลิงเทียนเองก็มีอาคมจารึกที่สังหารฉีฮ่าวได้ง่ายดายมากมาย เช่นนี้ไม่มีวันที่ฉีฮ่าวจะทำอะไรเขาได้
ลีเฟยพยักหน้าพร้อมยิ้มแย้มแจ่มใส ความกังวลของนางมลายหายไปสิ้น
สั่วฉิงเองย่อมสังเกตเห็นรอยยิ้มนี้ของลี่เฟย นั่นทำให้นางประหลาดใจไม่น้อย
ศิษย์น้องของนางมั่นใจในบุรุษของนางผู้นี้ถึงเพียงนี้เลยหรือ?
นางคงไม่คิดว่าชายคนรัก สามารถจัดการฉีฮ่าวได้จริงๆหรอกนะ?
แม้ว่าสั่วฉิงเองจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนนั้นไม่ธรรมดา ซ้ำยังมากกระทั่งสังหารศิษย์สายนอกอันโดดเด่น ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ของขุนเขาเทียนจีบนเวทีประลองเป็นตายได้ …
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าต้วนหลิงเทียนจะรับมือผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ได้!
ในฐานะที่นางเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 นางย่อมรู้ดีว่า ขั้นที่ 6 กับขั้นที่ 7 มันต่างกันขนาดไหน!
ความแตกต่างทั้ง 2 ระดับราวกับสวรรค์และโลก
"นั่นศิษย์พี่เหอตงแห่งขุนเขาเทียนเฉวียนนี่!" ตอนนี้เองเหล่าศิษย์ได้ละสายตาจากกลุ่มต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 คนไปยังบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาใหม่
เขาคือเหอตง
เมื่อเหอตงเห็นต้วนหลิงเทียน เขาก็พยักหน้าทักทายด้วยรอยยิ้ม
ต้วนหลิงเทียนก็ส่งยิ้มกลับไปเช่นกัน
"หืม เหอตงค่อนข้างสุภาพกับเจ้านัก" สั่วฉิงประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเห็นเรื่องนี้
แต่นางก็คิดได้อย่างรวดเร็วว่าเพราอะไร…
ถึงแม้ว่ายามนี้ระดับบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียนจะน้อยกว่า ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 อย่างนางกับเหอตง แต่เขาอายุเท่าไร แล้วพวกนางอายุเท่าไรกัน?
ในตอนที่พวกนางมีอายุเท่าต้วนหลิงเทียน ดูเหมือนจะยังไม่ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 3 ด้วยซ้ำ
นางรู้ได้ทันทีว่าพรสวรรค์ของต้วนหลิงเทียนมากมายขนาดไหน ต่อไปเมื่อเขาเติบโตมีอายุมากขึ้นระดับบ่มเพาะของเขาต้องแซงพวกนางไปแบบไม่เห็นฝุ่น
พรสวรรค์ตามธรรมชาติของต้วนหลิงเทียนนี้สูงพอให้ผู้คนเคารพ
ไม่นานเหล่าศิษย์ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ก็ทยอยกันมาถึง
การมาถึงของกลุ่มคนเหล่านั้นทำให้ เวทีประลองของขุนเขาไท่หยางระอุขึ้นมา
"ศิษย์พี่ หูเฉวี่ยฟงมาแล้ว!" ใครสักคนตะโกนออกมา
ทันใดนั้นทุกสายตาหันไปจับจ้องยังบุรุษที่กำลังเดินเข้ามา ตรงทางเข้าเวทีประลองของขุนเขาไท่หยาง
มันเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่ง คิ้วรูปดาบ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความมั่นใจ อายุราวๆ 25 ปี ในยามที่เขาปรากฏตัวนี้ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 คนอื่นๆไม่น้อย
"ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงเจ้าคะ!" ศิษย์สตรีจากขุนเขาเหยากวงถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างเสียกิริยา
"นั่นหรือ หูเฉวี่ยฟง?" ต้วนหลิงเทียนหันไปจองร่างหูเฉวี่ยฟง
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยพบเจอหูเฉวี่ยฟงมาก่อนแม้กระทั่งไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ แต่ระหว่างเดินทางมายังเวทีประลองนี้เขาได้ยินคำร่ำลือของมันจากศิษย์มากมาย นอกจากนี้เขายังรู้อีกด้วยว่ามันเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเชวียน
เพื่อหูเฉวี่ยฟงแล้ว ปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเชวียนถึงขั้นไปหาผู้หลอมศาสตราที่อาณาจักร ศิลาทมิฬ* เพื่อจ้างวานให้หลอมอาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่มีความสามารถเพิ่มพูนพลังได้มากึง 29% (*ตอนก่อนดูผิดครับ แก้เป็นอาณาจักรศิลาทมิฬนะ ไม่ใช่ ราชอาณาจักรต้าฮั่น คำในอิ้งมันขึ้นต้น Dar เหมือนกัน)
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นที่โปรดปรานขนาดไหน
"ศิษย์พี่หญิงมีอันใดผิดพลาดหรือ?" ต้วนหลิงเทียนหันกลับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงลี่เฟย และเขาก็พบว่ายามนี้ศิษย์พี่สั่วฉิงมองไปยังหูเฉวี่ยฟงด้วยสายตารังเกียจ
นั่นทำให้ต้วนหลิงเทียนประหลาดใจไม่น้อย
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยสนิทสนมกับสั่วฉิงสักเท่าไร แต่ก็พอดูออกว่านางเป็นสตรีที่จิตใจดีบริสุทธิ์ … แต่ตอนนี้ดูเหมือนสั่วฉิงจะแสดงความเกลียดชังหูเฉวี่ยฟงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เรื่องนี้ทำให้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสงสัยในใจ
เป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้ง 2 คนมี่ความขัดแย้งอะไรกัน?
"หูเฉวี่ยฟงนี้เป็นตัวชั่วช้าสารเลวอย่างแท้จริง!" ใบหน้างดงามหมดจดของสั่วฉิงเต็มไปด้วยความเย็นชาราวมีน้ำแข็งเคลือบ
ต้วนหลิงเทียนและลีเฟยอดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ทั้งคู่หันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างฝ่ายต่างเห็นเพียงความตกตะลึงและสงสัยในแววตา
"ศิษย์พี่ เอ่อ…ท่านกับมันมีเรื่องอะไรกันหรือ … " ต้วนหลิงเทียนถามสั่วฉิงด้วยความสงสัย
สั่วฉิงหันไปก็เห็นว่าต้วนหลิงเทียนมองมาด้วยความสงสัย และเมื่อหันไปมองลี่เฟย ก็พบว่านางเองก็สงสัยเช่นเดี่ยวกัน ตัวนางจึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว "เจ้าทั้งสองคนอย่าได้เข้าใจผิด ข้ามิได้มีเรื่องอันใดกับมัน … แต่เหตุผลที่ข้าว่ามันเป็นตัวสารเลวชั่วช้า เป็นเพราะมันชอบมาล่อลวงศิษย์สตรีของขุนเขาเหยากวง และสุดท้ายศิษย์สตรีพวกนั้นก็ถูกมันทิ้งอย่างไม่ใยดี บางคนเสียใจอย่างหนักจนฆ่าตัวตายเพราะมันก็มี "
เมื่อกล่าวจบสั่วฉิงก็เต็มไปด้วยโทสะ
"อะไร! แล้วคนเช่นมันยังได้รับการต้อนรับจากศิษย์สตรีของขุนเขาเหยากวงเช่นนี้อีก?" ต้วนหลิงเทียนอดที่จะสับสนขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขาเองยังเห็นศิษย์สตรีของขุนเขาเหยากวงกรี๊ดกร๊าดต้อนรับมัน
แต่จะอย่างไรรูปลักษณ์ภายนอกของหูเฉวี่ยฟงก็แลดูหล่อเหลาสุภาพ สง่างามไม่น้อย… เป็นคนที่มองแต่ภายนอกแล้วไม่อาจรับรู้ได้จริงๆว่ามันเป็นบุรุษต่ำช้าเช่นนั้น
เรื่องนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้ต้วนหลิงเทียนนึกถึงคำกล่าวที่บอกว่า มองคนอย่ามองแต่ภายนอก รู้หน้าไม่รู้ใจ ขึ้นมา
“นั่นเป็นเพราะว่ามันปิดบังซ่อนเร้นเรื่องเช่นนี้ไว้ลึกซึ้งยิ่งนัก! อีกทั้งหากเกิดเรื่องอันใดกับศิษย์สตรี ตัวมันจะสะสางเรื่องราวได้อย่างดี และไร้ร่องรอยให้สืบสาว นับว่ามันสร้างภาพหาขอแก้ต่างให้ตัวเองได้ดีนัก”
ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ว่ายามนี้อุณหภูมิรอบๆร่างของสั่วฉิงเย็นลงไม่น้อย
"คนไร้ยางอายเช่นนี้กลับมีอยู่จริงๆ!" ลี่เฟยเผยสีหน้ารังเกียจและเต็มไปด้วยโทสะออกมาเมื่อได้ฟังคำเล่าจากปากสั่วฉิง นางจ้องไปยังหูเฉวี่ยฟงที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสายตาเหยียดหยาม
ต้วนหลิงเทียนเองก็จ้องไปที่มันเช่นกัน
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะมันสังเกตเห็นสายตาหูเฉวี่ยฟงที่มองมายังลี่เฟย
ลึกลงไปในแววตาของมัน เขาเห็นถึงความปรารถนาอันเต็มไปด้วยความใคร่ เรืองขึ้นมาวูบหนึ่ง
แม้ว่าหูเฉวี่ยฟงจะซ่อนเร้นได้ในทันที แต่ต้วนหลิงเทียนก็เห็นได้อย่างชัดเจน แค่นี้เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคำกล่าวของสั่วฉิงเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน มันเป็นเพียงตัวสารเลวชั่วช้า หน้าซื่อใจคด เท่านั้น!
มุมปากของต้วนหลิงเทียนเริ่มแสยะยิ้มเย็นชาออกมา เมื่อเห็นหูเฉวี่ยฟงเดินมาทางลี่เฟย
ใบหน้าสั่วฉิงเริ่มเย็นลง
คิ้วที่งดงามของลี่เฟยขมวดขึ้นเล็กน้อย
"สั่วฉิง นานแล้วไม่ได้เจอ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" หลังจากที่หูเฉวี่ยฟงเดินมาถึง มันก็กล่าวคำทักทายออกมาอย่างสุภาพ
"หูเฉวี่ยฟง ข้ารังเกียจที่จะกล่าววาจากับเจ้า มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นซะ!" ใบหน้าสั่วฉิงเต็มไปด้วยความเย็นชาปานน้ำแข็งเคลือบ สายตายามเหลือบมองหูเฉวี่ยฟงช่างเหน็บหนาว ราวกับนางจะแช่ได้กระทั่งบรรยากาศ
"สั่วฉิง นี่เจ้าเข้าใจอันใดข้าผิดไปหรือไม่?" รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและสุภาพของหูเฉวี่ยฟง นั้นขับเน้นให้มันดูหล่อเหลา และเป็นบุรุษที่สุภาพอย่างยิ่ง
หากไม่ใช่เพราสั่วฉิงกล่าวเตือนมาก่อน ต้วนหลิงเทียนและลี่เฟยยังอาจจะถูกลักษณะสุภาพนี้ของมันหลอกเอาได้!
นับว่าหูเฉวี่ยฟงแสดงได้ยอดเยี่ยม
ไร้ข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
"หูเฉวี่ยฟง ข้ามิได้เข้าใจอันใดเจ้าผิด…ข้าเพียงไม่อยากเห็นหน้าเจ้า จักไปไหนก็ไปให้พ้นๆ ไป!" สั่วฉิงกล่าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
หูเฉวี่ยฟงทำหูทวนลมราวกับไม่สนใจวาจาของสั่วฉิงแม้แต่น้อย มันหันมามองลี่เฟยด้วยสายตาอบอุ่น พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ "ศิษย์น้อง ข้าขอทราบนามเลิศล้ำของเจ้าได้หรือไม่?"
ต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นว่า ยามที่หูเฉวี่ยฟงมองมาเห็นว่าเขากำลังจับมือลี่เฟยอยู่ สายตาของมันเหลือบมามองเขาแวบหนึ่ง ในประกายตาของมันเรืองวูบขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ และมีโทสะอย่างเห็นได้ชัด…ราวกับมันกำลังหาโอกาสที่จะเล่นงานเขาให้พ้นทาง!
มุมปากต้วนหลิงเทียนแสยะยิ้มออกมาอย่างเย็นชา
หูเฉวี่ยฟงนี่ มันคิดว่าสามารถเล่นงานเขาได้ง่ายๆงั้นหรือ?